ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 108 จะให้ผมลงแข่งเหรอ ได้สิ
ในขณะที่โม่หยิงเฉินกำลังจมอยู่กับความคิดอันหลากหลาย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากหน้าบ้านพัก ตามมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนของผู้อาวุโสหวาง
หยิงเฉิน อยู่หรือเปล่า
โม่หยิงเฉินดึงสติกลับมา กวาดสายตามองสภาพห้องรับแขกที่เละเทะไม่มีชิ้นดีแวบหนึ่ง
ก่อนจะตะโกนตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ อยู่ครับอาจารย์ ประตูไม่ได้ล็อก เข้ามาได้เลยครับ
ประตูถูกผลักเปิดออก
ผู้อาวุโสหวางและจวงเหว่ยเดินตามกันเข้ามา
ทว่าในวินาทีต่อมา สีหน้าของคนทั้งสองก็พลันแข็งค้าง
พวกเขายืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงหน้าประตู เบิกตากว้างแทบถลนมองดูกำแพงที่ถูกปืนใหญ่พลังงานเป่าจนเป็นรูโหว่ขนาดมหึมา
รวมไปถึงพื้นห้องที่แตกร้าวและมีรอยไหม้เกรียมด่างดำไปทั่วบริเวณ
จวงเหว่ยอ้าปากค้างอยู่นานสองนานก็ยังหุบไม่ลง
นี่… นี่โดนโจรปล้นเหรอ ไม่สิ โดนลอบโจมตีงั้นรึ!
ผู้อาวุโสหวางเองก็มีสีหน้าตื่นตระหนกและเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ
พลังจิตของเขาแผ่ขยายออกไปครอบคลุมทั่วบริเวณในชั่วพริบตา กวาดสัมผัสตรวจสอบรอบด้านอย่างระแวดระวัง
ที่นี่คือเขตแกนกลางของมหาวิทยาลัยเทียนอวิ๋น ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาที่สุดในเมืองเทียนไห่!
ใครมันกินดีหมีหัวใจเสือมา ถึงได้กล้าบุกมาลอบทำร้ายศิษย์รักของเขาถึงที่นี่
โม่หยิงเฉินเห็นท่าทีระแวดระวังภัยขั้นสูงสุดของทั้งสองคน ก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ
มะ… ไม่มีเรื่องใหญ่โตอะไรหรอกครับ
ก็แค่เมื่อกี้เกิดอารมณ์อยากประลองฝีมือกับสัตว์อสูรขึ้นมานิดหน่อย แล้วเผลอลงมือหนักไปนิดนึงน่ะครับ
สิ้นประโยคนี้ ผู้อาวุโสหวางและจวงเหว่ยก็ถึงกับชะงักงัน
สายตาของทั้งคู่ตวัดมองไปยังราชาวานรที่ยืนทำหน้านิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อน กับจอมดาบมรณะที่เก็บงำกลิ่นอายพลังไว้อย่างมิดชิดโดยสัญชาตญาณ
ประลองฝีมือ
ประลองฝีมือกับสัตว์อสูรเนี่ยนะ
สมองของจวงเหว่ยประมวลผลตามไม่ทันไปชั่วขณะ
ส่วนผู้อาวุโสหวางนั้นคล้ายกับจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้มกึ่งบึ้งกึ่งขำ
ไอ้เด็กบ้า เล่นอะไรพิเรนทร์ๆ!
ให้สัตว์อสูรสู้กันเองเนี่ยนะ
มหาวิทยาลัยอุตส่าห์จัดสรรลานฝึกซ้อมส่วนตัวขนาดเบ้อเริ่มไว้ให้ เจ้าไม่ไปใช้ ดันมาพังบ้านตัวเองเล่นซะงั้น
เห็นได้ชัดว่าเขาเข้าใจผิดไปไกลลิบ
หลงคิดไปว่าสภาพเละเทะพวกนี้ เกิดจากการที่โม่หยิงเฉินสั่งให้สัตว์อสูรทั้งสองตัวต่อสู้กันเอง
โม่หยิงเฉินได้ยินดังนั้นก็เข้าใจความคิดของอีกฝ่ายทันที แต่ก็ขี้เกียจจะอธิบายให้มากความ
เขาเปลี่ยนเรื่องคุยหน้าตาเฉย
ท่านอาจารย์ แล้วก็ท่านอธิการบดีจวง ดึกดื่นป่านนี้มาหาผม มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ
พอได้ยินคำถามนี้ จวงเหว่ยก็รีบส่งสายตาอ้อนวอนไปทางผู้อาวุโสหวางทันที
ผู้อาวุโสหวางยิ้มอย่างอ่อนใจ ก่อนจะดึงแขนจวงเหว่ยให้ไปนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวที่ยังอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์
จะมีเรื่องอะไรได้อีกล่ะ ก็เรื่องการแข่งขันลีกนั่นแหละ
เจ้าตอกหน้าอธิการบดีจวงซะจนเถียงไม่ออก เขาหมดหนทาง ก็เลยต้องวิ่งโร่มาขอความช่วยเหลือจากข้านี่ไง
เขาหยุดชะงักไปเล็กน้อย น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น
หยิงเฉิน ข้ามาที่นี่ ไม่ได้มาในฐานะอาจารย์ที่จะมาบังคับฝืนใจให้เจ้าเข้าร่วมการแข่งขันบ้าบออะไรนั่นหรอกนะ
เส้นทางชีวิต ท้ายที่สุดแล้วเจ้าก็ต้องเป็นคนเลือกเอง
เส้นทางการเติบโตของผู้ฝึกสัตว์นั้นมีเป็นร้อยเป็นพันวิธี จะไปเป็นทหาร บุกเบิกมิติลับ หรือจะเป็นหมาป่าเดียวดาย… ล้วนทำได้ทั้งนั้น
ผู้อาวุโสหวางจ้องมองเขา นัยน์ตาแฝงความหมายลึกซึ้งบางอย่าง
แต่ข้าขอเตือนเจ้าไว้อย่างหนึ่ง
การผ่านการคัดเลือกจากลีกระดับมหาวิทยาลัย ไต่เต้าขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้เข้าร่วมการแข่งขันลีกระดับประเทศ
เส้นทางสายนี้ สำหรับอัจฉริยะที่ ผิดมนุษย์มนา อย่างเจ้านั้น… มันคือทางลัดที่สั้นที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย!
ทางลัดงั้นหรือครับ โม่หยิงเฉินเลิกคิ้วขึ้น
การแข่งขันลีกระดับประเทศ เจ้าคงรู้สินะว่ามันคืออะไร
โม่หยิงเฉินพยักหน้า
แน่นอนว่าเขารู้จัก
การแข่งขันลีกระดับประเทศ ถือเป็นทัวร์นาเมนต์การแข่งขันที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในจักรวรรดิหลงเซี่ย ไม่ว่าจะเป็นจากประชาชนทั่วไปหรือเหล่าผู้ฝึกสัตว์ก็ตาม
เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานระหว่างความบันเทิงและการแสดงแสนยานุภาพได้อย่างลงตัว
โดยมีการถ่ายทอดสดไปทั่วทั้งจักรวรรดิหลงเซี่ยตลอดการแข่งขัน
การแข่งขันลีกระดับประเทศ ไม่ใช่เวทีประลองปาหี่ของเด็กนักเรียนแต่อย่างใด
ในทางกลับกัน นอกเหนือจากเงื่อนไขการเข้าร่วมที่ต้องผ่านการคัดเลือกตามช่องทางพิเศษแล้ว
เรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับพลังฝีมือ หรืออายุขัย ล้วนไม่มีการจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น
และค่าเฉลี่ยพลังรบของสัตว์อสูรที่เข้าร่วมในการแข่งขันรายการนี้… ก็สูงถึงระดับ B!
บางทีม ถึงขั้นมียอดฝีมือระดับ A คอยนั่งแท่นเป็นเสาหลักประคองทีมเสียด้วยซ้ำ!
นี่คือเวทีประลองของขุมกำลังระดับท็อปของผู้ฝึกสัตว์อย่างแท้จริง
เสียงของผู้อาวุโสหวางดังแทรกเข้ามาในห้วงความคิดของโม่หยิงเฉิน
เพื่อเป็นการแสดงแสนยานุภาพให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ และเพื่อคัดสรรยอดฝีมือที่แท้จริง
ทรัพยากรที่ทางจักรวรรดิทุ่มเทลงไปในลีกการแข่งขันนี้ มันมหาศาลเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้
เคล็ดวิชาต่อสู้ที่สูญหายไปเนิ่นนาน วัสดุวิวัฒนาการระดับ Sที่ไม่มีทางหาได้จากตลาดมืด…
ขอเพียงแค่เจ้ามีแต้มมากพอ เจ้าก็สามารถแลกมันมาได้ทั้งหมด!
ระดับ S !
คำสองคำนี้ ทำให้รูม่านตาของโม่หยิงเฉินหดเล็กลงอย่างรุนแรง
ภาพของหลอดพลังงานในห้องวิจัย [สายเลือดคริปโตเนียน · กายาเหล็กกล้า] ที่ยังขาดอยู่อีกเกือบ 70% พลันผุดขึ้นมาในหัวทันที!
วัสดุระดับ Sหนึ่งชิ้น สามารถชาร์จพลังงานได้ถึง 30%!
นั่นก็หมายความว่า… ขอเพียงแค่เขามีไอเทมระดับ Sอีกแค่สองชิ้น…
เขาก็จะสามารถหล่อหลอมร่างกายอันคงกระพันชาตรี ฟันแทงไม่เข้า เวทมนตร์ทำอันตรายไม่ได้ ให้กับราชาวานรได้สำเร็จ!
ชั่วพริบตานั้น หัวใจของโม่หยิงเฉินก็พลันร้อนรุ่มดั่งไฟสุม
แม้ว่าคำพูดเหล่านี้ จวงเหว่ยจะเคยพูดกรอกหูเขามาก่อนหน้านี้แล้ว
แต่ในตอนนั้น เขายังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ของพวกนี้เลยสักนิด
พอได้ยิน มันก็เลยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่รู้สึกรู้สาอะไร
แต่ตอนนี้สิ…
ความดูแคลนและเมินเฉยต่อการแข่งขันลีกที่เคยมีก่อนหน้านี้ ปลาสนาการไปจนสิ้น
เสียเวลาบ้าบออะไรกัน
นี่มันขุมทรัพย์ที่สร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะชัดๆ!
ความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของสถาบันวิจัยหมื่นภพ
ทำให้เขาได้ค้นพบหนทางใหม่ จากเดิมที่ทำได้เพียงแค่สุ่มสำรวจไอเทมที่มีอยู่แล้วในสถาบัน
ตอนนี้ เขาสามารถใช้ทรัพยากรต่างๆ มาชาร์จพลังงานให้กับอุปกรณ์ในนั้นได้
เพื่อผลิตไอเทมเหนือธรรมชาติออกมาอัปเกรดพลังรบของตัวเอง
ถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะก็… การเข้าร่วมการแข่งขันลีกครั้งนี้ ก็ถือเป็นเรื่องที่โคตรจะจำเป็นเลยล่ะ!
เมื่อเห็นประกายตาที่สว่างวาบขึ้นในดวงตาของโม่หยิงเฉิน
ผู้อาวุโสหวางก็รู้ทันทีว่าไอ้เด็กนี่มันเริ่มคล้อยตามแล้ว
เขาโบกมือยิ้มๆ
แน่นอนว่าเจ้าจะตัดสินใจยังไง มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง
ข้าก็แค่มาชี้แจงข้อดีข้อเสียให้เจ้าฟังเท่านั้น
เพราะด้วยฝีมือระดับเจ้าน่ะ การเอาแต่อุดอู้อยู่ในมหาลัย แล้วไล่ฟาร์มแต่มิติลับระดับต ่าๆ มันดูจะเสียของไปหน่อยจริงๆ นั่นแหละ
ลองกลับไปคิดทบทวนดูให้ดีเถอะ
พูดจบ เขาก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบ ทำท่าทีราวกับว่า หน้าที่ของข้าจบลงแค่นี้แหละ
แต่จวงเหว่ยนี่สิร้อนรนแทบบ้า!
เขามองโม่หยิงเฉินตาละห้อย หวาดกลัวจับใจว่าเทพเจ้าองค์นี้จะหลุดปากพูดคำว่า ไม่สนใจ ออกมาอีก
แต่ทว่า… กลัวสิ่งใดมักได้สิ่งนั้น
โม่หยิงเฉินเพียงแค่ปรายตามองพวกเขาทั้งสองคนด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะค่อยๆ ส่ายหน้าปฏิเสธ
หัวใจของจวงเหว่ยหล่นตุ้บ ร่วงดิ่งลงสู่ก้นเหวในทันที
จบสิ้นกัน!
ขนาดผู้อาวุโสหวางออกโรงเองยังเอาไม่อยู่เลยงั้นเหรอ
ในจังหวะที่จวงเหว่ยหน้าซีดเผือด และกำลังเค้นสมองคิดหาข้อเสนออื่นๆ มาล่อใจ โม่หยิงเฉินก็ยอมเปิดปากพูดในที่สุด
ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากแข่งหรอกนะครับ
เพียงแต่ว่า… ราคาค่างวดในการเข้าร่วมของผม มันสูงเอาเรื่องอยู่นะ
ราคาค่างวด
จวงเหว่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ยังไม่ค่อยเข้าใจความหมาย
โม่หยิงเฉินชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว ชี้ไปทางราชาวานรและจอมดาบมรณะที่ยืนอยู่เบื้องหลัง
สัตว์อสูรของผม เติบโตเร็วเกินไปครับ
เร็วเสียจน… ระดับฝีมือมันทิ้งห่างเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยไปไกลลิบชนิดที่ไม่เห็นฝุ่นแล้ว
การที่ผมไปลงแข่งลีก มันหมายความว่าผมต้องสูญเสียเวลาและเรี่ยวแรงอันมีค่า ไปกับการลงแข่งในแมตช์ที่ผลลัพธ์มันแบเบอร์ไร้ความตื่นเต้นสำหรับผมเลยแม้แต่น้อย
ซึ่งถ้าผมเอาเวลาพวกนี้ ไปทุ่มเทให้กับการปั้นสัตว์อสูร พลังของผมคงพุ่งกระฉูดไปได้ไกลกว่านี้เยอะ
เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง สบตากับจวงเหว่ยอย่างไม่ลดละ
เพราะฉะนั้น ท่านอธิการบดีครับ ไม่ใช่ว่าผมต้องการการแข่งขันลีคหรอกนะครับ…
แต่เป็นการแข่งขันลีคต่างหาก... ที่ต้องการผม
พวกท่านอยากจะใช้ผมเป็นป้ายทองคำ เพื่อไปสร้างชื่อเสียงกวาดรางวัลให้มหาวิทยาลัยเทียนอวิ๋น... มันก็ย่อมได้
แต่พวกท่าน... ต้องจ่ายค่าตัวของผมให้ไหวนะ
สิ้นคำกล่าว บรรยากาศภายในห้องรับแขกก็แปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาในฉับพลัน