ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 120 ชุดเกราะมาร์ค เหยื่อล่ออันหอมหวานที่สุด
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 120 ชุดเกราะมาร์ค เหยื่อล่ออันหอมหวานที่สุด
ท่ามกลางร่างที่กำลังร่วงหล่นลงมาดุจดาวตก โม่หยิงเฉินตวัดแขนโยนกระเป๋าเดินทางในมือออกไปเบื้องหน้า!
พริบตานั้น กลไกภายในกระเป๋าพลันแตกตัวและยืดขยายออกกลางอากาศ!
แผ่นเกราะโลหะสีแดงสลับเงินประกายวาววับนับไม่ถ้วน แตกกระจายออกราวกับฝูงผึ้งที่ถูกดึงดูดด้วยสนามแม่เหล็ก เสียงจักรกลขบประสานกันดังกึกก้องถี่ยิบ!
พวกมันพุ่งทะยานเข้าประกบติดกับสรีระของโม่หยิงเฉินอย่างแม่นยำไร้ที่ติ!
เกราะช่วงขาประกบเข้าหากันเป็นส่วนแรก ก่อนจะพ่นเปลวเพลิงไอพ่นสีฟ้าครามออกมาเพื่อชะลอแรงโน้มถ่วงจากการร่วงหล่น
ตามติดด้วยเกราะแขน เกราะหน้าอก และเกราะหลัง…
แผ่นโลหะทุกชิ้นสอดประสานกันอย่างแนบสนิทไร้รอยต่อ แฝงไว้ด้วยความงดงามแห่งสุนทรียศาสตร์เครื่องจักรกลอันเหนือล้ำจินตนาการ ครอบคลุมทั่วทั้งร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ!
ท้ายที่สุด… เสียงดังกริ๊กหนักแน่นก็ดังขึ้น
หน้ากากโลหะสีแดงเลื่อนปิดลงมาสบเข้ากับหมวกเกราะอย่างพอดิบพอดี ดวงตาอิเล็กทรอนิกส์สีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด!
ใช้เวลาไม่ถึงสองวินาที…
สวมใส่เกราะ… เสร็จสมบูรณ์!
ตู้ม—!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายที่กรงเล็บของหมาป่าพงไพรกำลังจะฉีกกระชากลำคอของซูหลี…
เงาร่างเหล็กกล้าสีแดงสลับเงิน ก็ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นด้วยท่วงท่าคุกเข่าข้างหนึ่งอันไร้ที่ติประดุจเทพเจ้าจุติ!
แรงกระแทกอันมหาศาลก่อตัวเป็นคลื่นอัดอากาศรูปวงแหวน กวาดซัดออกไปรอบทิศทางจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!
คลื่นกระแทกนั้น ซัดเอาร่างของหมาป่าพงไพรทั้งสามตัวจนกระเด็นถอยกรูดออกไปอย่างหมดสภาพ!
เวลา… ราวกับหยุดนิ่งลงในวินาทีนั้น
เซี่ยม่งหรานลืมเลือนแม้กระทั่งความเจ็บปวดจากบาดแผล
ซูหลีลืมเลือนแม้กระทั่งจังหวะการหายใจ
พวกเธอทำได้เพียงเบิกตาค้าง จดจ้องไปยังเงาร่างเหล็กกล้าที่กำลังค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนท่ามกลางม่านฝุ่นควัน ราวกับกำลังทอดมองเทพเจ้าแห่งสงคราม
โม่หยิงเฉินเงยหน้าขึ้น
ภายใต้หน้ากากโลหะอันเย็นเยียบ นัยน์ตาสีฟ้าครามที่สาดแสงเรืองรอง ล็อกเป้าหมายไปยังหมาป่าพงไพรทั้งสามตัวที่กำลังแยกเขี้ยวคำรามต่ำด้วยความหวาดระแวง
เขาค่อยๆ ยกแขนขวาขึ้นอย่างเชื่องช้า
แกนพลังงานทรงกลมกลางฝ่ามือพลันสว่างวาบ ลำแสงพลังงานสีขาวบริสุทธิ์เริ่มควบแน่นอย่างบ้าคลั่ง
สัญชาตญาณอันเจ้าเล่ห์ของหมาป่าพงไพรทั้งสาม สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่เข้มข้นถึงขีดสุดจากจุดกำเนิดแสงบนฝ่ามือนั้น
พวกมันไม่ลังเลอีกต่อไป หันหลังกลับและออกวิ่งหนีสุดชีวิต!
สายไปแล้ว
เสียงกระซิบที่ถูกดัดแปลงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จนเย็นชาและไร้อารมณ์ความรู้สึก ดังลอดออกมาจากชุดเกราะ
ตู้ม!
เสาแสงสีขาวขนาดมหึมา พุ่งทะลวงออกจากใจกลางฝ่ามือ!
มันกลืนกินร่างของหมาป่าตัวที่วิ่งรั้งท้ายสุดไปในชั่วพริบตา
ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้อง ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้องโหยหวน
สัตว์อสูรระดับ Dตัวนั้น… รวมไปถึงผืนดินใต้ฝ่าเท้าของมัน ถูก ลบเลือน หายไปจากโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
หลงเหลือเพียงหลุมลึกทรงกลม ที่ขอบหลุมถูกหลอมละลายจนเรียบเนียนดุจกระจกเงา
หมาป่าพงไพรอีกสองตัวที่เหลือหวาดกลัวจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง พวกมันรีดเร้นความเร็วเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น
ทว่า…
เงาร่างเหล็กกล้านั้นกลับยกเท้าลอยขึ้นจากพื้น ท่ามกลางสายตาที่ตื่นตะลึงสุดขีดของทุกคน มันค่อยๆ เหาะเหินขึ้นสู่ฟากฟ้า
เพียงพริบตาเดียว ก็พุ่งทะยานตามไปลอยตัวอยู่เหนือหัวของหมาป่าทั้งสองตัว
เขายกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้น
ลำแสงพลังงานมฤตยูสองสาย พุ่งทะลวงลงมาอย่างแม่นยำดั่งจับวาง!
เมื่อฝุ่นควันจางลง…
บนพื้นดินเบื้องล่าง หลงเหลือเพียงซากศพไหม้เกรียมสีดำสนิทสองซาก และหลุมลึกที่ราบเรียบไร้รอยต่ออีกสองหลุม
ชุดเกราะเหล็กกล้าค่อยๆ ร่อนลงจอดเบื้องหน้าซูหลี
แกรก… แกรก…
คล้อยหลังเสียงกลไกที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชุดเกราะที่ห่อหุ้มทั่วทั้งร่างก็ปลดล็อกและแยกชิ้นส่วนออกราวกับกระแสน้ำลด
พวกมันพับเก็บและประกอบร่างกลับคืนกลายเป็นกระเป๋าเดินทางสีเงินยวงใบเดิม ก่อนจะถูกโม่หยิงเฉินเก็บเข้าสู่มิติเก็บของของระบบไป
โม่หยิงเฉินปรายตามองซูหลีและเซี่ยม่งหรานที่ยืนอ้าปากค้างจนแทบจะกลายเป็นคนโง่งมไปแล้ว
ระวังตัวหน่อย ก่อนจะเปิดฉากสู้ หัดตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบด้านให้ดีก่อน
หรือไม่ก็หาทางดึงคนมาร่วมทีมเพิ่ม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ
เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงราบเรียบ
ถ้าเจออันตรายแล้วต้องกดขอความช่วยเหลืออีกครั้ง พวกเธอจะถูกคัดออกทันทีนะ
ถ้อยคำเหล่านั้น ดังก้องเข้าไปในโสตประสาทของซูหลีอย่างชัดเจน
ทว่าสมองของเธอกลับอื้ออึงไปหมด
ไม่อาจเค้นคำพูดใดๆ ออกมาได้แม้แต่ครึ่งคำ
คนตรงหน้านี้…
คือโม่หยิงเฉินจริงๆ งั้นหรือ คือเทพทรูที่เธอคอยเกาะแข้งเกาะขางั้นหรือ
การที่เขาสามารถพุ่งตัวมาช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วที่สุดนั้น อยู่ในความคาดหมายของเธออยู่แล้ว
เพราะในเขตตะวันออกทั้งหมด นอกจากตัวเธอและเซี่ยม่งหราน ก็มีแค่กลุ่มสามคนของเย่เฉิงเท่านั้น
แต่สิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยก็คือ… ผู้ที่พุ่งลงมาช่วยเหลือและกอบกู้ชีวิตพวกเธอเอาไว้…
กลับไม่ใช่ราชาวานรผู้ทรงพลังระดับต้านฟ้า
และไม่ใช่จอมดาบมรณะผู้สามารถสู้ข้ามระดับได้อย่างไร้เทียมทาน...
แต่เป็นตัวโม่หยิงเฉินเองงั้นหรือ
ไอ้ชุดที่เขาสวมเมื่อครู่นี้มันคืออะไรกันแน่
ยุทโธปกรณ์พิเศษสำหรับผู้ฝึกสัตว์งั้นหรือ
แต่บนโลกใบนี้ มันมียุทโธปกรณ์ชิ้นไหนที่สามารถมอบพลังทำลายล้างมหาศาลให้กับตัวผู้ฝึกสัตว์ได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ!
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้า มันฉีกทึ้งตรรกะและความเข้าใจต่อโลกใบนี้ของเธอจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี!
มันจะเกินไปแล้วนะ
ทางนี้สู้แทบเป็นแทบตาย งัดไพ่ตายออกมาจนหมดหน้าตัก
ถึงขั้นยอมใช้ทักษะพรสวรรค์ก้นหีบไปถึงสองครั้ง ถึงจะล้มสัตว์อสูรระดับ Dได้แค่ตัวเดียวอย่างทุลักทุเล
แต่ทางฝั่งนาย… ผู้ฝึกสัตว์กลับลงสนามด้วยตัวเอง
สวมใส่เกราะเหล็กที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากรูไหน
แค่ยิงลำแสงออกไปสามครั้ง สัตว์อสูรระดับ Dสามตัวในระดับเดียวกัน… ก็ระเหยกลายเป็นไอไปเลยเนี่ยนะ
นี่มัน… มันสมเหตุสมผลตรงไหนเนี่ย
สายตาของซูหลีเหม่อลอย สมองของเธอหยุดทำงานไปอย่างสมบูรณ์แบบ
โม่หยิงเฉินมองดูท่าทีช็อกค้างของซูหลีแล้ว ก็ลอบถอนหายใจในใจอย่างช่วยไม่ได้
เขารู้ตัวดี…
ว่าพฤติกรรมอันสะท้านฟ้าสะเทือนดินของเขาเมื่อครู่นี้ คงทำให้ยัยหนูนี่ช็อกจนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้วจริงๆ
แต่ทว่า การที่เขาเลือกเปิดตัวอย่างโอ่อ่าอลังการถึงขั้นนี้ ไม่ใช่แค่การทำไปเพื่ออวดเบ่งหรอกนะ
เขามีจุดประสงค์ที่ลึกล้ำยิ่งกว่านั้นซ่อนอยู่
ประการแรก ย่อมเป็นการทดสอบประสิทธิภาพที่แท้จริงในการต่อสู้ของชุดเกราะมาร์ค
และเมื่อดูจากหลุมยักษ์ทั้งสามหลุมบนพื้น…
รวมไปถึงซากศพไหม้เกรียมอีกสองซาก ผลลัพธ์ที่ออกมา… เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
อานุภาพของปืนใหญ่พลังงาน รุนแรงเกินกว่าที่เขาประเมินไว้เสียอีก
ส่วนประการที่สอง… ซึ่งเป็นจุดประสงค์ที่สำคัญที่สุด
เขารู้ดีกแก่ใจ…
ว่าในวินาทีนี้ การประลองในเมืองร้าง…
กำลังถูกถ่ายทอดสดผ่านมุมกล้องนับไม่ถ้วน ออกสู่สายตาของผู้คนภายนอก
และการกระทำของเขาในครั้งนี้ ย่อมต้องจุดชนวนคลื่นพายุลูกยักษ์ ให้ถาโถมเข้าใส่โลกใบนี้ที่มีสัตว์อสูรเป็นศูนย์กลางแห่งพลังอำนาจอย่างแน่นอน
ในโลกใบนี้ ผู้ฝึกสัตว์มีร่างกายที่อ่อนแอ คือความจริงและกฎเหล็กที่ทุกคนต่างรับรู้ร่วมกัน
ต่อให้ก้าวขึ้นเป็นผู้ฝึกสัตว์ระดับสาม และได้รับการป้อนกลับเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายแล้วก็ตาม
อย่างมากที่สุด ก็แค่ทำให้มีพละกำลังเทียบเท่ากับสัตว์อสูรระดับ Dเท่านั้น แถมยังไม่มีทักษะสกิลใดๆ ให้ใช้เลยแม้แต่น้อย
หากคิดจะเอาตัวเปล่าไปแลกหมัดกับสัตว์อสูรในระดับเดียวกัน นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย
มีเพียงยอดฝีมือที่ทะลวงขึ้นสู่ผู้ฝึกสัตว์ระดับห้า และได้รับความสามารถในการ ผสานกายาสัตว์อสูร เท่านั้น…
จึงจะสามารถยืนหยัดต่อสู้ด้วยตัวเองได้อย่างแท้จริง
แต่วันนี้ เขา โม่หยิงเฉิน…
ตั้งใจจะใช้การถ่ายทอดสดที่ทุกคนกำลังจับตามองอยู่นี้…
เผยโฉมสุดยอดนวัตกรรมที่โลกใบนี้ไม่เคยจินตนาการถึง… สิ่งที่จะมาพลิกโฉมหน้าโครงสร้างอำนาจของโลกทั้งใบ…
ให้ประจักษ์แก่สายตาทุกคู่!
ชุดเกราะมาร์ค!
สิ่งประดิษฐ์พลิกยุคสมัย… ที่สามารถทำให้ มนุษย์ธรรมดา คนใดก็ตาม…
ครอบครองพลังรบอันน่าสะพรึงกลัว ที่มากพอจะต่อกร หรือแม้กระทั่งบดขยี้สัตว์อสูรระดับ Dได้อย่างง่ายดาย!
นี่ต่างหาก... คือเป้าหมายที่แท้จริงของเขา!
ความจริงแล้ว ระดับเทคโนโลยีของโลกใบนี้ไม่ได้ล้าหลังเลย
โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ล้ำยุคต่างๆ ล้วนมีครบครัน
แต่กลับเป็นเรื่องน่าแปลก... ที่ไม่เคยมีอาวุธสงครามสายเทคโนโลยีขั้นสูงปรากฏขึ้นมาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
การอัปเกรดของสถาบันวิจัยหมื่นภพในครั้งนี้…
ทำให้เขาต้องสลัดทิ้งความคิดแบบปลาเค็มตากแห้ง ที่เคยปล่อยปละละเลยไม่สนใจทรัพยากร เปลี่ยนมาเป็นความกระหายและเร่งรีบ
เขาต้องการทรัพยากร! ทรัพยากรจำนวนมหาศาล!
และหากต้องการจะกอบโกยทรัพยากรให้มากพอที่จะหล่อเลี้ยงการทำงานของสถาบันวิจัย ภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุดล่ะก็…
การมัวแต่ก้มหน้าก้มตาลงไปโซโล่มิติลับอยู่คนเดียว ประสิทธิภาพมันเชื่องช้าเกินไป
วิธีที่ดีที่สุด คือการดึงดูดความสนใจจากขุมอำนาจระดับยักษ์ใหญ่ ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้!
ใช้ผลประโยชน์ระดับมหาศาลที่พวกมันไม่อาจปฏิเสธได้… มาปูทางและสร้างรากฐานให้กับการเติบโตของเขาเอง!
และชุดเกราะมาร์คชุดนี้… ก็คือเหยื่อที่เขาจงใจโยนออกไป
เหยื่อล่อ… ที่หอมหวานและอันตรายที่สุด!