ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 196 บ้าคลั่ง! การโจมตีเดิมพันด้วยชีวิต!
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 196 บ้าคลั่ง! การโจมตีเดิมพันด้วยชีวิต!
นัยน์ตาของจ้าวแห่งห้วงลึกหรี่ลงเล็กน้อย
เกม… ควรจะจบลงได้แล้ว
กลิ่นอายบนร่างเงาเทพเจ้าของมัน เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดในเสี้ยววินาทีนี้
ไม่ใช่คลื่นพลังระดับ A ขั้นสูงสุดอีกต่อไป…
แต่มันคือความน่าเกรงขามอันสัมบูรณ์แบบในมิติที่สูงล้ำกว่า และอยู่เหนือการดำรงอยู่ของสรรพสิ่งทั้งปวง
มันไม่คิดจะเล่นสนุกกับลิงตัวนี้… ที่เอาแต่สร้างความประหลาดใจให้มันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกต่อไปแล้ว
บททดสอบนี้ สมควรจะปิดฉากลงอย่างงดงามตั้งแต่วินาทีที่ราชันย์อัศวินศักดิ์สิทธิ์ซีซาร์ล้มลง
เป็นลิงตัวนี้ต่างหาก ที่ใช้พลังอันไร้เหตุผลของมัน…
ฝืนลากบทละครให้ยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ และบีบให้มันต้องออกโรงเป็นบอสในด่านสุดท้าย
ถ้าเช่นนั้น… ก็จงใช้ทักษะเทพที่แท้จริง เพื่อวาดจุดจบให้กับลานประลองที่เหนือสามัญสำนึกนี้เสียเถอะ
สิ่งที่เรียกว่าทักษะเทพ…
มันคือพลังต้องห้าม ที่จะสามารถสัมผัสและครอบครองได้ ก็ต่อเมื่อระดับชั้นชีวิตก้าวข้ามขีดจำกัด และเหยียบย่างเข้าสู่ดินแดนแห่งทวยเทพอย่างแท้จริงแล้วเท่านั้น
ต่อให้ร่างเงาของมันในยามนี้ จะถูกกฎเกณฑ์บังคับกดทับพลังทั้งหมดให้อยู่เพียงระดับ A ก็ตาม
แต่แก่นแท้ของทักษะเทพ… คือการประยุกต์ใช้กฎเกณฑ์ธรรมชาติ
มันคือการบิดเบือนและเขียนทับโลกแห่งความเป็นจริงโดยตรง ด้วยเจตจำนงของเทพเจ้า!
การบัฟพลังระดับนี้ มากพอที่จะทำให้มันใช้เพียงร่างระดับ A สังหารตัวตนที่อยู่ต่ำกว่าระดับ S ได้ในพริบตา
ต่อให้เป็นสิ่งมีชีวิตระดับมายาที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับ S หากรากฐานไม่มั่นคงพอ ก็มีเพียงเส้นทางแห่งความตายรออยู่เท่านั้น!
ฟู่—
ไม่มีเสียงกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น มีเพียงเสียงแผ่วเบาราวกับจุดเทียนไขดังขึ้น
เปลวเพลิงสีดำสนิทสายหนึ่ง ลุกโชนขึ้นที่ปลายนิ้วของมัน
นั่นไม่ใช่เปลวเพลิงในความหมายของปุถุชนทั่วไป
มันไม่ส่องแสง และไม่แผ่ความร้อน
มันคือความมืดมิดอันบริสุทธิ์… คือ ความว่างเปล่า โดยแท้จริง
ราวกับว่ามิติอวกาศบริเวณนั้นถูกคว้านออกไปดื้อๆ และถูกเติมเต็มด้วยความว่างเปล่าที่ลึกล้ำที่สุด
วินาทีต่อมา เปลวเพลิงทมิฬแห่งความว่างเปล่านี้ ก็เริ่มลุกลาม
จากปลายนิ้ว ลามไปสู่ฝ่ามือ และแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง
ในที่สุด เปลวเพลิงทมิฬอันไร้ที่สิ้นสุด ก็ลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง ครอบคลุมร่างเงาเทพเจ้าของมันไว้ทั้งหมด
เมื่อความเข้มข้นของเปลวเพลิงทมิฬบรรลุถึงขีดจำกัด มันก็เลิกหดตัวเข้าสู่ภายใน แต่กลับเริ่มแผ่ขยายออกสู่ภายนอก
ใช้คำว่า กลืนกิน คงจะเหมาะสมกว่า
ความเร็วของมันไม่ได้รวดเร็วเลย ออกจะเชื่องช้าเสียด้วยซ้ำ
มันค่อยๆ กัดกร่อนพื้นลานประลองไปทีละนิ้วๆ ราวกับกระแสน้ำขึ้น
เส้นทางที่มันลอยผ่าน พื้นโลหะสีดำขลับที่แข็งแกร่งจนแทบจะทำลายไม่ได้… ไม่ได้หลอมละลาย และไม่ได้แตกสลาย แต่มัน หายไป ดื้อๆ
ถูกลบเลือนแนวคิดของการมีอยู่ไปโดยสมบูรณ์
ทักษะเทพ: [นรกเพลิงทมิฬ]!
ภายในม่านพลังป้องกัน สีหน้าของโม่หยิงเฉินเคร่งเครียดจนถึงขีดสุด
เปลวเพลิงนั่น… ไม่ถูกต้อง
มันผิดปกติอย่างมาก!
ขนาดเขายืนมองอยู่หลังม่านพลังป้องกันสัมบูรณ์
เขายังรู้สึกได้ว่าวิญญาณของตัวเองกำลังปวดแปลบ ราวกับจะถูกดึงดูดให้จมดิ่งลงไปในความมืดมิดที่กำลังลุกลามนั้น
หันกลับไปมองในลานประลอง
เรือนร่างอันมหึมาของวานรมารต้าเซิ่ง… ถึงกับกำลังก้าวถอยหลังไปทีละก้าว
ภายในนัยน์ตาสีเลือดของมัน ฉายแววของความ หวาดหวั่น ออกมาอย่างชัดเจน
ร่างกายที่เคยไร้พ่าย และสัญชาตญาณส่วนลึกในสายเลือด กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยอย่างบ้าคลั่ง
ห้ามแตะต้อง!
ห้ามให้มันโดนตัวแม้แต่เสี้ยวเดียวเด็ดขาด!
ซี่…
ขอบเปลวเพลิงทมิฬเพียงสายบางๆ เฉียดผ่านปลายเท้าของต้าเซิ่งเบาๆ
เส้นขนสีทองหม่นที่แข็งแกร่งพอจะต้านทานศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ได้ พลันกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา
ลุกลามลงไปถึงก้อนเนื้อและเลือดใต้ผิวหนัง ให้สลายกลายเป็นความว่างเปล่าไปพร้อมๆ กัน
พื้นที่ในลานประลองนั้นมีจำกัดอยู่แล้ว
แม้การกลืนกินของนรกเพลิงทมิฬจะไม่เร็วนัก แต่มันก็แทรกซึมไปทุกอณู ไร้ซึ่งช่องว่างให้หลบซ่อน
เพียงชั่วอึดใจ ต้าเซิ่งก็ถูกต้อนให้ไปจนมุมที่ขอบลานประลอง… ไร้ซึ่งหนทางถอยอีกต่อไป
หัวใจของโม่หยิงเฉินดิ่งวูบลงเรื่อยๆ
หรือว่า… มันจะจบลงแค่นี้จริงๆ?
สัตว์อสูรระดับ C ล้มยอดฝีมือระดับ A ไปถึงสิบคน แถมยังเป็นยอดอัจฉริยะเหนือล้ำยุคสมัยในหน้าประวัติศาสตร์มนุษยชาติถึงสามคน
และสุดท้าย ยังบีบให้ร่างเงาเทพเจ้าต้องงัดเอาทักษะเทพออกมาใช้
สถิติการต่อสู้ระดับนี้ หากแพร่งพรายออกไป ย่อมสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งโลก
พ่ายแพ้อย่างสมเกียรติ
แต่ว่า…
เขาไม่ยินยอม!
และในวินาทีนั้นเอง เจตจำนงที่ทั้งบ้าคลั่ง เด็ดเดี่ยว และแฝงไปด้วยความวิปริตถึงขีดสุด…
ก็พุ่งกระแทกเข้ามาในห้วงสมองของเขาจากทางฝั่งต้าเซิ่ง!
โม่หยิงเฉินสะดุ้งเฮือก
เขาจ้องมองวานรมารแห่งความว่างเปล่าที่ถูกต้อนจนมุม ทว่าจิตวิญญาณการต่อสู้กลับพุ่งทะยานเสียดฟ้า
ลึกสุดในแววตาของเขา… ประกายแห่งความบ้าคลั่งวูบผ่านไปในเสี้ยววินาที
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก
น้ำเสียงเย็นเยียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความสั่นสะท้าน
ตกลง!
เอาตามที่นายว่าเลย!
เราจะใช้การโจมตีครั้งสุดท้ายนี้… แลกชีวิตกับมัน!
ในเสี้ยววินาทีที่คำสั่งถูกส่งออกไป
โฮกกก—!!!
เสียงคำรามที่ถูกสะกดกลั้นมาเนิ่นนาน ผสมปนเปกับความคับแค้น ความโกรธเกรี้ยว และจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันไร้ที่สิ้นสุด ระเบิดกึกก้องออกจากปากของต้าเซิ่ง!
มันไม่ถอยอีกต่อไป
ร่างยักษ์หยัดยืนอย่างมั่นคง คว้าขวดแก้วที่บรรจุของเหลวสีแดงฉานดั่งโลหิตออกมา ก่อนจะกระดกกลืนลงคอจนหมดเกลี้ยง!
บลัดดี้แมรี่!
ทักษะเรียกใช้: [เมามายฝันดับสูญ]!
ตูม!
พลังงานอันบ้าคลั่งระเบิดปะทุขึ้นภายในร่าง ค่าสถานะทุกสายพุ่งพรวดขึ้นในเสี้ยววินาที!
แต่นี่ยังไม่จบ!
[ดาวชะตาขั้น 1: ดื่มด่ำสุราดั่งชีวิต] ทำงาน!
แอลกอฮอล์แปรเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงชั้นเลิศ ผลักดันให้พลังโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวอยู่แล้ว พุ่งทะยานขึ้นไปอีกถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์!
กรรร!!!
มันแผดเสียงร้องที่เจ็บปวดทว่าแสนจะโล่งใจ แสงสีแดงเลือดสาดกระเซ็นออกจากร่าง!
[วิชาขยายร่าง]!
กรอบแกรบ! กร๊อบ!
นั่นคือเสียงกระดูกที่กำลังขยายตัวอย่างป่าเถื่อน เสียงมัดกล้ามเนื้อที่ถูกฉีกกระชากและประกอบขึ้นใหม่ด้วยความบ้าคลั่ง!
เรือนร่างที่สูงห้าสิบเมตรอยู่แล้วของมัน ขยายใหญ่ขึ้นด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองเห็น!
หกสิบเมตร! แปดสิบเมตร! หนึ่งร้อยเมตร!
และท้ายที่สุด ก็กลายสภาพเป็นวานรยักษ์สูงตระหง่านค้ำฟ้าถึง หนึ่งร้อยห้าสิบเมตร!
พละกำลังเพิ่มขึ้นเท่าตัว! ความอึดพุ่งทะยานขึ้นสามเท่า!
ในขณะเดียวกัน
ความอัปยศอดสูที่ถูกเปลวเพลิงทมิฬไล่ต้อนจนมุม ความคับแค้นใจที่กำลังจะพ่ายแพ้… ได้ไปจุดชนวนความป่าเถื่อนในส่วนลึกที่สุดของสายเลือดให้ลุกโชนอย่างสมบูรณ์แบบ!
[ดาวชะตาขั้น 5: เพลิงพิโรธแผดเผา]!
ยิ่งจิตวิญญาณการต่อสู้เดือดพล่าน พลังโจมตีก็ยิ่งรุนแรง!
เพลิงพิโรธไร้รูปร่าง แปรเปลี่ยนเป็นขุมพลังที่จับต้องได้ ประทับลงบนร่างของมันอย่างบ้าคลั่ง!
บวกกับบาดแผลที่สะสมจากการต่อสู้ต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ในยามที่ถูกกระตุ้นด้วยสถานะต่างๆ บาดแผลเหล่านั้นกลับกลายเป็นปุ๋ยชั้นดีหยดสุดท้าย!
[คลั่งเดือดทะลวงศึก]!
การต่อสู้อันยาวนาน ทำให้ค่าสถานะทั้งหมดของมันซ้อนทับกันจนถึงเพดานบัฟที่สามสิบเปอร์เซ็นต์มาตั้งนานแล้ว!
ทุกบาดแผลบนร่าง ล้วนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อมอบโบนัสพลังโจมตีเฮือกสุดท้ายให้กับมัน!
สถานะทั้งหมด!
ไพ่ตายทุกใบ!
ในวินาทีนี้… ถูกหงายออกมาจนหมดสิ้น!
โม่หยิงเฉินยืนนิ่งอยู่ในม่านพลัง นัยน์ตาทอประกายคลั่งไคล้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขารู้ดี
ว่าการโจมตีในวินาทีถัดจากนี้…
จะเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุด เป็นจุดสูงสุด และเป็นครั้งสุดท้าย… ที่ต้าเซิ่งจะสามารถปลดปล่อยออกมาได้ในตอนนี้!
พริบตาต่อมา
วานรมารร่างยักษ์ที่สูงตระหง่านค้ำฟ้า… ขยับตัวแล้ว
วูม—!
มิติอวกาศกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง
เรือนร่างที่ใหญ่โตจนเหลือเชื่อของมัน กลับเมินเฉยต่อทะเลเพลิงทมิฬที่กำลังลุกลาม… และอันตรธานหายไปจากจุดเดิมในพริบตา!
เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง มันก็โผล่พรวดลงมาเหนือหัวของร่างเงาจ้าวแห่งห้วงลึกแล้ว!
มันพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลาง นรกเพลิงทมิฬ ที่เป็นตัวแทนของ การดับสูญ อย่างไม่คิดชีวิต!
ซี่—แคร่กๆๆๆ!!!
ภาพเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวและเหนือจินตนาการบังเกิดขึ้น
ในเสี้ยววินาทีที่สัมผัสกับเปลวเพลิงทมิฬ
กายาวานรมารของต้าเซิ่งที่ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งขั้นสุดยอดจากทั้ง [วิชาขยายร่าง] และ [กายาเหล็กกล้า]… กลับเริ่ม แหลกสลาย อย่างไม่อาจหวนคืน!
ผิวหนัง กลายเป็นเถ้าน้ำมันในเสี้ยววินาที ก่อนจะแตกสลายเป็นอนุภาคเล็กจิ๋วและเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เส้นขนสีทองหม่น พร้อมด้วยก้อนเนื้ออันเหนียวแน่นและแข็งแกร่งเบื้องล่าง ล้วนถูกความว่างเปล่ากลืนกินไปเป็นแถบๆ
มัดกล้ามเนื้อสีแดงสดที่เปิดอ้าสัมผัสกับอากาศ ก็ถูกเปลวเพลิงทมิฬเขมือบหายไปในชั่วพริบตาต่อมา
เผยให้เห็นโครงกระดูกที่ส่องประกายแสงแวววาวดุจโลหะอยู่เบื้องล่าง
และท้ายที่สุด… แม้แต่โครงกระดูกอันแข็งแกร่ง ก็เริ่มละลายหายไปทีละนิ้วๆ อย่างไม่อาจหลีกหนี!