ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง - เล่มที่ 2 บทที่ 45 เจ้าไล่ข้าหนี ปีกงอกก็ยากจะรอด!
“อ๊าก!”
“อ๊าก!”
“มู่เสินฉวน! ข้าจะไม่ยอมอยู่ร่วมโลกกับเจ้าเด็ดขาด!!!”
เมื่อเห็นลูกหลานของตนถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมต่อหน้าต่อตา เซินถูหยุนจงก็โกรธจนแทบคลั่ง ดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าบิดเบี้ยวราวกับอสูรร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
ปราณอันแข็งแกร่งพลุ่งพล่านออกมาจากร่างของเขา วงแหวนแห่งสวรรค์ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ ดูดกลืนพลังปราณจากสวรรค์และฟ้าดินโดยรอบอย่างบ้าคลั่ง เพื่อเสริมพลังให้ตนเอง
ในขณะเดียวกัน พลังแห่งวิถีอันลึกลับก็กระเพื่อมออกไปในอากาศ ราวกับระลอกคลื่นที่แผ่ขยายออกไปอย่างไร้ขอบเขต
ท้องฟ้ามืดครึ้ม ลมพายุโหมกระหน่ำ พัดพาเอาความหนาวเหน็บและเจตนาสังหารพุ่งตรงไปยังมู่เสินฉวน
มู่เสินฉวนหรี่ตาลง กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ลมปราณ?”
“แค่ของเล่นเด็กๆ!”
ทันใดนั้นเขาก็ยกมือขึ้น ประสานกันเหนือศีรษะ ปล่อยวงแหวนแห่งความโกลาหลอันเลือนรางออกมา ต้านทานพลังที่พุ่งเข้าหา ราวกับห้วงอวกาศที่มืดมิด มีวิถีแห่งเต๋าและพลังกฎเกณฑ์มากมายหมุนเวียนอยู่ภายใน
พลังแห่งวิถีของเซินถูหยุนจงถูกบดขยี้จนแหลกสลาย กลายเป็นละอองธุลีไปในพริบตา
เส้นผมสีดำขลับของมู่เสิ่นฉวนส่องประกายพร่างพราย ราวกับน้ำตกที่ทิ้งตัวไหลลงมา ทุกอณูเนื้อหนังของเขาล้วนเปล่งประกายเจิดจรัส
เขากระโจนเข้าหาศัตรู หมัดและนิ้วประสานกันเป็นอาวุธ โจมตีไม่หยุดยั้ง!
ตูม!
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องฟ้า สองร่างต่อสู้กันอย่างดุเดือด
เซินถูหยุนจงถือตราประทับโบราณไว้ในมือซ้ายและทวนรบในมือขวา แสงสว่างเจิดจ้า พลังอันรุนแรงพุ่งออกมาจากวงแหวนแห่งสวรรค์ของเขาอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่มู่เสินฉวนก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้เช่นกัน
เส้นผมสีดำของเขาปลิวสะบัด ร่างกายเปล่งประกายเจิดจ้า ดูศักดิ์สิทธิ์น่าเกรงขาม
หมัดสีทองอร่ามพุ่งเข้าใส่ราวกับสายนทีที่กระหน่ำบ้าคลั่ง
เคร้ง!
เสียงกระทบกันของอาวุธดังก้องกังวาน
ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงครึ่งก้านธูป ทั้งสองก็ปะทะกันไปแล้วกว่าร้อยกระบวนท่า
ท้องฟ้าสั่นสะเทือน แผ่นดินไหวสั่นสะท้าน
แสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องลงมา พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกไป สังหารเหล่าสมาชิกตระกูลเซินถูที่อยู่เบื้องล่างจนตกตายลง
แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วง หากสะกิดเพียงนิด ก็ต้องบาดเจ็บสาหัส หรืออาจถึงกับตายลงได้
ทั่วทั้งตระกูลเซินถูเต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวน เลือดสาดกระเซ็น ชิ้นส่วนของร่างกายกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดราวกับขุมนรกบนดิน
ในขณะนั้น เซินถูหยุนจงก็เริ่มสงบสติอารมณ์ลง
เขารู้ดีว่า ร่างกายของมู่เสินฉวนนั้นแข็งแกร่งดุจเทพเจ้า พลังปราณของเขาก็เข้มข้นอย่างหาที่เปรียบมิได้ ความแข็งแกร่งของร่างกายเทียบเท่ากับอาวุธวิเศษ
การต่อสู้ในระยะเวลาสั้นๆ คงไม่อาจเอาชนะได้
หากยังคงต่อสู้กันต่อไปแบบนี้ ต่อให้จะสังหารมู่เสินฉวนได้ แต่ตระกูลเซินถูก็คงต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลแน่
คิดได้ดังนั้น เซินถูหยุนจงจึงกัดฟันสู้ เมื่อหมัดสีทองของมู่เสินฉวนพุ่งเข้ามา เขาก็เลือกที่จะรับการโจมตีนั้นเต็มๆ แทนที่จะหลบเลี่ยง
ครืน! แกรก!
พลังอันมหาศาลส่งผ่านมายังแขนของเขา เสียงกระดูกแตกดังกรอบ
ร่างของเซินถูหยุนจงกระเด็นออกไป กระอักเลือดออกมาจากปาก เขาพยุงร่างกายที่บอบช้ำ หลบหนีไปยังเมืองหลวงของแคว้นต้าเว่ย
“จะหนีไปไหน!”
มู่เสินฉวนคลุ้มคลั่งเกินกว่าจะหยุดมือได้แล้ว เขาคำรามลั่น ไล่ตามอย่างไม่ลดละ
แสงสองสายพุ่งผ่านท้องฟ้าไปอย่างรวดเร็ว
สองร่างไล่ตามกันไปมา
พื้นดิน ภูเขา และแม่น้ำเบื้องล่างถูกทำลายจนสิ้น สิ่งมีชีวิตต่างๆ ต่างพากันแตกตื่นหนีตาย มองไปยังท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัว ด้วยเกรงว่าตัวเองจะถูกลูกหลงไปด้วย
เซินถูหยุนจงผู้เข้าใจวิถีแห่งลมปราณในระดับสูง
ความเร็วของเขารวดเร็วปานสายลม เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว หลบหลีกการโจมตีที่รุนแรงได้อย่างหวุดหวิด
มู่เสินฉวนที่ไล่ตามมาติดๆ ใช้พลังแห่งสายฟ้า ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยประกายไฟสีฟ้า ความเร็วของเขาก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน
กายาศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล พลังปราณอันมหาศาล และพลังวิญญาณอันไร้ซึ่งขีดจำกัด
หากเป็นการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ เขาไม่กลัวใครทั้งนั้น!
ครึ่งชั่วยามผ่านไป
ทั้งสองต่อสู้กันมาจนถึงบริเวณนอกเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่
ในตอนนั้น ดวงตาที่ขุ่นมัวของเซินถูหยุนจงก็เป็นประกายขึ้นมาชั่วขณะ เขาคำรามลั่น เสียงดังก้องครืนครันไปทั่วบริเวณ พร้อมกับคลื่นพลังจิตที่แผ่ออกไปไกลหลายร้อยลี้
“องค์จักรพรรดิต้าเว่ย!”
“รีบมาช่วยข้า!”
“สังหารมันซะ!”
มู่เสินฉวนหรี่ตาลง ตำหนักวิญญาณสว่างวาบ เขาปล่อยคลื่นพลังจิตออกไปสำรวจรอบๆ เพื่อป้องกันการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว
แต่บนใบหน้าของเขาไม่มีแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย
หนึ่งต่อสองอย่างนั้นหรือ?
ดีเลย!
เขากำลังกังวลว่าพลังแห่งวิถีของเซินถูหยุนจงนั้นยากที่จะรับมือ การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วปานสายลมนั้น ยากที่จะสังหาร!
หากมีผู้ฝึกตนในระดับถ้ำสวรรค์อีกคนเข้าร่วม พวกเขาทั้งสองจะต้องโจมตีอย่างเต็มกำลัง และจะไม่มีการหลบเลี่ยงอีกต่อไป
เมื่อถึงเวลานั้น เขาจะต้องหาโอกาสสังหารพวกมันให้ได้!
ไม่นานนัก ชายหนุ่มรูปงามในชุดมังกรก็พุ่งออกมาจากเมืองหลวง
คนผู้นั้นคือ จักรพรรดิต้าเว่ย ผู้ปกครองราชวงศ์ต้าเว่ย!
ผู้ฝึกตนในระดับถ้ำสวรรค์ขั้นสาม!
จักรพรรดิต้าเว่ยหรี่ตาลง สำรวจสถานการณ์การต่อสู้ เมื่อเห็นเซินถูหยุนจงผมเผ้ายุ่งเหยิง มุมปากเปื้อนเลือด ก็ถึงกับตะลึงงันไป
นี่มันใครกัน?
มีพลังเพียงระดับถ้ำสวรรค์ขั้นหนึ่ง แต่กลับบีบเซินถูหยุนจงให้จนตรอกได้ถึงเพียงนี้
ถึงขั้นต้องเสียหน้าร้องขอความช่วยเหลือจากตน