ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 122: มหาวานรค้ำสวรรค์
ผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นไม่ใช่ใครอื่น แต่คือเสาหลักแห่งมหาวิทยาลัยเทียนอวิ๋น ผู้อาวุโสฮวง ผู้มาพร้อมกับสัตว์อสูรคู่บารมีระดับ A อันเลื่องชื่อ… อสูรแฝดเทพมาร!
ผู้อาวุโสฮวงมาถึงแล้ว!
จวงเหว่ยราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้ แววตาที่สิ้นหวังกลับมามีประกายแห่งชีวิตอีกครั้ง เขาตะโกนกรอกเสียงลงไปในอุปกรณ์สื่อสารอย่างบ้าคลั่ง
ท่านฮวง! ท่านต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะทำลายอาณาเขตบ้านี่ได้!
ความเงียบปกคลุมไปชั่วอึดใจ ก่อนที่น้ำเสียงเคร่งเครียดของผู้อาวุโสฮวงจะดังตอบกลับมา
แก่นกลางของอาณาเขตนี้คือสมบัติลับระดับเชื้อพระวงศ์เผ่าเงา ระดับพลังงานของมันสูงส่งและหนาแน่นจนน่าตกใจ
เว้นแต่จะมีสัตว์อสูรระดับ A อีกตนมาช่วยโจมตีประสานจากคนละจุด… หากลำพังข้าคนเดียว อย่างน้อยที่สุดต้องใช้เวลา…
ยี่สิบนาที!
ยี่สิบนาที!
คำตอบนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางแสกหน้า เลือดในกายของจวงเหว่ยเย็นเฉียบจนแทบเป็นน้ำแข็ง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
เครื่องกักกันส่วนกลางจะพังทลายลงในอีกสิบนาที!
นั่นหมายความว่า นักเรียนหลายสิบชีวิตรวมถึงอาจารย์คุมสอบอีกสี่คน จะต้องถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์ และต้องเผชิญหน้ากับความบ้าคลั่งของ รัชทายาทเผ่าเงาระดับ B ที่หลุดออกมาอาละวาดเป็นเวลานานถึงสิบนาทีเต็ม!
หากเป็นแค่สัตว์อสูรระดับ C จำนวนสิบตัวนั่นยังพอรับมือได้
เมื่อรวมโม่หยิงเฉินเข้าไป อาจารย์คุมสอบทั้งสี่คนต่างก็มีสัตว์อสูรระดับ C ชั้นยอดอยู่ในมือ อย่างน้อยก็พอจะตั้งรับและเอาตัวรอดได้ในช่วงเวลาสั้นๆ
แต่กับรัชทายาทเผ่าเงาระดับ B… พวกเขาจะเอาอะไรไปสู้
ระดับ B! นั่นคือตัวตนที่อยู่ในระดับ ราชันย์ ซึ่งมีลำดับชั้นทางชีวภาพเหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง!
แถมมันยังมีศักดิ์เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ แต่กลับถูกมนุษย์จับมาขังและใช้เป็นเครื่องมือทดสอบเด็กนักเรียนที่มันมองว่าเป็นเพียงมดปลวก ความเคียดแค้นที่สั่งสมอยู่ในใจของมันย่อมมหาศาลจนแทบจะเผาผลาญฟ้าดิน
ทันทีที่กรงขังพังทลาย มันจะต้องระเบิดโทสะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
การสังหารหมู่ที่นองเลือดและโหดเหี้ยมที่สุดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น!
ให้ทุกคนรวมกลุ่มกันดีไหม รวมพลังของอาจารย์คุมสอบทั้งสี่เพื่อต้านรับ
ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวของจวงเหว่ย แต่เพียงเสี้ยววินาทีเขาก็สะบัดหน้าปฏิเสธทันที
ไม่ได้! พลังของระดับ B นั้นห่างชั้นเกินไป
หากเจ้าชายเงาลงมือเอง ต่อให้รวมพลังกันก็ต้านไม่อยู่ การรวมกลุ่มรังแต่จะทำให้ถูกกวาดล้างตายยกฝูงในคราเดียว!
แยกย้าย! ใช่… ต้องแยกกันหนี!
สติของจวงเหว่ยกลับมาแจ่มชัด เขาหันไปตะคอกสั่งเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบเสียงด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
เปิดระบบประกาศฉุกเฉินทั่วทั้งเมืองเดี๋ยวนี้! แจ้งสถานการณ์จริงทั้งหมดให้ทุกคนข้างในรู้ ห้ามปิดบังแม้แต่คำเดียว!
สั่งให้ทุกคนทิ้งภารกิจตรงหน้าซะ!
แยกย้าย! หลบซ่อน! ทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตรอด!
บอกพวกเขาว่า… สิบนาที! ขอแค่ยื้อชีวิตให้ผ่านสิบนาทีนรกนี้ไปได้ พวกเราจะบุกเข้าไปช่วยทันที!
เจ้าหน้าที่รับคำสั่งด้วยมือไม้ที่สั่นเทา ก่อนจะรีบกดปุ่มถ่ายทอดเสียง
จวงเหว่ยทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาเหม่อลอยไร้จุดโฟกัส
หายนะ…
นี่คือหายนะทางการศึกษาที่ร้ายแรงและเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเทียนอวิ๋น!
วันนี้ เหล่านักเรียนผู้เป็นอนาคตของจักรวรรดิหลงเซี่ย…
ประเมินคร่าวๆ อาจต้องสังเวยชีวิตไปเกินครึ่ง!
และในจำนวนนั้น ยังมีโม่หยิงเฉิน… อัจฉริยะปีศาจที่หากไม่ตายเสียก่อน เขาจะได้กลายเป็นเสาหลักค้ำจุนเผ่าพันธุ์มนุษย์ในอนาคตอย่างแน่นอน
หากเบื้องบนลงมาสอบสวนเรื่องนี้…
อย่าว่าแต่ตำแหน่งอธิการบดีเลย แม้แต่ชีวิตของเขาเองก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้!
ณ เมืองร้างว่างเทียน
เสียงประกาศที่เย็นยะเยือกและสั่นเครือดังผ่านลำโพงที่ซ่อนอยู่ตามซากปรักหักพัง ก้องกังวานไปทั่วทุกมุมเมือง
นักเรียนผู้รอดชีวิตทุกคนต่างได้ยินสารมรณะนั้นชัดเจนเต็มสองหู
บางคนที่จิตใจเปราะบางถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น สิ้นหวังจนทำอะไรไม่ถูก
อาจารย์คุมสอบอีกสามคนเริ่มเคลื่อนไหวทันที พวกเขาเรียกสัตว์อสูรระดับ C ทั้งหมดออกมาโดยไม่กั๊กพลังอีกต่อไป ไล่สังหารสัตว์อสูรระดับต่ำที่ขวางทางอย่างบ้าคลั่ง เพื่อเปิดทางหนีทีไล่และซื้อเวลาให้นักเรียนไปหาที่ซ่อน
มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีใครสนเรื่องการสอบบ้าบออะไรนั่นอีกต่อไป
เป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียว… จงมีชีวิตรอด!
เขตเมืองตะวันออก
โม่หยิงเฉินเงยหน้าขึ้นมองเสาแสงสีดำที่พุ่งเสียดฟ้าด้วยแววตาครุ่นคิด
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังเจอเรื่องน่าสนุก
รัชทายาทเผ่าเงาระดับ B งั้นหรือ
แน่นอนว่าด้วยพลังในตอนนี้ เขาคงยังฆ่ามันไม่ได้
แต่ถ้าแค่ถ่วงเวลาสักสิบกว่านาที…
ก็ใช่ว่าจะไร้หนทางเสียทีเดียว
สิ้นความคิด จิตสังหารอันรุนแรงก็ปะทุขึ้น!
บนยอดตึกสูงเสียดฟ้า
วานรน้อยที่ดูธรรมดาตัวนั้น พลันเบิกเนตรขึ้น ประกายแสงสีทองอำมหิตสาดซัดออกมาดุจเปลวเพลิง!
มันแหงนหน้าคำรามก้องฟ้า เสียงคำรามนั้นทรงพลังและดุดันเกินกว่าขนาดตัวของมันไปไกลโข!
โฮก—!!!!
คลื่นเสียงอัดกระแทกอากาศจนสั่นสะเทือน เลื่อนลั่นไปทั่วทั้งเขตเมือง!
วินาทีถัดมา มันกระโจนลงจากยอดตึก ดิ่งพสุธาลงมาอย่างหาญกล้า!
กลางอากาศนั้นเอง ร่างกายของมันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน!
เสียงกระดูกลั่นดังสนั่นหวั่นไหวราวกับประทัดแตก กล้ามเนื้อขยายตัวพองออกดุจภูเขาที่กำลังก่อตัว ขนสีดำทมิฬงอกยาวออกมาปกคลุมทั่วร่าง!
จากหนึ่งเมตร...
เป็นห้าเมตร...
สิบเมตร!
ยี่สิบเมตร!
ท้ายที่สุด ท่ามกลางสายตาที่เบิกโพลงจนแทบถลนของซูหลีและเซี่ยเมิ่งหราน...
ร่างมหึมาความสูงตระหง่านกว่าสามสิบห้าเมตร ก็ร่วงหล่นลงกระแทกพื้นธรณี!
ตูม—!!!!!
พื้นดินกรีดร้องและแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ!
แรงกระแทกมหาศาลก่อให้เกิดคลื่นกระแทกสีขาววงแหวน อัดกระแทกทุกสรรพสิ่งรอบข้างจนพินาศ อาคารเก่าคร่ำครึในรัศมีถูกบดขยี้จนราบเป็นหน้ากลองในพริบตา!
ฝุ่นควันตลบอบอวลบดบังทัศนวิสัย
ท่ามกลางม่านฝุ่นนั้น ร่างของ วานรสงคราม ที่ยืนตระหง่านค้ำฟ้า ยืนนิ่งสงบอยู่กลางซากปรักหักพัง
ดวงตาสีทองคู่ยักษ์ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ก้มลงมองสองสาวร่างเล็กจ้อยที่แทบจะกลายเป็นมดปลวกเมื่อเทียบกับตัวมัน
แรงกดดัน!
มันคือแรงกดดันระดับราชันย์ที่ทำให้วิญญาณของผู้ถูกจ้องมองแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง!
ทันใดนั้น ภายใต้เจตจำนงของโม่หยิงเฉิน วานรยักษ์ค่อยๆ โน้มตัวลงมา
ฝ่ามือที่ใหญ่โตกว่ารถสิบล้อ ค่อยๆ ยื่นออกมาอย่างระมัดระวัง ใช้นิ้วเพียงสองนิ้วคีบชายเสื้อของโม่หยิงเฉินขึ้นมาอย่างเบามือ แล้ววางเขาลนบนไหล่อันกว้างใหญ่ดุจลานจอดเครื่องบิน
เมื่อได้มายืนอยู่บนจุดสูงสุดในมุมมองนี้…
โม่หยิงเฉินกวาดสายตามองเมืองร้างเบื้องล่างด้วยความรู้สึกแปลกใหม่
เขาเอื้อมมือไปขยี้ขนคอที่แข็งแกร่งดุจลวดสลิงของ ต้าเซิ่ง เล่นเบาๆ
ก่อนจะส่งกระแสจิตสั่งการอีกครั้ง
มือยักษ์อีกข้างของต้าเซิ่งยื่นออกไป คีบร่างของซูหลีและเซี่ยเมิ่งหรานที่ยังคงช็อกจนพูดไม่ออกขึ้นมา แล้ววางแปะไว้บนไหล่อีกข้างหนึ่ง
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ต้าเซิ่งก็ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง
มันเริ่มก้าวเท้า ออกวิ่งมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เย่เฉิงและคนอื่นๆ อยู่!
ตึง!
ตึง!
ตึง!
ทุกย่างก้าวที่เท้าขนาดยักษ์กระทืบลงพื้น ส่งผลให้ตึกรามบ้านช่องสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
ผืนดินสั่นไหวราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
วานรสงครามตนนี้เปรียบเสมือนขุนเขาเคลื่อนที่ มันพุ่งทะยานไปข้างหน้าโดยไม่สนสิ่งกีดขวางใดๆ
ตึกระฟ้าที่ขวางทาง มันไม่แม้แต่จะคิดหลบเลี่ยง
ร่างกายที่แข็งแกร่งดุจเหล็กไหลพุ่งเข้าชนตรงๆ!
โครม! เปรี้ยง!
โครงสร้างเหล็กและคอนกรีตเสริมเหล็ก เปราะบางราวกับขนมปังกรอบเมื่ออยู่ต่อหน้าพละกำลังอันเหลือเชื่อ
ความโกลาหลระดับวินาศสันตะโรนี้ ดึงดูดความสนใจของนักเรียนที่รอดชีวิตทุกคนในทันที
นะ… นั่นมันตัวบ้าอะไรกันวะ!
หรือจะเป็นปีศาจเงาระดับ B ที่ประกาศบอกเมื่อกี้ ไม่! ไม่ใช่! ปีศาจเงาบ้านไหนจะมีรูปร่างแบบนี้!
งั้นก็สัตว์อสูรระดับ C จะบ้าเหรอ! สัตว์ระดับ C ที่ไหนตัวใหญ่เท่าตึกแบบนี้!
เกิดอะไรขึ้นกันแน่! ไหนบอกว่าเครื่องกักกันจะพังในอีกสิบนาทีไง ทำไมสัตว์ประหลาดพวกนี้ถึงหลุดออกมาเร็วนักล่ะโว้ย!