ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง - เล่มที่ 1 บทที่ 15 การลงทุนอย่างบ้าคลั่ง หลอมรวมเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต!
- Home
- ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง
- เล่มที่ 1 บทที่ 15 การลงทุนอย่างบ้าคลั่ง หลอมรวมเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต!
เหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ในห้องต่างรับยาเม็ดมาด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาเบิกโพลง หายใจติดขัด
“ยาเม็ดเจิ้งหยาง!”
“ยาเม็ดจื่อจี๋!”
สำหรับยาเม็ดทั้งสองชนิดนี้ เชื่อว่าผู้ฝึกตนระดับแก่นปราณทุกคนย่อมรู้จักเป็นอย่างดี!
ยาเม็ดเจิ้งหยาง สกัดจากสมุนไพรล้ำค่าหลายสิบชนิด วิธีการปรุงยานั้นยุ่งยากซับซ้อน แต่สรรพคุณก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ช่วยเพิ่มพลังปราณวิญญาณและเสริมสร้างแก่นปราณได้อย่างรวดเร็ว
แม้แต่ผู้อาวุโสระดับสูงของตระกูลมู่ ก็ได้รับยาเม็ดนี้เพียงเม็ดเดียวในรอบหลายปี
ไม่นึกเลยว่าวันนี้ ผู้นำตระกูลจะใจกว้างเพียงนี้ แจกจ่ายรวดเดียวสามขวด รวมทั้งหมดมีถึงยี่สิบเจ็ดเม็ด!
ส่วนสรรพคุณของยาเม็ดจื่อจี๋นั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
หากผู้ฝึกตนระดับแก่นปราณขั้นสูงสุดกลืนมันลงไป จะมีโอกาสถึงห้าส่วนที่จะเปิดตำหนักวิญญาณ ก้าวเข้าสู่ระดับตำหนักม่วง!
ยาเม็ดเก้าเม็ดเช่นนี้
แม้แต่หมูธรรมดาก็ยังทะลวงระดับได้!
ผู้นำตระกูลไปขุดสมบัติจากคลังของเซียนองค์ใดได้กันแน่?
ถึงแม้จะใคร่สงสัย แต่ก็ไม่มีใครโง่เขลาพอที่จะถามถึงที่มาของยาเม็ดเหล่านี้
จากนั้นเหล่าผู้อาวุโสก็ลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น โค้งคำนับมู่เสินฉวน
“ขอบพระคุณท่านผู้นำตระกูล!!!”
“ขอบพระคุณท่านผู้นำตระกูล!!”
[ติ๊ง การลงทุนสำเร็จ ได้รับผลตอบแทน…]
[ติ๊ง การลงทุนสำเร็จ ได้รับผลตอบแทน…]
[ติ๊ง การลงทุนสำเร็จ ได้รับผลตอบแทน…]
เสียงของระบบดังขึ้นไม่หยุด
มู่เสินฉวนโบกมือไปมาเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นอะไร
“การกวาดล้างตระกูลหวังเป็นเพียงการทดสอบความสามารถเท่านั้น”
“ทุกท่านจงตั้งใจฝึกฝน ในไม่ช้าข้าจะรวมเมืองชิงหยุนเป็นหนึ่งเดียว”
“เป้าหมายของตระกูลมู่ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราชวงศ์ต้าเยี่ยนเพียงอย่างเดียว!”
“ขอรับ!”
“ท่านผู้นำตระกูลช่างองอาจสามารถยิ่งนัก”
เสียงตะโกนดังกึกก้อง เหล่าผู้คนต่างมีประกายวาววับในดวงตา
จากนั้น มู่เสินฉวนก็หันไปมองผู้อาวุโสสาม ผู้อาวุโสแปด และผู้อาวุโสเก้า
“ก่อนหน้านี้ เนื่องจากปัญหาทางการเงินของตระกูล พวกเจ้าถึงปลดสมาชิกสาขาย่อยออกไปจำนวนมาก”
“ในใจของพวกเขาคงมีความแค้นเคืองอยู่บ้าง”
“แต่…การแก้ปัญหาย่อมต้องแก้ที่ต้นเหตุ”
“เรื่องนี้ ข้าขอให้พวกเจ้าสามคนไปจัดการ”
“ไปพาสมาชิกสาขาย่อยที่ถูกปลดออกไปกลับมาให้หมด!”
สิ้นเสียง มู่เสินฉวนก็ดีดนิ้ว แหวนมิติวิเศษสำหรับเก็บของสามชิ้นก็ลอยไปอยู่ในมือของพวกเขา
ผู้อาวุโสทั้งสามรับมา
พวกเขาย่อมรู้ว่านี่คือค่าชดเชยที่ผู้นำตระกูลมอบให้แก่สมาชิกสาขาย่อย
พวกเขารีบรับคำสั่ง แล้วออกจากโถงประชุมไปอย่างรวดเร็ว
มู่เสินฉวนนวดขมับ แล้วเริ่มมอบหมายงานให้กับผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่อ เพราะกิจการของตระกูลใหญ่มีมากมายก่ายกองเกินไปแล้ว
ทั้งเหมืองแร่ ตลาด ที่ดิน กิจการส่วนตัว สำนักต่างๆ หอคัมภีร์ และอื่นๆ อีกมากมาย
เขาคงทุ่มเทเวลาให้กับทุกเรื่องไม่ได้
ได้แต่ใช้วิธีแบ่งงานให้เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละคน
จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ในโถงประชุมก็เหลือเพียงเขากับมู่หวู่จี๋
มู่เสินฉวนหยิบยาเม็ดควบรวมปราณสิบขวดออกมาจากแหวนมิติวิเศษ มอบให้มู่หวู่จี๋พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ยาเม็ดเหล่านี้ เจ้าช่วยนำไปมอบให้มู่เฉิน ถือเป็นรางวัลสำหรับผลงานของเขาในครั้งนี้”
เมื่อมู่หวู่จี๋ได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกทำตัวไม่ถูกรีบกล่าวว่า
“พี่มู่ เรื่องที่ท่านช่วยเฉินเอ๋อร์แก้ปัญหาเรื่องการฝึกฝน ข้ายังไม่ได้ขอบคุณท่านเลย ท่านจะให้ข้ารับสิ่งนี้อีกได้อย่างไร”
มู่เสินฉวนหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาเข้าใจได้ในทันที
ดูเหมือนเจ้าเด็กนั่นจะไม่ยอมขายตัวเอง แต่เลือกที่จะปกปิดเรื่องของผู้ฝึกตนระดับไฟศักดิ์สิทธิ์สินะ
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งในการปกป้องตระกูล
เพราะผู้ที่ทำให้ผู้ฝึกตนระดับไฟศักดิ์สิทธิ์เหลือเพียงเศษเสี้ยววิญญาณได้ ต้องเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่มากๆ ในแคว้นตงฮวงเป็นแน่
ตอนนี้ตระกูลมู่ยังอ่อนแอเกินไป ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวเช่นนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น มู่เสินฉวนจึงทำเป็นตำหนิ
“พวกเราเป็นพี่น้องกัน มู่เฉินก็เป็นหลานชายของข้า เจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร”
“พรสวรรค์ของเขานับว่าใช้ได้ หากมีทรัพยากรการฝึกฝนเพียงพอ อีกไม่นานเขาก็จะเป็นกำลังสำคัญของตระกูลมู่”
“รับไปเถอะ!”
“อีกอย่าง บอกเขาด้วยว่า หากต้องการอะไรก็ให้มาหาข้าได้โดยตรง”
เมื่อมู่อู่จี๋ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งใจ รีบค้อมศีรษะคำนับ
“ถ้าเช่นนั้น…”
“ข้าขอรับน้ำใจท่านไว้แทนเฉินเอ๋อร์ ขอบคุณท่านมาก!”
“อืม ไปเถอะ”
หลังจากที่ทั้งสองคนแยกจากกัน มู่เสินฉวนก็หายวับไปกับตา กลับไปยังที่พักของตน
เขาหยิบเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตออกมาจากแหวนมิติ
มันมีขนาดเท่ากำปั้น เบาเหมือนไม่มีน้ำหนัก เปล่งแสงเรืองรองลึกลับออกมา
มู่เสินฉวนไม่รีรอ เริ่มใช้พลังปราณวิญญาณหลอมรวมเมล็ดพันธุ์ทันที
ทันทีที่เริ่มหลอมรวม เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่บริสุทธิ์ไหลเวียนไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับสายน้ำเล็กๆ ไหลรวมเข้าสู่ทะเลปราณวิญญาณ
ในขณะเดียวกัน พลังแห่งความเข้าใจอันลึกลับก็แผ่ซ่านไปยังตำหนักวิญญาณ เปรียบดั่งเสียงระฆังเช้าค่ำ ความเข้าใจในการฝึกตนที่เคยคลุมเครือของเขาก็กลายเป็นกระจ่างแจ้งในพริบตา
ราวกับมีระฆังแห่งความรู้แจ้งส่งเสียงกังวานอยู่ข้างหู
ไม่นานนัก…
พลังปราณวิญญาณของมู่เสินฉวนก็เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ชวนให้รู้สึกอัศจรรย์
“ระดับตำหนักม่วงขั้นที่หนึ่ง!”
“ระดับตำหนักม่วงขั้นที่สอง!”