ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 198 ปฏิกิริยาของหมื่นภพ การหวนคืน
กาลเวลา… ราวกับถูกยืดออกไปอย่างเชื่องช้า
หนึ่งวินาที…
สิบวินาที…
จนกระทั่งผ่านไปครบหนึ่งนาทีเต็มๆ
บรรยากาศที่จับตัวแข็งค้าง ก็ถูกทำลายลงด้วยเสียง พรืด ของคนที่พยายามกลั้นหัวเราะจนสุดความสามารถ
และวินาทีต่อมา… มันก็ระเบิดออกเป็นเสียงหัวเราะกึกก้องกัมปนาทสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน ที่ไม่อาจสะกดกลั้นเอาไว้ได้อีกต่อไป!
ฮ่าๆๆๆๆๆๆ—!
ร่างเงาเทพเจ้าอันยิ่งใหญ่ของแสงศักดิ์สิทธิ์ หัวเราะร่วนจนตัวงอเป็นกุ้ง
ห้วงมิติเอกเทศที่ถูกกั้นด้วยม่านแห่งกฎเกณฑ์ ถึงกับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปตามจังหวะเสียงหัวเราะของมัน ประกายแสงสีทองสาดกระเซ็นไปทั่วทิศทาง
จ้าวแห่งห้วงลึกเอ๋ยจ้าวแห่งห้วงลึก! ข้าล่ะไม่นึกไม่ฝันเลยว่าแกจะมีวันนี้กับเขาด้วย!
น้ำเสียงของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสะใจและยินดีบนความฉิบหายของผู้อื่นอย่างไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
โดนตัวแทนที่ตัวเองอุตส่าห์คัดเลือกมากับมือ… กระทืบร่างเงาจนแหลกคาทีมคาถิ่นของตัวเองเนี่ยนะ!
ฮ่าๆๆๆๆ งานนี้แกขายขี้หน้าไปยันสุดขอบหมื่นภพจักรวาลแล้วโว้ย!
แสงศักดิ์สิทธิ์หัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหล ชี้นิ้วใส่จ้าวแห่งห้วงลึกพลางซ้ำเติมไม่หยุดหย่อน
ที่เด็ดสุดคือ… ตาแก่หน้าหนาอย่างแก ดันงัดเอาทักษะเทพมาใช้อีกต่างหาก! อุตส่าห์ใช้ [นรกเพลิงทมิฬ] ออกมาแล้วเชียวนะ แต่สุดท้ายก็โดนเด็กมันพลิกกระดานตบหน้าหงายอยู่ดี!
ไม่ไหวแล้ว… โอย ไม่ไหวแล้ว ขอข้าขำต่ออีกหน่อยเถอะ เรื่องนี้เอาไปเล่าขำได้อีกเป็นพันปีเลยว่ะ! ฮ่าๆๆๆๆ!
ใบหน้าที่ก่อตัวจากกฎเกณฑ์ของจ้าวแห่งห้วงลึก… บัดนี้มืดทะมึนยิ่งกว่าก้นบึ้งของเอกภพเสียอีก
ปราณมารห้วงลึกที่ประกอบขึ้นเป็นเรือนร่างของมัน เดือดพล่านและม้วนตัวอย่างเกรี้ยวกราด จนแทบจะควบแน่นกลายเป็นของแข็งอยู่รอมร่อ
แต่มันก็ไม่ได้ระเบิดอารมณ์ออกมา
ทำเพียงแค่แค่นเสียงเย็นชา ที่อัดแน่นไปด้วยความคับแค้นและอัปยศอดสูจนถึงขีดสุด
หึ!
สิ้นเสียงคำรามในลำคอ ร่างเงาอันยิ่งใหญ่ของมันก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ก่อนจะแตกสลายกะทันหัน…
และอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
มันขี้เกียจแม้แต่จะทิ้งท้ายคำพูดแก้เกี้ยวใดๆ
เพราะมันอับอายจนไม่มีหน้าจะอยู่สู้หน้าใครได้อีกแล้วจริงๆ!
ทั่วทั้งห้วงมิติบัลลังก์สูงสุด หลงเหลือเพียงเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของแสงศักดิ์สิทธิ์ ที่ดังก้องกังวานอยู่นานแสนนาน
หัวเราะไปหัวเราะมา… เสียงนั้นก็ค่อยๆ แผ่วเบาลง และจางหายไปในที่สุด
สิ่งที่เข้ามาแทนที่ คือความเคร่งเครียดและหนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ซุกซ่อนอยู่ลึกสุดในแววตา… สิ่งที่เรียกว่า ความตื่นตะลึง
มันค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนบัลลังก์อีกครั้ง ประกายแสงสีทองหดตัวลง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาและเปี่ยมอำนาจของเทพเจ้า
แค่สัตว์อสูรระดับ C…
แสงศักดิ์สิทธิ์พึมพำเสียงแผ่ว น้ำเสียงปราศจากความเย้ยหยันหยอกล้ออีกต่อไป หลงเหลือเพียงความหวาดหวั่นที่ไร้ที่สิ้นสุด
แต่กลับสามารถก้าวข้ามหุบเหวแห่งกฎเกณฑ์ ใช้เรือนร่างของปุถุชน สังหารร่างเงาของเทพเจ้าลงได้จริงๆ
ลิงตัวที่สองที่โผล่มาตอนท้ายนั่น… เป็นทักษะประเภทแยกร่างงั้นรึ?
ใช้ร่างต้นยอมตายเป็นเหยื่อล่อ เพื่อเจาะทะลวงการป้องกันของทักษะเทพ แล้วค่อยส่งร่างแยกที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด ออกมาปลิดชีพในดาบสุดท้าย…
การวางแผนระดับนี้… ความเด็ดขาดระดับนี้… และพละกำลังที่ป่าเถื่อนไร้เหตุผลระดับนี้…
สีหน้าของแสงศักดิ์สิทธิ์แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมถึงขีดสุด
เจตจำนงแห่งห้วงลึกคราวนี้… ไปขุดเอาสัตว์ประหลาดวิปริตพรรค์ไหนมาเป็นตัวแทนกันแน่
เมื่อใดที่มันเติบโตและสยายปีกอย่างเต็มที่… มันจะต้องกลายเป็นมหาอำนาจสูงสุด ที่กวนน้ำในหมื่นภพจักรวาลให้ขุ่นมัวได้อย่างแน่นอน
เผลอๆ… อาจจะน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเจ้านั่น ในอดีตกาลเสียอีก...
สายตาของมัน ราวกับเจาะทะลวงผ่านกาลเวลาและมิติอันไร้ที่สิ้นสุด ทอดมองไปยังสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง
ไม่ได้การ เรื่องนี้ใหญ่โตเกินไป
ข้าต้องรีบนำเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่นี่ ไปรายงานต่อองค์ราชันย์เทพโดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว
พวกเราต้องรีบเตรียมการรับมือกับมนุษย์ผู้นี้แต่เนิ่นๆ!
สิ้นเสียงพึมพำ ร่างเงาอันยิ่งใหญ่ที่อาบไล้ไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ ก็แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง…
และจากไปจากลานประลองห้วงลึก สถานที่ซึ่งเป็นสักขีพยานแห่งปาฏิหาริย์แห่งนี้อย่างสมบูรณ์
ในเวลาเดียวกัน
ณ ดินแดนแห่งห้วงลึก ในอาณาเขตความมืดมิดที่กว้างใหญ่ไพศาลและยิ่งใหญ่อลังการกว่านครห้วงลึกที่โม่หยิงเฉินเคยพบเห็นนับสิบนับล้านเท่า
ที่นี่คือแก่นกลางอันแท้จริงของโลกห้วงลึก
พลังงานมารอันไร้ที่สิ้นสุด ควบแน่นเป็นเทือกเขาสีดำทะมึนที่ลอยตระหง่านกลับหัวอยู่บนท้องฟ้า
ปราสาทกระดูกขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านทิ่มแทงผืนฟ้าอันมืดมิดดุจคมดาบ ที่นี่คือสถานที่ซึ่งปีศาจระดับสูงนับหมื่นนับแสนตน หมอบกราบและอาศัยอยู่
ภายในโถงราชบัลลังก์ที่สูงตระหง่านที่สุด ซึ่งดูราวกับถูกแกะสลักขึ้นจากโครงกระดูกของดวงดาวทั้งดวง…
บนบัลลังก์ ร่างเงาสายหนึ่งเบิกตากว้างขึ้นกะทันหัน
รูปร่างของมันกำยำล่ำสัน รอบกายถูกห่อหุ้มด้วยรังสีอำมหิตสีเลือดที่ควบแน่นจนแทบจะจับต้องได้
เพียงแค่เจตจำนงแห่งการตื่นรู้ของมัน ก็มากพอจะทำให้ทั่วทั้งปราสาทสั่นสะเทือนเบาๆ แล้ว
ราชันย์แห่งห้วงลึก… อวี้ไห่
มันหันขวับไปมอง สายตาคล้ายจะเจาะทะลวงผ่านมิติอวกาศนับร้อยล้านลี้ พุ่งตรงไปยังทิศทางของลานประลองห้วงลึกอย่างแม่นยำ
ชั่วครู่ต่อมา มันก็ดึงสายตากลับ มุมปากเหยียดยิ้มเย็นชาที่แฝงความสนใจใคร่รู้ พึมพำเสียงแผ่ว
โอ้? ผ่านบททดสอบสุดท้ายของตาแก่นั่นมาได้จริงๆ รึนี่?
น่าสนใจดีนี่
แต่เพียงไม่นาน ความสนใจบนใบหน้าของมัน ก็ถูกแทนที่ด้วยรังสีฆ่าฟันอันเยียบเย็นที่ไม่คิดจะปิดบังเลยแม้แต่น้อย
ผ่านแล้วยังไง?
อวี้ไห่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์
ก้มหน้ามองเหล่าปีศาจที่หมอบกราบอยู่เบื้องล่าง น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งหมื่นปี
สิ่งที่เจ้าได้รับ… คือการยอมรับจากเจตจำนงแห่งห้วงลึก คือความโปรดปรานจากตาแก่นั่น
แต่มันไม่ใช่… การยอมรับจากข้า… อวี้ไห่ผู้นี้!
น้ำเสียงของมัน อัดแน่นไปด้วยความโอหังและความทะเยอทะยานที่ไม่อนุญาตให้ผู้ใดต่อต้าน
ตัวแทนแห่งห้วงลึกงั้นรึ…
ผู้นำของโลกห้วงลึกในอนาคตงั้นรึ…
หึหึ…
มันแค่นเสียงหัวเราะหยันอย่างดูแคลน
คิดจะให้ข้า อวี้ไห่ผู้นี้ ยกบัลลังก์ที่ข้าใช้เวลาเนิ่นนานนับอนันต์ และเหยียบย่ำบนกองกระดูกนับล้านล้านศพเพื่อไขว่คว้ามา… ใส่พานประเคนให้กับมนุษย์เมื่อวานซืนคนหนึ่งเนี่ยนะ!?
คู่ควรแล้วงั้นรึ!
ข้าล่ะอยากจะเห็นนัก ว่าคนตาย… มันจะมาเป็นตัวแทนให้โลกห้วงลึกอันยิ่งใหญ่ของข้าได้อย่างไร!
มันหันหน้าไปทางเงามืด สั่งการองครักษ์ที่ยืนค้อมตัวรอรับคำสั่งอยู่ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาที่สุด
ถ่ายทอดคำสั่งของข้าลงไป
ให้ดยุคหอกมาร นำทัพด้วยตัวเอง ไปดักรออยู่ที่ด้านนอกนครห้วงลึกที่มนุษย์นั่นอยู่
กางตาข่ายฟ้าแหดินให้พร้อม
ตราบใดที่ไอ้มนุษย์ที่ชื่อ โม่หยิงเฉิน กล้าเหยียบย่างเข้ามาในโลกห้วงลึกอีกแม้แต่ครึ่งก้าวล่ะก็…
สังหารมันทิ้งซะ! อย่าให้เหลือแม้แต่ซากศพ!
รับทราบ! องค์ราชันย์!
องครักษ์ในเงามืดรับคำสั่ง ก่อนจะเร้นกายถอยออกไปอย่างเงียบกริบ
ค่ายกลสังหารที่พุ่งเป้าหมายไปยังตัวแทนแห่งห้วงลึก… ได้ถูกปูพรมรอเอาไว้แล้ว
ข่าวลือเรื่องที่ร่างเงาของจ้าวแห่งห้วงลึก ถูกตัวแทนที่ตนเองเป็นผู้คัดเลือก บดขยี้จนพ่ายแพ้ย่อยยับในการต่อสู้ซึ่งหน้า… ได้แพร่สะพัดราวกับพายุข้ามมิติ กวาดผ่านการรับรู้ของตัวตนระดับจุดสูงสุดในหมื่นภพจักรวาลไปในพริบตา
ในชั่วขณะนั้น ทวยเทพและเหล่ามารนับไม่ถ้วนต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
แดนเทวะ วิหารเทพสงคราม
เทพสงครามร่างกำยำที่ทั่วร่างลุกโชนไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้สีทองอร่าม เบิกตากว้าง
โม่หยิงเฉินงั้นรึ? เป็นไอ้หนูที่น่าสนใจดีนี่ หวังว่าจะอายุยืนพอ อย่าด่วนตายไปซะก่อนล่ะ อย่าทำให้ข้าผิดหวังเชียว
ขุมนรกโลหิต แดนมาร
ท่ามกลางทะเลเลือดที่เดือดพล่าน จ้าวมารแผดเสียงคำรามลั่น
ไอ้ตัวแทนของแดนมารเราเนี่ย พอเอาไปเทียบกับมนุษย์นั่นแล้ว… มันก็แค่ขยะเปียกชัดๆ! เปลี่ยนตัว! รีบไปหาตัวที่มันเก่งกว่านี้มาให้ข้าเดี๋ยวนี้!
ป่าภูตพราย
ใต้ต้นไม้แห่งชีวิตโบราณกาล ราชินีเอลฟ์ทอดถอนใจแผ่วเบา
เผ่าพันธุ์มนุษย์… กำลังจะให้กำเนิดวีรบุรุษผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ขึ้นมาอีกคนแล้วงั้นหรือ…
จักรวรรดิหลงเซี่ย เมืองเทียนอวิ๋น
ภายในห้องรับแขกอันคุ้นตาของบ้านอาจารย์หวง
มิติอวกาศเกิดระลอกคลื่นกระเพื่อมไหว ก่อนที่ร่างของโม่หยิงเฉินจะปรากฏขึ้นกลางอากาศ
ในเสี้ยววินาทีที่ปลายเท้าแตะพื้น เขาก็ไม่ได้ลดการป้องกันลงเลยแม้แต่น้อย
สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของร่างกาย สั่งการได้รวดเร็วยิ่งกว่าความคิดในสมองเสียอีก
เพียงแค่ขยับจิต ร่างเงาของจอมดาบอสุราอันคมกริบดุดัน ก็ถูกอัญเชิญออกมาในพริบตา
ในมือกระชับดาบยาว ใบหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ยืนประกบอารักขาอยู่เคียงข้างผู้เป็นนายทันที