ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 20 อาจารย์ฮวง: ข้ามองทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 20 อาจารย์ฮวง: ข้ามองทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
โม่หยิงเฉินเดินไปที่จุดที่ราชันย์โคโบลด์เคยยืนตระหง่านอยู่ เขากวาดมือผ่านกองแสงสลัวๆ เพื่อเก็บของ
[สนับแข้งโคโบลด์ทั่วไป]
[คุณภาพ: สีขาว ]
[ความอึด +3, ความว่องไว +2, พละกำลัง +2]
[เงื่อนไข: Rank F เลเวล 10]
[เซ็ตเอฟเฟกต์ 1: ความอึด +20 (เมื่อใส่ครบ 3 ชิ้น)]
[เซ็ตเอฟเฟกต์ 2: ความว่องไว +25 (เมื่อใส่ครบ 5 ชิ้น)]
ไม่ได้ของเขียวแฮะ… เสียดายจัง
โม่หยิงเฉินเดาะลิ้นอย่างผิดหวัง เดิมทีเขาหวังว่าจะฟลุ๊คได้ชิ้นส่วนเซ็ตระดับเขียวเพิ่มอีกสักชิ้น เพื่อปลดล็อคสเตตัสเทพๆ แต่ดันได้แค่ของขาวธรรมดาๆ
ของเซ็ตระดับทั่วไปกับชั้นยอดนอกจากชื่อจะไม่เหมือนกันแล้ว คุณสมบัติยังต่างกันราวฟ้ากับเหว แถมเอามาใส่ปนกันเพื่อนับจำนวนเซ็ตก็ไม่ได้ด้วย
เขาโยนสนับแข้งหนังหยาบๆ ไปให้ต้าเซิ่งอย่างไม่ใส่ใจ
วิ้ง!
แสงสว่างวาบขึ้น ที่หน้าแข้งของลิงศิลาปรากฏเครื่องป้องกันทำจากหนังสัตว์สีน้ำตาลตุ่นๆ สวมทับไว้อีกชั้น
ต้าเซิ่งยกขาขึ้นดูอย่างสนอกสนใจ ลองเอาเล็บเคาะๆ ดู ปุๆ
ไปกันได้แล้ว เลิกเคาะได้แล้ว มันไม่เกะกะหรอกน่า
โม่หยิงเฉินเร่งยิกๆ ก่อนจะหันไปโบกมือผ่านหน้าซูหลีที่ยังยืนแข็งเป็นหินอยู่
เฮ้! กลับมาโลกปัจจุบันได้แล้ว
ซูหลีสะดุ้งเฮือก ได้สติกลับมาทันที
สิ่งแรกที่เธอทำคือก้มมองหน้าต่างสถานะของตัวเอง…
ตั๊กแตนเงาทมิฬ เลเวลพุ่งจาก Rank E เลเวล 1 ไปเป็น Rank E เลเวล 3!
ลงดันเจี้ยนรอบเดียว… เด้งขึ้นมา 2 เลเวล!
ความเร็วระดับนรกแตกนี่มันอะไรกัน! เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต!
ลูกพี่โม่…
พี่นี่มัน… สุด… สุดยอด…
เธออ้าปากพะงาบๆ พยายามสรรหาคำมาสรรเสริญ แต่สมองมันตื้อไปหมด
ในฐานะนักเรียนระดับหัวกะทิที่ครองที่หนึ่งมา 9 ปี และที่สองอีก 3 ปี เธอไม่เคยจนแต้มด้วยคำพูดขนาดนี้มาก่อน
โม่หยิงเฉินเห็นแก้มป่องๆ ที่แดงระเรื่อของเธอก็ยิ้มขำ
ฟังนะ รอบหน้าเปลี่ยนแผนหน่อย
เธอพาตั๊กแตนไปรับผิดชอบ ทางขวา
ส่วนฉันกับต้าเซิ่งจะเหมา ทางซ้าย กับ ตรงกลาง เอง
ซูหลีพยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวสาร
รับทราบ! รับประกันภารกิจสำเร็จค่ะ!
ความสงสัยหรือความกังวลใดๆ ที่เคยมี ถูกไม้หน้าสามของต้าเซิ่งหวดทิ้งไปหมดแล้ว ตอนนี้ต่อให้โม่หยิงเฉินชี้บอกว่านกมีสี่ขา เธอก็พร้อมจะเชื่อ!
ไป… อย่าเสียเวลา
ทุกวินาทีที่หายไป คือ EXP ที่หายไป
พูดจบ เขาก็เดินนำออกไปทันที
ต้าเซิ่งแบกกระบองหิน เดินกร่างด้วยท่าทางหกไม่เอาเก้า(ไม่เอาใคร) ตามหลังเจ้านายไปติดๆ
ซูหลีสูดหายใจเข้าลึก รีบวิ่งตามไป
การลงดันเจี้ยนรอบแรกถือว่าสมบูรณ์แบบ ประสิทธิภาพเหลือเชื่อ
จะมีก็แค่ข้อผิดพลาดเล็กน้อยเรื่องการคำนวณเวลา…
เมื่อกี้เขาชี้ส่งๆ ให้ซูหลีไปทางตรงกลาง ซึ่งดันเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด
ผลคือเธอวิ่งลากมอนสเตอร์กลับมารอที่จุดนัดพบนานแล้ว ในขณะที่โม่หยิงเฉินยังวิ่งเคลียร์ทางอื่นไม่เสร็จ
โม่หยิงเฉินรู้ตัวตั้งแต่ตอนอยู่ในอุโมงค์ เขาจึงเปลี่ยนแผนกลางคัน สั่งต้าเซิ่งเลิกไล่ทุบทีละตัว แล้วใช้วิธีลากมอนสเตอร์วิ่งเป็นขบวนรถไฟเหมือนกัน
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังมาช้ากว่าซูหลีนิดหน่อย
และไอ้คำว่านิดหน่อยนี่แหละ ที่เกือบทำซูหลีหัวใจวาย
การถูกฝูงโคโบลด์ระดับนรกแตกนับสิบตัววิ่งไล่กวดในที่แคบๆ… ถ้าตั๊กแตนเงาทมิฬขาพลิกนิดเดียว คือตายสถานเดียว!
โชคดีที่รอดมาได้…
ซูหลีเดินตามหลังโม่หยิงเฉินออกมาจากประตูมิติ ใบหน้ายังคงดูมึนงงเหมือนคนเมายา
เสี่ยวหลี?
เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้เธอสะดุ้ง
เย่ฝานซิงยืนอยู่ไม่ไกล พร้อมกับสมาชิกทีมชุดใหม่ที่เพิ่งฟอร์มทีมเสร็จ เตรียมจะลงดันเจี้ยนระดับยากรอบที่สอง
พวกเธอ…
เย่ฝานซิงมองซูหลีสลับกับโม่หยิงเฉิน คิ้วขมวดเป็นปมแน่น
ทำไมออกมาเร็วนักล่ะ? เพิ่งเข้าไปแป๊บเดียวเองไม่ใช่เหรอ?
เขาจำเวลาแม่น... สองคนนี้เข้าไปไม่ถึง 20 นาที ด้วยซ้ำ!
ซูหลีอ้าปากจะตอบ แต่เสียงไม่ออก
จะให้อธิบายยังไง?
อ๋อ… พอดีพวกเราเพิ่งถล่มรังโคโบลด์ระดับนรกแตกจนราบคาบภายใน 20 นาทีจ้ะ
ลิงศิลาตัวนั้นฟาดทีเดียว บอสหายไปพร้อมลูกน้องเลย
ขืนพูดไป เย่ฝานซิงต้องโทรเรียกโรงพยาบาลบ้าให้มารับตัวเธอแน่ๆ
เย่ฝานซิง:…
ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดต่อ
โม่หยิงเฉินก็สะกิดซูหลี แล้วเดินดุ่มๆ กลับไปที่ประตูมิติ
ไปได้แล้ว… รีบทำรอบ
ซูหลีสะดุ้ง ไม่สนใจจะอธิบายอะไรกับเย่ฝานซิงอีก รีบวิ่งตามลูกพี่ไปทันที
เฮ้ย… เดี๋ยว…
เย่ฝานซิงยืนงงเป็นไก่ตาแตก มองดูสองคนนั้นหายวับเข้าไปในแสงสีฟ้าอีกครั้ง
ทำบ้าอะไรของมันวะ? เข้าๆ ออกๆ… นึกว่าเดินสวนสนุกเหรอ?
ในขณะเดียวกัน ที่ขอบสนาม
สายตาคมกริบของเหล่าผู้บริหารมหาวิทยาลัยและอาจารย์ใหญ่ต่างจับจ้องไปที่ประตูมิติตลอดเวลา
โดยเฉพาะ ปรมาจารย์ฮวงหงเฉียง
ทันทีที่เห็นโม่หยิงเฉินเดินออกมาแล้วกลับเข้าไปใหม่อย่างรวดเร็ว
ดวงตาที่เคยหรี่ปรือของผู้เฒ่าพลันสว่างวาบ!
เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา
ยี่สิบนาที…
มือเหี่ยวย่นลูบเคราที่ปลายคาง แววตาฉายแววรู้ทัน
หึหึ… เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
ในฐานะนักวิชาการด้านสัตว์อสูรอันดับต้นๆ ของจักรวรรดิหลงเซี่ย
เขามีความคลั่งไคล้อยู่สองอย่าง: หนึ่งคือลิงศิลา และสองคือการวิจัยกลยุทธ์พิชิตมิติลับ
รังโคโบลด์แห่งเมืองชิงหยวน แม้จะเป็นแค่มิติลับระดับเริ่มต้น แต่เขาก็ศึกษามันจนพรุน
20 นาที… ตัวเลขนี้มันช่างเหมาะเจาะ
มันคือเวลาเฉลี่ยที่สัตว์อสูร Rank E ใช้ในการวิ่งสำรวจเส้นทางในรังโคโบลด์หนึ่งรอบ... โดยไม่หยุดพัก!
ฉลาดมาก... ไอ้หนูนี่
ฮวงหงเฉียงพึมพำ
หัวไวจริงๆ ใช้ได้!
คำชมที่หลุดออกมาจากปากปรมาจารย์ ทำให้ ผอ.หลี่ฉางชิวที่ยืนอยู่ข้างๆ หูผึ่ง
เขามองหน้าท่านฮวงด้วยความสงสัย
นี่ท่านฮวง… กำลังชมโม่หยิงเฉิน?
ฮวงหงเฉียงเห็นสีหน้าอยากรู้อยากเห็นของหลี่ฉางชิว ก็อารมณ์ดีพอที่จะไขข้อข้องใจ
รังโคโบลด์น่ะ… ถ้าให้สัตว์อสูร Rank E วิ่งอย่างเดียวไปกลับ มันจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีพอดี
หลี่ฉางชิวพยักหน้า ข้อมูลนี้เขาก็รู้
แต่เขาก็ยังแย้งท่านฮวงครับ… แต่แค่วิ่งไปกลับ มันไม่นับว่าเคลียร์ดันเจี้ยนนะครับ? มอนสเตอร์ไม่ได้ตายสักตัว
ได้ยินดังนั้น รอยยิ้มของฮวงหงเฉียงก็ยิ่งกว้างขึ้น สายตาฉายแววเหนือชั้น
เพราะงั้นข้าถึงบอกไง ว่าไอ้เด็กโม่หยิงเฉินมันหัวไว
เจ้าบอกเองไม่ใช่รึ ว่าลิงศิลาของมันทุบทีเดียว ตั๊กแตนเงาทมิฬ Rank E ของนังหนูซูหลีถึงกับร่วง?
หลี่ฉางชิวพยักหน้าครับ… ทีเดียวจอดจริงๆ
นั่นไงล่ะ!
ฮวงหงเฉียงตบเข่าฉาด
ถ้ามันวันช็อตสัตว์อสูร Rank E ได้… การจะกวาดล้างพวกโคโบลด์ Rank F เลเวล 100 ใน ระดับยาก มันก็เหมือนหั่นผักหั่นแตง!
เจ้าเด็กนั่นคงใช้วิธีลากมอนสเตอร์ทั้งหมดมารวมกัน แล้วให้ลิงศิลาทุบเปรี้ยงเดียวจบ! ประหยัดเวลาต่อสู้ไปได้มหาศาล!
ในเมื่อมันฆ่าง่ายขนาดนั้น… จะเคลียร์จบหรือไม่จบ มันจะต่างกันตรงไหน? ประเด็นคือมันโกย EXP ได้ไวที่สุดต่างหาก!
อาจารย์ฮวงยิ้มกริ่ม มั่นใจเต็มร้อยว่าตัวเองมองเกมขาด
โธ่… ไอ้หนูเอ้ย คิดจะปิดบังความเก่งกาจต่อหน้าข้า ฮวงหงเฉียงคนนี้… ยังเร็วไปร้อยปี!
(แต่ท่านฮวงหารู้ไม่ว่า… สิ่งที่เด็กมันลากมาทุบ ไม่ใช่ Rank F ระดับยาก... แต่เป็น Rank E ระดับนรกแตก ต่างหาก!)