ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS! - บทที่ 109 นายไม่รู้หรอกว่าตัวเองผิด นายรู้แค่ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังจะตาย
- Home
- ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS!
- บทที่ 109 นายไม่รู้หรอกว่าตัวเองผิด นายรู้แค่ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังจะตาย
ตูม!!
สวี่เชอออกหมัดเข้าใส่ใบหน้าของลุงหลิวโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เพราะความเร็วสูงมากถึงขั้นเกิดภาพลวงตา แม้แต่อากาศรอบข้างยังส่งเสียงหวีดหวิว ในระยะประชิดขนาดนี้แม้แต่นักสู้ระดับสามขั้นเก้าก็อาจหลบไม่พ้น ไม่ต้องพูดถึงลุงหลิวที่มีพลังประเภทสายธรรมชาติ และพลังงานกับเลือดกำลังค่อยๆ เสื่อมถอย
ผลลัพธ์ชัดเจน ลุงหลิวโดนหมัดเข้าที่หน้าเต็มๆ ในพริบตา จมูกของเขาแตกหัก กระดูกโผล่และเลือดพุ่งกระฉูด ใบหน้าเละเทะไปด้วยเลือดทันที
โดนหมัดที่ทั้งรุนแรงและดุดันขนาดนี้ ลุงหลิวควรจะกระเด็นไปด้านหลังทันที ชนต้นไม้ใหญ่หลายต้นก่อนจะล้มลงไปอย่างไรรี่ยวแรง แต่เพราะสวี่เชอคว้าคอเสื้อเขาไว้ เขากำลังจะลอยไปด้านหลังแต่ถูกสวี่เชอสกัดกั้นไว้กะทันหัน เมื่อไม่มีกระบวนการผ่อนแรง ความเจ็บปวดจึงเพิ่มขึ้น
“อัก!! จมูกฉัน… ไอ้เด็กต่ำช้า นายกล้า… นายกล้าทำร้ายฉัน! นายบ้าไปแล้วเหรอ!?”
ลุงหลิวปล่อยเสียงกรีดร้องแหลม ดวงตาของเขาแดงก่ำในทันทีเหมือนสัตว์ร้าย เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดที่ใบหน้า ความอับอายขายหน้าทำให้เขาเสียใจและโกรธยิ่งกว่า!
แม้ว่าเขาจะเป็นแค่คนพึ่งพาตระกูลหลิว พูดให้ดูดีก็คือผู้ติดตาม หรือพูดตรงๆ ก็คือคนรับใช้ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาถือว่าตัวเองเป็นสมาชิกครึ่งๆ กลางๆ ของตระกูลหลิวไปแล้ว และในใจยังแอบภูมิใจด้วยซ้ำ เพราะเหตุนี้เองเขาถึงมั่นใจว่าสวี่เชอจะไม่กล้าทำอะไรเขา
แต่เขาไม่เคยคาดคิดว่าสวี่เชอจะทำให้เขาประหลาดใจขนาดนี้
ระดับการบำเพ็ญระดับสามขั้นเก้า!
เขาใช้มือเปล่าป้องกันใบมีดสุญญากาศโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ!
ลงมือโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย!
ทุกการตัดสินใจของสวี่เชอในวันนี้ทำให้การรับรู้ของเขาเปลี่ยนไป
“ในเมื่อไม่อยากเป็นคนดี งั้นผมจะช่วยให้คุณเป็นคนดีเอง”
สวี่เชอบิดคอเล็กน้อยพลางกำหมัดแน่น แขนของเขาปรากฏเส้นเลือดที่นูนขึ้นมาชัดเจน
ฉึก!!—
เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย ยกข้อศอกขึ้น เกร็งกล้ามท้อง แอ่นหลังนิดหน่อย แล้วพุ่งหมัดออกไปเหมือนลูกธนู คราวนี้ลุงหลิวเห็นได้ชัดเจน แต่ว่า… มีช่องว่างมหาศาลระหว่างการเห็นชัดเจนกับการตอบสนอง
ผัวะ!!
ในหนึ่งวินาที ใบหน้าของลุงหลิวรู้สึกเหมือนแป้งโดที่ถูกทุบอย่างรุนแรง ผิวหนังที่สัมผัสกับหมัดถูกบีบให้เป็นก้อนกะทันหัน และแรงกระแทกแผ่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วคล้ายระลอกคลื่น
พรวด!!
พร้อมกับละอองเลือดที่พุ่งกระเซ็น ฟันขาวเปื้อนเลือดหลายซี่กระเด็นออกมาเช่นเดียวกัน ลุงหลิวเกือบจะลอยกระเด็นไปด้านหลังแต่ร่างถูกรั้งไว้ที่คอเสื้ออีกครั้ง รอยเลือดสีแดงสดบนลำคอยิ่งชัดเจนขึ้น หลังจากโดนหมัดนี้ลุงหลิวเริ่มหมดสติ เลือดค่อยๆ คั่งทำให้ตามืดบอด
เขาตระหนักว่าสวี่เชอดูเหมือนจะไม สนใจสถานะของเขาเลยแม้แต่น้อย! แม้จะรู้เช่นนั้นเขาก็ยังยืนกรานว่าตัวเองก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลหลิว
“ไอ้เด็กบ้า… โล่งใจแล้วสินะที่ได้ต่อยฉันไปสองที ฉันโจมตีแต่นายไม่ได้รับบาดเจ็บเลยด้วยซ้ำ! ปล่อยฉันไปแล้วฉันจะแกล้งทำเป็นไม่เคยเห็นนาย…”
ก่อนที่ลุงหลิวจะพูดจบก็มีเสียง ‘ผลัวะ’ อีกครั้ง สวี่เชอตอยปากลุงหลิวซ้ำอีก ลุงหลิวเอามือที่สั่นเทาปิดปากอย่างทรมาน พูดอะไรไม่ออก
“อือ… ออ…”
“ว่าไง?” สวี่เชอต่อยอีกครั้ง ผัวะ!
“อะ… ออ…”
“ฉันอะไร?” สวี่เชอโจมตีจากทั้งสองด้าน
“ฉัน… พูดแล้ว ฉันพูดแล้ว…”
“พูดอะไร?”
“อือ…”
“บอกแล้วไงว่าอย่า! บอกแล้วไงว่าอย่า!” แขนของสวี่เชอกลายเป็นเครื่องตอกเสาเข็มที่ใช้หน้าของลุงหลิวเป็นฐาน
“อัก… อย่าตี! ฉันจะบอกทุกอย่าง…”
ในตอนนี้ลุงหลิวอยู่ในสภาพมึนงงไปแล้ว เขาไม่สนใจเรื่องหน้าตาอีกต่อไปและกลัวถูกต่อยซ้ำอีก อย่างไรก็ตามสวี่เชอดูเหมือนจะไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น เขายังคงเงียบและทำแค่ชกต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแขนของเขารู้สึกเมื่อยเล็กน้อย เขาจึงสะบัดแขนและสะบัดข้อมือ เลือดสีแดงเข้มค่อยๆ หยดลงมา เพิ่มความรู้สึกประหลาดให้กับบุคลิกของสวี่เชอ
“แฮก… แฮก…”
หน้าอกของลุงหลิวกระเพื่อมอย่างรุนแรงขณะที่พยายามหายใจ ส่งเสียงเหมือนเครื่องเป่าลมเก่าๆ ใบหน้าบิดเบี้ยวจนไม่มีเค้าโครงใบหน้าเดิม รอยเลือดสดๆ ยังคลุมทับรอยเลือดเก่าที่มีอยู่ สถานการณ์น่าเวทนาจนแม้แต่แม่ของเขาเองก็คงจำเขาไม่ได้แล้วในตอนนี้
“ปล่อยฉันไปเถอะ… ฉันจะบอกนายทุกอย่างเอง…”
ความภาคภูมิใจของลุงหลิวถูกทำลายลงในที่สุด
“หืม?”
น้ำเสียงของสวี่เชอเปลี่ยนไป เขาส่ายหน้าอย่างเย็นชา
“ฉันไม่ต้องการหรอก”
การปราบปรามองค์กรอาชญากรรมต้องใช้หลักฐาน แต่การปราบปรามกบฏต้องการแค่รายชื่อ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นลุงหลิว เขามั่นใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลิวปอ แค่ต้องรู้ว่าใครเป็นศัตรู ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านั้น
“นาย… นายจะทำอะไร…”
ในทันใดนั้นลุงหลิวรู้สึกขนหลังลุกชันราวกับถูกเข็มเล็กๆ แทง ความกลัวในใจระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ร่างกายสั่นเทาช้าๆ ราวกับกำลังเปลือยกายอยู่ในความหนาวเย็นของฤดูหนาว
“แย่แล้ว! ฉันแย่แล้ว”
จนกระทั่งตอนนี้ลุงหลิวถึงได้ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ ที่แท้ตั้งแต่แรกเริ่มสวี่เชอไม่เคยคิดจะเอาข้อมูลอะไรจากเขาเลย!
‘ไอ้คนบ้าระห่ำ! พวกนักสู้ที่เน้นการเพิ่มพลังทั้งหลายล้วนเป็นพวกหยาบคายและบ้าระห่ำ!’
ลุงหลิวคิดในใจเช่นนั้น แต่มุมปากที่เต็มไปด้วยเลือดกลับยกขึ้นอย่างยากลำบากราวกับพยายามฝืนยิ้ม
“สวี่เชอ… ฉันยอมรับแล้วว่าครั้งนี้ฉันแพ้ ปล่อยฉันไปเถอะ… ฉันสาบานว่าจะไม่มาก่อกวนนายอีก!”
เมื่อพูดเช่นนี้ ดวงตาที่บวมปูดของลุงหลิวมีประกายความจริงใจวูบผ่าน แต่ในขณะที่เขาก้มหน้าลง ดวงตากลับมีประกายความโหดเหี้ยมวาบขึ้น เขาสาบานในใจว่าทันทีที่กลับไป จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญมาทุบกระดูกทุกชิ้นของสวี่เชอให้แหลกละเอียด!
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะสามารถระบายความแค้นในวันนี้ได้! แม้ว่าเขาจะไม่คาดคิดว่าสวี่เชอจะกล้าโจมตีเขา แต่เขาเชื่อว่าสวี่เชอจะไม่กล้าฆ่าเขาแน่นอน
“คุณไม่รู้หรอกว่าตัวเองผิด คุณรู้แค่ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังจะตาย”
สวี่เชอส่ายหัวเบาๆ น้ำเสียงนิ่งสงบมาก แม้สวี่เชอจะมีอารมณ์มั่นคงแต่ลุงหลิวรู้สึกถึงความกดดันอันรุนแรง เขาไม่สงสัยเลยว่าสวี่เชอจะฆ่าเขาจริงๆ
“ฉันผิดจริงๆ ปล่อยฉันไปเถอะ! ได้โปรด! ฉันมีเงินนะ! เงินของฉันทั้งหมดอยู่ในเว็บมืด ไม่มีใครหาเจอแน่ ถ้านายปล่อยฉันไป ฉันจะให้นายทั้งหมด!”
ไม่สนใจความเจ็บปวดที่แสบร้อนในอก ตอนนี้ลุงหลิวมีความคิดเดียวเท่านั้น นั่นคือต้องรอดชีวิตไปให้ได้!
“อืม? เว็บมืดเหรอ?” ดวงตาของสวี่เชอวาววับ “มีเท่าไรล่ะ?”
“ห้าล้าน! ห้าล้านจริงๆ!” ลุงหลิวพูดอย่างตื่นเต้น “แค่นายปล่อยฉันไป เงินห้าล้านนั้นจะเป็นของนายทั้งหมด!”
“ห้าล้าน? ซื้อยาขยายเส้นลมปราณก็ได้แค่สองเม็ดเอง”
เมื่อได้ยินตัวเลขนี้ สวี่เชอพึมพำกับตัวเอง ไม่อาจซ่อนความผิดหวังในดวงตา
“นายพูดว่าอะไรนะ?”
สวี่เชอส่ายหัว เสียงของเขาเหมือนปีศาจที่มาเร่งเอาชีวิต “คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอก”
พริบ!
ลุงหลิวสะดุ้งแล้วจู่ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบที่หน้าอก มีเสียงแหลมคมดังแทรกผ่านอากาศ วินาทีต่อมาเขารู้สึกเจ็บที่หน้าอกราวกับมีบางอย่างแทงทะลุเข้าไป ภาพสุดท้ายที่พร่ามัวคือแขนข้างหนึ่งแทงลึกเข้าไปในหัวใจเขา!
“แก… นายกล้า…”
เลือดสีแดงคล้ำพุ่งออกจากลำคอ พลั่ก!
ลุงหลิวในชุดคลุมล้มลงกับพื้นและเสียชีวิต….