ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 722 ฟางผิงที่อยู่ทุกหนทุกแห่ง (1)
ตอนที่ 722 ฟางผิงที่อยู่ทุกหนทุกแห่ง (1)
บนถนนใหญ่ตอนนี้ผู้อ่อนแอหนีตายกันไปหมดแล้วแต่ผู้แข็งแกรงกลับมากขึ้นเรื่อยๆคนของแต่ละจวนราชายอดฝีมือในมือทยอยไลตามมาแล้ว
เฟิงเมี่ยเชิงเผยสีหน้าเย็นยะเยือกหนานิ่งไม่ไหวติง
ยอดฝีมือของทหารเทียนจื่อมาเยอะขึ้นเรื่อยๆแล้วเหมือนกันเฟิงเมี่ยเชิงเห็นแบบนั้นก็แค่นยิ้มว่าคนมากพลังเยอะ?
ทหารเทียนจื่อแข็งแกร่งแบบนี้ทำไมไม่ไปเข่นฆ่าเขตแดนข้างนอกซะละกลับมาโจมตีคนของจวนราชาเฟ็งในเมืองจักรพรรดิคิดว่าทำอะไรพวกเจ้าไม่ได้จริงๆหรือไง?
ตอนนี้ยอดฝีมือชุดเกราะทองคนหนึ่งเผยรอยยิ้มขึ้นมาเอ่ยเนิบช้าว่าองค์ชายเฟ็งเรื่องราวยังต้องรอตรวจสอบให้แน่ชัด…
ตรวจสอบ?
เฟิงเมี่ยเชิงเอ่ยอย่างเยือกเย็นยังจำเป็นต้องตรวจสอบ?
เจ้าคิดว่าทุกคนเป็นคนตาบอดหรือไง? หลี่อันใจกล้าจริงๆแม่ทัพสวรรค์หลี่ลงมือต่อหน้าคนของเมืองจักรพรรดิกฎของราชสำนักอยู่ที่ไหน?
ในเมื่อไม่เคารพกฎเกณฑ์งั้นก็ไม่ต้องเคารพแล้วหลังจากนี้ต่างฝ่ายต่างเข่นฆ่ากันก็จบแล้ว!
ข้าจะให้เสด็จปู่ลงมือโจมตีฆ่าหลี่อันไม่ใช่จะดีกว่าหรือไง?
ยอดฝีมือที่ถูกเรียกว่าแม่ทัพสวรรค์หลี่ช่วงเวลาสั้นๆก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาผ่านไปสักพักแม่ทัพสวรรค์หลี่ก็เอ่ยว่าทหาร!
ลงมือเมื่อครู่จับกุมมาสอบสวน!
ทางนี้เพิ่งจะพูดจบไกลออกไปนั้นแม่ทัพสวรรค์ชุดเกราะสีทองอีกคนก็ไล่ตามมาแล้วในมือหิ้วตัวคนผู้หนึ่งก่อนจะโยนลงมาส่ายหัวเบาๆ
ตายแล้วอาจจะไม่ใช่คนขององค์ชายหลี่อันเสมอไปอาจจะมีคนใส่ความ
ทุกคนรอบๆจมอยู่ในความเงียบฟางผิงลอบขำในใจโหดเหี้ยมจริงๆ
ยอดฝีมือขั้นเจ็ดคนหนึ่งพูดจะฆ่าก็ฆ่าเลย
แม่ทัพสวรรค์หลี่เห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้วข้ารู้จักเป็นแม่ทัพใต้บังคับบัญชาของหลี่อันจริงๆแต่วันนี้สถานการณ์ไม่ชัดเจนใครก็ไม่รู้ว่ามีคนอื่นสอดคนเข้ามา…
เฟิงเมี่ยเชิงตัดบทไปตรงๆแค่นหัวเราะว่าเจ้าบอกว่าข้าสอดคนเข้ามาก็จบแล้วแสดงละครฉากใหญ่ถึงขนาดนี้!
แม่ทัพสวรรค์หลี่คลี่ยิ้มว่าข้าไม่ได้มีเจตนานี้แต่คนผู้นี้เป็นคนของหลี่อันจริงๆเรื่องนี้แม้จะไม่ใช่หลี่อันเป็นผู้สั่งการก็ต้องซักไซรไล่เรียงให้ถึงที่สุดอยู่ดีองค์ชายเรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องนี้แต่เป็นเรื่องของทหารเทียนจื่อ!
แม่ทัพสวรรค์หลี่มองฟางผิงไปแวบหนึ่งเอ่ยว่าขุยหมิงเจ้าเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ออกมาให้ละเอียด! อย่าได้ปิดบังแม้แต่น้อยทุกอย่างของเมืองจักรพรรดิอยู่ในสายตาของท่านผู้พิทักษ์ทั้งหมดตอนนี้ไม่อาจรบกวนท่านได้แต่หากปิดบังโทษไม่อาจละเว้น!
ฟางผิงเผยสีหน้าหวาดเกรงมองไปทางเฟิงเมี่ยเชิงแวบหนึ่งเฟิงเมี่ยเชิงเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง
จ่อครับ!
ฟางผิงเอ่ยทันทีวันนี้ข้าออกจากจวนราชาไปซื้อทรัพยากรฝึกวิชา…
รอใกล้จะกลับถึงจวนราชาก็ถูกคนพาขุนพลหลายคนมาล้อมฆ่าภายใต้การต่อสู้อันดุเดือดข้าจึงสังหารขุนพลไปหลายคน…
รอขากำลังจะหนีตายออกจากวงล้อมได้แล้วทีมผู้ฝึกยุทธ์ทหารเทียนจื่อก็เข้ามาขวางทางหนีของข้า!
แม่ทัพสวรรค์หลี่เอ่ยอย่างเรียบนิ่งนั่นเป็นหน้าที่ของทหารเทียนจื่อ! ลงมือในเมืองจักรพรรดิตามกฎของราชสำนักต้องตายสถานเดียว!
ฟางผิงกัดฟันเอ่ยอย่างขุ่นเคืองว่าข้ารู้เหมือนกันแต่ทหารเทียนจื่อผู้ฝึกยุทธ์ขุนพลคนนั้นมีการสื่อสารกับแม่ทัพคนนี้บอกเป็นนัยให้ทหารเทียนจื่อขวางทางข้าทั้งยังเป็นฝ่ายลงมือกับข้าก่อน!
ข้าเห็นว่าไม่มีทางให้หนีแล้วจึงทำได้เพียงลงมือโจมตีฆ่าพวกเขาวางแผนจะหนีกลับไปแจ้งข่าวที่จวนราชา! ระหว่างทางแม่ทัพทหารเทียนจื่อสองคนนี้ก็ร่วมกับแม่ทัพคนนั้นไล่ฆ่าข้านอกจากจะไม่ลงมือขัดขวางแล้วยังไปรวมตัวกับอีกฝ่ายจู่โจมข้าพร้อมกัน…
พูดถึงตรงนี้จู่ๆเฟิงเมี่ยเชิงก็แค่นยิ้มว่าตรงนี้ข้าเห็นกับตาตัวเอง! ทั้งสามคนรวมตัวกัน…แม่ทัพสวรรค์หลีนี่ก็คือหน้าที่ที่เจ้าพูดถึง?
ในเมื่อเป็นหน้าที่ทำไมแม่ทัพสองคนนี้เวลานั้นถึงไปรวมตัวกับคนของหลี่อันได้?
แม่ทัพสวรรค์หลี่เผยสีหน้าไม่สะทกสะท้านหันไปมองแม่ทัพทั้งสองคนเอ่ยอย่างเรียบนิ่งคำพูดขององค์ชายเป็นความจริง?
นายท่าน!
แม่ทัพทั้งสองใบหน้าแทบจะไร้สีเลือดหนึ่งในนั้นล่ำลักว่าข้าไลตามมาถึงไม่เห็นมีคนไล่ฆ่าขุยหมิงเห็นแค่ขุยหมิงโจมตีฆ่าทหารลาดตระเวนเมืองเทียนจือ!
หลังจากนั้นแม่ทัพมู่ผิงก็ไลตามมาถึงข้าคิดว่าเขาเห็นฉากนี้เหมือนกันพวกเราจึงช่วยกันโจมตีฆ่าขุยหมิง…
เขายังไม่ทันพูดจบฟางผิงก็แค่นเสียงว่าข้าตะโกนบอกความจริงไปตั้งนานแล้วหรือท่านแม่ทัพผู้นี้ยังหูหนวกตาบอดอีก?
เหลวไหล!
แม่ทัพสวรรค์โมโหอย่างหนักจู่ๆก็ทำท่าจะโจมตีฟางผิงฟางผิงคาดเดาไว้นานแล้วแทรกบทสนทนาของระดับสูงพวกนี้ต้องเสี่ยงชีวิตอยู่แล้วแต่ไม่เป็นไรฉันมีเครื่องรางคุ้มกัน!
ฟางผิงไม่ออกห่างจากเฟิงเมี่ยเชิงแม้แต่น้อยตอนนี้เคลื่อนฝีเท้าเล็กน้อยคล้ายกับถอยหลังอย่างไม่ได้ตั้งใจให้เฟิงเมี่ยเชิงบังตัวเองไว้
เฟิงเมี่ยเชิงใบหน้าดำคล้ำเอ่ยอย่างเรียบนิ่งฆ่าสิ!
ฆ่าขุยหมิงซะ! ฆ่าขุยหมิงแล้วตายไร้หลักฐาน! ทำให้ข้าเห็นว่าทหารเทียนจื่อนั้นมีอำนาจขนาดไหนฆ่าคนปิดปากต่อหน้าข้า!
พูดจบก็มองไปทางแม่ทัพสองคนนั้นเอ่ยด้วยแววตาเย็นเยียบขุยหมิงพูดผิดหรือเปล่า? ข้าไลตามมาถึงพร้อมพวกเจาได้ยินทั้งหมดตั้งนานแล้วข้ายังได้ยินพวกเจาไม่ได้ยินงั้นหรือ? ในเมื่อได้ยินแล้วทำไมถึงรวมตัวกับมู่ผิงไล่ฆ่าขุยหมิงอีก?
“เวลานั้นสถานการณ์เร่งด่วนข้าไม่ได้ทันได้ครุ่นคิดให้ดียิ่งไปกว่านั้นแม่ทัพมู่ผิงยังเป็นคนคุ้นเคยแต่ขุนพลขุยหมิงพวกเราไม่คุ้นเคยไม่เคยเห็นมาก่อน…
ฟางผิงแทรกประโยคอีกครั้งเจ้าตะโกนเรียกชื่อข้าตั้งนานแล้วเจ้าจะไม่รู้จักข้าได้ยังไง?
ก็เพราะว่าก่อนหน้านี้แม่ทัพมู่ผิงตะโกนออกมา…
ไหนก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าไม่ได้ยิน? ตอนนี้มาได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นอีก?
ฟางผิงไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อยจี้จุดโกหกของอีกฝ่ายตรงๆยอดฝีมือรอบๆมีคนแฝงท่าทีขบขันแล้ว
ทางทหารเทียนจื่อเกรงว่าจจะไม่มีการวางแผนล่วงหน้า
แม่ทัพสองคนนี้พูดไม่สอดคล้องกันแล้วทั้งเพราะถูกไล่ต้อนจนร้อนใจเหมือนกัน
ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดประโยคที่เป็นช่องโหว่ออกมาหรอก
แม่ทัพสวรรค์หลีมองฟางผิงอย่างลึกล้ำก่อนจะมองแม่ทัพทั้งสองไปอีกทีในเมื่อได้ยินแล้วทำไมไม่จับกุมมู่ผิง?
นายท่านข้า…
แม่ทัพคนนี้มองแม่ทัพสวรรค์หลีแวบหนึ่งก่อนจะกัดฟันว่าข้าคิดว่ามู่ผิงเป็นคนขององค์ชายหลี่อันบางทีอาจกำลังไล่ฆ่าศัตรูอยู่ไม่ได้คุ้นเคยกับขุยหมิงเหมือนกัน…ข้าจึงคิดเห็นแก่ตัวไปชั่วขณะละเลยกฎของราชสำนักข้าสมควรตาย!
คนผู้นี้คุกเข่าลงทันทีเผยสีหน้าเสียใจความเห็นแก่ตัวกำเริบไม่จับกุมมู่ผิงนี่ก็เป็นเรื่องปกติในถ้ำใต้ดินเรื่องแบบนี้สามารถเข้าใจได้จริงๆ
คนหนึ่งเป็นคนของหลี่อันลูกชายของเจ้าราชสำนักอีกคนเป็นขุนพลขั้นหกที่ไม่รู้จัก…สมเหตุสมผลแล้ว!
แม่ทัพสวรรค์หลีถอนหายใจเบาๆขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ทัพทหารเทียนจื่อใช้อำนาจในทางที่มิชอบส่วนตัวได้ยังไง! ช่างเถอะเห็นแก่ที่เจาคุมกันเมืองจักรพรรมามาหลายปี…ไปเขตแดนข้างนอกเถอะทำสงครามกับผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่แม้จะตายก็ควรตายในสนามรบ!
ระหว่างที่พูดก็มองไปทางเฟิงเมี่ยเชิงองค์ชายก็ได้ยินแล้วแม่ทัพจุเลยคิดเห็นแกตัวอยากจะผูกมิตรกับหลี่อันและมู่ผิงนี่ถึงเกิดเรื่องเมื่อครู่ขึ้นมาเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับทหารเทียนจื่อ! หากทหารเทียนจื่อคิดจะฆ่าขุยหมิงจริงๆ…แค่ขุนพลคนหนึ่งก่อความเคลื่อนไหวออกมาขนาดนี้องค์ชายก็ประเมินทหารเทียนจื่อต่ำไปแล้ว!
เฟิงเมี่ยเชิงแค่นเสียงในลำคอพูดแบบนี้เรื่องเกิดจากความเห็นแก่ตัวของจุเลยสินะ?
ส่งไปอยู่เขตแดนข้างนอก?
หรือองค์ชายคิดว่าไม่พอ?
แม่ทัพสวรรค์หลีเอ่ยอย่างเรียบนิ่งแม่ทัพจุเลยสร้างผลงานมาหลายปีตอนนี้ให้เขาไปทำสงครามเขตแดนข้างนอกต่อสู้กับดินแดนแห่งการเกิดใหม่แม้จะตายก็ต้องตายอย่างมีคุณค่าจัดการแบบนี้องค์ชายยังไม่พอใจงั้นหรือ?
หากเป็นอย่างนั้นองค์ชายสังหารจุเลยก็จบแล้วข้าจะไม่ขัดขวางเช่นกัน!
เฟิงเมี่ยเชิงแค่นหัวเราะเอ่ยประชดว่ายุติธรรมจริงๆ!
ครั้งหน้าข้าก็อยากลองดูเหมือนกันให้คนไปไล่ฆ่าหลี่อันเป็นความเข้าใจผิดทั้งเป็นความเห็นแก่ตัวเหมือนกันฆ่าไม่ตายก็ส่งไปเขตแดนข้างนอก! ฆ่าแล้วนั่นก็เป็นโชคไม่ดีของหลี่อันเอง!
ไม่ใช่แค่หลี่อันใครก็ทำแบบนี้ได้ทั้งนั้น! ฮวาอวี่จื่อเย่ว์พวกเจ้าก็ลองดูได้!
ทหารเทียนจื่ออารักขาเมืองจักรพรรดิเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังไม่อาจกำราบได้ทหารเทียนจื่อแข็งแกร่งขนาดนี้…ทุกปีสิ้นเปลืองทรัพยากรเป็นจำนวนมากเลี้ยงไว้ดูเล่นหรือไง?
เฟิงเมี่ยเชิงแค่นหัวเราะไม่หยุดก่อนจะเอ่ยว่าแม่ทัพครั้งหน้าเสด็จปู่ฆ่าเจ้าเจ้าตายงั้นก็นับว่าเจอดวงซวยเองเป็นยังไง?
จะให้ส่งเสด็จปู่ไปเขตแดนข้างนอกด้วยหรือเปล่า?
ถ้าเจ้าสามารถส่งไปได้นั่นกลับพอลองดูได้!
เวลานี้คำพูดของเฟิงเมี่ยเชิงบาดลึกคมกริบอย่างยิ่ง!
ด้านข้างนั้นฮวาอวี่เอ่ยอย่างเรียบนิ่งพวกเรามาเมืองจักรพรรดิผู้คุ้มกันติดตามมาไม่เยอะในเมืองจักรพรรดิหลักประกันความปลอดภัยอะไรเลยวันหน้าจะกล้ามาเมืองจักรพรรดิอีกได้อย่างไร?