ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS! - บทที่ 43 เจียงเทียนหยางช็อก!
- Home
- ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS!
- บทที่ 43 เจียงเทียนหยางช็อก!
บทที่ 43 เจียงเทียนหยางช็อก!
ที่เชิงเขาหยุนหลง วิลล่าตระกูลเจียงสว่างไสวด้วยแสงไฟ
ผ่านแสงและเงาในห้องนั่งเล่น สามารถมองเห็นร่างของคนสี่คนได้อย่างชัดเจน
ในตอนนี้ ชายวัยกลางคนที่มีบุคลิกไม่ธรรมดาคนหนึ่งกำลังโบกไม้โบกมือพูดอะไรบางอย่างด้วยท่าทางตื่นเต้น
“ไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด! ต่อให้อาจารย์ของพวกเธอจะอยู่ระดับสามขั้นหก แล้วยังไง? เขาก็แค่อาจารย์ระดับสองไม่ใช่เหรอ? จะเก่งเท่าอาจารย์เกษียณระดับสามที่พ่อจ้างมาให้พวกเธอได้ยังไง?
พ่อไม่ได้จะดูถูกอาจารย์ของพวกเธอหรอกนะ ยกเว้นหลิวป๋อจากตระกูลหลิว อาจารย์คนอื่น ๆ ในชั้นเรียนเตรียมสอบศิลปะการต่อสู้ ล้วนแต่ไม่ได้เรื่องทั้งนั้น!
สรุปคือพ่อมีเรื่องจะพูดแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว พวกลูกสองคนฝึกที่บ้านก็พอ ครอบครัวเรารวย สภาพแวดล้อมในการฝึกไม่ดีกว่าที่โรงเรียนหรือไง?”
เจียงเทียนหยางแสดงจุดยืนภายในลมหายใจเดียว ใบหน้าแดงเล็กน้อย
แต่เมื่อเห็นว่าเจียงเยว่หลี่และเจียงเยว่ซีไม่ตั้งใจฟัง เขาก็ดูหมดหนทาง
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวสุดที่รักทั้งสองคน หลังจากไปสอบประจำเดือนที่โรงเรียนเมื่อวาน วันนี้ก็รีบไปโรงเรียนแต่เช้า
สุดท้ายกลับมาบ้านก็ตัดสินใจจะฝึกกับอาจารย์ที่โรงเรียน จนตอนนี้ทำให้เขากังวลมาก
เขาไม่ได้จงใจโจมตีใคร แต่เขาคิดจริง ๆ ว่าโรงเรียนมัธยมพลังอันดับหนึ่งเมืองเผิงก็แค่ธรรมดา
ถ้าไม่ใช่เพราะเจียงเหลียนเยว่ก็ทำงานอยู่ที่นั่นและอยู่ใกล้บ้าน เขาก็คงไม่ให้ลูกสาวทั้งสองไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมพลังอันดับหนึ่งแน่นอน
อะไรที่โรงเรียนมัธยมมี พวกเขาก็มี และยังดีกว่าด้วย!
ในแง่ศิลปะการต่อสู้ ตระกูลของพวกเขามีวิชาลมปราณสายรุ้งทะลวงตะวัน ระดับเซียนเกรดสูงสุดที่สืบทอดมา
ในแง่ทักษะการต่อสู้ ตระกูลของพวกเขาสามารถหากระสุนสายฟ้าและเคล็ดวิชาหิมะทมิฬที่เหมาะกับทั้งสองคนได้
ในแง่ทรัพยากร พวกเขามีห้องฝึกแรงโน้มถ่วงระดับหนึ่งส่วนตัวและยาเพิ่มพลังไม่จำกัด
ส่วนการสอน พวกเขาจ้างอาจารย์เกษียณระดับสามมาสอนพิเศษที่บ้านโดยเฉพาะ
ไม่ว่าจะมองยังไง มันก็ดีกว่าโรงเรียนไม่ใช่เหรอ?
พูดตรง ๆ คือด้วยสถานะครอบครัวของพวกเขา การส่งลูกไปโรงเรียนก็แค่เพื่อให้มีสถานะลูกศิษย์ที่จะสอบเข้ากองทัพได้เท่านั้น
แต่แม้จะมีเงื่อนไขที่ดีขนาดนี้ เด็กน้อยทั้งสองก็ยังยืนกรานจะไปโรงเรียน นั่นทำให้เขากังวลมาก
“พ่อคะ หนูตัดสินใจดีแล้วจริง ๆ”
น้ำเสียงของเจียงเยว่หลี่หนักแน่นและไม่หวั่นไหวเลย
“พ่อก็รู้ว่าหนูฟังพี่สาวเสมอ”
เจียงเยว่ซียิ้มซุกซน
“พวกเธอนี่มัน… เฮ้อ! ชอบทำให้พ่อโมโหจริง ๆ!”
เจียงเทียนหยางตบขาตัวเองอย่างกระวนกระวาย แล้วมองไปที่เจียงเหลียนเยว่ที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ ราวกับขอความช่วยเหลือ
“น้องสาว ช่วยพี่พูดกับพวกเธอหน่อย พวกเธอฟังน้องมากที่สุดแล้ว”
เขากระวนกระวายและโกรธจนไม่ทันสังเกตสีหน้าแปลก ๆ ของเจียงเหลียนเยว่ในตอนนั้น
“อืม…”
เจียงเหลียนเยว่ลังเลอยู่สักครู่ สุดท้ายก็เม้มปากพูด “พี่คะ จริง ๆ แล้วฉันคิดว่าให้เยว่หลี่กับเยว่ซีไปโรงเรียนจะดีกว่า”
“ฟังนะ ถ้าไม่ฟังพ่อ ก็ควรฟังอาสิ ได้ยินที่อาพูดไหม? ไปโรงเรียน… เดี๋ยว! เมื่อกี้น้องพูดว่าอะไรนะ?”
เจียงเทียนหยางพูดได้ครึ่งทางก็พลันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาหันไปมองเจียงเหลียนเยว่ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
เขาแทบอยากจะแคะหูเพื่อยืนยันว่าหูของเขาไม่มีปัญหา
น้องสาวที่เคยเห็นด้วยกับเขาเสมอมา แต่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนใจไปสนับสนุนให้เจียงเยว่หลี่และเจียงเยว่ซีไปโรงเรียน?
“เอ่อ พี่คะ ฉันสนับสนุนให้เยว่หลี่กับเยว่ซีไปโรงเรียน ส่วนเหตุผลน่ะ…”
เจียงเหลียนเยว่หลบสายตาตัดพ้อของเจียงเทียนหยางแล้วหันไปมองที่หลานสาวทั้งสองทันที
“ตัวแสบ โชว์ให้พ่อของพวกเธอดูหน่อยสิ ไม่งั้นพ่อจะบ่นพวกเธอทั้งวันเลยนะ”
“โชว์? โชว์อะไร?”
เจียงเทียนหยางยังคงงุนงง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ
“มาเถอะ พร้อมกัน”
เจียงเยว่หลี่ก้าวไปข้างหน้าสองก้าวเพื่อเว้นระยะห่างจากเจียงเยว่ซี
“อื้อ…”
เจียงเยว่ซีพยักหน้ารัว ๆ
“พวกเธอจะทำอะไร?”
ใบหน้าของเจียงเทียนหยางเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม แต่เขาก็ถูกผู้หญิงทั้งสามคนเมินเฉย
“เดี๋ยวก่อน ฉันบอกว่า…”
เจียงเทียนหยางอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ในวินาทีถัดมาเขาก็แข็งค้างอยู่กับที่ ปากอ้าค้าง ราวกับเห็นบางสิ่งที่เหลือเชื่อ
แปร๊ะ!
ประกายไฟฟ้าเคลื่อนไหวรอบตัวเจียงเยว่หลี่ และรวมตัวกันอย่างบ้าคลั่งจนเป็นลูกกลมสายฟ้าตรงหน้าอก ในเวลาอันสั้น ลูกกลมสายฟ้านั้นก็โตขึ้นจนมีขนาดเท่ากำปั้นสองกำ!
ขณะที่ลูกกลมสายฟ้าพลุ่งพล่าน แสงสีม่วงที่ศูนย์กลางของแกนสายฟ้าทำให้คนที่เห็นรู้สึกหวาดกลัว
ไม่ไกลจากเจียงเยว่หลี่ อุณหภูมิรอบ ๆ เจียงเยว่ซีดูเหมือนจะลดลงหลายองศาในทันที
โล่หกเหลี่ยมที่ทำจากผลึกน้ำแข็งปรากฏขึ้นที่แขนท่อนล่างอย่างไม่รู้ตัว! อากาศเย็นยังคงพวยพุ่งออกมาจากโล่
“ห๊าา…ระดับหนึ่งขั้นสี่!”
เจียงเทียนหยางสูดหายใจลึกและจ้องมองด้วยดวงตาเบิกกว้าง
เขาจำได้อย่างชัดเจนว่าตอนที่เยว่หลี่และเยว่ซีไปโรงเรียนเพื่อสอบศิลปะการต่อสู่ประจำเดือน
พวกเธออยู่แค่ระดับหนึ่งขั้นสาม และยังห่างไกลจากการก้าวข้ามไปสู่ระดับหนึ่งขั้นสี่
แต่ผ่านไปเพียงแค่วันเดียว พวกเธอทั้งสองคนพัฒนาพลังได้เร็วขนาดนี้ได้อย่างไร?
ถึงแม้จะดื่มยาเพิ่มพลังก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำได้ถึงขนาดนี้!
“ไม่!… เป็นไปไม่ได้!”
หลังจากมองดูอย่างละเอียด ความสงสัยวาบขึ้นในดวงตาของเจียงเทียนหยาง
ถ้าเป็นแค่การพัฒนาพลังธรรมดา การเปลี่ยนแปลงคงไม่มากขนาดนี้
พลังเหนือธรรมชาติที่ทั้งสองแสดงผ่านทักษะการต่อสู้ในตอนนี้ เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ถือว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง!
พลังเปลี่ยนแปลงมากขนาดนี้ในเวลาแค่วันเดียว อาจจะเป็นไปได้ว่า…
หัวใจของเจียงเทียนหยางเต้นเร็วขึ้น แม้แต่ลมหายใจก็เริ่มถี่ขึ้น
ความคิดบางอย่างแวบเข้ามาในหัวและครอบงำความคิดทั้งหมดในที่สุด
เอื๊อก—
เขากลืนน้ำลายอย่างห้ามไม่อยู่ และหันไปมองเจียงเหลียนเยว่พร้อมเสียงสั่นเครือ
“น้องสาว เยว่หลี่กับเยว่ซี…”
“ใช่แล้ว”
เจียงเหลียนเยว่หันหน้ามาตอบดวงตาเป็นประกาย
“พลังของเยว่หลี่และเยว่ซีได้วิวัฒนาการเป็นขั้นที่สอง!”
เพื่อความแน่ใจ เธอได้ทดสอบพี่น้องทั้งสองหลายครั้งด้วยเครื่องมือทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน ซึ่งไม่มีทางผิดพลาดได้แน่นอน
พอพูดจบ พลังของเจียงเยว่หลี่และเจียงเยว่ซีก็กลับเข้าสู่ร่างกาย บรรยากาศภายในห้องก็กลับสู่ความสงบ
“พ่อคะ พลังน้ำแข็งอ่อนแอระดับ F ของหนูได้วิวัฒนาการเป็นพลังผลึกเหมันต์นิรันดร์ระดับ C สำเร็จแล้ว!”
ใบหน้าของเจียงเยว่ซีเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ มุมปากแทบจะยกสูงถึงคิ้ว
“พลังไฟฟ้าอ่อนแอระดับ F ของหนูก็วิวัฒนาการเป็นพลังอสนีม่วงครามระดับ C สำเร็จเหมือนกันค่ะ”
แม้เจียงเยว่หลี่จะไม่ยิ้ม แต่มุมปากก็อดที่จะยกขึ้นเล็กน้อยไม่ได้
ท้ายที่สุดแล้ว พวกเธอทั้งสองก็เป็นแค่เด็กที่เพิ่งกำลังเข้าสู่วัยรุ่น
คิดว่าพรสวรรค์ระดับ F จะอยู่กับตัวไปตลอดชีวิต แต่ตอนนี้กลับวิวัฒนาการเป็นระดับ C จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร?
เจียงเทียนหยางตกตะลึง สีหน้าของเขาแข็งค้างราวกับรูปปั้น
“พี่ชาย สาเหตุที่เยว่หลี่กับเยว่ซีสามารถพัฒนาได้เป็นขั้นที่สองก็เพราะอาจารย์ของพวกเธอนะ”
เห็นเจียงเทียนหยางเงียบไปนาน เจียงเหลียนเยว่จึงรีบพูดเสริมขึ้นมา
เจียงเทียนหยางยังคงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ดูเหมือนรูปปั้นที่กำลังจะผุพังไปตามกาลเวลา
“พี่ชาย!?”
“พ่อ!?”
“พ่อ!?”
เจียงเหลียนเยว่ เจียงเยว่หลี่และเจียงเยว่ซีเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
ขนตาของเจียงเทียนหยางกระพริบถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่เขาค่อย ๆ ได้สติ จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
“พ่อ! พ่อจะไปไหนคะ?”
เจียงเยว่ซีรีบโบกมือและตะโกนทันที
เจียงเทียนหยางไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมา ทิ้งไว้เพียงประโยคสั้น ๆ
“พ่อจะไปเก็บของแล้วพาพวกเธอไปโรงเรียนด้วยตัวเองพรุ่งนี้เช้า!”