ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง - เล่มที่ 2 บทที่ 53 พลังฝึกตนพุ่งทะยาน ต้นโพธิ์โบราณแห่งปัญญา!
- Home
- ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง
- เล่มที่ 2 บทที่ 53 พลังฝึกตนพุ่งทะยาน ต้นโพธิ์โบราณแห่งปัญญา!
ภายในห้องลับถูกปกคลุมด้วยไอหมอกลอยละล่อง อบอวลด้วยกลิ่นอายเซียน บังเกิดเสียงคำรามมังกรดังก้องกังวานอย่างแผ่วเบา
เส้นชีพจรมังกรสวรรค์ระดับสองกำลังถูกหลอมรวมอย่างรวดเร็วภายใต้พลังอันมหาศาลของมู่เสินฉวน
พลังฝึกตนของเขาเองก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
ทลายระดับถ้ำสวรรค์ขั้นหนึ่ง
ระดับถ้ำสวรรค์ขั้นสอง
...
จนกระทั่งถึงระดับถ้ำสวรรค์ขั้นหก ทะเลปราณสีทองของมู่เสินฉวนก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน มีแสงสีเขียวปรากฏขึ้นมาเลือนลาง ก่อนที่จะปลดปล่อยพลังชีวิตอันบริสุทธิ์ออกมา
ทำให้เขาเกิดความสงสัย จึงรีบตรวจสอบภายในร่างกาย
จึงได้พบว่ามีพืชประหลาดงอกออกมาลางๆ เมื่อเพ่งมองดูใกล้ๆ ก็เห็นว่ามันคือบัวสีเขียว ที่มีหมอกแห่งความโกลาหลล้อมรอบ ดูลึกลับน่าค้นหา!
“นิมิตแห่งกายาศักดิ์สิทธิ์!”
“ร่างต้นแบบแห่งสภาวะธรรม!”
“ดอกบัวแห่งความโกลาหล!”
มู่เสินฉวนเมื่อได้เห็นฉากเบื้องหน้า พลันหวนคิดถึงนิมิตแห่งกายาศักดิ์สิทธิ์หลายรูปแบบที่ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณ
และดอกบัวแห่งความโกลาหลก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งมีอานุภาพไร้เทียมทานที่สามารถสยบสังหารศัตรูในระดับเดียวกันได้อย่างง่ายดาย
ทว่าเมื่อเพ่งพิจารณาดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว กลับพบว่านี่เป็นเพียงร่างต้นแบบของนิมิตเท่านั้น
เพราะแท้จริงแล้ว จิตแห่งความโกลาหลของเขายังไม่ได้อยู่ในขั้นสมบูรณ์แบบ
หากแต่ก่อร่างขึ้นมาแต่เนิ่นๆ ย่อมเป็นเพียงความงามภายนอกที่ไร้ซึ่งแก่นสารเท่านั้น
ทว่ามู่เสินฉวนย่อมตระหนักดีแก่ใจว่า นิมิตแห่งกายาศักดิ์สิทธิ์ของเขานั้นน่าตื่นตะลึงและเหนือกว่านิมิตแห่งกายาศักดิ์สิทธิ์ประเภทอื่นๆ โดยสิ้นเชิง
เนื่องด้วยรากฐานบัวสีเขียวและมหาสมุทรแห่งความโกลาหลของผู้อื่นนั้น ล้วนก่อเกิดจากภาพลวงตาที่ปรากฏขึ้น
ทว่าของเขานั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยเป็นกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลที่ครอบครองปฐมกาลแห่งความโกลาหลโดยแท้จริง
จะสามารถสำแดงมหาสมุทรแห่งความโกลาหลให้ปรากฏเป็นความจริงได้!
อานุภาพของทั้งสองจึงมิอาจเทียบเคียงกันได้เลยด้วยประการทั้งปวง
ทว่าการกล่าวถึงเรื่องเหล่านี้ในตอนนี้ก็ยังคงเร็วเกินไปนัก เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังการทะลวงสู่ระดับธรรมกาย
ทว่าภาพเบื้องหน้า กลับทำให้ดวงตาของมู่เสินฉวนพลันสว่างวาบขึ้น ราวกับคิดสิ่งใดออก
ในเมื่อในทะเลปราณสีทองมีพลังแห่งชีวิตปรากฏขึ้นมาเช่นนี้ เช่นนั้นแล้วจะสามารถย้ายต้นโพธิ์โบราณแห่งปัญญาเข้าไปปลูกในตันเถียนของตนได้หรือไม่กัน?
อันที่จริง การมีอยู่ของสมุนไพรอมตะเช่นนี้ช่างน่าตื่นตะลึงเกินไปแล้ว
หากถูกผู้ฝึกตนที่ระดับสูงกว่านี้ตรวจพบเข้า เกรงว่าแม้แต่ระดับไฟศักดิ์สิทธิ์ก็ยังมิอาจสงบนิ่ง ต้องเข้ามาช่วงชิงอย่างแน่นอน
ทันใดนั้น มู่เสินฉวนก็ตัดสินใจที่จะลองดู ตวัดมือเรียกต้นโพธิ์โบราณแห่งปัญญาออกมา
ต้นไม้โบราณอันศักดิ์สิทธิ์พลันปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา ทั่วทั้งลำต้นแดงฉาน กิ่งก้านสาขาแผ่สยายออกไปอย่างหนาแน่น ยามต้องแสงก็เผยให้เห็นใบสีแดงชาดใสกระจ่างดุจหยกแขวนอยู่เต็มต้น ราวกับเป็นงานศิลป์อันสมบูรณ์และงดงามที่สุดในโลก (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ทุกใบล้วนมีวิชาแห่งเต๋าห่อหุ้มอย่างเข้มข้น ราวกับสามพันวิถีแห่งเต๋า จักรวาลปฐมกาลล้วนสถิตอยู่ภายใน เปี่ยมล้นด้วยความลึกล้ำหยั่งคาด
ในอีกชั่วอึดใจ มู่เสินฉวนก็รวบรวมพลังอันศักดิ์สิทธิ์เข้าห่อหุ้มต้นโพธิ์โบราณแห่งปัญญาทั้งต้น พร้อมนำทางด้วยพลังชีวิตอันอุดมสมบูรณ์ที่เปี่ยมล้นในทะเลปราณสีทอง
ดูเหมือนว่าต้นโพธิ์โบราณแห่งปัญญาจะเปี่ยมด้วยสติปัญญาไม่ธรรมดา เมื่อรับรู้ถึงสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโต พลันแปรเปลี่ยนเป็นสายธารแสงพุ่งทะลวงเข้าสู่ตันเถียนของเขาอย่างรวดเร็ว
มู่เสินฉวนพลันรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย
ขณะนี้เมื่อเพ่งมองภายใน
ต้นโพธิ์โบราณแห่งปัญญาและบัวสีเขียวยืนหยัดเคียงคู่กันและเติบโตขึ้น โดยได้หยั่งรากลง ณ เหนือมหาสมุทรแห่งความโกลาหลเรียบร้อยแล้ว
“ช่างรู้จักเลือกที่อยู่จริงๆ”
มุมปากของมู่เสินฉวนก็ปรากฏรอยยิ้ม และในยามที่คำกล่าวของเขายังมิทันขาดคำ เขาก็พลันรู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณเบาสบายดุจปุยนุ่น ความคิดอ่านพลันแล่นโลด ชัดเจนแจ่มกระจ่างอย่างยิ่ง
ความเข้าใจในวิถีฝึกตนมากมายนับไม่ถ้วนพลันหลั่งไหลสู่ห้วงสำนึกในชั่วพริบตา ราวกับก้าวเข้าสู่ขอบเขตแห่งการตื่นรู้ที่ลึกล้ำหยั่งคาด
เขาพลันตระหนักได้ในทันทีว่า นี่คือความเร้นลับอันน่ามหัศจรรย์ของต้นโพธิ์โบราณแห่งปัญญานั่นเอง
ซึ่งมันสามารถช่วยเหลือผู้คนให้ตื่นรู้และเข้าถึงแก่นแท้แห่งการฝึกตนได้อย่างรวดเร็วตามใจนึก
สมแล้วที่เป็นต้นโพธิ์โบราณแห่งปัญญาที่เลื่องลือ สมกับเป็นสมุนไพรอมตะอย่างแท้จริง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งฟ้าดินโดยแท้!
มู่เสินฉวนก้มลงมองเส้นชีพจรมังกรสวรรค์ที่ยังคงเหลืออีกครึ่งหนึ่งที่ยังมิทันได้หลอมรวม ก่อนจะเก็บคืนสู่แหวนมิติ
การยกระดับการฝึกตนนั้นไม่จำเป็นต้องเร่งรีบในตอนนี้ ด้วยว่าเขามีต้นโพธิ์โบราณแห่งปัญญาอยู่เคียงข้าง การทำความเข้าใจวิชาต่างๆ รวมถึงวิชาลับด้วย ย่อมได้ผลลัพธ์ง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ
ดังนั้น มู่เสินฉวนจึงหยิบวิชาคุนเผิงและกายาทองคำอมตะออกมา ก่อนจะจมดิ่งสู่การฝึกตนที่ลึกล้ำยิ่งขึ้นไปอีก
...
กาลเวลาผันผ่าน พริบตาเดียวสามเดือนก็ได้ล่วงเลยไป
เมื่อไม่กี่วันก่อน มีข่าวสารหนึ่งแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วจากเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ทั่วทั้งแคว้นภาคใต้ต่างสะเทือนเลือนลั่น
ในตระกูลหนึ่งของราชวงศ์ขนาดเล็ก บังเกิดอัจฉริยะไร้เทียมทานผู้หนึ่งได้ปลุกพลังกายาเทพจันทราอันเจิดจรัสขึ้นมาได้
ดึงดูดให้สำนักใหญ่มากมายต่างแย่งชิงตัวกัน โดยแต่ละฝ่ายต่างเสนอเงื่อนไขอันน่าตกตะลึง
ท้ายที่สุด หลังจากการแข่งขันช่วงชิง แดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเหยี่ยนก็คว้าชัยชนะนั้นไป และสามารถดึงตัวกายาเทพจันทรานั้นไปได้
พร้อมทั้งแต่งตั้งนางเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ประจำแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเหยี่ยนในทันที สร้างความตกตะลึงจนคางแทบหลุดให้แก่ผู้คนทั้งหลายที่ได้รับข่าวสารครั้งนี้
จริงๆ แล้ว กายาเทพจันทรานั้นแม้จะโดดเด่นไม่ธรรมดา แต่ระดับพลังฝึกตนในปัจจุบันยังคงห่างไกลจากตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์และธิดาศักดิ์สิทธิ์อยู่มากทีเดียว
ทว่าผู้ที่เดินทางไปยังเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์เพื่อเข้าร่วมการประลองร้อยแคว้นในนามของแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเหยี่ยนในครั้งนี้ ดูเหมือนจะเป็นบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่ง ซึ่งสามารถตัดสินใจเรื่องนี้ได้ด้วยตนเองเพียงลำพัง โดยไม่ต้องแจ้งผู้อาวุโสของแดนศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด ทำให้กลายเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้เลย
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสถานะและอำนาจบารมีของคนผู้นั้นได้เป็นอย่างดี
ในชั่วพริบตา เรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องราวให้เหล่าผู้ฝึกตนมากมายนับไม่ถ้วนนำไปสนทนากันอย่างกว้างขวาง
ต่างพากันถอนหายใจและกล่าวถึงการก้าวขึ้นจากผู้ฝึกตนจากตระกูลเล็กๆ ในราชวงศ์ขนาดเล็ก สู่การเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ประจำแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเหยี่ยน
นับว่าเป็นการก้าวเดียวถึงสวรรค์โดยแท้ มิอาจใช้คำใดมาอธิบายได้เกินเลยแม้แต่น้อย เป็นที่น่าอิจฉาของคนทั่วไปยิ่งนัก!