ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS! - บทที่ 96 ทดสอบพรสวรรค์!
- Home
- ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS!
- บทที่ 96 ทดสอบพรสวรรค์!
ชั้นสามของร้านขายยา ภายในห้อง
“ขอยาขยายเส้นลมปราณเพิ่มอีกแปด… เอ่อ ไม่สิ! สิบเม็ดได้ไหมครับ?”
สวี่เชอทำท่าเขินอาย แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้สุภาพเลยสักนิด ตอนที่พูดออกมา คิดว่าแปดเม็ดอาจไม่พอ เลยขอเพิ่มอีกสองเม็ด ยาขยายเส้นลมปราณสิบเม็ดก็น่าจะพอสำหรับให้เจียงเยวหลี่และเจียงเยวซีเลื่อนขั้นไปถึงระดับสอง
“ยาขยายเส้นลมปราณสิบเม็ด?” เคราของเซียเติ้งสั่นไหวอย่างรุนแรง สีหน้าดูแปลกๆ ไปเล็กน้อย “อืม…”
ดวงตาของสวี่เชอเผยความคาดหวังอันลึกล้ำ ความอึดอัดใจวาบผ่านใบหน้าของเซียเติ้ง “ยาขยายเส้นลมปราณ… หมดสต็อกจริงๆ”
นึกถึงที่เพิ่งสาบานว่าจะมียาเพียงพอ เซียเติ้งรู้สึกละอายนิดหน่อย ยาขยายเส้นลมปราณเป็นยาที่มีประโยชน์เฉพาะทาง และความต้องการมีน้อยมาตลอด ยาขยายเส้นลมปราณสี่เม็ดที่ให้สวี่เชอไปนั้น เก็บไว้มากกว่าหกปีแล้ว
“หมด?” สวี่เชอตกตะลึง หัวมึนงง ถ้ายาขยายเส้นลมปราณหมด เจียงเยวหลีและเจียงเยวซีจะทำยังไง? แล้วเขาจะต้องทำยังไงต่อดี? นี่มันจบชีวิตเขาแล้วไม่ใช่เหรอ!
“ใช่… ไม่มีแล้ว” หลังจากอึดอัดใจครู่หนึ่ง เซียเติ้งก็ถามอย่างสงสัยทันที “จำได้ว่าให้ยาขยายเส้นลมปราณเจ้าไปสี่เม็ดแล้วนะ นั่นก็พอสำหรับคนสี่คนแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“สำหรับคนสี่คน?” สวี่เชออึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วม่านตาก็หดเล็กลงเล็กน้อย “หมายความว่ายังไง…”
ในตอนนี้เขาถึงได้ตระหนัก บางทีอาจไม่ใช่เพราะยาขยายเส้นลมปราณ แต่เป็นเพราะเจียงเยวหลี่และเจียงเยวซีที่มีร่างกายที่พิเศษขนาดนี้!
“หรือยาขยายเส้นลมปราณมีการดื้อยา?”
เมื่อพูดถึงยา สีหน้าของเซียเติ้งก็กลายเป็นจริงจัง “คนปกติกินได้แค่เม็ดเดียว เม็ดที่สองจะไม่มีผลอะไรเลย”
สีหน้าของสวี่เชอค่อยเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของสวี่เชอ เซียเติ้งก็อดไม่ได้ที่จะเสียงดังขึ้น “เจ้าไม่ได้ให้คนเดียวกินทั้งหมดใช่ไหม!” มันเป็นการสิ้นเปลืองมากที่จะให้คนคนเดียวกินยาขยายเส้นลมปราณถึงสี่เม็ด!
“ไม่ใช่ย่างนั้น” สวี่เชอส่ายหัว สีหน้าของเซียเติ้งผ่อนคลายลง แต่วินาทีถัดมาสวี่เชอก็พูดออกมาทันที “ผมแบ่งให้พวกเธอสองคนเท่ากัน”
“หา? นี่มัน!…” สีหน้าของเซียเติ้งเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และในที่สุดก็ถอนหายใจ “โธ่เอ๋ย! เสียของเปล่าที่ให้คนละสองเม็ด โอกาสขยายเส้นลมปราณมีแค่ครั้งเดียว ถ้าเส้นลมปราณสามารถขยายได้ไม่จำกัด ราคาของยาขยายเส้นลมปราณคงไม่แค่นี้ มันต้องแพงกว่านี้อย่างน้อยสิบเท่า!”
“แต่สองคนนั้นยังขยายได้เรื่อยๆ นะ” สวี่เชอพึมพำเบาๆ
“หืม? เจ้าว่าอะไรนะ?”
“อ้อ ไม่มีอะไร” สวี่เชอหยุดพูดอย่างรู้กาลเทศะ เขาไม่อยากเปิดเผยความพิเศษในร่างกายของเจียงเยวหลีและเจียงเยวซี ถึงแม้ตอนนี้ยาขยายเส้นลมปราณจะหมดแล้ว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ คิดถึงตรงนี้สวี่เชอก็อดถอนหายใจลึกๆ ไม่ได้
“เจ้าต้องการยาขยายเส้นลมปราณเพิ่มเหรอ?” เซียเติ้งสังเกตสีหน้าของสวี่เชอแล้วถามอย่างระมัดระวัง
ดวงตาของสวี่เชอสว่างวาบขึ้นทันทีแต่แล้วก็หรี่ลงอีกครั้ง “น่าเสียดายที่มันหมดไปแล้ว…”
ดวงตาของเซียเติ้งกลอกไปมา มุมปากพลันยกขึ้น “ถ้าเจ้าอยากได้จริง ก็มีวิธีอยู่”
“วิธีอะไร?” สวี่เชอตอบสนองอย่างรวดเร็ว
“เอ้า เจ้าลืมไปแล้วเหรอว่าข้าเป็นผู้คิดค้นยาขยายเส้นลมปราณ” เซียเติ้งถอดเสื้อคลุมที่สกปรกทิ้งไป ยืดอกชูคอพูด “ถ้าเจ้าต้องการยาขยายเส้นลมปราณ ก็แค่ปรุงขึ้นมาใหม่ไม่ใช่เหรอ?”
แม้เสียงจะไม่ดัง แต่มันเหมือนสายฟ้าฟาดลงมาในหูของสวี่เชอ ขับไล่ความสงสัยทั้งหมดในใจเขาทันที ใช่แล้ว ผู้คิดค้นก็อยู่ตรงนี้ ทำไมไม่ลงมือปรุงยาเลยล่ะ! ยาเม็ดที่เพิ่งทำใหม่ยังร้อนๆ จะอร่อยกว่ายาที่เก็บไว้นานไหมนะ?
สวี่เชอรู้สึกตื่นเต้น แต่เมื่อมองไปรอบห้องที่รกระเกะระกะ สีหน้าของเขาก็หยุดชะงัก ห้องตรงหน้าดูไม่เหมือนสถานที่สำหรับปรุงยาเลยสักนิด
“คิดอะไรอยู่? ห้องปรุงยาไม่ได้อยู่ที่นี่ ตามข้ามา” เซียเติ้งโบกมือแล้วเดินนำออกไป
สวี่เชอข่มความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้แล้วรีบวิ่งตามไป หลังจากเดินวนไปวนมาหลายรอบ ในที่สุดเซียเติ้งก็มาหยุดที่หน้าห้องหนึ่ง
ต่างจากห้องอื่น ประตูห้องนี้เหมือนกับห้องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในโรงพยาบาลไม่มีผิด มีป้ายแขวนอยู่ในตำแหน่งที่เด่นที่สุดเหนือประตู เขียนว่า ‘นี่คือพื้นที่ผลิตยา ห้ามเข้าใกล้’
[ติ๊ง~ ยืนยันตัวตนแล้ว กำลังเปิด]
พร้อมกับเสียงอิเล็กทรอนิกส์ ประตูห้องปรุงยาก็ค่อยๆ เปิดออก สวี่เชอมองอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่กลับไม่เห็นอะไรเลย เห็นแค่ทางเดินที่ดูคล้ายห้องผ่าตัด ที่ปลายทางเดินมีประตูอยู่ และทั้งสองข้างมีชุดป้องกันแบบปิดผนึกมากมาย ดูหรูหราทันสมัยมาก
“ห้องปรุงยานี้มีมูลค่ามากกว่าตัวตึกนี้อีก” เซียเติ้งดูภาคภูมิใจขณะหยิบชุดป้องกันออกมาหนึ่งชุด แล้วยื่นให้สวี่เชอ “ใส่มันซะ การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยอาจทำให้การผลิตยาล้มเหลวได้”
“ครับ” สวี่เชอรับชุดป้องกันมาแล้วสวมใส่อย่างคล่องแคล่ว เขาไม่ได้รู้สึกแปลกกับขั้นตอนนี้ ตอนเด็กๆ เขาก็ต้องสวมชุดป้องกันเวลาเข้าไปในเรือนกระจกปลูกพืชวิเศษของสวี่ตาซุน แต่ไม่ได้ทันสมัยเท่านี้
หลังจากทั้งสองเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เซียเติ้งก็กดปุ่มอีกครั้ง ประตูที่ปลายทางค่อยๆ เปิดออก ไฟในห้องปรุงยาค่อยๆ สว่างขึ้น เซียเติ้งและสวี่เชอมองหน้ากันแล้วเดินเข้าไปในห้องปรุงยาทีละคน
“เฮือก..” เมื่อเห็นภาพรวมทั้งหมดของห้องปรุงยา สวี่เชออดที่จะสูดหายใจไม่ได้ ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง!
เตาหลอมยา ฟืน ภาคยาสมุนไพร และอื่นที่จินตนาการไว้ทั้งหมดหายไป แทนที่ด้วยเครื่องมือต่างๆ มากมาย เช่น หลอดทดลอง บีกเกอร์ ขวดรูปชมพู่ และจานระเหย มีแม้กระทั่งค้อนไฟฟ้า เลื่อยไฟฟ้า สว่านไฟฟ้า และเครื่องเจียร สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือโครงสร้างขนาดใหญ่ตรงกลางห้องปรุงยา ถ้าป้ายชื่อที่มุมบนขวามือถูกต้อง นี่น่าจะเป็นเตาไฟฟ้า!
“นิมัน…” สวี่เชออ้าปากค้าง รู้สึกว่าลำคอแห้งผาก “โอ้โห นี่มันการผลิตยาไฮเทคชัดๆ”
“ทำไม? แปลกใจเหรอ?” เซียเติ้งยิ้มกว้างเมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของสวี่เชอ “นี่มันยุคอะไรแล้ว เจ้าคงไม่คิดว่าการปรุงยาจะยังเหมือนในนิยายหรอกนะ เป็นไปไม่ได้หรอก”
“หมายความว่าการผลิตยาและการปรุงยากลายเป็นระบบมาตรฐานและอัตโนมัติทั้งหมดแล้วเหรอ?” สวี่เชอถามอย่างสงสัย
เซียเติ้งส่ายหน้าอย่างเสียดาย “เป็นไปไม่ได้หรอก อัตราส่วนที่สำคัญที่สุดต้องใช้ประสบการณ์ ไม่งั้นจะต้องการเภสัชกรมืออาชีพไปทำไม?”
สวี่เชอพยักหน้า นี่ฟังดูสมเหตุสมผลกว่า
“ทำตอนนี้ดีกว่ารอวันหน้า ข้าจะถือโอกาสนี้สาธิตวิธีเตรียมยาให้ดูก่อน ลงมือทำ ดูให้ดีๆ นะ” เมื่อพูดถึงการปรุงยา สีหน้าของเซียเติ้งกลับจริงจังขึ้นมาทันที ท่าทางเปลี่ยนไปในทันใด เหตุผลสำคัญที่เขาตัดสินใจปรุงยาขยายเส้นลมปราณทันที ก็เพราะต้องการทดสอบความเข้าใจเรื่องการปรุงยาของสวี่เชอ ในวงการมีข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายวิญญาณยาน้อยมาก เขาก็อยากรู้วาสวี่เชอในฐานะร่างกายวิญญาณยามีพรสวรรค์แค่ไหน
“ครับ” สวี่เชอก็อยากรู้เรื่องการปรุงยาเหมือนกัน
เพราะต้องการทดสอบพรสวรรค์ของสวี่เชอ เซียเติ้งจึงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สิบนาทีต่อมา เซียเติ้งหยุดสิ่งที่ทำอยู่แล้วมองไปที่สวี่เชออย่างมีความหวัง “เป็นไงบ้าง เข้าใจมากแค่ไหน?”
“หืม?” สวี่เชอกะพริบตาด้วยความสับสน “อะไรนะ? จบแล้วเหรอ?”