ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 102 ลีกบ้าบออะไรกัน นั่นมันเสียเวลาชัดๆ!
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 102 ลีกบ้าบออะไรกัน นั่นมันเสียเวลาชัดๆ!
รูปแบบการเล่นแบบลุยเดี่ยวปั่นสถิติทำความเร็วในการผ่านด่านนั้น พอถึงระดับมิติลับคลาสซี ก็ถือว่ามาถึงทางตันแล้ว
แล้วคนที่ยังคงบุกเบิกมิติลับระดับ B อยู่ล่ะ เป็นคนประเภทไหนกัน
ล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือที่ตัวผู้ฝึกสัตว์เองอยู่ระดับสี่กันทั้งนั้น!
มิติลับที่ระดับต่ำกว่าคลาสซี ส่วนใหญ่จะวัดกันที่ประสิทธิภาพในการสังหารเป็นหลัก
ขอเพียงแค่แข็งแกร่งพอ ฆ่าล้างบางตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ถือว่าผ่านด่านแล้ว
แต่มิติลับระดับ B นั้น นอกจากจะมีเพียงส่วนน้อยที่ใช้วิธีเดิมได้ ที่เหลือล้วนซับซ้อนกว่ามาก
ไม่เพียงแต่กฎเกณฑ์ภายในจะพิสดารพันลึก
ทั้งสภาพภูมิประเทศ ยุทธวิธี การจัดสรรกำลังพล ฯลฯ ล้วนมีข้อกำหนดที่หลากหลายจนน่าปวดหัว
และที่สำคัญ มิติลับระดับ Bขึ้นไป สามารถรองรับผู้ฝึกสัตว์ให้เข้าไปพร้อมกันได้อย่างน้อยสิบคน
มิติลับขนาดใหญ่หลายแห่ง ถึงขั้นรองรับผู้ฝึกสัตว์นับร้อยคนให้เข้าไปปฏิบัติภารกิจร่วมกันได้เลยทีเดียว
หากใช้ความเข้าใจของโม่หยิงเฉินมาอธิบายล่ะก็…
มันก็เหมือนกับการเปลี่ยนจากดันเจี้ยนปาร์ตี้ห้าคน กระโดดข้ามไปเป็นดันเจี้ยนเรดบอสขนาดใหญ่ที่ต้องใช้คนหลายสิบ หรืออาจจะถึงร้อยคนมาร่วมมือกันนั่นแหละ
จะให้เขาพาราชาวานรกับจอมดาบมรณะ ไปแข่งความเร็วในการผ่านด่านกับกิลด์ฟูลทีมของคนอื่นเนี่ยนะ
เขาไม่ได้บ้าบิ่นหรือหลงตัวเองขนาดนั้นหรอก
ถ้าอยากจะใช้วิธีนี้ต่อ โม่หยิงเฉินก็มีแต่ต้องไปเข้าร่วมกับกิลด์สักแห่ง แล้วตามก้นกองกำลังหลักไป
หรือไม่ก็ต้องตั้งกิลด์ของตัวเองขึ้นมา แล้วปั้นขุมกำลังของตัวเอง
โม่หยิงเฉินส่ายหน้า
ยุ่งยากเกินไป เอาไว้ค่อยว่ากันทีหลังแล้วกัน
เพราะฉะนั้น ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือการเพิ่มระดับพลังจิต
โม่หยิงเฉินเดินพลางคำนวณในใจพลาง
สำหรับเขา การเพิ่มระดับพลังจิตคือทางเลือกที่คุ้มค่ากับการลงทุนที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นการเปิดใช้งานสถาบันวิจัยหมื่นภพ หรือการทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ในอนาคต
ล้วนแต่ต้องพึ่งพามันทั้งสิ้น
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ มุมปากของโม่หยิงเฉินก็กระตุกยิก
ที่เขาสามารถอัปเลเวลตัวเองขึ้นมาถึงระดับสามได้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบขนาดนี้ ล้วนแลกมาด้วยแต้มภารกิจทั้งสิ้น
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาไล่กวาดรับภารกิจทั้งหมดที่เกี่ยวกับการบุกเบิกมิติลับ
ระดับ D จากบอร์ดภารกิจของมหาวิทยาลัยเทียนอวิ๋นจนเกลี้ยง
แต้มที่ได้จากภารกิจทั้งหมด เขาไม่เหลือเก็บไว้เลยแม้แต่แต้มเดียว เอาไปแลกเป็นผลึกเทียนไห่เพื่อใช้เพิ่มพลังจิตจนหมดเกลี้ยง
ตอนนี้กระเป๋าตังค์ของเขา… สะอาดหมดจดชนิดที่ว่าแมลงสาบยังเมิน
แต้มพวกนี้มันใช้หมดเร็วกว่าน้ำประปาเสียอีก โม่หยิงเฉินถอนหายใจในใจ
ขนาดฉันปั่นแต้มเร็วขนาดนี้ ยังแทบจะไม่พอใช้เลย ไม่รู้จริงๆ ว่านักศึกษาคนอื่นๆ เขามีชีวิตรอดกันมาได้ยังไง
พอเดินมาถึงหน้าประตูบ้าน ฝีเท้าของโม่หยิงเฉินก็ชะงักลงเล็กน้อย
เขามองดูเงาร่างที่กำลังเดินวนไปวนมาอย่างร้อนรนอยู่หน้าประตู
หัวหน้าจาง
พอจางเผยฝูได้ยินเสียง ก็เหมือนกับเห็นพระมาโปรด
เขารีบจ้ำอ้าวสาวเท้าสามก้าวรวบเป็นสองก้าว พุ่งปรี่เข้ามาหา
ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มต้อนรับขับสู้อย่างเป็นมิตรสุดๆ
โอ้โห! นักศึกษาโม่ ในที่สุดเธอก็กลับมาสักที!
เขาปรายตามองสภาพฝุ่นเกรอะกรังของโม่หยิงเฉิน
ไปลุยด่านมิติลับมาอีกแล้วล่ะสิ ขยันขันแข็งจริงๆ เลยนะเนี่ย!
ดูสิ ฉันมายืนรอเธอตั้งครึ่งค่อนวันแล้ว
เร็วเข้า ตามฉันมา ท่านอธิการบดีมีธุระสำคัญจะคุยกับเธอ
สิบนาทีต่อมา ณ ห้องทำงานอธิการบดี
โม่หยิงเฉินทิ้งตัวลงนอนเอกเขนกบนโซฟานุ่มอย่างเกียจคร้าน นั่งฟังจวงเหว่ยพูดปลุกใจด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
น้ำเสียงของจวงเหว่ยแฝงความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
หยิงเฉินเอ๊ย! การแข่งขันลีกภายในมหาวิทยาลัยครั้งนี้ มีความหมายสำคัญมาก เธอต้องเข้าร่วมให้ได้นะ!
มันเกี่ยวพันถึงโควตาในการไปแข่งลีกระดับมณฑล และส่งผลไปถึงการแข่งระดับประเทศเลยทีเดียว!
ด้วยฝีมืออย่างเธอ แค่ลงแข่ง อันดับหนึ่งก็เหมือนหยิบของในกระเป๋าแล้วไม่ใช่หรือไง
ถึงตอนนั้น พอได้เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยเทียนอวิ๋นออกไปวาดลวดลาย มันจะเป็นเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหนกัน!
จวงเหว่ยพ่นน้ำลายอธิบายอย่างออกรสอยู่นานสองนาน แต่กลับพบว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้แม้แต่จะปรายตามองเขาเลยสักนิด
เขาชะงักคำพูดไปชั่วครู่ กระแอมไอแก้เก้อ
เอ่อ… หยิงเฉิน เธอมีความคิดเห็นยังไงบ้างล่ะ
ในที่สุดโม่หยิงเฉินก็มีปฏิกิริยาตอบสนอง
เขาเงยหน้าขึ้น มองจวงเหว่ยและจางเผยฝูที่ยืนลุ้นตัวโก่งอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาเรียบเฉย
ก่อนจะเอ่ยคำสองคำออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
ไม่ไป
อากาศภายในห้องทำงานพลันแข็งค้าง
รอยยิ้มบนใบหน้าของจวงเหว่ยแข็งทื่อ เขาแทบจะคิดว่าตัวเองหูฝาดไป
มะ… ไม่สิ หยิงเฉิน ทำไมล่ะ
ไม่สนใจครับ คำตอบของโม่หยิงเฉินนั้นแสนจะเรียบง่ายและตรงไปตรงมา
ให้ไปเล่นขายของกับพวกเด็กอมมือ มันเสียเวลาเปล่าๆ
หางตาของจวงเหว่ยกระตุกอย่างแรง
เด็กอมมือ เล่นขายของ
ในหมู่นักศึกษาปีหนึ่งรุ่นนี้ มีพวกลูกหลานตระกูลใหญ่และอัจฉริยะหัวกะทิอยู่ไม่น้อยเลยนะเว้ย!
ถ้าขืนมีใครเอาคำพูดพวกนี้ไปกระจายต่อล่ะก็ มีหวังได้สร้างศัตรูบานตะไทแน่ๆ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามอธิบายด้วยเหตุผล:
หยิงเฉิน ฉันรู้ว่าเธอเก่ง แต่กฎก็คือกฎ!
ถ้าไม่ลงแข่งลีกภายใน ฉันก็ไม่สามารถมอบโควตาระดับมณฑลให้เธอได้! นี่มันเป็นเรื่องของหลักการ!
อ้อ… โม่หยิงเฉินตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ
เขาขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งให้สบายขึ้นไปอีก
แต่ว่า… ทำไมผมถึงต้องไปแข่งลีกระดับมณฑลบ้าบอนั่นด้วยล่ะครับ
เจอคำถามย้อนกลับแบบนี้เข้าไป จวงเหว่ยถึงกับจุก รีบอธิบายอย่างร้อนรน:
ก็เพราะของรางวัลไงล่ะ! หยิงเฉิน ระบบลีกการแข่งขันน่ะ เป็นสิ่งที่จักรวรรดิหลงเซี่ยทุ่มเทงบประมาณมหาศาลเพื่อสร้างขึ้นมา จุดประสงค์ก็เพื่อคัดกรองและปลุกปั้นผู้ฝึกสัตว์ระดับแนวหน้า!
ลีกระดับมหาวิทยาลัย ลีกระดับมณฑล ลีกระดับประเทศ!
ผลงานในแต่ละระดับ จะถูกนำไปแปลงเป็นแต้มพิเศษ
มูลค่าของแต้มพิเศษนั้น… มันสูงส่งเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้เลยนะ!
เสียงของจวงเหว่ยสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว
สัตว์อสูรของเธอจะเก่งขึ้นได้ ยังไงก็ต้องพึ่งวัสดุวิวัฒนาการใช่ไหมล่ะ
ยังไงก็ต้องพึ่งทักษะสกิลระดับสูงๆ ใช่ไหม แต้มพิเศษพวกนั้นแหละ เอาไปแลกได้หมดเลย!
รายการแลกของในมหาลัยเรา อย่างเก่งก็มีแค่ของระดับ B แถมราคายังแพงหูฉี่อีกต่างหาก!
แต่คลังสมบัติของลีกการแข่งขันมันคนละเรื่องกันเลย!
ของในนั้นต่างหากล่ะที่เป็นรากฐานที่แท้จริง!
วัสดุวิวัฒนาการระดับ Bเป็นแค่ของพื้นๆ ถ้าโชคดีหน่อย อาจจะแลกได้แม้กระทั่งแก่นแท้หายากที่เตรียมไว้สำหรับสัตว์อสูรระดับ Aเลยด้วยซ้ำ!
แล้วก็ยังมีพวกเคล็ดวิชาต่อสู้ของสัตว์อสูรที่สาบสูญไปแล้ว คัมภีร์ทักษะที่ไม่เคยมีวางขายในท้องตลาด! ของพวกนี้… ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้นะเว้ย!
จวงเหว่ยพูดจนคอแห้งผาก นัยน์ตาเต็มไปด้วยความหวัง
จางเผยฝูที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าหงึกหงักตามเป็นจังหวะ
ราวกับกลัวว่าโม่หยิงเฉินจะไม่เข้าใจถึงมูลค่าของสิ่งของเหล่านี้
ทว่าบนใบหน้าของโม่หยิงเฉิน กลับไม่มีแม้แต่รอยกระเพื่อมของอารมณ์ใดๆ
เขาเพียงแค่นั่งฟังอย่างเงียบๆ สายตาอันเรียบเฉยนั้น ทำเอาผู้เป็นอธิการบดีถึงกับขนลุกซู่
ในที่สุด โม่หยิงเฉินก็ถอนหายใจออกมา
ท่านอธิการบดีครับ ของที่ท่านพูดมาทั้งหมดน่ะ มันก็ล้ำค่าอยู่หรอกนะ
จวงเหว่ยตาเป็นประกาย คิดว่าอีกฝ่ายคงยอมใจอ่อนแล้ว
แต่สัตว์อสูรของผม… ไม่ได้ใช้หรอกครับ
ความตื่นเต้นบนใบหน้าของจวงเหว่ยแข็งค้างไปในทันที
มะ… ไม่ได้ใช้งั้นเหรอ
ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย!
นั่นมันคือสุดยอดสมบัติที่ทำให้ผู้ฝึกสัตว์นับไม่ถ้วนต้องตาโตจนแทบคลั่งเลยนะ!
มันคือบันไดที่ทอดสู่เส้นทางของยอดฝีมือเชียวนะ!
จะเป็นไปได้ยังไงที่จะมีคำว่า ไม่ได้ใช้
แต่โม่หยิงเฉินนั้นรู้ซึ้งถึงสถานการณ์ของตัวเองเป็นอย่างดี
เส้นทางของเขา ไม่เหมือนกับคนอื่น
จะให้เสียเวลาไปลงแข่งลีกบ้าบออะไรนั่น เพื่อแลกกับเศษวัสดุวิวัฒนาการหรือคัมภีร์ทักษะที่ดูเหมือนจะล้ำค่างั้นเหรอ
จริงอยู่ที่ของพวกนั้นอาจจะช่วยให้สัตว์อสูรของเขาเก่งขึ้นมาได้นิดหน่อย
แต่มันไม่คุ้มค่าเหนื่อยเลยสักนิด
เอาเวลาไปฟาร์มสถิติในมิติลับสักสองสามแห่งยังจะดีกว่า
รับภารกิจเยอะๆ หน่อย
เอาแต้มไปแลกผลึกเทียนไห่ อัปพลังจิตให้สูงปรี๊ด
แล้วรอให้สถาบันวิจัยหมื่นภพเปิดใช้งานอีกครั้ง
แค่หยิบของออกมาจากในนั้นสักชิ้น… มันไม่หอมหวานกว่าไอ้พวกของล้ำค่าจอมปลอมนั่นหรือไง