ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS! - บทที่ 145 ฉันจะนำหน้าบุก!
- Home
- ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS!
- บทที่ 145 ฉันจะนำหน้าบุก!
เมืองพี
“ไอ้บ้าปู้โสวอี้…! แกมันไม่มีความซื่อสัตย์เลย!”
หลังจากเสียงคำรามแหลมสูง อูจงเลี่ยงก็ล้มลงกับพื้นราวกับพลังงานทั้งหมดถูกดึงออกไปในทันที
ความโกรธที่พลุ่งพล่านในใจมลายหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกเศร้าที่แล่นเข้ามาในหัวใจ
เขารู้ว่าตัวเองพลาดท่าในการสอบศิลปะการต่อสู้ครั้งนี้อย่างราบคาบ
เขาถูกคัดออกในรอบที่สอง ไม่ต้องพูดถึงการติดร้อยอันดับแรกของการสอบศิลปะการต่อสู้แห่งต้าเซี่ย
แม้แต่ในหนึ่งพันอันดับหรือหนึ่งหมื่นอันดับก็ไม่มีโอกาส
อย่างไรก็ตาม เขาไม่อยากยอมแพ้ในตอนนี้ เขาฝืนยิ้มอย่างน่าเกลียด
“เอ่อ… ก่อนหน้านี้ฉันแค่ล้อเล่น…”
เสียงหยุดกะทันหันก่อนที่เขาจะพูดจบ
ในตอนนั้นเอง ลำแสงสายฟ้าสีม่วงก็พุ่งทะลุศีรษะของเขาโดยตรง
ร่างทั้งร่างสั่นเทาราวกับเป็นโรคพาร์กินสัน แม้แต่กระดูกที่ค้ำจุนร่างกายก็มองเห็นได้ชัดเจน
สามวินาทีต่อมา ควันขาวลอยออกมาจากศีรษะและร่างกายของอูจงเลี่ยง และยังมีกลิ่นไหม้เล็กน้อย
เสียง “ตุบ” ดังขึ้น ใบหน้าฟาดลงกับพื้น จากนั้นก็กลายเป็นแสงสีขาวและสลายไป
อูจงเลี่ยงถูกคัดออก
วินาทีถัดจากที่อูจงเลี่ยงถูกคัดออก เสียงอิเล็กทรอนิกส์ก็ดังออกมาจากนาฬิกาข้อมือของเจียงเยว่หลี่
[ขอแสดงความยินดี คุณได้สังหารผู้เข้าแข่งขันที่ถูกทำเครื่องหมายระหว่างกลไกไล่ล่าเลือด คุณจะได้รับคะแนนทั้งหมดของคู่ต่อสู้ในปัจจุบัน และคะแนนโบนัสเพิ่มห้าสิบเปอร์เซ็นต์!]
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ เจียงเยว่หลี่ก็ไม่ลังเลที่จะวิ่งไล่ตามไปข้างหน้า
จุดประสงค์ชัดเจนมาก นั่นคือทิศทางที่ปู้โสวอี้หายตัวไป
“เดี๋ยวก่อน”
เสียงของเย่ชวงเยว่ดังขึ้น
เจียงเยว่หลี่หยุดและหันกลับมามอง “ถ้ารอให้ครบสิบนาที เราจะไล่ตามไม่ทัน”
เย่ชวงเยว่ส่ายหน้า “อย่าไล่ตามเขาเลย ปู้โสวอี้กำลังหนีไปที่ขอบวงกลมทางทิศเหนือ การไล่ตามเขาเป็นการเสียเวลา”
“สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คือมุ่งหน้าไปทางใต้ของเกาะ และเข้าใกล้ศูนย์กลางของวงกลมให้มากที่สุด เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องรีบร้อนในการอัปเดตวงกลมครั้งต่อไป”
ตรงจุดนี้ เย่ชวงเยว่เปิดแผนที่เกาะและชี้ไปที่สะพานสองแห่งระหว่างเกาะทั้งสอง
“ถ้าพื้นที่ปลอดภัยครั้งต่อไปถูกอัปเดตที่ฐานทัพ สะพานทั้งสองแห่งนี้จะอันตรายมาก เราต้องเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า”
ม่านตาของเจียงเยว่หลี่สั่นไหวเล็กน้อย หลังจากครุ่นคิดอย่างรอบคอบสักครู่เธอก็พยักหน้าหนักแน่น “เข้าใจแล้ว”
เย่ชวงเยว่ยังคงมองไปที่เจียงเยว่ซี เจียงเยว่ซีพยักหน้า “ใช่ๆๆ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
หลังจากได้ข้อสรุปตรงกัน ทั้งสามก็มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ทันที
ทุ่งราบทางตอนเหนือของเมืองพี กำแพงพลังงานปรากฏให้เห็นชัดเจน
ตรงกลางทุ่งด้านใต้ของกำแพงสงบและเงียบ แต่ด้านเหนือของกำแพงเต็มไปด้วยพิษที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ขณะนี้มีร่างใหญ่สามคนกำลังหอบหายใจอยู่ทางด้านใต้ของกำแพง
“แฮก… แฮก…”
เซียงโหยวหอบหายใจ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“โชคดีที่พวกเราได้แต้มมาเยอะ ไม่งั้นคงทนพิษนี่ไม่ไหวแน่ ถ้าถูกคัดออกในวงกลมพิษคงน่าอายทีเดียว”
เซียงเชี่ยนกลอกตาอย่างรำคาญ “ก็เพราะนายเลือกเกิดในที่ห่างไกลแบบนี้ ไม่งั้นพวกเราคงไม่ต้องมาลำบากขนาดนี้”
เซียงโหยวไม่ยอมแพ้ “แล้วทำไมตอนฉันเลือกนายถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะ”
“หุบปาก!”
เซียงจั๋วจ้องพวกเขาและหยุดการโต้เถียง “เก็บพลังไว้ ทุกความล้มเหลวคือบทเรียน ในรอบที่สองพวกเราต้องรีบไปที่ศูนย์กลางวงกลมให้เร็ว ตอนนี้ฉันต้องศึกษามันก่อน”
จากนั้นเขาก็แตะนาฬิกาเพื่อเปิดแผนที่เกาะและยืนยันเส้นทาง
ทันทีที่คลี่แผนที่เกาะออก ม่านตาของเซียงจั๋ก็หดเล็กลงทันทีและพูดอย่างรีบร้อน
“มีผู้สมัครที่ถูกทำเครื่องหมายกำลังเข้ามาใกล้พวกเราอย่างรวดเร็ว!”
ในระยะการมองเห็น สามารถเห็นจุดสีแดงเคลื่อนที่ไปทางเหนือได้อย่างชัดเจน และจากเส้นทางการเคลื่อนที่ มันกำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขา
“กล้ามาคนเดียวเนี่ยนะ? ไม่น่าใช่ ต้องมีคนอื่นอยู่แถวนี้อีกแน่!”
“ดูสิว่าใคร!”
เซียงจั๋วคลิกที่จุดแดงด้วยสีหน้าจริงจัง และข้อมูลก็ปรากฏขึ้นทันที
“ปู้โสวอี้? อาจารย์ของเขาคือหลิวป๋อ!”
“หลิวป๋อ! เมืองเผิง! เขาคืออาจารย์ที่เราเจอในถ้ำปีศาจเก้ายอด!”
“คนที่ชื่อปู้โสวอี้นี้ จะใช่สามสาวที่เราเห็นวันนั้นไหมนะ? ถ้าใช่เขาละก็ พวกเราคงจะตกอยู่ในอันตรายแน่”
“ไม่หหรอก นั่นไม่ใช่ชื่อผู้หญิงสักหน่อย”
ในตอนนี้เซียงจั๋วปิดแผนที่และสั่งการ “สายเกินไปแล้ว พวกเรากำลังจะเจอกัน เตรียมตัวพร้อมรบ!”
“รับทราบ!”
เมื่อได้ยินพี่ใหญ่พูด ทั้งสองก็ไม่กล้าชักช้า รีบปรับลมหายใจและเข้าประจำตำแหน่งทันที
ทั้งสามคนจัดรูปแบบเป็นตัววี กระจายพลังงานและบิดเป็นเชือก มองไปข้างหน้าด้วยท่วงท่าที่น่าเกรงขาม
อีกด้านหนึ่ง…
“บ้าฉิบ! บ้าฉิบ! บ้าฉิบ!”
ปู้โสวอี้สบถไม่หยุดขณะที่วิ่งหนี ไม่กล้าหยุดหรือแม้แต่จะหันกลับไปมอง
เหตุผลที่เขาสามารถวิ่งได้เร็วทั้งที่บาดเจ็บสาหัส ก็เพราะใช้พลังชีวิตเกินขีดจำกัด
แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้พลังชีวิตใกล้จะหมดและความเร็วก็ค่อยๆ ลดลงแล้ว ปู้โสวอี้จึงหันกลับไปมอง
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ข้างหลังและไม่มีใครไล่ตามมา เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แม้ว่าการหลบหนีครั้งนี้จะต้องแลกด้วยราคาที่แสนแพงแต่ก็คุ้มค่าตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่
“เสียดายอูจงเลี่ยงชะมัด คราวหน้าคงไม่มีใครมารับผิดแทนแล้ว…”
คิดได้ดังนั้นปู้โสวอี้ก็อดรู้สึกเสียดายไม่ได้
เขาหันหลังและกำลังจะวางแผนขั้นต่อไป แต่พอเงยหน้าขึ้นร่างทั้งร่างก็แข็งค้างทันที
ม่านตาหดเกร็งอย่างรุนแรงราวกับเจอแสงจ้า
หัวใจของเขาเต้นข้ามไปหลายจังหวะ หนังศีรษะชาวูบและขนลุกซู่ทั่วร่าง
ตรงหน้าเขา พี่น้องฝาแฝดสามคนที่มีความสูง รูปร่าง และหน้าตาคล้ายกันยืนอยู่ไม่ไกล
และจากการวัดระดับพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกเขา แต่ละคนก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าตัวเขาในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุดเลย!
เมื่อปู้โสวอี้เปิดแผนที่เกาะขึ้นมาดู เขาก็รู้สึกเย็นวาบที่หัวใจ
สามคนตรงหน้าเขาล้วนเป็นผู้สมัครที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ นั่นหมายความว่าพวกเขาทั้งหมดอยู่ในร้อยอันดับแรกของการสอบศิลปะการต่อสู้
“เมืองอวีเฉิง…”
หลังจากยืนยันข้อมูลของทั้งสามคนแล้ว ปู้โสวอี้ก็แสดงรอยยิ้มอ่อนโยนออกมาทันที
“พวกนายทั้งสามคน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาหาเรื่องพวกนายหรอกนะ พวกเราต่างก็พยายามอย่างหนักเพื่อจะติดร้อยอันดับแรก มันไม่คุ้มเลยที่จะมาต่อสู้กัน คิดว่าไงถ้าเราแกล้งทำเป็นไม่เคยเจอกันมาก่อน?”
หลังจากพูดจบ คนทั้งสามตรงหน้าก็ถอยหลังไปเรื่อยๆ
“เดี๋ยวก่อน!” เซียงจั๋วถาม “ขอถามหน่อย ในห้องเรียนของพวกนายมีผู้หญิงอีกสามคนใช่ไหม? ตอนนี้พวกเธออยู่ที่ไหน? ทำไมถึงไม่มีชื่อในรายชื่อเลย?”
“ผู้หญิงสามคน?”
ปู้โสวอี้ชะงัก ไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงถามคำถามนี้
แต่ภายใต้สถานการณ์กดดันเขาก็ตอบไปตามตรง “นายเข้าใจผิดแล้ว ในห้องของพวกเราไม่มีผู้หญิงเลยสักคน”
ทันทีที่พูดจบ บรรยากาศในสนามก็เปลี่ยนไปในทันที
“พี่! เขา… กำลังหลอกพวกเรา!”
“ใช่! พี่ใหญ่ เขากล้าบอกว่าไม่มี! ไอ้คนโกหก!”
เชียงจั๋วไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าของเขากลับมืดครึ้มขึ้น
หลังจากคิดอยู่ไม่กี่วินาที เขาก็ตะโกนด้วยความโกรธ “ไป! ฉันจะนำหน้าบุก!”
ในวินาทีถัดมา พี่น้องตระกูลเซียงทั้งสามก็พุ่งตรงเข้าใส่ปู้โสวอี้
เสียงดังสนั่นจนมองจากระยะไกลเหมือนรถบรรทุกที่วิ่งคลั่ง
“ไม่! ไม่นะ! อย่า!”
ปู้โสวอี้ตกใจจนหน้าซีด อยากจะหลบแต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนอง
ตูม!
ร่างของปู้โโวอี้ลอยออกไปราวกับถูกรถบรรทุกยักษ์ชน และกลายเป็นแสงสีขาวสลายไปในทันที
ในเวลาเดียวกัน เสียงของคากุระก็ดังก้องไปทั่วทั้งแผนที่
“กลไกไล่ล่าเลือดสิ้นสุดลงแล้ว รายชื่อร้อยอันดับแรกจะได้รับการอัปเดตในเร็วๆ นี้ ขอให้ทุกคนสอบอย่างมีความสุข”