ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS! - บทที่ 18 การพัฒนาอีกขั้น!
- Home
- ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS!
- บทที่ 18 การพัฒนาอีกขั้น!
บทที่ 18 การพัฒนาอีกขั้น!
โรงอาหารแห่งที่สอง
โรงอาหารแห่งที่สองขนาดใหญ่กลับเงียบกริบหลังจากที่เย่ซวงเยว่จากไป
ในตอนนี้แม้แต่เสียงเข็มหล่นยังได้ยิน
หลังจากเงียบไปเมื่อครู่ ที่นั่นก็เกิดความวุ่นวายขึ้นทันที!
ทุกคนต่างส่งเสียงดังอื้ออึง
“เธอ! เธอ… นั่นคือเย่ซวงเยว่จริง ๆ เหรอ? เป็นเย่ซวงเยว่ที่ฉันรู้จักใช่ไหม? ฉันฝันไปหรือเปล่า? เอ๊ะ… ต้องฝันแน่ ๆ ฉันหยิกตัวเองยังไม่เจ็บเลย เธอคิดว่าไง…”
“โอ๊ย บ้าหรือไง! นายหยิกฉันก็เลยไม่เจ็บน่ะสิ! ไปให้พ้น! ที่นายเห็นถูกแล้ว นั่นคือเย่ซวงเยว่ตัวจริงเสียงจริง!”
“เย่ซวงเยว่กินอาหารเลือดที่ต้องใช้ผู้ชายที่โตเต็มวัยถึงสิบคนถึงจะย่อยทั้งหมดได้… และกินจนหมดเกลี้ยง แถมความเร็วในการกินขนาดนี้… น่าจะสมัครบันทึกสถิติโลกของต้าเซี่ยได้เลยนะ!”
“เธอโมโหอะไรหรือเปล่า? ฉันเคยเรียนห้องเดียวกับเธอตอนเทอมแรก ปกติเธอกินข้าวสุภาพมากนะ…”
“ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าต้องเป็นเพราะการปลุกพลังระดับ F แน่ ๆ บางทีอาจเป็นเพราะอาจารย์สวี่เช่อด้วย”
“ข่าวใหญ่! ใครถ่ายรูปไว้บ้าง? รีบโพสต์ลงในกระทู้เร็ว อย่าลืมใช้บัญชีสำรองนะ และห้ามใช้เน็ตของโรงเรียนด้วย เร็วสิ!”
เมื่อเทียบกับตอนเช้า จำนวนคนในโรงอาหารตอนเที่ยงมีมากกว่าหลายเท่า
ดังนั้นสิ่งที่เย่ซวงเยว่ทำในโรงอาหารแห่งที่สองจึงแพร่กระจายไปทั่วกระทู้อย่างรวดเร็ว
กระทู้แล้วกระทู้เล่าถูกดันขึ้นหน้าแรกด้วยประเด็นนี้
ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น สาเหตุหลักคือภาพลักษณ์สง่างามของเย่ซวงเยว่ตรงข้ามกับพฤติกรรมของเธอโดยสิ้นเชิง!
‘เหตุการณ์ใหญ่ต้นปีการศึกษา! เย่ซวงเยว่ หนึ่งในสาวสวยอันดับต้น ๆ ของชั้นปีสอง ปรากฏตัวที่โรงอาหารแห่งที่สองและกินจุมาก! ความอยากอาหารของเธอน่าทึ่งมาก!’
‘สาวสวยในตำนาน เย่ซวงเยว่ ถูกกระตุ้นจากการปลุกพลังระดับ F นิสัยดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอจัดการขาหมูป่าดุร้ายห้าขาภายในห้านาที! แบบมีเดียมแรร์ด้วย!’
‘เปลี่ยนความเศร้าและโกรธเป็นความอยากอาหาร? สาวสวยในตำนาน เย่ซวงเยว่ ดูเหมือนจะหมดความมั่นใจในการสอบศิลปะการต่อสู้ไปแล้ว! มีข่าวลือว่าเธอไม่พอใจอาจารย์สวี่เช่อมาก!’
“…”
หัวข้อกระทู้ก็เริ่มแปลกประหลาดมากขึ้น
ตอนแรกบางคนไม่เชื่อว่านี่คือเย่ซวงเยว่ เพราะเย่ซวงเยว่มีชื่อเสียงเรื่องความสวยในโรงเรียน
ในสายตาคนส่วนใหญ่ เธอมีภาพลักษณ์เป็นสาวสวยที่รูปร่างสง่างามมาก
เธอจะกินเลือดของสัตว์ดุร้ายอย่างตะกละตะกลามและกินมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร?
แต่เมื่อมีผู้เห็นเหตุการณ์ออกมาเล่าเรื่องราวมากขึ้น ความน่าเชื่อถือของเรื่องนี้ก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ในที่สุดเมื่อมีภาพถ่ายชัดเจนหลายภาพปรากฏขึ้น เรื่องนี้ก็ได้ข้อสรุปแล้ว
นั่นคือเย่ซวงเยว่จริง ๆ!
…
ที่หอพักลูกศิษย์
ลูกศิษย์หลายคนกำลังเช็กโทรศัพท์ในช่วงพักเที่ยง ไม่นานก็มีคนอุทานขึ้น
“เฮ้ย!…พวกนายเห็นไหม? ฉันได้ยินมาว่าเย่ซวงเยว่ดูเหมือนจะอารมณ์เสีย เธอกินอาหารเลือดจากสัตว์ร้ายต่อหน้าคนมากมายที่โรงอาหารที่สองตอนเที่ยงวันนี้”
“เธอบ้าไปแล้วหรือไง? เธอจะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะย่อยเลือดสัตว์ร้ายทั้งหมดนั่น? เธอไม่จำเป็นต้องฝึกฝนอีกแล้วหรือไง?”
“อย่าพูดเลย ถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงไม่ฝึกเหมือนกัน ฉันมีพรสวรรค์ระดับ F อยู่แล้ว แต่อาจารย์ของฉันยังเป็นสวี่เช่อที่อยู่อันดับท้ายสุดอีก ฉันต้องสอบตกวิชาศิลปะการต่อสู้แน่ ๆ! ถ้ารู้แบบนั้นแล้วจะฝึกไปทำไม?”
“…”
อาจเป็นเพราะทุกคนตื่นเต้นกับวันแรกของการเปิดเทอม ข่าวเกี่ยวกับเย่ซวงเยว่จึงแพร่กระจายไปทั่วโรงเรียนในเวลาอันสั้น
ไม่นานลูกศิษย์และอาจารย์ในโรงเรียนต่างก็ได้รับรู้ข่าวนี้
ในเรื่องนี้ อาจารย์ทุกคนต่างนึกถึงคน ๆ หนึ่งทันที
อาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากในช่วงสองวันนี้
อาจารย์ที่อยู่อันดับสุดท้าย…
ใช่แล้ว นั่นคือสวี่เช่อ!
กระแสที่สวี่เช่อพยายามประจบประแจงผู้อำนวยการเจียงด้วยการรับหลานสาวของเธอเป็นศิษย์ต่อหน้าสาธารณชนยังไม่ทันจางหาย วันนี้ก็เกิดเหตุการณ์ใหญ่อีกสองเรื่อง
เรื่องแรกคือสวี่เช่อต่อสู้กับหลงเอ้าเทียนตอนที่ไปรับทรัพยากรจากแผนกโลจิสติกส์!
พูดให้ถูกต้องคือไม่ใช่การต่อสู้ แต่เป็นสวี่เช่อที่ทำร้ายหลงเอ้าเทียนฝ่ายเดียว
ไม่เพียงแต่ตบหน้า เขายังแย่งทรัพยากรการสอนของหลงเอ้าเทียนไปด้วย
ไม่สำคัญหรอกว่าหลงเอ้าเทียนเป็นใคร สิ่งที่สำคัญคือคนที่อยู่เบื้องหลังเขา
คนคนนั้นคือหลิวป๋อ ลูกชายตระกูลหลิว แห่งเมืองเผิง
เวลาจะตีหมา ต้องดูหน้าเจ้าของด้วย
ตอนที่ทุกคนคิดว่าคราวนี้สวี่เช่อจะต้องมีปัญหาแน่ ๆ เรื่องใหญ่เรื่องที่สองก็เกิดขึ้น
หลงเอ้าเทียนและผู้อำนวยการซงไปหาสวี่เช่อเพื่อสอบสวน แต่กลับถูกผู้อำนวยการเจียงขัดขวางไว้!
ในที่สุด สวี่เช่อและหลงเอ้าเทียนก็ตัดสินใจเดิมพันเรื่องอันดับชั้นเรียน โดยมีผู้อำนวยการซงกับผู้อำนวยการเจียงเป็นพยาน
ถ้าสวี่เช่อชนะ หลงเอ้าเทียนจะต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนทั้งหมดหกแสนหยวนและขอโทษ!
หากหลงเอ้าเทียนชนะ เงินสามแสนหยวนที่เขาติดหนี้สวี่เช่อจะถูกยกเลิกไป!
แม้ว่าการพนันครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นประโยชน์กับสวี่เช่อมากกว่า แต่พวกอาจารย์ก็ยังคิดว่าสวี่เช่อบ้าไปแล้ว
สวี่เช่ออาจซ่อนพลังและหาโอกาสเอาชนะหลงเอ้าเทียนเพื่อแก้แค้นได้ แต่นี่เป็นการพนันเรื่องอันดับของชั้นเรียน!
ทุกคนรู้ดีว่าในชั้นเรียนของสวี่เช่อมีลูกศิษย์ที่มีพลังระดับ F ทั้งสามคน
จะเป็นไปได้หรือที่ลูกศิษย์พลังระดับ F ทั้งสามคนนี้จะซ่อนความสามารถไว้?
แล้วพวกเขาจะพัฒนาความสามารถได้เป็นครั้งที่สองเหรอ?
ดังนั้นอาจารย์ส่วนใหญ่จึงมองสวี่เช่อในแง่ลบมาก
โดยเฉพาะในตอนนี้ เมื่อได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเย่ซวงเยว่ที่มีอาการทางจิตและกินจุมากกว่าเดิม ยิ่งทำให้แน่ใจว่าสวี่เช่อจะต้องแพ้แน่นอน
“สวี่เช่อยังเด็กเกินไป กล้าดีมาแข่งกับหลงเอ้าเทียนเรื่องอันดับชั้นเรียน เขาไม่รู้หรือว่าในชั้นเรียนของหลงเอ้าเทียนมีศิษย์ที่ปลุกพลังระดับ C อยู่?”
“ฉันว่าเขาโลภมากเกินไป อยากได้เงินหกแสนหยวนแต่ไม่คิดเลยว่าการได้เงินหกแสนหยวนมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น”
“ใช่เลย ถ้าฉันได้รับการสนับสนุนจากผู้อำนวยการเจียง ฉันคงขอแค่สามแสนหยวน พูดตรง ๆ นะ สามแสนหยวนก็มากพอแล้ว! คนเรามันโลภไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ!”
“พูดไปก็เถอะ ถึงสวี่เช่อจะเป็นพวกประจบสอพลอ แต่เขาก็ประจบถูกที่ ผู้อำนวยการเจียงถึงกับออกหน้าช่วยเขาแบบนั้นไง!”
“ฉันว่าสวี่เช่อไม่ธรรมดานะ เขาอยู่ระดับสามขั้นหนึ่งมาตลอด แต่ตอนนี้กลับขึ้นเป็นระดับสามขั้นสามทันที เขาต้องซ่อนพลังไว้แน่ ๆ!”
“…”
สวี่เช่อไม่รู้เรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ของเพื่อนร่วมงาน
แม้จะรู้ก็คงไม่สนใจ
เขาขี้เกียจสนใจพวกที่เป็นแค่ตัวประกอบไม่มีชื่อพวกนี้
ตอนนี้เขากำลังสอน ‘วิชาลมปราณบีบอัดขั้นสูงสุด’ และ ‘หมัดแยกท้องฟ้ากับดวงดาว’ ให้เย่ซวงเยว่
ความเข้าใจของเย่ซวงเยว่นั้นอัจริยะอย่างไม่ต้องสงสัย
หลังจากสอนไปไม่กี่ครั้ง เย่ซวงเยว่ก็สามารถฝึกได้ด้วยตัวเอง
แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ตอนนี้ก็เป็นเวลาเย็นแล้ว
และในชั้นเรียนการสอบวัดความสามารถด้านการต่อสู้ก็ไม่มีการเรียนภาคค่ำ
คนที่มีพลังพิเศษต้องพัฒนาศักยภาพทั้งวัน ดังนั้นการพักผ่อนสลับกับการทำงานจึงจำเป็นมาก
หลังจากสั่งให้เย่ซวงเยว่กินอาหารเลือดตามที่กำหนด และฝึกฝนตามที่สั่ง
ทั้งสองก็กล่าวลากัน นี่ถือว่าการสอนของวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว
เย่ซวงเยว่กลับบ้านหลังเลิกเรียน ส่วนสวี่เช่อกลับไปที่หอพักเดี่ยวที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้
สภาพในหอพักเดี่ยวค่อนข้างจำกัด ไม่มีพื้นที่สำหรับอะไรนอกจากเตียงและโต๊ะ
อย่างไรก็ตาม แต่ละคนมีห้องเป็นของตัวเอง ดังนั้นความเป็นส่วนตัวจึงค่อนข้างดี
ยามราตรีเริ่มปกคลุม
สวี่เช่อนั่งขัดสมาธิและฝึกฝนวิชาลมปราณฟ้าดินไร้ขีดจำกัด เพื่อดูดซับพลังเหนือธรรมชาติ แต่ไม่นานคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน
แม้ว่าวิชาลมปราณฟ้าดินไร้ขีดจำกัดจะอยู่ในขั้นสูงสุดของระดับสีนิลแล้ว แต่เขารู้สึกว่าการบำเพ็ญของตนยังคงพัฒนาช้าเกินไป
ระดับการบำเพ็ญที่สามารถไปถึงจุดสูงสุดของระดับสาม และพร้อมจะก้าวกระโดดได้ทุกเมื่อ กลับยังคงห่างออกไปอีกนิดเสมอ
จนกระทั่ง มีเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นข้างหูอย่างกะทันหัน
[ติ๊ง~ ตรวจพบระดับการบำเพ็ญของเย่ซวงเยว่เพิ่มขึ้น กำลังเริ่มการคืนค่าการบำเพ็ญ! กำลังคำนวณตัวคูณ…]
[ติ๊ง~ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับการคืนค่าสิบเท่า! กำลังคืนค่าการบำเพ็ญ…]
วินาทีถัดมา
ตู้ม!
การบำเพ็ญของสวี่เช่อก้าวกระโดดไปถึง ระดับสามขั้นสี่ ในทันที!