ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง - เล่มที่ 1 บทที่ 5 โมเดลตัวเอก การลงทุนสีน้ำเงิน!
“หืม?”
“โชคของตระกูลเพิ่มขึ้น 500 แต้ม?”
มู่เสินฉวนรู้สึกประหลาดใจ
จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่รู้ว่าพลังแห่งโชคนี้มีไว้เพื่ออะไร
แต่คิดว่ายิ่งมากก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ เอาไว้ถ้ามีเวลาก็คงจะหาข้อมูลดู
เขาไม่ได้สนใจแจ้งเตือนมากนัก หลังจากกำชับกลุ่มผู้อาวุโสไม่กี่คำ ก็ปล่อยให้แยกย้ายกันไป
ก่อนจากไป มู่เสินฉวนได้เรียกมู่อู่จี๋เอาไว้เสียก่อน และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อู่จี๋ สิบปีมานี้เจ้าลำบากมากแล้ว”
“ตอนที่ข้าปิดด่านฝึกตน ข้ารีบร้อนเกินไป และไม่ได้อธิบายทุกอย่างให้ชัดเจนก่อนจะให้เจ้ามารับหน้าที่แทน”
“เจ้าไม่โกรธข้าใช่หรือไม่”
มู่อู่จี๋รีบส่ายหัว และพูดอย่างละอายใจ
“การแบ่งเบาความกังวลให้ท่านพี่เป็นหน้าที่ของข้า”
“เพียงแต่น้องชายคนนี้โง่เขลานัก ทำสิ่งใดก็ล้มเหลว ไม่สามารถนำพาตระกูลไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้”
“ข้าละอายใจต่อท่านพี่ยิ่งนัก”
มู่เสินฉวนตบไหล่ของเขา “เราเป็นพี่น้องกัน อย่าพูดอะไรเหมือนคนอื่นคนไกลกันเลย”
“ข้าเฝ้าดูเฉินเอ๋อร์เติบโตมาตั้งแต่ยังเด็ก พรสวรรค์ในการฝึกตนของเขาไม่ธรรมดา”
“ตอนนี้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ข้าก็จะไปดูให้ว่าจะพอมีทางแก้ไขอย่างไรบ้าง”
หลังจากได้ยินคำพูดนี้ มู่อู่จี๋ก็ถอนหายใจหนักๆ
แม้ว่าเขาจะไม่คาดหวังมากนัก แต่ท่านพี่ของเขาก็เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงแล้ว บางทีเขาอาจจะเห็นปัญหาบางอย่างก็ได้
จากนั้นมู่อู่จี๋ก็ก้มหัวให้มู่เสินฉวน และกล่าวว่า
“ถ้าเช่นนั้นก็รบกวนท่านพี่ด้วย”
“อืม”
มู่เสินฉวนตอบรับ จากนั้นร่างของเขาก็วับหาย แล้วมุ่งตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
…
ในห้องรับรองแขกที่เรียบง่ายสะอาดตา
เด็กหนุ่มอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปีอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ และกำลังฝึกกำหนดลมหายใจเข้าออก
ร่างกายของเขาห้อมล้อมไปด้วยหมอกวิญญาณที่พร่ามัว และแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งประกายอยู่รอบๆ
ทันใดนั้นเขาก็กักเก็บพลังเอาไว้ ก่อนค่อยๆ ลืมตาขึ้น
บนใบหน้าที่อ่อนเยาว์ของเขามีความประหลาดใจปรากฏอยู่ ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นกล่าวกับอากาศ
“ท่านอาจารย์ วิธีการฝึกตนที่ท่านสอนข้าช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ”
“ด้วยความเร็วระดับนี้ ข้าคงจะฝ่าทะลุไปยังขั้นที่สองของระดับรากฐานได้ในไม่ช้า”
ทันทีที่เสียงจบลง แหวนโบราณที่มู่เฉินสวมอยู่ก็เปล่งประกาย และเสียงที่แหบแห้งราวคนแก่ชราดังขึ้น
“เจ้าเด็กน้อย มันย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว!”
“ข้าปรมาจารย์วิญญาณ ไม่มีสิ่งใดที่ข้าทำไม่ได้!”
และดูเหมือนว่ามู่เฉินเองก็ไม่ได้แปลกใจกับเสียงนี้เช่นกัน
จึงรู้เหตุผลแน่ชัดแล้วว่า ทำไมในช่วงสามปีที่ผ่านมา การฝึกตนของเขาถึงไม่ก้าวหน้าไปไหน
นั่นก็เพราะว่ามีเศษเสี้ยววิญญาณของผู้ฝึกตนอยู่ในแหวนบนมือของเขา และมันก็ฟื้นคืนชีพด้วยการดูดซับปราณวิญญาณของเขาเป็นเวลาสามปีนั่นเอง
แม้ว่าในตอนแรกเขาจะโกรธมาก
แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นข้อตกลงอันหอมหวานที่ถูกหยิบยื่นให้
หลังจากอยู่ด้วยกันมาหลายเดือน ปรมาจารย์วิญญาณก็รับเขาเป็นศิษย์อย่างจริงจัง และสอนทุกอย่างที่เขารู้ให้กับมู่เฉิน
นับว่าเป็นโชคดีมากจริงๆ!
มู่เฉินลุกขึ้นอย่างช้าๆ และมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาสีดำของเขาแผ่รังสีเย็นชา
“หวังเยี่ยนหรัน”
“ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ได้กลับมาเพื่อขอถอนหมั้นจริงๆ หรอกนะ…”
ทันใดนั้นเอง เสียงของปรมาจารย์วิญญาณก็พูดขึ้นอีกครั้งด้วยความรีบร้อน
“มู่เฉิน!”
“มีผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่”
“เขาได้ฝึกฝนตำหนักวิญญาณแล้ว และจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็เฉียบคมมาก ข้าถูกเขาพบเข้าได้ง่ายๆ เลย”
“ข้าจะซ่อนกลิ่นอายของข้าก่อน เจ้าเองก็อย่าเพิ่งพูดอะไรกับข้า”
มู่เฉินตกใจเมื่อได้ยินคำพูดนี้
ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วง!
ผู้แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลมู่ของพวกเขาคือผู้อาวุโสใหญ่ระดับแก่นปราณขั้นที่แปด ทำไมตอนนี้ถึงมีผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงได้
พวกเขามาเพื่อแก้แค้นหรือ?
ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น
จู่ๆ เสียงที่อ่อนโยนก็ดังมาจากนอกประตูเสียก่อน
“เฉินเอ๋อร์ ออกมาพบข้าหน่อย”
“หืม?”
“เสียงนี้มัน…”
มู่เฉินเบิกตากว้างทันใด สีหน้าเขาบ่งบอกว่าไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน
เขารีบเปิดประตูและวิ่งออกไปทันที
และเมื่อเขามองเห็นร่างที่อยู่นอกประตูอย่างชัดเจน น้ำตาของเขาก็ไหลออกมา
“ท่านลุง… ท่านลุงสาม!”
“เป็นท่านจริงๆ ด้วย”
“ท่านยังมีชีวิตอยู่!”
มู่เสินฉวนหัวเราะพร้อมต่อว่าติดตลกกลับไปทันที
“เจ้าเด็กตัวแสบ ไม่ได้เจอกันสิบปี”
“พอเจอกัน ก็แช่งให้ข้าตายเลยหรือ”
มู่เฉินตื่นเต้นจนพูดไม่ออกชั่วขณะ
ต้องรู้ก่อนว่า มู่เสินฉวนเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกับบิดาของเขา
วีรบุรุษที่เขาชื่นชมมากที่สุดตั้งแต่เด็ก
เขาสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองในเมืองชิงหยุนด้วยกำปั้นเหล็ก ทำให้ผู้ฝึกตนหลายคนในระดับแก่นปราณหวาดกลัว
เขาคิดว่าอีกฝ่ายได้เสียชีวิตจากการปิดด่านเป็นเวลาสิบปีไปแล้ว
ไม่คิดเลยว่าวันนี้เขาจะปรากฏตัวต่อหน้าตัวเองอีกครั้ง
และจากที่ท่านอาจารย์บอกเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนท่านลุงสามจะเป็นผู้ฝึกตนในระดับตำหนักม่วงแล้ว!
แบบนี้จะไม่ให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไร!
“ท่านลุงสาม ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
มู่เฉินเช็ดคราบน้ำตาตรงหางตาทิ้ง และรีบอธิบาย
“หึๆ ข้ารู้”
มู่เสินฉวนลูบหัวเด็กหนุ่ม แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้น หน้าจอโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา
[ชื่อ: มู่เฉิน]
[พื้นฐานการฝึกตน: รากฐานขั้นที่หนึ่ง]
[คุณสมบัติ: สูง]
[ความเข้าใจ: สูง]
[พรสวรรค์: ไม่มี]
[โชคลาภ: มีเศษเสี้ยววิญญาณของผู้ฝึกตนในระดับไฟศักดิ์สิทธิ์อยู่ในร่าง]
‘อย่างที่คิดไว้เลย!’
‘โมเดลแบบนี้เหมือนกับตัวเอกคนนั้นไม่มีผิด’
‘เฉินเอ๋อร์มีพื้นฐานการฝึกตนในระดับรากฐานขั้นที่หนึ่งตั้งแต่อายุยังน้อยแบบนี้ แปลว่าเศษเสี้ยววิญญาณของผู้ฝึกตนคนนั้นน่าจะตื่นขึ้นแล้วด้วยสินะ’
มู่เสินฉวนพูดกับตัวเองในใจ
ขอบเขตการฝึกตนแบ่งออกเป็นห้าประเภท
ขอบเขตสามัญขั้นต้น ขัดเกลา รากฐาน แก่นปราณ
ขอบเขตสามัญขั้นกลาง ตำหนักม่วง ถ้ำสวรรค์ ธรรมกาย
ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ ไฟศักดิ์สิทธิ์ เอกะ เทพสวรรค์
ขอบเขตเหนือธรรมชาติ กึ่งเซียน เซียน มหาเซียน
ขอบเขตจักรพรรดิ กึ่งจักรพรรดิ มหาจักรพรรดิ จักรพรรดิสวรรค์
แต่ละขอบเขตแบ่งออกเป็นเก้าขั้น
และตอนนี้ เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ติ๊ง! พบเป้าหมายการลงทุนสีน้ำเงิน โฮสต์สามารถเริ่มการลงทุนได้…]