ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 137: จ้าวแห่งศาสตรา!
เป็นไปตามคาดจริงๆ…
ดวงตาของโม่หยิงเฉินฉายแววรู้แจ้งออกมาวูบหนึ่ง
ตกลง… หลอมรวม
สิ้นคำสั่ง หินวิวัฒนาการสีขาวบริสุทธิ์สิบก้อนบนโต๊ะพลันส่องแสงเจิดจ้า กลายเป็นลำแสงสิบสายพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลางเพียงจุดเดียว!
เมื่อแสงสว่างจางลง สิ่งที่ปรากฏขึ้นแทนที่คือผลึกแก้วใสที่ไหลเวียนไปด้วยแสงเจ็ดสีราวกับภาพรุ้งกินน้ำ มันดูราวกับเป็นก้อนผลึกที่กลั่นออกมาจากกฎเกณฑ์อันบริสุทธิ์ของจักรวาล
[หินจุติทักษะ]
[ผลลัพธ์: สามารถยกระดับทักษะเลเวล 9 ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม เพื่อก่อให้เกิดการ เปลี่ยนสภาพเชิงคุณภาพ]
คำอธิบายยังคงเรียบง่ายสั้นกุด แต่คำว่า เปลี่ยนสภาพเชิงคุณภาพ นั้นเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการลอกคราบขนานใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ปลายนิ้วของโม่หยิงเฉินคีบหินจุติขึ้นมาเบาๆ
ใช้หินจุติทักษะ… ยกระดับ [จ้าวแห่งศาสตรา]
ติ๊ง! [ใช้งานหินจุติทักษะสำเร็จ!]
[ทักษะติดตัว จ้าวแห่งศาสตรา ได้รับการยกระดับเป็น —— จ้าวแห่งศาสตราสัมบูรณ์!]
ตูม!
กระแสข้อมูลมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่สมองของโม่หยิงเฉินในชั่วพริบตา!
[จ้าวแห่งศาสตราสัมบูรณ์: เมื่อสัตว์อสูรใช้อาวุธทุกชนิดในการโจมตี ความเสียหายสุดท้ายที่เกิดขึ้นจะได้รับเพิ่มขึ้น 1000%!]
ลมหายใจของโม่หยิงเฉินสะดุดกึกไปในวินาทีนั้น
สิบเท่า!
ความเสียหายสุดท้ายเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่าตัว!
และที่สำคัญที่สุด… ขีดจำกัดเดิมถูกทำลายลงแล้ว!
มันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ดาบหรือกระบี่อีกต่อไป แต่มันครอบคลุมไปถึง อาวุธทุกชนิด!
นี่หมายความว่า จอมดาบอสุราที่มีกลุ่มดาว [หัตถ์เทวะพันกร] จะมีตัวเลือกในการใช้ศาสตราที่กว้างขวางขึ้นอย่างมหาศาล!
เดิมทีเขายังปวดหัวอยู่ว่าจะไปดาบหรือกระบี่ชั้นยอดจากไหนมาเพิ่มอีกห้าเล่ม
แต่ตอนนี้ ความกังวลนั้นหายวับไปกับตา
ทวน, พลอง, ง้าว, ค้อน, ขวาน, ทวนวงเดือน…
อาวุธทุกรูปทรง เมื่ออยู่ในมือของจอมดาบ มันจะกลายเป็นเครื่องมือสังหารที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด!
โม่หยิงเฉินอดไม่ได้ที่จะนึกถึง กอริลลาสี่กร ของสวี่หงหยางขึ้นมา
แม้จะเป็นสายควบคุมอาวุธหลายชิ้นเหมือนกัน แต่จอมดาบอสุราของเขากับเจ้าลิงยักษ์ตัวนั้น… มันห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว!
ตัวหนึ่งคือเศษเหล็กธรรมดา แต่อีกตัวคือศาสตราสังหารเทพ!
ต่อเลย
โม่หยิงเฉินระงับความตื่นเต้นในใจ แล้วลองเสี่ยงดวงอีกครั้ง
วิวัฒนาการทักษะ [จ้าวแห่งศาสตราสัมบูรณ์]
[ขออภัย ไม่พบไอเทม หินเทวะทักษะ]
[ไม่สามารถวิวัฒนาการ จ้าวแห่งศาสตราสัมบูรณ์ (MAX) ได้]
[โปรดตามหาหินเทวะทักษะแล้วลองใหม่อีกครั้ง]
คราวนี้ระบบไม่มีตัวเลือกให้หลอมรวมหินเพิ่ม
โม่หยิงเฉินลูบคางพลางครุ่นคิด
ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้องใช้หินวิวัฒนาการจำนวนมหาศาลเกินกว่าที่จะจินตนาการได้ หรืออาจจะเป็นเพราะต้องใช้วิธีการพิเศษบางอย่างถึงจะได้มันมา
เขาเก็บความคิดนั้นไว้ชั่วคราว แล้วหันไปสนใจคัมภีร์ทักษะสามเล่มที่เตรียมไว้ในกระเป๋า
[เสริมแกร่งพละกำลัง], [เสริมแกร่งความว่องไว], [เสริมแกร่งจิตวิญญาณ]
เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว คัมภีร์ทั้งสามเล่มก็กลายเป็นแสงพุ่งเข้าสู่ร่างของจอมดาบอสุราทันที
[เสริมแกร่งพละกำลัง: เพิ่มค่าสถานะพละกำลัง 5%]
[เสริมแกร่งความว่องไว: เพิ่มค่าสถานะความว่องไว 5%]
[เสริมแกร่งจิตวิญญาณ: เพิ่มค่าสถานะจิตวิญญาณ 5%]
มุมปากของโม่หยิงเฉินเหยียดยิ้มอย่างบ้าคลั่ง
เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย ส่งจิตสั่งการทันที
หินวิวัฒนาการทักษะจำนวนมหาศาลอันตรธานหายไปในพริบตา เพื่ออัปเกรดทักษะติดตัวพื้นฐานทั้งสามนี้อย่างบ้าคลั่ง!
ติ๊ง! [เสริมแกร่งพละกำลัง] ถึงเลเวล 10… วิวัฒนาการเป็น [พละกำลังขีดสุด]!
[พละกำลังขีดสุด: เพิ่มค่าสถานะพละกำลัง 1000%!]
ติ๊ง! [เสริมแกร่งความว่องไว] ถึงเลเวล 10… วิวัฒนาการเป็น [ความว่องไวขีดสุด]!
[ความว่องไวขีดสุด: เพิ่มค่าสถานะความว่องไว 1000%!]
ติ๊ง! [เสริมแกร่งจิตวิญญาณ] ถึงเลเวล 10… วิวัฒนาการเป็น [จิตวิญญาณขีดสุด]!
[จิตวิญญาณขีดสุด: เพิ่มค่าสถานะจิตวิญญาณ 1000%!]
พริบตานั้นเอง!
ค่าสถานะบนหน้าต่างของจอมดาบอสุรา ก็เกิดการระเบิดตัวเลขที่น่าสยดสยองออกมา!
พละกำลัง, ความว่องไว, จิตวิญญาณ ที่เดิมอยู่หลักสามพัน… ในวินาทีนี้ พวกมันพุ่งทะยานพรวดเดียวขึ้นสู่ระดับสามหมื่นแต้ม!
นี่คืออาณาเขตที่มีเพียงสัตว์อสูรระดับ B เท่านั้นถึงจะเอื้อมแตะได้!
แต่จอมดาบอสุราของเขา เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับ C เท่านั้น!
กระทั่งร่างเงาสะท้อนที่สืบทอดพลังเพียง 30%… ค่าสถานะพื้นฐานของพวกมันแต่ละตัวก็พุ่งทะลุหนึ่งหมื่นแต้มไปเรียบร้อยแล้ว!
โม่หยิงเฉินถึงกับเกิดอาการอยากรู้อยากเห็นจนเกือบจะยัดคัมภีร์ [เสริมแกร่งความอึด] ให้จอมดาบเพิ่มอีกใบ เพื่อปั้นให้มันกลายเป็นสัตว์ประหลาดทางตัวเลขที่ใครก็เข้าไม่ถึงอย่างสมบูรณ์
แต่เขาคิดดูอีกทีแล้วยั้งมือไว้ก่อน
ทางหนึ่งคือต้องเหลือช่องสกิลไว้หนึ่งช่องเผื่อเหตุฉุกเฉิน อีกทางหนึ่งคือ…
จอมดาบในตอนนี้ มันก็เก่งจนเกินหน้าเกินตาชาวบ้านไปไกลแล้ว
แค่เพิ่มความอึดอีกอย่างเดียวไม่ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนสภาพเชิงคุณภาพมากนัก สู้เหลือที่ว่างไว้รอรับสกิลระดับเทพในอนาคตดีกว่า
เขามองดูจอมดาบอสุราที่ยืนนิ่งสงบ แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับทำให้มวลอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเล็กน้อย
มุมปากของเขาฉีกกว้าง
ถ้าเสริมแกร่งไปมากกว่านี้… ข้าคงจะดูรังแกเพื่อนมนุษย์เกินไปหน่อยแฮะ
เขาตบไหล่จอมดาบเบาๆ
ไปกันเถอะ
ไปออกล่าในสิ่งที่เรียกว่าโลกแห่งห้วงลึกดูสักตั้ง
แล้วก็ถือโอกาสตามหาวัสดุมาสร้าง กายาเหล็กไหล ให้ต้าเซิ่งให้ครบด้วย
ณ นครหลวง
สำนักงานใหญ่ของกิลด์โลหิตอัคคี ห้องประชุมชั้นบนสุด
บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแปลกประหลาดที่ผสมผสานระหว่างน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นคาวเลือดจางๆ
หญิงสาวนับสิบชีวิตที่มีรูปร่างเพรียวบางแต่อัดแน่นด้วยกลิ่นอายดุดัน นั่งล้อมวงอยู่ที่โต๊ะยาวทั้งสองฝั่ง
ความสดใสขี้เล่นที่เคยมีหายไปสิ้น เหลือเพียงความเคร่งขรึมและการรอคอยที่หนักอึ้ง
พวกเธอคือแกนนำระดับสูงของกิลด์โลหิตอัคคี… เหล่ากุหลาบงามที่อาบไปด้วยหนามแหลมคม
ปัง—!
ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ของห้องประชุมถูกกระแทกเปิดออกด้วยแรงดันอากาศที่มองไม่เห็น
เงาร่างในชุดสีแดงเพลิงที่ห่อหุ้มด้วยกระแสลมร้อนพุ่งผ่านเข้ามาในห้อง
ผู้มาเยือนเป็นหญิงสาวร่างสูงเพรียวที่ดูเย้ายวนใจ ผมสีแดงดัดลอนยาวสลวยดูราวกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชน
ทุกย่างก้าวที่เธอก้าวเดิน ทำให้อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นราวกับตั้งอยู่หน้าเตาหลอม
เธอคือประธานกิลด์โลหิตอัคคี… กู้เชี่ยนซี
สัตว์อสูรคู่บารมีของเธอคือ ฟีนิกซ์เพลิง ที่ก้าวเข้าสู่ระดับ B ขั้นสูงสุดมานานแล้ว
ด้วยการจัดชุดทักษะและพรสวรรค์ระดับท็อป เธอเคยสร้างวีรกรรมอันน่าตกตะลึงด้วยการปะทะกับสัตว์อสูรระดับ A ได้อย่างสูสีโดยไม่เพลี่ยงพล้ำ
ในวงการผู้ฝึกสัตว์ของนครหลวง ชื่อเสียงด้านความงามและความโหดเหี้ยมของเธอนั้นดังกระฉ่อนพอๆ กัน
ภายใต้การนำด้วยกำปั้นเหล็กของเธอ กิลด์โลหิตอัคคีฝ่าฟันอุปสรรคจนกลายเป็นหนึ่งในกิลด์ระดับสองชั้นแนวหน้าของประเทศ
ขาดเพียงก้าวเดียวเท่านั้นที่พวกเธอจะก้าวขึ้นเป็นกิลด์ระดับหนึ่งอย่างเต็มตัว
นั่นคือการมีสัตว์อสูรระดับ A คอยค้ำจุนสถาบัน
เพื่อให้ฟีนิกซ์เพลิงของเธอวิวัฒนาการครั้งสำคัญนี้สำเร็จ กู้เชี่ยนซีต้องยอมจ่ายราคาที่มหาศาลเกินกว่าจะจินตนาการได้
ถึงขนาดต้องใช้หนี้บุญคุณมหาศาล เพื่อขอให้ ท่านผู้เฒ่าหลง ผู้เป็นตำนาน ช่วยทำการทำนายโชคชะตาให้เป็นการส่วนตัวหนึ่งครั้ง
ผลการทำนายชี้เป้าไปที่วัสดุที่ชื่อว่า ไม้ต้นอู๋ถง
และแหล่งกำเนิดของวัสดุชิ้นนี้ ตั้งอยู่ในมิติลับที่ชื่อว่า แสงอรุณรุ่ง ภายในโลกแห่งห้วงลึก
ในตอนนั้น กู้เชี่ยนซีดีใจจนแทบคลั่งที่ได้รับข่าวนี้
เธอทุ่มเงินมหาศาลกว้านซื้อบัตรเชิญสู่ห้วงลึกระดับสูงมาตุนไว้ แล้วนำทัพเหล่ายอดฝีมือของกิลด์มุ่งหน้าเข้าสู่โลกแห่งห้วงลึกด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม
ทว่า… ความจริงกลับตบหน้าเธออย่างแรง
พวกเธอพลิกแผ่นดินหาพื้นที่ในห้วงลึกที่สำรวจพบแล้วจนแทบทุกซอกทุกมุม สอบถามเหล่านักเดินทางในห้วงลึกนับร้อยนับพันคน
คำตอบที่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว
…ไม่มีมิติลับที่ชื่อ แสงอรุณรุ่ง อยู่ในสารบบเลยสักแห่งเดียว!
วินาทีนั้น กู้เชี่ยนซีรู้สึกเหมือนฟ้าถล่มลงตรงหน้า ความหวังพังทลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
นั่นหมายความว่า มิติลับแห่งนั้น ไม่ซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกของห้วงลึกที่มนุษย์ยังเข้าไม่ถึง… ก็ยังไม่ถึงเวลาก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน มันก็ดูริบหรี่จนแทบจะสิ้นหวัง
วันเวลาล่วงเลยไป หนึ่งปีเต็มๆ ที่ผ่านไปกับการรอคอยและความผิดหวังซ้ำซาก
จนกระทั่งวันนี้…