ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง - เล่มที่ 1 บทที่ 25 การต่อสู้อันดุเดือด พลังแห่งเจตจำนง!
“เจ้า!”
“ช่างโอหังนัก!!!”
ฉางชิวเต้าและผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงอีกสองคนเดือดดาลขึ้นมาทันที ไอสังหารอันเย็นเยียบก่อตัวขึ้นจนรู้สึกได้ชัดเจน อุณหภูมิโดยรอบลดต่ำลงจนหนาวเหน็บ
“ฆ่ามันซะ!”
ฉางชิวเต้าคำรามลั่น ร่วมมือกับผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงขั้นที่หกอีกสองคน ล้อมวงเข้าโจมตีมู่เสินฉวน
ในชั่วพริบตา อาวุธวิเศษมากมายก็ถูกปลดปล่อยพลังออกมา แสงสว่างแห่งปราณวิญญาณพุ่งสาดไปมาดุจสายฟ้าฟาด โหมกระหน่ำเข้าหามู่เสินฉวนราวกับคลื่นยักษ์
หากแต่มู่เสินฉวนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ทะเลปราณสีทองภายในร่างกายปั่นป่วนราวกับมหาสมุทรเดือดดาล สายฟ้าคำรามลั่น ปรากฏการณ์อันน่าตื่นตะลึงเผยออกมา
นี่คือสัญลักษณ์ของการปลดปล่อยพลังต่อสู้ที่แท้จริงของตนเองออกมาอย่างเต็มที่
เลือดลมในกายของเขาเดือดพล่าน ร่างกายเปล่งประกายสีทองอร่าม ราวกับเทพสงครามทองคำจุติลงมา
หมัดศักดิ์สิทธิ์ที่อัดแน่นไปด้วยพลังทำลายล้างถูกเหวี่ยงออกไปอย่างต่อเนื่อง ปะทะกับการโจมตีที่ถาโถมเข้ามาจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
โครม!
โครม!
พื้นดินสั่นสะเทือน ต้นไม้สูงใหญ่ส่งเสียงครวญคราง พลังอันน่าสะพรึงกลัวก่อตัวเป็นระลอกคลื่นในอากาศ
การโจมตีอันรุนแรงที่ปลดปล่อยออกมาจากอาวุธวิเศษต่างๆ ถูกมู่เสินฉวนทุบทำลายด้วยหมัดทีละครั้ง ทีละครั้ง แตกกระจายกลายเป็นแสงสว่างนับไม่ถ้วนก่อนจะสลายหายไป
เวลาเพียงครึ่งก้านธูป คนทั้งสี่ก็ปะทะกำลังกันไปแล้วกว่าร้อยกระบวนท่า
ยิ่งต่อสู้นานเท่าไร เหล่าผู้ฝึกตนจากถ้ำหลิงซูก็ยิ่งมีความรู้สึกหวั่นเกรงมากขึ้นเท่านั้น
พลังกายของชายผู้นี้นั้นแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ไม่เพียงแต่สามารถรับมือกับอาวุธวิเศษได้ด้วยมือเปล่าเท่านั้น
แต่ยังสามารถต่อกรกับคนถึงสามคนได้โดยไม่เพลี่ยงพล้ำ
หรือว่าเขาจะมีร่างกายพิเศษบางอย่าง?
ด้วยความตกตะลึง ฉางชิวเต้าตัดสินใจเปลี่ยนแผนการต่อสู้ เขาสะบัดมือเรียกกระบี่สีฟ้าครามออกมา คมกระบี่เปล่งประกายความเย็นยะเยือก ราวกับสามารถแช่แข็งทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ได้
“กระบวนท่าซ้อนคลื่นเก้าคม!”
ทันทีที่เสียงคำรามดังขึ้น กระบี่แสงเก้าคมก็พุ่งออกไป
คมกระบี่ฟาดฟันครั้งแล้วครั้งเล่า พลังทำลายล้างก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ
ดูแล้วเหมือนจะวิชาการต่อสูขั้นสูง อย่างน้อยก็ต้องระดับตี้ขึ้นไปเป็นแน่
และในขณะที่กระบี่แสงพุ่งออกไป มันก็แปรเปลี่ยนเป็นงูยักษ์เก้าตน อ้าปากกว้างพุ่งเข้าหามู่เสินฉวนหมายจะกลืนกินเขาลงไปทั้งตัว!
“อาวุธวิเศษ!”
มู่เสินฉวนจำได้ว่านี่คือร่างจำแลงของวิญญาณอาวุธ มีพลังทำลายล้างที่น่าเกรงขาม
ในเสี้ยววินาทีต่อมา ดวงตาสีดำสนิทของเขาก็กลายเป็นล้ำลึก พลังแห่งความโกลาหลไหลเวียนไปทั่วร่าง รวมตัวกันที่กลางฝ่ามือ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่งูยักษ์ทั้งเก้าตน
โครม!
โครม!
ทันทีที่พลังของเขาได้สัมผัส จิตวิญญาณของอาวุธที่สถิตอยู่ในร่างของงูยักษ์ก็ถูกทำลาย กลายเป็นเพียงกระบี่ส่องแสงธรรมดาทั่วไป
ภายใต้แรงหมัดอันทรงพลัง กระบี่แสงทั้งหมดก็แตกสลายไปในที่สุด
“เป็นไปไม่ได้!”
“นี่มันวิชาอะไรกัน?”
“มันสามารถทำลายจิตวิญญาณของอาวุธได้!”
ฉางชิวเต้าตกตะลึง ก้มลงมองกระบี่งูยักษ์เก้าตน ตัวกระบี่สั่นเทา วิญญาณภายในกระบี่ส่งเสียงคร่ำครวญ
และในขณะที่เขาเสียสมาธิอยู่นั้น จึงเป็นโอกาสให้มู่เสินฉวนพุ่งเข้าโจมตีได้ง่าย เหวี่ยงหมัดเข้าใส่ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงคนหนึ่งอย่างรุนแรง
เคร้ง!
อาวุธวิเศษที่ป้องกันอยู่ตรงหน้าอกถูกทำลายในทันที แรงพลังมหาศาลอัดกระแทกร่างของเขาอย่างจังจนปลิวลงมาจากท้องฟ้า ร่วงลงสู่พื้นราวดาวตก เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่บนพื้น
การโจมตีครั้งนี้ ทำให้อวัยวะภายในของผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงคนนั้นแหลกสลาย เขาสำรอกเลือดและเศษอวัยวะออกมาคำโต เห็นได้ชัดว่าบาดเจ็บสาหัสอาการเป็นตายเท่ากัน
สีหน้าของฉางชิวเต้าเปลี่ยนไป เขากัดฟันแน่น ปลดปล่อยพลังลึกลับสีฟ้าออกมา อุณหภูมิโดยรอบลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว
เขาสะบัดมือปล่อยลำแสงสีฟ้าครามออกมา แช่แข็งร่างของผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงคนนั้นไว้ เพื่อยื้อเวลาชีวิตของอีกฝ่าย
แต่ในวินาทีต่อมา ก็เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น
ทันทีที่ร่างของคนผู้นั้นถูกแช่แข็ง พลังงานสีดำลึกลับก็พวยพุ่งออกมาจากภายในร่าง
ดูเหมือนว่ามันจะสามารถกลืนกินทุกสิ่ง ทำลายทุกอย่างได้ และทรงพลังอย่างมาก
พลังแห่งการแช่แข็งไม่มีผลอะไรกับพลังลึกลับนั้นเลยแม้แต่น้อย มันแทรกซึมเข้าทำลายพลังชีวิตของคนผู้นั้นทันที เปลี่ยนร่างของเขาให้กลายเป็นร่างไร้วิญญาณที่ถูกแช่แข็งเอาไว้
“อวดดีนัก”
มุมปากของมู่เสินฉวนยกยิ้มเยาะ
สู้กันมานานขนาดนี้ หากเขายังมองไม่ออกว่าฉางชิวเต้ามีพลังควบคุมน้ำแข็งได้ เขาก็คงเป็นคนโง่แล้ว
การโจมตีเมื่อครู่นั้น เขาได้แทรกพลังแห่งความโกลาหลเข้าไปในร่างของผู้ฝึกตนคนนั้น และทำลายพลังชีวิตของอีกฝ่ายลงอย่างช้าๆ
พลังแห่งน้ำแข็ง เป็นเพียงทักษะวิชาอันอ่อนหัดมากสำหรับเขาก็เท่านั้น
ไม่อาจเทียบเคียงกับพลังแห่งความโกลาหลได้เลยด้วยซ้ำ!
“เจ้าเป็นใครกันแน่!”
เมื่อเห็นสหายร่วมสำนักอีกคนตายไปต่อหน้าต่อตา ฉางชิวเต้าก็โกรธจนแทบเป็นบ้า เขาตะโกนถามด้วยความตกตะลึง
“ก็อย่างที่พวกเจ้ารู้”
“แค่ผู้นำตระกูลเล็กๆ ที่พวกเจ้าสามารถบดขยี้ได้ง่ายๆ ก็เท่านั้นเอง”
มู่เสินฉวนมีสีหน้าเย็นชา แต่การโจมตีอันรุนแรงของเขาก็ไม่ได้หยุดลงแม้แต่น้อย หมัดศักดิ์สิทธิ์สีทองถูกเหวี่ยงออกไปอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ทั้งสองต้องถอยหนี เพียงแค่แรงกระแทกก็ทำให้ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงอีกคนสำรอกเลือดออกมาได้แล้ว
โครม!
โครม!
อีกหลายสิบกระบวนท่าผ่านไป ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงขั้นที่หกก็ถูกมู่เสินฉวนชกจนร่างกายระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดตกตายลง
เหลือเพียงฉางชิวเต้าที่ยังคงต่อสู้ด้วยสภาพทุลักทุเล
แต่เขารู้ดีว่าตัวเองคงไม่สามารถต้านทานการโจมตีได้นานนัก
พลังการต่อสู้ของมู่เสินฉวนนั้นน่ากลัวเกินไป
ร่างกายไร้เทียมทาน
มีวิชาทำลายทุกสรรพสิ่ง
ในระดับตำหนักม่วง เขาคือผู้ไร้พ่ายอย่างแท้จริง!
ในที่สุด เสียงร้องอันน่าสลดใจก็ดังขึ้น
ฉางชิวเต้า จ้าวถ้ำหลิงซู สูญสิ้นทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ!
มู่เสินฉวนเดินออกมาจากสายฝนสีเลือด ราวกับเทพแห่งการทำลายล้างผู้น่าเกรงขาม
ในขณะนั้น เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัวของเขา…