ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 1 สถาบันวิจัยหมื่นภพกับผลสั่นสะเทือน
ณ โรงเรียนมัธยมชิงหยวน เมืองชิงหยวน ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิหลงเซี่ย
ท่ามกลางแถวของเหล่านักเรียนชายหญิงนับสิบชีวิตที่ยืนเรียงรายกันอยู่บนลานกว้าง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความคาดหวังที่ฉายชัดบนใบหน้าของพวกเขา ทว่าที่ปลายแถวนั้น กลับมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับไม่ทุกข์ร้อนต่อสิ่งใด
โม่หยิงเฉิน เด็กหนุ่มผู้มีดวงตาสงบนิ่ง แตกต่างจากคนรอบข้างอย่างสิ้นเชิง
เวลาล่วงเลยมากว่าสิบปีแล้ว นับตั้งแต่เขาข้ามมิติจากโลกเดิมมาจุติยังร่างนี้… โลกใบใหม่ที่ทุกสิ่งถูกกำหนดด้วยพลังของสัตว์อสูร
นอกกำแพงเมืองสูงตระหง่าน คือป่าเถื่อนรกร้างที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้ายเสียงคำรามกึกก้อง อีกทั้งยังมีมิติลับปรากฏขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน คุกคามพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์อยู่ตลอดเวลา การกลายเป็นผู้ฝึกสัตว์ที่แข็งแกร่งจึงเปรียบเสมือนเกียรติยศสูงสุดและเป้าหมายชีวิตของทุกคน
อายุสิบแปดปี คือจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต เป็นช่วงเวลาแห่งการปลุกพรสวรรค์เพื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางของผู้ฝึกสัตว์
พรสวรรค์คือตั๋วผ่านทางใบแรก มีเพียงผู้ที่ปลุกพรสวรรค์ได้สำเร็จเท่านั้น จึงจะสามารถเปิดพื้นที่ทางจิตและทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรได้ ซึ่งความสามารถของพรสวรรค์นั้นมีมากมายมหาศาล บ้างช่วยเพิ่มพลังรบให้สัตว์อสูร บ้างสื่อสารทางจิต หรือแม้กระทั่งเร่งการวิวัฒนาการ
และเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ในวันเกิดครบรอบสิบแปดปี โม่หยิงเฉินก็ได้ปลุกพรสวรรค์ของเขาตื่นขึ้น…
มุมปากของเด็กหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงหน้าต่างสถานะที่ปรากฏในห้วงความคิด
[พรสวรรค์: โชคชะตาสัมบูรณ์ ]
[ความสามารถ: เมื่อเรียกใช้ ค่าโชคจะพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดที่เป็นไปได้ในทันที เป็นเวลา 10 นาที]
[คูลดาวน์: 24 ชั่วโมง]
ฟังดูเหมือนทักษะของนักพนันที่ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับการฝึกสัตว์ แต่นี่แหละคือใบเบิกทางที่ทำให้เขากลายเป็นผู้ฝึกสัตว์อย่างเป็นทางการ!
วันนี้คือวันตัดสินชะตา… วันแห่งพิธีพันธสัญญา
ทุกคนจะต้องก้าวขึ้นสู่ แท่นบูชาวิญญาณ เพื่อสุ่มอัญเชิญสัตว์อสูรตัวแรกในชีวิต ซึ่งสัตว์ตัวแรกนี้มีความสำคัญถึงขนาดชี้เป็นชี้ตายอนาคตของคนคนนั้นได้เลยทีเดียว
ด้วยพรสวรรค์ [โชคชะตาสัมบูรณ์]… เรื่องวัดดวงแบบนี้มันก็เหมือนสร้างมาเพื่อข้าโดยเฉพาะชัดๆ
โม่หยิงเฉินคิดในใจอย่างมั่นใจรับรองว่าข้าต้องสุ่มได้สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่กฎเกณฑ์จะอนุญาตให้ทำสัญญาได้อย่างแน่นอน!
แต่น่าเสียดายเรื่องผลปีศาจเมื่อเช้านี้จริงๆ อีกแค่นิดเดียวแท้ๆ
เมื่อความคิดแล่นมาถึงตรงนี้ แววตาของเขาก็ฉายแววเสียดายวูบหนึ่ง
หากบอกว่า [โชคชะตาสัมบูรณ์] คือพรสวรรค์ติดตัวของร่างนี้… สิ่งที่ติดวิญญาณเขามาจากโลกเดิมเมื่อสิบปีก่อนก็คือสถาบันวิจัยหมื่นภพที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของสมอง นั่นต่างหากคือไม้ตายก้นหีบของจริง!
มันคือภาพจำลองของกลุ่มอาคารวิจัยขนาดมหึมาที่แผ่กว้างจนสุดลูกหูลูกตา ป้ายชื่อเก่าคร่ำครึที่ทางเข้าเขียนไว้เลือนรางว่าสถาบันวิจัยวัตถุเหนือธรรมชาตินานาภพ
สถาบันแห่งนี้เปิดปิดตามอำเภอใจ บางครั้งก็หายไปสามวัน บางครั้งก็นานครึ่งปี แต่ทุกครั้งที่มันเปิดออก เขาจะมีเวลาหนึ่งวันเต็มในการส่งจิตเข้าไปสำรวจได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
ทว่าปัญหาใหญ่คือ การเข้าไปในนั้นสูบกลืนพลังจิตอย่างมหาศาล ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เขาสำรวจได้แค่รอบนอก ไม่เคยเข้าถึงโซนเก็บวัตถุระดับสูงลึกๆ ได้เลยสักครั้ง
จนกระทั่งเมื่อเช้ามืดวันนี้… เขาเข้าใกล้ความสำเร็จที่สุด!
เขาฝ่าเข้าไปถึงหน้าห้องวิจัยแห่งหนึ่ง ผ่านกระจกใสนั้น เขาเห็นผลไม้รูปร่างประหลาดวางสงบนิ่งอยู่บนแท่นทดลอง ผิวของมันเต็มไปด้วยลวดลายเกลียวคลื่นอันเป็นเอกลักษณ์
วินาทีก่อนที่พลังจิตจะหมดเกลี้ยงและถูกดีดออกมา สายตาของเขาจับจ้องไปที่คำอธิบายบนผนังห้องอย่างไม่วางตา
วัตถุจากโลกหมายเลข 0017 ผลไม้ที่มอบพลังเหนือธรรมชาติ… นามว่า ผลสั่นสะเทือน!
ผลสั่นสะเทือน!
นั่นมันพลังของหนวดขาวชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกจากเรื่องวันพีซ พลังที่ได้ชื่อว่าสามารถทำลายล้างโลกได้!
ไม่ว่าจะกินเองหรือป้อนให้สัตว์อสูรที่กำลังจะทำสัญญา พลังรบจะต้องพุ่งทะยานจนกู่ไม่กลับแน่ๆ แค่คิดภาพการโบกมือครั้งเดียวแล้วเกิดแผ่นดินไหว หรือกระทืบเท้าแล้วเกิดสึนามิถล่มทลาย… เลือดในกายของโม่หยิงเฉินก็เดือดพล่าน
ถ้าได้มันมาครอง…
ดวงตาของเขาเป็นประกายวาวโรจน์ เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการข่มใจไม่ให้พุ่งกลับเข้าไปในสถาบันวิจัยเดี๋ยวนี้
ไม่ได้… วันนี้พิธีพันธสัญญาสำคัญกว่า
นี่คือโอกาสเดียวในชีวิตที่จะได้เป็นผู้ฝึกสัตว์ การสำรวจสถาบันวิจัยจะสูบพลังจิตจนแห้งเหือด หากไปเข้าพิธีในสภาพสมองกลวงเปล่า อาจเกิดผลกระทบที่คาดไม่ถึงได้
ส่วนผลสั่นสะเทือนนั่น… มันไม่มีขาหนีไปไหนหรอก
รอให้จบเรื่องที่นี่ กลับถึงบ้านแล้วค่อยวางแผนเส้นทางวิ่งเข้าไปหยิบมันออกมาอย่างละเอียดอีกทีก็ยังไม่สาย น่าจะมีโอกาสสำเร็จสูงมาก
พอคิดได้แบบนี้ ความกดดันในใจก็คลายลง เปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นที่แทรกเข้ามาแทนที่
เริ่มจากใช้ [โชคชะตาสัมบูรณ์] สุ่มหาสัตว์อสูรระดับท็อปมาทำสัญญา แล้วค่อยเอาผลสั่นสะเทือนมายัดให้มันกิน…
ซี๊ดดด…
ภาพอนาคตที่วาดไว้… มันช่างงดงามจนแทบอดใจรอไม่ไหว!
ตึง! ตึง! ตึง!
ในขณะที่โม่หยิงเฉินกำลังจมอยู่ในจินตนาการ แรงสั่นสะเทือนหนักหน่วงจากพื้นดินก็กระชากสติเขากลับมาสู่ความจริง พร้อมกับบรรยากาศในสนามที่พุ่งแตะจุดเดือด
นักเรียนทุกคนหยุดคุยและหันขวับไปมองทางต้นเสียงเป็นตาเดียว
ที่ขอบสนาม ร่างยักษ์มหึมาสูงเท่าตึกสามชั้นกำลังก้าวเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ผิวหนังของมันแข็งแกร่งราวกับหินผา สะท้อนแสงแดดเป็นประกายทองแดง ดวงตาข้างเดียวขนาดใหญ่กลอกไปมา ปลดปล่อยแรงกดดันอันดุร้ายออกมาจนอากาศรอบข้างหนักอึ้ง
อสูรยักษ์ตาเดียว!
บนฝ่ามือหนาใหญ่ที่ยกขึ้นประคองเป็นแท่นยืน ชายวัยกลางคนในชุดสูทจีนยืนเอามือไพล่หลัง กวาดสายตามองเหล่านักเรียนด้วยความสงบนิ่ง
นี่คือ อสูรระดับราชันย์ (Rank C) สัตว์อสูรคู่กายของ หลี่ฉางชิว ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมชิงหยวน
ในโลกนี้ ระดับความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรถูกแบ่งออกเป็น 7 ระดับ คือ F, E, D, C, B, A, และ S (หรือเทียบเท่าระดับ ทาส, ทหาร, ขุนพล, ราชันย์, จักรพรรดิ, บรรพกาล, และ มายา)
ส่วนจะมีระดับที่สูงกว่านี้หรือไม่… นั่นไม่ใช่สิ่งที่โม่หยิงเฉินในตอนนี้จะรับรู้ได้
แต่เพียงแค่ ระดับราชันย์ (Rank C) ก็ถือเป็นขุมพลังสูงสุดของเมืองเล็กๆ อย่างชิงหยวนแล้ว มันคือตัวตนที่เพียงพอจะข่มขวัญคนทั้งเมืองให้สยบยอม
หลี่ฉางชิวที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนมือยักษ์กระแอมไอเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวาน
นักเรียนทุกคน การที่พวกเธมายืนอยู่ตรงนี้ได้ แสดงว่าทุกคนได้ปลุกพรสวรรค์สำเร็จแล้ว พวกเธอคือความหวังและอนาคตของมนุษยชาติ
วันนี้คือพิธีพันธสัญญาประจำปี เป็นโอกาสแรกและโอกาสเดียวที่พวกเธอจะได้รับสัตว์อสูรคู่กาย
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา…
ผอ.หลี่ฉางชิวสะบัดมือ ชี้ไปที่แท่นหินโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสนาม
คนที่ถูกขานชื่อ ให้ก้าวขึ้นมาเริ่มพิธีได้เลย… เฉินเล่ย!
สิ้นเสียงประกาศ เด็กหนุ่มร่างท้วมในแถวสะดุ้งเฮือก ก่อนจะก้าวขาที่สั่นเทาเดินตรงไปยังแท่นบูชาวิญญาณท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้อง
ไม่เว้นแม้แต่โม่หยิงเฉินที่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองตามร่างนั้นไปอย่างนึกสนุก
ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิต... เริ่มต้นขึ้นแล้ว!