ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS! - บทที่ 201 เข้าสู่รายการที่สอง บรรดาลูก ๆ จะมอบของขวัญวันเกิด!
- Home
- ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS!
- บทที่ 201 เข้าสู่รายการที่สอง บรรดาลูก ๆ จะมอบของขวัญวันเกิด!
ตอนที่ 201 เข้าสู่รายการที่สอง บรรดาลูก ๆ จะมอบของขวัญวันเกิด!
บ้านของตระกูลสวี่ ในห้องปีกด้านตะวันออก
“แม่ครับ แม่พูดว่ายังไงนะ สวี่เช่อมางานวันเกิดคุณปู่วันนี้จริง ๆ เหรอครับ? ปกติครอบครัวของเขาไม่เคยมายุ่งเกี่ยวกับพวกเราไม่ใช่เหรอ?”
สวี่เทียนรู้สึกตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินข่าว แม้ในใจเขาจะภูมิใจมาก แต่มันก็เป็นความจริงที่ว่าสวี่เช่อทำคะแนนในการสอบศิลปะการต่อสู้ได้ดีกว่าเขาในปีนี้ เมื่อรู้ว่าสวี่เช่อมาปรากฏตัว เขารู้สึกต่อต้านโดยอัตโนมัติ
“ดูเหมือนว่าลูกจะรู้ตัวตนของสวี่เช่อแล้วนะ” ขงไฉ่อวิ๋นยกถ้วยชาขึ้น สีหน้าเย็นชาลงเรื่อย ๆ “คุณปู่ของลูกได้พบกับเขาแล้วและมอบกุญแจห้องปีกของบ้านเก่าให้เขาด้วย”
“กุญแจบ้าน?” หัวใจของสวี่เทียนหล่นวูบ ดวงตาหม่นลง “คุณปู่ให้ความสำคัญกับเขาถึงขนาดนี้เลยเหรอครับ!”
ก่อนหน้านี้ เขาเป็นคนเดียวในรุ่นสามของตระกูลสวี่ที่มีคุณสมบัติอาศัยอยู่ในบ้านเก่า แต่ตอนนี้มีสวี่เช่อเพิ่มขึ้นมาอีกคน ทำให้เขารู้สึกถูกคุกคามทันที
“ไม่ต้องกังวลไป” ขงไฉ่อวิ๋นวางถ้วยชาลงและแค่นเสียง “แม้ว่าสวี่เช่อจะได้รับการคัดเลือกพิเศษเหมือนกัน แต่เขาก็แค่อาจารย์ธรรมดาคนหนึ่ง ลูกแตกต่างออกไป แม่เชิญศาสตราจารย์จ้วงเหยียนมาวันนี้ด้วย เดี๋ยวลูกจะได้เป็นศิษย์โดยตรงของศาสตราจารย์จ้วงเหยียนต่อหน้าแขกทั้งหมด จุดเริ่มต้นของลูกกับเขาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง”
เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่เทียนจึงพยักหน้าช้า ๆ “ผมเข้าใจแล้วครับ”
…
ในเวลาเดียวกัน ในห้องปีกด้านตะวันตกของลานบ้าน
“แม่ครับ แม่บอกว่าลูกชายของลุงใหญ่ได้รับการคัดเลือกพิเศษจากมหาวิทยาลัยพิเศษอันดับหนึ่งแห่งต้าเซี่ยด้วยเหรอ? แล้วคุณปู่ก็มอบกุญแจห้องปีกของบ้านเก่าให้เขาด้วย?” ชายหนุ่มอายุราวยี่สิบปีที่หวีผมเรียบแปล้อุทานขึ้น
“ชู่…อย่าตะโกน” ซ่งอวิ๋นจ้องสวี่ไห่ด้วยความโกรธ “แม่เพิ่งออกมาจากห้องโถงด้านใน จะเป็นเรื่องโกหกได้ยังไง?”
“ไม่ได้ ทำไมถึงเป็นแบบนี้?” สวี่ไห่ถลึงตา “ถ้าสวี่เทียนได้อยู่บ้านเก่าก็ไม่เป็นไร แต่ทำไมสวี่เช่อคนนี้ถึงได้อยู่ที่นั่นด้วย? ผมไม่ยอมรับนะ!”
“ถ้าไม่ยอมรับก็อดทนเอาไว้” ซ่งอวิ๋นโกรธอย่างเห็นได้ชัด “ถ้าจะโทษใครก็โทษตัวเองที่ทำตามพ่อไปทำธุรกิจทุกวันสิ! ลูกก็รู้ว่าคุณปู่ชอบอาจารย์ ถ้าตอนนั้นลูกเป็นอาจารย์ได้ คุณปู่ก็คงให้ลูกอยู่บ้านหลังนั้นนานแล้ว!”
“แม่ครับ…ดูสิ แม่กังวลอีกแล้ว ผมเรียนไม่รู้เรื่องหรอก”
สวี่ไห่ยิ้มพลางพูดว่า “แล้วการทำธุรกิจมันผิดตรงไหนล่ะครับ? กำไรส่วนใหญ่ของครอบครัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็มาจากพ่อกับผมทั้งนั้น”
“หัวเราะสิ หัวเราะไป หาเงินมาแล้วมันได้อะไรขึ้นมา!”
ซ่งอวิ๋นมองอย่างผิดหวัง “ครอบครัวอารองไม่ได้มีเงินมากเท่าเรา แต่ตราบใดที่มีสวี่เทียน ครอบครัวเราก็ต้องถูกครอบครัวอารองกดข่มตลอดไป”
สวี่ไห่อ้าปาก พยายามเปลี่ยนเรื่องอย่างเก้อเขิน “แม่ครับ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสวี่เทียนหรือสวี่เช่อ ผมสัญญาว่าวันนี้จะทำให้แม่ภูมิใจให้ได้!”
ซ่งอวิ๋นกลอกตาแล้วไม่สนใจ
“แม่ครับ เชื่อผมนะ ดูนี่สิครับ”
พูดพลางสวี่ไห่ก็ค่อย ๆ หยิบกล่องหยกขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากกระเป๋า
“นี่มันอะไร?”
สวี่ไห่ยิ้มกว้าง “นี่คือยาเม็ดฉางลู่เซียนจื่อที่ผมกับพ่อทุ่มเทหามาได้!”
“ฉางลู่เซียนจื่องั้นเหรอ?”
สวี่ไห่ลดเสียงลงพูด “แม่คงไม่เข้าใจถ้าผมอธิบายมาก ผมขอพูดง่าย ๆ แล้วกัน ในบรรดายาอายุวัฒนะที่มีขายในตลาด ยาเม็ดฉางลู่เซียนจื่อเป็นยาที่ดีที่สุด! ถ้าเราเอายาล้ำค่านี้ให้คุณปู่ วันนี้ครอบครัวเราต้องได้หน้าแน่ ๆ”
ดวงตาของซ่งอวิ๋นเป็นประกาย แต่แล้วก็หมองลงอย่างรวดเร็ว “อาสะใภ้ของลูกเป็นรองศาสตราจารย์แผนกเภสัชกรรม เธอจะหายาแบบนี้ไม่ได้ได้ยังไง?”
“แม่ไม่ต้องกังวลครับ พ่อกับผมใช้เงินมหาศาลเพื่อให้ได้ยาเม็ดฉางลู่เซียนจื่อมา มันเป็นยาที่ดีที่สุดในตลาดแล้ว นอกจาก…นอกจากครอบครัวพวกเขาจะผลิตชิงหมิงผานหลงได้ แต่ชิงหมิงผานหลงหายไปจากตลาดแล้ว และจะไม่มีวันปรากฏอีก!”
สวี่ไห่ค่อย ๆ ปิดกล่องหยก “ไม่ว่ายังไง ของขวัญจากครอบครัวเราต้องไม่ซ้ำใครแน่นอน! คุณปู่สุขภาพไม่ค่อยดี ท่านต้องดีใจมากที่ได้รับยานี้แน่ ๆ”
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของซ่งอวิ๋นก็ดีขึ้นเล็กน้อย “ก็ได้ หวังว่ายาเม็ดฉางลู่เซียนจื่อนี้จะทำให้คุณปู่เปลี่ยนความคิดที่มีต่อลูกได้นะ”
…
บ้านเก่าของตระกูลสวี่มีสามลาน
ลานด้านนอกใหญ่ที่สุด ลานตรงกลางรองลงมา และลานชั้นในเล็กที่สุด
แขกทั่วไปส่วนใหญ่จะอยู่ที่ลานนอก
คนในลานกลางส่วนใหญ่เป็นญาติและเพื่อนทั่วไป
ลานในเป็นที่รวมตัวของบุคคลสำคัญจากเมืองฐานหลักทั้งหลาย
ในตอนนี้สวี่ต้าซงและสวี่ต้าไป๋กำลังยืนอยู่ที่ทางเข้าลานด้านในเพื่อต้อนรับแขกด้วยรอยยิ้ม
สวี่ไป๋เฉิงนั่งอยู่ในลานด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และจะลุกขึ้นต้อนรับด้วยตัวเองเฉพาะแขกคนสำคัญเท่านั้น
เมื่อบุคคลสำคัญทยอยมาถึงทีละคน ลานด้านในก็เริ่มคึกคักขึ้นอย่างรวดเร็ว
มีตระกูลใหญ่และพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลสวี่มากมาย รวมถึงบุคคลในวงการราชการบางคนด้วย
แม้จะบอกว่าเป็นงานวันเกิด แต่บรรยากาศกลับดูเหมือนงานเลี้ยงที่จัดโดยตระกูลใหญ่มากกว่า
ผู้คนที่รู้จักกันรวมตัวกันเป็นกลุ่มสามสี่คนเพื่อพูดคุย
แม้แต่คนที่ไม่รู้จักกันก็ยังทักทายกัน
เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า แต่ละคนล้วนมีสถานะไม่ธรรมดา
บางทีแค่พูดคุยกันไม่กี่คำก็อาจมีโอกาสร่วมมือกันในอนาคต
“ถึงฤกษ์งามยามดีแล้ว เชิญทุกท่านนั่งประจำที่ครับ!”
เมื่อได้ยินเสียงประกาศดังของหัวหน้าคนรับใช้ พิธีวันเกิดก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
ตามความประสงค์ของสวี่ไป๋เฉิง พิธีวันเกิดถูกจัดอย่างเรียบง่าย
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีขั้นตอนที่จำเป็นอีกมาก
ไม่ว่าจะเป็นทายาทตระกูลสวี่หรือแขกเหรื่อ ต่างลุกขึ้นยืนและมองไปที่สวี่ไป๋เฉิง
สวี่ไป๋เฉิงยังคงยิ้มขณะโยนไม้เท้าให้หัวหน้าคนรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลัง
จากนั้นเขาก็ก้าวอย่างองอาจไปยังเก้าอี้ประธาน เสียงของเขาดังก้องไปทั่วลาน
“ขอบคุณทุกท่านมากที่สละเวลามาร่วมงานวันเกิดของผม ผมต้องขออภัยล่วงหน้าหากมีข้อบกพร่องใด ๆ หวังว่าทุกท่านจะกินดื่มให้สนุก!”
พูดจบก็มีเสียงโห่ร้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ภายนอกสวี่ไป๋เฉิงไม่ดูเหมือนคนอายุแปดสิบเลย เขาดูเต็มไปด้วยพลังงานชีวิต
อย่างไรก็ตาม หลายคนในที่นี้มองออกว่าพลังชีวิตของสวี่ไป๋เฉิงถดถอยลงอย่างมาก และเขาคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่อีกกี่ปี
“เฮ้อ สวี่ผู้บ้าคลั่งที่เคยโด่งดังด้านความกล้าหาญ ตอนนี้กลายเป็นเสือไร้เขี้ยวไปแล้ว”
“ไม่ง่ายเลยที่เขาจะมีชีวิตรอดมาได้กับบาดแผลมากมายขนาดนั้น ได้ยินมาว่าทุกคืนเขาทรมานกับอาการเส้นลมปราณฉีกขาด ถ้าเป็นผม ผมคงฆ่าตัวตายไปนานแล้ว”
“คุณคิดว่าเขาอยากอยู่เหรอ? ทายาทรุ่นที่สองของตระกูลสวี่ไม่มีใครสามารถแบกรับภาระได้ ต่อให้อยากตายเขาก็ไม่กล้า พอเขาตาย สถานะของตระกูลสวี่จะต้องตกต่ำลงแน่นอน!”
“แต่เขาจะอยู่ได้อีกกี่ปีกัน? ถ้าไม่มียาวิเศษที่ช่วยยืดชีวิต ผมเกรงว่าสวี่ไป๋เฉิงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินห้าปี เฮ้อ วีรบุรุษแก่ชราไปแล้ว”
“…”
แขกหลายคนถอนหายใจกันอย่างเงียบ ๆ ราวกับจะยืนยันสิ่งที่แขกเหล่านั้นพูด
ใบหน้าของสวี่ไป๋เฉิงก็ซีดขาวลงทันที และเหงื่อเย็นเริ่มผุดออกมาตามขมับ
หลังจากหายใจเข้าลึก ๆ หลายครั้ง เขาค่อย ๆ นั่งลง และรอยยิ้มของเขาก็ดูแข็งทื่อมาก เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เขาเพิ่งพูดไปนั้นได้ใช้พลังงานทั้งหมดของเขาไปแล้ว
แม้สวี่ไป๋เฉิงจะพยายามปกปิดอย่างสุดความสามารถ แต่หลายคนก็ยังสังเกตเห็น
หนึ่งในนั้นคือสวี่เช่อ
“วาระสุดท้ายใกล้เข้ามาแล้ว มีเพียงยาคุณภาพสูงสุดเท่านั้นที่สามารถยืดอายุได้….”
เมื่อนึกถึงข้อมูลที่ได้รับจากทำลายมายา แววตาคมกริบวาบขึ้นในดวงตาของสวี่เช่อ ในเวลาเดียวกันเสียงของหัวหน้าคนรับใช้ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ต่อไปเราจะเข้าสู่รายการที่สอง บรรดาลูก ๆ จะมอบของขวัญวันเกิด!”