ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 207 ฉันต้องการแค่หินวิญญาณ
ร่างของโม่หยิงเฉินหายลับเข้าไปในวังวนแสงแห่งการเคลื่อนย้าย
สี่คนที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังถึงเพิ่งจะสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ราวกับเพิ่งตื่นจากความฝัน
ฉะ… ฉัน ฉัน… ซูหลีพูดติดอ่าง
เธอชี้มือสั่นๆ ไปยังหีบสมบัติที่ส่องประกายแสงสีม่วงซึ่งลอยอยู่ตรงหน้า สลับกับมองดูหน้าต่างสถานะสัตว์อสูรของตนเอง ที่หลอดเลเวลพุ่งพรวดขึ้นมาเจ็ดเลเวลรวดดื้อๆ
รู้สึกเหมือนสมองของตัวเองช็อตจนหยุดทำงานไปแล้ว
พวกเรา… ก็แค่ยืนอยู่เฉยๆ… แล้วเลเวลก็อัปเนี่ยนะ?
บ้าไปแล้ว… โลกใบนี้มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ… จั๋วฮวาหยิกแก้มตัวเองอย่างแรง
ความเจ็บปวดที่แล่นปลาบเข้ามาทำให้เธอตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เธอหันไปมองเย่เฉิงกับเซี่ยเมิ่งหราน น้ำเสียงเจือปนด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
พวกนายเห็นไหม? พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด! แค่มายืนตากลมหนาวอยู่ตรงนี้ห้านาทีถ้วน!
แล้ว… พวกเราก็ทำลายสถิติมิติลับระดับฝันร้ายเนี่ยนะ?
เย่เฉิงไม่ได้เอ่ยคำใด
เขาทำเพียงแค่เปิดหีบสมบัติอย่างเงียบงัน แล้วเก็บของรางวัลที่อยู่ด้านในเข้ากระเป๋า
จากนั้น เขาก็มองลึกเข้าไป… ลึกเข้าไปยังทิศทางที่โม่หยิงเฉินเพิ่งจะจากไป
ภายในใจ ความคิดเฮือกสุดท้ายที่อยากจะวิ่งตามให้ทัน อยากจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ให้ได้…
บัดนี้ได้มอดดับลงอย่างสมบูรณ์ราวกับเปลวเทียนปะทะลมคลั่ง
ความห่างชั้น…
ที่แท้ นี่แหละคือความห่างชั้นระหว่างพวกเขากับผู้ชายคนนั้น
ในขณะที่เขายังต้องดิ้นรนแทบเป็นแทบตาย เพียงเพื่อให้มีชีวิตรอดอยู่ในมิติลับระดับ C ให้นานขึ้นอีกสักหนึ่งนาที…
ผู้ชายคนนั้น กลับสามารถเอาการเคลียร์มิติลับระดับฝันร้าย มาคำนวณเป็น ความคุ้มค่าของเวลา ได้แล้ว
ลมหายใจของเซี่ยเมิ่งหรานก็เริ่มถี่กระชั้นขึ้นเช่นกัน
นี่น่ะหรือ… คือความแข็งแกร่งของคนที่สังหารปีศาจเงาระดับ B ได้ด้วยตัวคนเดียว…
เธอพึมพำกับตัวเอง ในดวงตาที่มักจะเย็นชาและหยิ่งทะนง
บัดนี้ปรากฏอารมณ์ที่เรียกว่า ความยำเกรง ขึ้นเป็นครั้งแรก
ณ ทางเข้ามิติลับระดับ C [หมู่บ้านคร่ำครวญ]
กลุ่มผู้ฝึกสัตว์กำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรสอยู่ด้านนอก
จู่ๆ เสียงอุทานก็ดังลั่นออกมาจากฝูงชน
พวกนายดูสิ! บอร์ดสถิติของหมู่บ้านคร่ำครวญ!
ทุกคนหันขวับไปมองเป็นตาเดียว
เชี่ยเอ๊ย! อันดับหนึ่งโดนทุบสถิติไปแล้ว! ห้านาทีสามวินาที? ล้อกันเล่นปะเนี่ย!
จริงดิ? ขอฉันดูหน่อย… เชี่ยเอ๊ย! จริงด้วย! นี่แม่งเปิดโปรเล่นหรือเปล่าวะ!
บนบอร์ดบันทึกสถิติความเร็วมิติลับ [หมู่บ้านคร่ำครวญ] ระดับฝันร้าย อันดับหนึ่งที่เคยตั้งตระหง่าน บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยสถิติใหม่เอี่ยมอ่อง
[อันดับหนึ่ง: เวลาผ่านด่าน 5 นาที 03 วินาที]
[สมาชิกปาร์ตี้: โม่หยิงเฉิน, ซูหลี, เซี่ยเมิ่งหราน, เย่เฉิง, จั๋วฮวา]
เบื้องหน้าศิลาสถิติ ทั่วทั้งบริเวณพลันตกอยู่ในความเงียบงันดั่งสุสาน
เวลาผ่านด่านที่น่าสะพรึงกลัวจนชวนให้ขนหัวลุกนี้!
นี่มัน… ทีมตัวแทนของมหาวิทยาลัยเทียนอวิ๋นที่จะไปแข่งลีกมหาวิทยาลัยไม่ใช่เหรอ?
โม่หยิงเฉิน?! โม่หยิงเฉินคนที่หายตัวไปเกือบสองเดือนคนนั้นน่ะนะ? เขากลับมาแล้วเหรอ?
พระเจ้าช่วย! ราชันย์หวนคืน! ลูกพี่กลับมาปุ๊บก็เปิดโหมดสแครชบอร์ดกวาดล้างสถิติเลยงั้นดิ?
สองชั่วโมงต่อมา… [หนองน้ำเน่าเหม็น] อันดับหนึ่งบนบอร์ดสปีดรัน ถูกทุบสถิติ
ห้าชั่วโมงต่อมา… [หอระฆังร้าง] อันดับหนึ่งบนบอร์ดสปีดรัน ถูกทุบสถิติ
แปดชั่วโมงต่อมา…
ตลอดระยะเวลาหนึ่งวันเต็มๆ
โม่หยิงเฉินหอบหิ้วเพื่อนร่วมทีมทั้งสี่คน… ที่อารมณ์แปรเปลี่ยนจากตกตะลึง กลายเป็นชาชิน และจบลงที่ความตายด้านอย่างสมบูรณ์แบบ
กวาดล้างมิติลับระดับ C ไปทั่วทุกสารทิศ
สถานที่ใดที่พวกเขาเหยียบย่างไปเยือน บอร์ดสถิติล้วนถูกทุบจนแหลกละเอียด
รายชื่อของพวกเขาเปรียบเสมือนพายุเฮอริเคน ที่พัดถล่มกระดานสนทนาของมหาวิทยาลัยเทียนอวิ๋นจนราบเป็นหน้ากลอง
รวมไปถึงแวดวงผู้ฝึกสัตว์ทั่วทั้งมณฑลเทียนไห่ที่คอยติดตามข่าวสารการแข่งขันลีกมหาวิทยาลัย
ซูหลีและพรรคพวกทั้งสี่คน ปล่อยวางการใช้สมองไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
พวกเขาทำเพียงเดินตามหลังโม่หยิงเฉินต้อยๆ ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรม
เข้าดันเจี้ยน… ยืนบื้อ… ฟังเสียงระบบแจ้งเตือน… เปิดกล่องสมบัติ… ออกจากดันเจี้ยน… แล้วก็รีบวิ่งไปดันเจี้ยนต่อไป
เฝ้ามองดูเลเวลสัตว์อสูรของตนเอง ที่พุ่งพรวดพราดขึ้นมาถึง 28 เลเวลเต็มๆ ภายในเวลาเพียงแค่วันเดียว
พวกเขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังใช้ชีวิตอยู่ในความฝัน
ไม่สิ…
ต่อให้เป็นความฝัน ก็ยังไม่กล้าฝันให้มันหลุดโลกขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ!
ยามราตรีมาเยือน แสงไฟนีออนสว่างไสว
ณ บริเวณหน้าประตูมหาวิทยาลัยเทียนอวิ๋น
โม่หยิงเฉินหยุดฝีเท้าลง เขามองดูเพื่อนร่วมทีมทั้งสี่คนที่แม้สภาพจิตใจจะดูเหนื่อยล้า แต่ดวงตากลับทอประกายเจิดจ้าจนน่ากลัว
ท่านกัปตันคะ คราวนี้ฉันยอมศิโรราบให้เลยจริงๆ
จั๋วฮวาเดินนวยนาดเข้ามาหา นัยน์ตาดอกท้อของเธอหยาดเยิ้มเป็นประกาย
ในวันนี้ เธอไม่หลงเหลือเค้าความเกียจคร้านหรือท่าทียั่วยวนเหมือนเมื่อตอนกลางวันอีกต่อไป
หลงเหลือเพียงความเคารพเลื่อมใสจากก้นบึ้งของหัวใจ
การฝึกพิเศษที่คุณว่า… ก็คือการให้พวกเราเดินตามก้นคุณต้อยๆ ทำตัวเป็นมาสคอตดูดค่าประสบการณ์กับของรางวัลฟรีๆ ไปวันๆ สินะคะ?
คำพูดของเธอแฝงไว้ด้วยการเย้ยหยันตัวเอง
แต่สิ่งที่ปรากฏชัดเจนยิ่งกว่า คือความตื่นเต้นที่ไม่อาจปกปิด
โม่หยิงเฉินได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ
ทำไมถึงคิดว่านี่ไม่ใช่การฝึกพิเศษล่ะ?
เขาชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
เลเวลน่ะ… อัปไหม?
จั๋วฮวาพยักหน้าอย่างไม่ลังเล อัปค่ะ! วันเดียวอัปไปเกือบสามสิบเลเวลเลย!
แล้วของรางวัลจากหีบสมบัติกฎเกณฑ์ล่ะ… ได้หรือเปล่า?
ได้ค่ะ! ได้จนหอบแทบไม่ไหวเลย!
แค่นั้นก็จบแล้วไม่ใช่หรือไง? โม่หยิงเฉินแบมือสองข้าง สีหน้าบ่งบอกว่านี่คือเรื่องสมเหตุสมผลที่สุดในโลก
การฝึกฝนที่สามารถทำให้พวกเธอแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยความเร็วสูงที่สุด นั่นแหละคือการฝึกพิเศษที่ดีที่สุด ส่วนจะใช้วิธีการไหน... มันสำคัญด้วยหรือไง?
จั๋วฮวาถูกย้อนถามจนเถียงไม่ออก ทำได้เพียงยิ้มและส่ายหน้า
ไม่สำคัญเลย
ไม่สำคัญเลยสักนิด!
ในตอนนั้นเอง ซูหลีก็รีบสาวเท้าเข้ามาหา สองมือเล็กๆ ขาวผ่องของเธอหอบหิ้วกองไอเทมที่ทอแสงหลากสีสันเอาไว้อย่างทุลักทุเล
ก่อนจะดันมันไปตรงหน้าโม่หยิงเฉินอย่างระมัดระวัง
ลูกพี่โม่ นี่คือหินวิญญาณ 6 ก้อนที่ฉันเปิดกล่องได้ในวันนี้ค่ะ ทั้งหมดอยู่นี่แล้ว
น้ำเสียงของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ
แล้วก็มีพวกคัมภีร์ทักษะกับอุปกรณ์พวกนี้ด้วย ฉันยกให้พี่หมดเลย!
ถ้าไม่มีพี่ พวกเราไม่มีทางได้ของพวกนี้มาหรอก ของพวกนี้… มันควรจะเป็นของพี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว!
โม่หยิงเฉินมองลึกเข้าไปในดวงตาอันใสซื่อของซูหลี พลางหัวเราะในใจ
ยัยเด็กนี่ หัวไวใช้ได้เลยนี่นา
เหตุผลที่เขายอมหิ้วพวกเธอลากมาด้วย
นอกจากจะอยากปั้นตัวชนเก่งๆ สักสี่คนไว้ช่วยลุยในลีกมหาวิทยาลัย เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยเองแล้ว
อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญก็คือ การที่พวกเธอเป็นลูกปาร์ตี้ พวกเธอย่อมได้รับหินวิญญาณเป็นของรางวัลจากการทำลายสถิติด้วยเช่นกัน
และสิ่งนี้… ก็คือทรัพยากรที่เขากำลังขาดแคลนอย่างหนักที่สุดในตอนนี้
เมื่อเห็นการกระทำของซูหลี เย่เฉิง เซี่ยเมิ่งหราน และจั๋วฮวา ก็ตั้งสติได้ทันที
พวกเขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ต่างพากันเทของรางวัลทั้งหมดที่ได้รับในวันนี้ออกมา
แล้วยื่นส่งให้โม่หยิงเฉิน
แววตาของพวกเขาไม่มีความเสียดายเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
ประสบการณ์ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาซึ้งแก่ใจแล้วว่า
ของพวกนี้ที่พวกเขาเคยมองว่าเป็นสมบัติล้ำค่า… สำหรับโม่หยิงเฉินแล้ว มันอาจจะไม่ได้มีค่าอะไรเลยด้วยซ้ำ
และผลประโยชน์ที่พวกเขาได้รับ ไม่ว่าจะเป็นเลเวลที่พุ่งพรวด หรือโลกทัศน์ที่กว้างไกลขึ้น
มันมีมูลค่าประเมินไม่ได้และล้ำหน้ากว่าไอเทมวัตถุพวกนี้ไปไกลลิบแล้ว
โม่หยิงเฉินมองพวกเขา รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า
โชคดีที่คนพวกนี้ ไม่มีใครเป็นพวกเนรคุณที่แยกแยะดีชั่วไม่ออก
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือออกไป คีบเอาเฉพาะ หินวิญญาณ ทุกก้อนออกมาจากกองไอเทมเหล่านั้นอย่างแม่นยำ
จากนั้น เขาก็ดันพวกคัมภีร์ทักษะและอุปกรณ์ที่เหลือทั้งหมด กลับคืนไปให้พวกเขาทั้งสี่
ท่ามกลางสายตาอันงุนงงของทั้งสี่คน เขาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ฉันต้องการแค่หินวิญญาณ
ส่วนของที่เหลือ พวกเธอเก็บไว้ใช้เองเถอะ