ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS! - บทที่ 90 อาจารย์สวีเซอได้ก้าวขึ้นสู่ระดับสามขั้นเก้า!
- Home
- ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS!
- บทที่ 90 อาจารย์สวีเซอได้ก้าวขึ้นสู่ระดับสามขั้นเก้า!
ที่คฤหาสน์ตระกูลเจียง ห้องนั่งเล่น
“อะไรนะ? มีอีกเม็ดหนึ่ง!” ม่านตาของเจียงเทียนหยางสั่นไหวเล็กน้อย เขารีบคว้ายาเม็ดจากมือของเจียงเยวซีทันที เขาวางยาสองเม็ดเคียงข้างกันบนฝ่ามือ ทั้งคู่เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน!
ทุกร่องรอยบ่งชี้ว่านี่คือยาขยายเส้นลมปราณของแท้ทั้งคู่
เมื่อตระหนักถึงความจริงนี้ เจียงเทียนหยางรู้สึกคลางแคลงใจอยู่ลึกๆ ชัดเจนว่าไม่มียาขยายเส้นลมปราณวางจำหน่ายในเมืองเผิง หรือแม้แต่ในกลุ่มบริษัทยาฮาร์บินแล้ว สวี่เชอได้ยาขยายเส้นลมปราณมาจากที่ไหน?
ทำไมถึงมอบยาขยายเส้นลมปราณให้เจียงเยวหลี่และเจียงเยวซี? สวี่เชอไม่จำเป็นต้องใช้มันเองเหรอ?
คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวของเจียงเทียนหยาง ทำให้คิ้วของเขาขมวดแน่น “เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมอาจารย์สวี่เชอถึงให้ยาขยายเส้นลมปราณกับพวกเธอ?”
เจียงเหลียนเยวเป็นคนแรกที่โต้ตอบ ดวงตาของเธอฉายแววสงสัย เธอตระหนักว่าตนเองอาจเข้าใจผิดไป บางทีอาจไม่ใช่สวี่เชอที่ต้องการยาขยายเส้นลมปราณ แต่เป็นเจียงเยวหลี่และเจียงเยวซีมากกว่า
เจียงเยวหลี่ตอบว่า “อาจารย์สวี่เชอบอกว่าการกินยาขยายเส้นลมปราณจะทำให้พวกเราฝึกฝนได้เร็วขึ้น แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก”
“พี่สาวพูดถูก เป็นแบบนั้นจริงๆ ค่ะ” เจียงเยวซีเสริมเป็นความจริง
หลังจากได้ยินคำตอบจากทั้งสอง เจียงเหลียนเยวก็ไม่มีข้อสงสัยใดๆ อีกต่อไป เหมือนว่าจะเป็นความเข้าใจผิดจริงๆ สวี่เชอถามถึงยาขยายเส้นลมปราณก็เพื่อเจียงเยวหลี่และเจียงเยวซี ทั้งหมดเป็นอย่างนั้นนี่เอง
หลังจากรู้ความจริง เจียงเทียนหยางไม่เพียงไม่รู้สึกผ่อนคลายลงเลย แต่สีหน้าของเขากลับซับซ้อนยิ่งขึ้น ยาขยายเส้นลมปราณหนึ่งเม็ดราคาสองล้านห้าแสนหยวน สองเม็ดก็เป็นห้าล้านหยวน!
เจียงเทียนหยางเพิ่งให้บัตรมูลค่าห้าล้านหยวนกับสวี่เชอไป แล้วสวี่เชอก็ใช้มันไปทั้งหมดเพื่อลูกสาวทั้งสองของเขา นี่หมายความว่าอะไร? นี่หมายความว่าสวี่เชอไม่ต้องการติดหนี้บุญคุณเขางั้นเหรอ?
ก่อนหน้านี้เข้าใจผิดที่คิดว่าอาจารย์สวี่เชอเป็นคนโลภ มันผิดถนัดเลย! เจียงเทียนหยางนะเจียงเทียนหยาง แกช่างโง่เง่าเหลือเกิน!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เจียงเทียนหยางรู้สึกผิดจนไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ “พ่อคะ อาคะ ยาขยายเส้นลมปราณนี้หายากและมีค่ามากเลยเหรอ? ทำไมทั้งสองคนถึงทำหน้าแบบนั้น?”
หลังจากมองดูทั้งสองคนอย่างพินิจพิเคราะห์หลายครั้ง ดวงตาของเจียงเยวหลี่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เจียงเหลียนเยวอธิบายว่า “แม้ราคาจะสูงแต่ก็ยังพอรับได้ ยาขยายเส้นลมปราณหนึ่งเม็ดมีราคาขายสองล้านห้าแสนหยวน ประเด็นสำคัญคือยาขยายเส้นลมปราณนี้เป็นยาที่มีสรรพคุณพิเศษที่ไม่มีขายในท้องตลาด อย่างน้อยหลายคนในตระกูลเจียงของพวกเราก็พยายามหาซื้อ แต่ก็ไม่สามารถซื้อได้”
พูดถึงตรงนี้ เจียงเหลียนเยวก็เหลือบมองยาขยายเส้นลมปราณในมือของทั้งสองคน “ดังนั้นฉันจึงสงสัยมากว่า อาจารย์สวี่เชอได้ยาขยายเส้นลมปราณในมือพวกเธอมาจากที่ไหน”
“หา?” เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงเยวซีก็เม้มปากพูดว่า “อาเข้าใจผิดหรือเปล่า?”
“หืม?” เจียงเหลียนเยวแสดงความสงสัยด้วยน้ำเสียงงึมงำ
“บางทีอาอาจจะจำชื่อผิดก็ได้? ยาขยายเส้นลมปราณไม่น่าจะหายากขนาดนั้นนะ!” เจียงเยวซีกะพริบตาโต เจียงเยวหลี่พยักหน้าเห็นด้วย เห็นได้ชัดว่าคิดเหมือนกัน
“หมายความว่ายังไง?” สังเกตจากสีหน้าของเจียงเยวซี เจียงเหลียนเยวรู้สึกได้ว่าต้องมีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดของเธอ
“คือว่า…” เจียงเยวซียังคงคิดอยู่ด้วยสีหน้าเก้อเขิน แต่เจียงเยวหลี่พูดขึ้นมาก่อน “เพราะอาจารย์สวี่เชอให้พวกเรามาคนละสองเม็ด อีกเม็ดอยู่ในท้องพวกเราแล้ว”
เจียงเยวซีพยักหน้าถี่ “ใช่… ใช่แล้ว และอาจารย์ยังบอกว่า หลังจากกินหมดแล้วก็ยังมี…”
พอพูดถึงตรงนี้ ห้องนั่งเล่นก็พลันเงียบลงทันที บรรยากาศตึงเครียดเล็กน้อยจนได้ยินเสียงหายใจของแต่ละคนอย่างชัดเจน
“สี่เม็ด!” ม่านตาของเจียงเหลียนเยวหดตัวอย่างรุนแรงราวกับเจอแสงสว่างจ้า และสีหน้าของเธอดูประหลาดมากชั่วขณะ
ที่แท้สวี่เชอให้เจียงเยวหลี่และเจียงเยวซีไม่ใช่แค่สองเม็ด แต่นั่นเป็นสี่เม็ด! พูดอีกนัยหนึ่งคือ สวี่เชอคนเดียวสามารถหายาขยายเส้นลมปราณที่ตระกูลเจียงใช้เส้นสายยังซื้อไม่ได้ มาถึงสี่เม็ด?!
และจากน้ำเสียงของเจียงเยวซี ยาขยายเส้นลมปราณสี่เม็ดนี้ก็ยังไม่ใช่จำนวนสูงสุด สวี่เชอสามารถหามาได้อีก! นี่มันเหลือเชื่อมาก!
ชั่วขณะนั้นแม้แต่เธอเองก็เริ่มสงสัยในสิ่งที่เจียงเทียนหยางพูด ดวงตาของเธอจ้องมองใบหน้าของเจียงเทียนหยางอย่างเงียบๆ และแววตาของเจียงเหลียนเยวก็แฝงความสงสัยอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอา เจียงเยวหลี่และเจียงเยวซีก็ตระหนักได้ในทันทีว่า ยาขยายเส้นลมปราณที่อยู่ในมือพวกเธอนั้นช่างพิเศษจริงๆ เมื่อนึกถึงว่าตอนกลางวันพวกเธอใช้เงินของอาจารย์สวี่เชอไปราวกับกินลูกอมนั้น ทั้งสองรู้สึกเหมือนถูกแทงเข้าที่จุดอ่อนในใจ ตอนที่ให้ยาวิเศษกับพวกเธอ อาจารย์สวี่เชอไม่ได้พูดถึงมูลค่าของมันเลยสักนิด!
“อาจารย์สวี่เชอ…” ชั่วขณะนั้นทั้งสองคนรู้สึกตื้นตันใจ
“ไม่นะ น้องสาว เธอถึงกับไม่เชื่อใจพี่ชายของเธอเองเลยเหรอ?” เจียงเทียนหยางอ่านความสงสัยในดวงตาของเจียงเหลียนเยวออก สีหน้าของเขาดูหม่นลงเล็กน้อย ไม่เพียงแต่เจียงเหลียนเยวที่สงสัยในตัวเขา แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังสงสัย เจียงเทียนหยางยังหายาขยายเส้นลมปราณไม่ได้สักเม็ด แต่สวี่เชอกลับได้มาถึงสี่เม็ดอย่างง่ายดาย นี่ไม่ได้หมายความว่าสวี่เชอมีเส้นสายมากกว่าตระกูลเจียงหรอกเหรอ?
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ เจียงเทียนหยางถึงกับชาไปทั้งตัว “ในแง่ความรู้สึก ฉันเชื่อใจพี่นะ” เจียงเหลียนเยวตอบเบาๆ แตรีบเสริมว่า “แต่มันไม่สมเหตุสมผลกับความเป็นจริงในตอนนี้”
เจียงเทียนหยางเงียบไปครู่หนึ่ง แม้เขาจะไม่พูดอะไร แต่ความคิดในหัวกำลังระเบิด เขาคิดว่าตัวเองให้ความสำคัญกับสวี่เชอมากพอแล้ว ท้ายที่สุดแล้วเขาก็วางแผนจะจับคู่น้องสาวกับสวี่เชอ นั่นไม่ใช่การใส่ใจหรอกเหรอ?
แต่วันนี้เพิ่งรู้ว่าตัวเองยังเด็กเกินไป และสวี่เชอสมควรได้รับความสนใจจากเขามากกว่านี้! ยาขยายเส้นลมปราณหนึ่งเม็ดราคาสองล้านห้าแสนหยวน สี่เม็ดก็เท่ากับสิบล้านหยวน!
เขาให้เงินสวี่เชอห้าล้าน แต่สวี่เชอกลับให้เจียงเยวหลี่และเจียงเยวซีถึงสิบล้าน? อาจารย์แบบไหนกันถึงทำได้ขนาดนี้!
ในตอนนี้เจียงเทียนหยางมีความคิดเดียวในหัว นั่นคือต้องล็อกน้องสาวและสวี่เชอไว้ด้วยกันให้แน่น! เจียงเทียนหยางตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกสวี่เชอเป็นน้องเขย และจะไม่ยอมให้ใครคนอื่นแย่งไปเด็ดขาด!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เจียงเทียนหยางก็มองไปที่เจียงเหลียนเยวและขยับริมฝีปากพูดว่า “น้องสาว พี่ว่าอาจารย์สวี่เชอเป็นคนดีนะ เธอว่าไง?”
“หา?” เจียงเหลียนเยวไม่คาดคิดว่าเจียงเทียนหยางจะพูดอะไรกว้างๆ แบบนี้ เธอพยักหน้ารับโดยไม่รู้ตัว “อืม ใช่ค่ะ”
ในความคิดของเธอ ภาพลักษณ์ของสวี่เชอค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตอนแรกเธอแค่รู้สึกอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับสวี่เชอ แต่หลังจากที่ได้รู้จักเขา เธอก็ค่อยๆ ค้นพบว่าสวี่เชอเป็นคนที่ดีมากจริงๆ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้เธอชอบสวี่เชอมากขึ้นทันที
เจียงเทียนหยางกระแอมเบาๆ “พี่หมายถึง… เธอคิดว่าพวกเธอมีโอกาสคบหาดูใจกันบ้างไหม?”
ม่านตาของเจียงเหลียนเยวหดเล็กลงในทันที ใบหน้าของเธอแดงก่ำขึ้นมาถึงลำคอ เธอรีบพูดอย่างโกรธๆ “พี่พูดอะไรเหลวไหลอย่างนั้น! ฉันจะไปคบกับเขาได้ยังไงกัน!”
หลังจากพูดจบเธอก็เสริมว่า “แล้วอีกอย่าง เขาก็แค่ระดับสามขั้นแปดเท่านั้นเอง!”
พอพูดจบ เจียงเยวหลี่ก็เรียกเบาๆ “อาคะ…”
“หืม?” เจียงเหลียนเยวหันไปมอง เจียงเยวหลี่ขยับริมฝีปาก “อาจารย์สวี่เชอขึ้นถึงระดับสามขั้นเก้าแล้วค่ะ”
เจียงเยวซีพยักหน้า “ใช่แล้วละ~”