ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS! - บทที่ 38 ก้าวกระโดดสู่ระดับสามขั้นหก! มังกรวารีเขี้ยวคม พลังเหนือธรรมชาติระดับ A!
- Home
- ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS!
- บทที่ 38 ก้าวกระโดดสู่ระดับสามขั้นหก! มังกรวารีเขี้ยวคม พลังเหนือธรรมชาติระดับ A!
บทที่ 38 ก้าวกระโดดสู่ระดับสามขั้นหก! มังกรวารีเขี้ยวคม พลังเหนือธรรมชาติระดับ A!
ห้องเรียนชั้นปีที่สอง ห้องสิบแปด
“จริง ๆ แล้วสิ่งที่พวกเธอปลุกพลังไม่ใช่พรสวรรค์ระดับ F แต่เป็นพรสวรรค์ระดับ SSS!”
การเปิดฉากของสวี่เช่อครั้งนี้ทรงพลังมาก
เหตุการณ์นี้เหมือนกับตอนเริ่มเปิดเทอมไม่มีผิด
พูดให้ถูกต้อง การก้าวขึ้นมาของเย่ซวงเยว่ก็เริ่มต้นจากประโยคนี้
ทันทีที่คำพูดจบลง ม่านตาของเจียงเยว่หลี่และเจียงเยว่ซีก็พร่าเลือนไปชั่วขณะ
กล้ามเนื้อที่แผ่นหลังเกร็งตัวทันที ขนลุกซู่จากต้นคอไปถึงแขนทีละนิ้ว
พวกเธอมองหน้ากันโดยอัตโนมัติ และต่างก็เห็นความตกตะลึงในดวงตาของอีกฝ่าย
ก่อนมาที่ห้องสิบแปด ทั้งสองคนจินตนาการถึงประโยคเปิดฉากของสวี่เช่อไว้หลายแบบ
เช่น ‘ตอนนี้ฉันอยู่ในระดับสามขั้นห้า ฉันมีคุณสมบัติมากพอที่จะเป็นอาจารย์ของพวกเธอ เริ่มฝึกกับฉันตั้งแต่วันนี้ซะ!’
หรือ ‘อยากเป็นเหมือนเย่ซวงเยว่ใช่ไหม? ฝึกกับฉันสิ ฉันสัญญาว่าสักวันพวกเธอจะไปถึงระดับนั้นได้แน่นอน!’
และอื่น ๆ…
ทั้งสองคนถึงขั้นคิดวิธีรับมือกับสถานการณ์นี้ไว้แล้ว
ใช่แล้ว! พวกเธอปรึกษากันมาก่อน
แม้ว่าสวี่เช่อจะไปถึงจุดสูงสุดของระดับสามขั้นห้า และแม้ว่าห้องสิบแปด จะได้อันดับสองในการทดสอบวิชาศิลปะการต่อสู้เดือนแรก
แต่พวกเธอก็ยังเลือกที่จะฝึกที่บ้าน
พวกเธอเข้าใจว่าที่ห้องสิบแปด ทำผลงานได้ขนาดนี้ เป็นเพราะเย่ซวงเยว่ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ทุกคนรู้ว่าที่เย่ซวงเยว่แข็งแกร่งขนาดนี้ เป็นเพราะการวิวัฒนาการขั้นที่สองของพลังเหนือธรรมชาติของเธอ
แต่ปัญหาคือ พวกเธอไม่ใช่เย่ซวงเยว่!
จริง ๆ แล้ว พูดตามตรง ทั้งสองคนยังไม่ค่อยไว้ใจสวี่เช่อ
เหตุผลที่มาวันนี้ก็เพื่อจะบอกสวี่เช่อให้ชัดเจนว่า ต่อไปนี้พวกเธอจะฝึกที่บ้านทั้งหมด
แต่พวกเธอไม่เคยคาดคิดว่าประโยคแรกของสวี่เช่อจะทำลายแผนทั้งหมดของพวกเธอ
ทั้งสองคนอ้าปากอยู่นาน แต่ไม่มีเสียงใด ๆ หลุดออกมาจากลำคอ
ในที่สุดเจียงเยว่หลี่ก็เป็นคนแรกที่ได้สติ เธอสูดหายใจและมองตรงไปที่สวี่เช่อ
“อย่าพูดเหลวไหลน่า นั่นมันไม่ใช่เรื่องตลกนะ”
“ใช่ ๆ! คอมพิวเตอร์แสงอัจฉริยะไม่มีทางผิดพลาดหรอก อย่ามาล้อเล่นกับพวกเราสิ” เจียงเยว่ซีเสริมขึ้น
สวี่เช่อยิ้มบาง ๆ และไม่ได้โต้แย้งอะไร แต่ถามต่อไปว่า “คอมพิวเตอร์แสงอัจฉริยะไม่มีทางผิดพลาดก็จริง แต่ถ้าพวกเธอสามารถวิวัฒนาการขั้นที่สองได้ล่ะ?”
เมื่อพูดถึงคำว่า ‘วิวัฒนาการขั้นที่สอง’ น้ำเสียงของสวี่เช่อก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
เจียงเยว่หลี่และเจียงเยว่ซีต่างก็ตะลึง แม้พวกเธอจะไม่พูดอะไร แต่ในดวงตากลับฉายแววปรารถนาอย่างแรงกล้า
ในช่วงที่พวกเธอปลุกพลังระดับ F ทั้งสองคนรู้สึกถึงช่องว่างในพรสวรรค์ของตัวเองอย่างแท้จริง
อาจกล่าวได้ว่าทั้งสองคนนี้หวังที่จะได้วิวัฒนาการขั้นที่สองมากกว่าใคร ๆ
แต่ไม่นาน ทั้งสองก็ค่อย ๆ ก้มหน้าลง และในดวงตาก็ฉายแววผิดหวังอีกครั้ง
วิวัฒนาการขั้นที่สองเป็นโอกาสที่มีแค่ครั้งเดียวในชีวิต การที่โรงเรียนจะมีคนอย่าเย่ซวงเยว่สักคนก็หายากมากแล้ว
แล้วจะมีอีกถึงสองคนงั้นเหรอ?
ฮึ! จะเป็นไปได้ยังไงกัน?
“ถ้าฉันบอกว่าฉันเป็นคนช่วยให้เย่ซวงเยว่วิวัฒนาการขั้นที่สองได้ล่ะ?”
ตอนที่ทั้งสองกำลังรู้สึกท้อแท้ เสียงอันมั่นใจของสวี่เช่อก็ดังขึ้น
ฉึก!
ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมองสวี่เช่อทันที ใบหน้าแทบจะเผยความไม่เชื่อออกมาทั้งตัว
“ถ้าฉันบอกว่าฉันสามารถช่วยให้พวกเธอวิวัฒนาการขั้นที่สองได้ล่ะ?”
เสียงของสวี่เช่อดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงยังคงเหมือนเดิม
แต่เมื่อเข้าไปกระทบหัวใจของทั้งสองคน มันเหมือนเสียงระเบิดที่ดังสนั่น
“คุณ…คุณพูดว่าอะไรนะ?!”
เสียงของเจียงเยว่หลี่สั่นเครือ ซึ่งแทบจะไม่เคยเกิดขึ้น และลมหายใจที่หนักและเร็วก็ไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป
เจียงเยว่ซีไม่พูดอะไร กำปั้นที่กำแน่นใต้แขนเสื้อบ่งบอกทุกอย่างแล้ว
เสียงของสวี่เช่อยังคงนิ่งสงบ แต่มุมปากปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ฉันบอกว่า ฉันสามารถช่วยให้พวกเธอวิวัฒนาการขั้นที่สองได้นะ!”
เขาไม่เชื่อว่าทั้งสองคนจะต้านทานการล่อลวงนี้ได้
“จริงเหรอ?!”
ดวงตาของเจียงเยว่ซีสว่างวาบขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
“อะไรนะ?!”
เจียงเยว่หลี่จับตัวเจียงเยว่ซีเอาไว้ พูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งไม่หวั่นไหว “ทำไมพวกเราต้องเชื่อคุณด้วย”
เมื่อเผชิญกับคำถามของเจียงเยว่หลี่ สวี่เช่อไม่ได้โกรธ แต่กลับมองเจียงเยว่หลี่ด้วยสายตาชื่นชม
หลังจากหยุดชั่วครู่ เขาก็มองทั้งสองคนอย่างมีความหมายและพูดอย่างใจเย็น “พวกเธอทั้งสองกำลังฝึก ‘วิชาลมปราณสายรุ้งทะลวงตะวัน’ ของตระกูลอยู่ใช่ไหม?”
เจียงเยว่หลี่พยักหน้าอย่างไม่เห็นด้วยพลางตอบว่า “ใช่”
ข้อมูลนี้เกือบทุกคนในโรงเรียนรู้กันอยู่แล้ว จึงไม่มีอะไรแปลก
ถ้าคำพูดของสวี่เช่อเมื่อครู่เทียบได้กับการเริ่มเกมด้วยไพ่ใบเดียว
แต่ประโยคต่อมากลับเหมือนระเบิดที่พลิกโต๊ะทันที!
“เวลาที่พวกเธอฝึก ‘วิชาลมปราณสายรุ้งทะลวงตะวัน’ ของตระกูล มักจะรู้สึกปวดท้องจนทนแทบไม่ไหวใช่ไหม ตอนแรกความเจ็บปวดจะน้อยมาก แต่พอระดับการฝึกฝนสูงขึ้น ความเจ็บปวดก็จะชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ
และฉันเดาว่าในตระกูลของพวกเธอ มีแค่พวกเธอสองคนที่รู้สึกแบบนี้ ฉันเชื่อว่าพวกเธอคงปรึกษาหมอมาหลายคนแล้ว แต่หมอทุกคนก็ช่วยอะไรไม่ได้ ฉันพูดถูกไหม?”
เอ๊ะ! เอ๊ะ!
เมื่อได้ยินแบบนั้น เจียงเยว่หลี่ถอยหลังไปสองก้าว และเจียงเยว่ซีถอยหลังไปสามก้าว!
ทั้งสองคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
อาการเหล่านี้พิสูจน์สิ่งหนึ่งได้ นั่นคือสวี่เช่อเดาถูก!
“คุณ…รู้ได้ยังไง?” เจียงเยว่หลี่เม้มริมฝีปากแน่น
ถ้าความตกใจมีระดับ การแสดงออกของคนทั้งสองในตอนนี้ก็อยู่ในระดับสูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย
อาการปวดท้องเป็นความลับที่ใหญ่ที่สุดของพวกเธอ และนอกจากพวกเธอแล้ว ก็มีแค่เพียงอาเจียงเหลียนเยว่ที่รู้ความลับนี้เท่านั้น
แต่อาของเธอไม่มีทางบอกความลับนี้กับใครแน่นอน
ดังนั้นทั้งสองคนจึงไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าอาจารย์สวี่เช่อรู้ได้อย่างไร?
สวี่เช่อไม่ได้ตอบโดยตรงแต่พูดต่อ
“ให้ฉันบอกเหตุผลนะ เพราะร่างกายของพวกเธอไม่เหมาะกับการฝึกวิชานี้เลยไงล่ะ!
‘วิชาลมปราณสายรุ้งทะลวงตะวัน’ เป็นการบีบเส้นลมปราณเพื่อเลือกเอาส่วนที่ดีที่สุด แต่พลังแฝงในร่างกายของพวกเธอมีมากเกินไป ถึงแม้จะขยายเส้นลมปราณเป็นสิบเท่าก็ยังไม่พอรับภาระนั้น และถ้ายังบีบเส้นลมปราณต่อไป มันก็จะยิ่งเสียหายเป็นธรรมดา
ยิ่งพยายามมาก ความเสียหายต่อเส้นลมปราณก็จะยิ่งรุนแรง ถ้าฝึกต่อไป ชาตินี้ทั้งชาติอาจจะไปได้แค่ขั้นหนึ่งเท่านั้น!”
ขนตาของเจียงเยว่ซีกะพริบถี่ขึ้น เธอเริ่มตื่นตระหนก “แล้ว…แล้วต้องทำยังไง มีทางแก้ไหมคะ?”
หลังจากได้ฟังสิ่งที่อาจารย์สวี่เช่อพูด เธอเชื่อไปเกือบหมดแล้ว
“แน่นอนสิ”
สวี่เช่อพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “แก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนวิธีการหายใจ”
สีหน้าของเจียงเยว่หลี่เปลี่ยนไปทันที “เป็นไปไม่ได้หรอก วิชาลมปราณสายรุ้งทะลวงตะวันเป็นวิชาประจำตระกูล...”
สวี่เช่อโบกมือตัดบท “ฉันรู้ว่าตอนนี้เธอไม่เชื่อ แต่ทำไมไม่ลองทำดูสักครั้งก่อนล่ะ? กับพื้นฐานของเธอ แค่เช้าเดียวก็เห็นผลแล้ว”
พูดจบ สวี่เช่อก็โยนสมุดเล่มเล็กที่มีตัวอักษรคด ๆ เขียนไว้ว่า ‘วิชาลมปราณบีบอัดขั้นสูงสุด ฉบับปรับปรุง’
…
เวลาผ่านไปหลายนาที และเช้าวันหนึ่งก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง!
พอดีกับที่เสียงระฆังอาหารดังขึ้น
ตูม!
ตูม!
พลังอันทรงพลังสองสายพุ่งทะยานขึ้นทันที!
วินาทีถัดมา สวี่เช่อได้ยินเสียงของระบบ
[ติ๊ง~ พรสวรรค์ระดับ F พลังไฟฟ้าอ่อนแอของเจียงเยว่หลี่วิวัฒนาการเป็นพรสวรรค์ระดับ C พลังอัสนีม่วงครามสำเร็จแล้ว!]
[ติ๊ง~ พลังบำเพ็ญของเจียงเยว่หลี่ถูกยกระดับจากระดับหนึ่งขั้นสาม เป็นระดับหนึ่งขั้นสี่!]
[ติ๊ง~ พรสวรรค์ระดับ F พลังน้ำแข็งอ่อนแอของเจียงเยว่ซีวิวัฒนาการเป็นพรสวรรค์ระดับ C ผลึกเหมันต์นิรันดร์สำเร็จแล้ว!”
[ติ๊ง~ พลังบำเพ็ญเจียงเยว่ซีถูกยกระดับจากระดับหนึ่งขั้นสาม เป็นระดับหนึ่งขั้นสี่!]
[ระบบกำลังตรวจสอบ เงื่อนไขการให้รางวัลครบถ้วน! รางวัลแรกจะได้รับเป็นสองเท่า!]
[ติ๊ง~ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำให้พลังพิเศษของศิษย์วิวัฒนาการสำเร็จ พลังพิเศษระดับ B พลังงูหนามแกร่งได้วิวัฒนาการเป็นพลังพิเศษระดับ A มังกรวารีเขี้ยวคม!]
[ติ๊ง~ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่พัฒนาพลังบำเพ็ญของศิษย์สำเร็จ พลังบำเพ็ญระดับสามขั้นห้า ได้ยกระดับเป็นระดับสามขั้นหก!]
…