ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง - เล่มที่ 2 บทที่ 47 สถานการณ์บานปลาย สงครามระหว่างสองแคว้น!
เสียงดังกึกก้องสะท้านสะเทือนไปทั่วท้องฟ้า ทำให้ร่างของทั้งสามคนที่กำลังต่อสู้กันชะงักงัน
เมื่อจักรพรรดิแห่งต้าเว่ยเห็นผู้มาใหม่ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนสีไปมา ก่อนจะกล่าวเสียงต่ำว่า
“กู่เทียนหยวน อย่าทำเรื่องโง่เขลา!”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า!”
จักรพรรดิแห่งต้าเยี่ยนเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ไม่สนใจ ก่อนหันไปมองมู่เสินฉวนที่อยู่ไม่ไกลนัก และโค้งคำนับด้วยความเคารพ
“ผู้นำตระกูลมู่ ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานแล้ว”
ในเวลานี้ มู่เสินฉวนสังเกตเห็นอัจฉริยะสองคนของตระกูลมู่ที่อยู่ด้านหลังพร้อมด้วยสีหน้าร้อนรน
มู่เสินฉวนคิดว่าพวกเขาคงบังเอิญผ่านมา และกำลังจะเดินทางไปยังเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์เพื่อเข้าร่วมการประลองร้อยแคว้น
โดยส่วนตัว เขาเองก็รู้สึกดีกับจักรพรรดิแห่งต้าเยี่ยนอยู่บ้าง จึงกล่าวตอบกลับไปว่า “องค์จักรพรรดิ ท่านสุภาพเกินไปแล้ว”
“ไม่นึกเลยว่าการพบกันครั้งแรกของเราจะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้”
“แต่ตอนนี้ข้าไม่มีเวลาว่าง ขอจัดการศัตรูตรงหน้าให้เรียบร้อยก่อน แล้วเราค่อยพูดคุยกัน!”
สิ้นเสียง มู่เสินฉวนก็ตวัดสายตาเย็นชา เตรียมจะกลับไปต่อสู้!
“ผู้นำตระกูลมู่ โปรดรอสักครู่!”
“เราต่างมาจากที่เดียวกัน ข้าจะนิ่งเฉยได้อย่างไร!”
“ข้าขอถามเพียงข้อเดียว เรื่องนี้สามารถไกล่เกลี่ยกันได้หรือไม่?”
จักรพรรดิแห่งต้าเยี่ยนรู้สึกตกใจยิ่งนัก
เห็นได้ชัดว่ามู่เสินฉวนไม่หวั่นเกรงใดๆ และเขามั่นใจมากว่ามู่เสินฉวนจะกำจัดศัตรูเบื้องหน้านี้ทั้งหมดได้
แม้ตอนที่เขาปรากฏตัวออกมา มู่เสินฉวนก็ไม่ได้เอ่ยปากขอความช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อย!
หากสามารถผูกมิตรกับผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ได้ ก็จะนำความรุ่งโรจน์มาสู่ต้าเยี่ยนมหาศาล!
บางที อาจถึงขั้นกลืนกินต้าเว่ยได้เลยก็เป็นได้!
“ตระกูลเซินถูวางแผนสังหารคนในตระกูลของข้า”
“เรื่องนี้ไม่มีทางไกล่เกลี่ยได้!”
มู่เสินฉวนกล่าวสั้นๆ ได้ใจความ
“ดี!”
จักรพรรดิแห่งต้าเยี่ยนตวาดลั่น ดวงตาเปล่งประกาย ไอพลังเข้มข้นของผู้ฝึกตนของเขาแผ่ออกมาจากร่างกาย พลังแห่งขอบเขตและภาพทะเลปราณปรากฏขึ้น เผยให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้จนตัวตาย!
“กู่เทียนหยวน เจ้ากล้าเข้ามายุ่งเรื่องของตระกูลข้าจริงๆ รึ!”
“ไม่กลัวว่าราชวงศ์ต้าเยี่ยนจะล่มสลายหรืออย่างไร?!”
เซินถูหยุนจงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ มองไปข้างหน้าด้วยสายตาอาฆาตแค้น ส่งความมุ่งมั่นที่จะแก้แค้นไปเต็มที่
ลูกหลานที่เขารักที่สุดก็ถูกสังหารต่อหน้าต่อตา
หากไม่แก้แค้น ก็ไม่สมควรเป็นเรียกเขาว่า เซินถูหยุนจง แล้ว!
“เหอะ!”
“ข้า กู่เทียนหยวน มีชีวิตอยู่มานานกว่าสามร้อยปี คิดว่าจะกลัวเจ้าหรือไร!”
“เช่นนั้นก็ดี!”
จักรพรรดิแห่งต้าเยี่ยนตวัดสายตามองอย่างดูแคลนด้วยท่าทีหยิ่งผยอง ก่อนจะพุ่งเข้าร่วมวงต่อสู้อีกคน!
ทันใดนั้น ผู้ฝึกตนระดับถ้ำสวรรค์ทั้งสี่ก็ปะทะกันอย่างดุเดือด
ท้องฟ้าสะเทือนเลือนลั่น พลังที่แผ่ออกมาทำให้เกิดคลื่นพลังที่มองไม่เห็นแต่ทรงพลังอย่างน่าเกรงขาม เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ
พลังในร่างกายของมู่เสินฉวนไหลเวียนไม่สิ้นสุด ราวกับเกลียวคลื่นที่ถาโถมเข้าใส่ ทุกครั้งที่หมัดของเขาเหวี่ยงออกไป ล้วนมีพลังที่ไหลบ่าออกมาราวกับพร้อมกวาดล้างทุกอย่างให้สิ้นซาก
ส่วนจักรพรรดิแห่งต้าเยี่ยนก็มีพลังต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน ระดับขั้นสูงกว่าอีกฝ่ายสองขั้นเล็ก เพียงไม่กี่กระบวนท่าก็ทำให้จักรพรรดิแห่งต้าเว่ยต้องถอยร่นไม่หยุด!
ตูม!
ตูม!
ในขณะที่ทุกสายตาจับจ้องไปที่การต่อสู้ของเหล่าผู้แข็งแกร่งเบื้องบน
มู่หวู่ซวงในชุดคลุมสีดำก็ก้าวเดินไปข้างหน้า ไอสังหารแผ่ออกมาจากร่างกายของเขาราวกับเทพเจ้าแห่งการสังหารผู้จุติลงมา ดาบยาวชี้ตรงไปยังเมืองหลวงของต้าเว่ย!
ส่วนมู่เยว่เหยาที่อยู่ข้างๆ ก็เข้าใจในสิ่งที่เขาตั้งใจจะสื่อ ดวงตาคู่สวยของนางเปล่งประกาย ร่างกายพุ่งทะยานตามไปอย่างว่องไว
ไม่นานนัก คลื่นพลังการต่อสู้ที่น่าตกใจก็แผ่ออกมาจากเมืองหลวงของต้าเว่ย
รังสีอำมหิตปกคลุมไปทั่ว ผู้ฝึกตนมากมายต่างรู้สึกหวาดกลัวประหนึ่งตกอยู่ในขุมนรก!
จากนั้นดวงจันทร์สีขาวนวลก็โผล่ขึ้นพ้นจากขอบฟ้า ค่อยๆ ส่องแสงเจิดจรัส กำจัดคนของราชวงศ์ไปมากมาย
“ช่างกล้าหาญยิ่งนัก”
แม้แต่กู่เจี้ยนเกอผู้หยิ่งยโสก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา อัจฉริยะทั้งสองของตระกูลมู่ล้วนเป็นผู้ที่เด็ดขาดและโหดเหี้ยม จิตใจของพวกเขาแกร่งเกินกว่าคนทั่วไปจะเทียบได้!
ดวงตาของเขาเป็นประกาย ในชั่วพริบตาก็ตัดสินใจได้
เมื่อพ่อของเขาลงมือแล้ว ก็เท่ากับว่าเป็นศัตรูกับราชวงศ์ต้าเว่ย!
แทนที่จะนั่งรอความตายอยู่เช่นนี้ สู้โจมตีก่อนดีกว่า!
ทันใดนั้นเขาก็ยกมือขีดเขียนอยู่กลางอากาศ แสงสว่างโชติช่วงรวมตัวกันเป็นอักขระตัว ‘เยี่ยน’ ขนาดใหญ่!
“เจ้าบ้าไปแล้ว!”
“เจ้าต้องการให้ทั้งสองแคว้นทำสงครามกันหรืออย่างไร?”
กู่หงเยี่ยนมองไปบนฟ้า ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันใด
ในฐานะเชื้อพระวงศ์ เขาย่อมรู้ว่าสิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร
นี่คืออักขระเรียกกำลังเสริม เมื่อใช้แล้ว ผู้ฝึกตนของราชวงศ์ทุกคนจะรับรู้และมุ่งหน้ามาที่นี่
โดยปกติจะไม่มีการใช้งานเช่นนี้ เว้นแต่จะเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่อาจทำลายล้างแคว้นเท่านั้น
“สงครามระหว่างสองแคว้นอย่างนั้นหรือ?”
“มันก็เริ่มต้นไปแล้วไม่ใช่หรือไง!”
“คิดให้ดีๆ ว่าทำไมอักขระเรียกกำลังเสริมถึงได้อยู่ในมือของข้า!”
“เจ้าน้องชายผู้โง่เขลา!”
สิ้นเสียง องค์ชายใหญ่กู่เจี้ยนเกอก็พุ่งทะยานไปยังเมืองหลวง ร่วมต่อสู้กับเหล่าผู้ฝึกตนของราชวงศ์ต้าเว่ย
ทันใดนั้น การต่อสู้ครั้งใหญ่ก็ปะทุขึ้นภายในเมืองหลวง เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่ว!
จักรพรรดิแห่งต้าเยี่ยนที่กำลังต่อสู้อยู่บนท้องฟ้าเห็นภาพนั้น ก็เผยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะเร่งใช้พลังโจมตีไม่หยุดหย่อย!
ส่วนจักรพรรดิแห่งต้าเว่ยก็กระอักเลือดออกมา ร่างกายถอยร่นอย่างรวดเร็ว
เมื่อเขาเห็นอักขระขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า สายตาของเขาก็พลันแข็งกร้าวขึ้นมา
“กู่เทียนหยวน เจ้าต้องการที่จะกลืนกินต้าเว่ยของข้าเลยหรืออย่างไร?”
“ข้าก็คิดจะทำเช่นนั้นนั่นแหละ” จักรพรรดิแห่งต้าเยี่ยนกล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานอันแรงกล้า
นี่คือมรดกที่บรรพบุรุษของต้าเว่ยสั่งสมมานานนับพันปี!
ไม่อาจสูญเสียไปได้!
หากมีศัตรูรุกราน ก็มีแต่ต้องโต้กลับเท่านั้น!
จักรพรรดิแห่งต้าเว่ยหัวเราะบ้าคลั่ง ก่อนจะหยิบแผ่นป้ายสีเลือดออกมาบดขยี้
“ดี!”
“เช่นนั้นเรามาดูกัน!”