ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 227 นี่มันขบวนเสด็จประพาสของราชวงศ์ชัดๆ!
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 227 นี่มันขบวนเสด็จประพาสของราชวงศ์ชัดๆ!
เอื๊อก…
ยอดฝีมือระดับ B คนหนึ่งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง เสียงกลืนน้ำลายนั้นดังก้องชัดเจนท่ามกลางความเงียบสงัดดั่งสุสาน
นี่… นี่… นี่มัน…
เขา นี่มัน อยู่นานสองนาน แต่กลับอ้าปากพูดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว บนใบหน้าหลงเหลือเพียงความหวาดผวาและขาวโพลน
แผนที่ในมือของอีกคนร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง แปะ ทว่าเขากลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ได้แต่พึมพำกับตัวเอง
ปีศาจตกต่ำระดับ C เป็นพันๆ ตัว… พ่อมดระดับ B อีกตั้งสิบกว่าตัว… จบเห่… แค่นี้เนี่ยนะ?
ยี่สิบนาที… ไม่สิ อาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำ…
จนกระทั่งวินาทีนี้ ในที่สุดพวกเขาก็ได้เข้าใจ… เข้าใจอย่างถ่องแท้เสียที
ว่าทำไมโม่หยิงเฉิน ถึงถูกขนานนามว่า เทพโม่
พวกเขาเพิ่งจะเข้าใจ ว่าทำไมเซียวเฉียนถึงยอมลดตัวลงไปประจบประแจงได้ถึงขนาดนั้น
พวกเขาเพิ่งจะเข้าใจ ว่าทำไมไอ้พวกโง่ตาบอดสองคนนั้นถึงถูกพิพากษาความตายอย่างราบเรียบ
พวกเขาเพิ่งจะเข้าใจ ว่าทำไมเด็กหนุ่มคนนี้ถึงกล้าบอกว่าการอ้อมมันเสียเวลา และกล้าบอกว่าจะเดินเป็นเส้นตรง บดขยี้ทุกอย่างที่ขวางหน้าไปเลย!
ก็เพราะว่า… เขามีความแข็งแกร่งระดับนั้นจริงๆ น่ะสิ!
นี่มันผู้ฝึกสัตว์ประสาอะไรกัน!
นี่มัน ภัยพิบัติอันเดด เดินได้ชัดๆ! เป็นป้อมปราการสงครามเคลื่อนที่ชัดๆ!
เนโครแมนเซอร์แห่งห้วงลึก!
สัตว์อสูรระดับตำนานสายพันธุ์นี้…
เมื่ออยู่ในเขตป่ากว้างที่สามารถสยายปีกสร้างกองทัพอันเดดได้อย่างอิสระ ความน่าสะพรึงกลัวของมันถูกขยายให้เพิ่มขึ้นเป็นสิบๆ เท่า!
และที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คือ…
ในตอนนี้ เนโครแมนเซอร์แห่งห้วงลึกตนนี้ ก็ยังคงอัญเชิญพวกอันเดดตัวใหม่ออกมาจากวงเวทอย่างไม่ขาดสาย กองทัพของมันกำลังขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ!
กลิ่นอายพลังของมัน เมื่อเวลาผ่านไป ก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ!
ยิ่งสู้ยิ่งแกร่ง! ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย!
แบบนี้ใครมันจะไปสู้ได้วะ?
นี่มันไม่ใช่การต่อสู้ในมิติเดียวกันแล้ว!
โม่หยิงเฉินมองดูกองทัพอันเดดของตนเอง แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ทันใดนั้น เขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันกลับไปมองกลุ่ม เพื่อนร่วมทีม ที่ยืนเอ๋อรับประทานอยู่เบื้องหลัง
สัตว์อสูรของผมตัวนี้ ค่อนข้างจะเผาผลาญพลังจิตเยอะไปหน่อยน่ะ
น้ำเสียงของเขาทำลายความเงียบงัน
พวกคุณมีกันตั้งหลายคน สัตว์อสูรก็ตั้งเยอะแยะ น่าจะมีทักษะประเภทบัฟเสริมค่าสติปัญญาอยู่บ้างใช่ไหม?
รบกวนช่วยบัฟใส่เนโครแมนเซอร์แห่งห้วงลึกของผมให้หมดเลยก็แล้วกัน
จะได้ช่วยลดภาระให้ผมด้วย
คำพูดประโยคนี้ เปรียบดั่งฟ้าผ่าที่กระชากสติของทุกคนที่กำลังวิญญาณหลุดลอยให้กลับเข้าร่างในทันที
ครับ! เทพโม่!
ได้เลยครับ เทพโม่!
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนตะโกนขึ้นมาก่อนเป็นคนแรก จากนั้น เสียงขานรับก็ดังขึ้นเซ็งแซ่
ทุกคนต่างแย่งกันอัญเชิญสัตว์อสูรสายซัพพอร์ตของตัวเองออกมาอย่างลุกลี้ลุกลน
ภูตจันทรา… พรแห่งแสงจันทร์!
ยูนิคอร์นแสงศักดิ์สิทธิ์… ออร่าแห่งปัญญา!
นักร้องผู้ปลอบประโลม… บทเพลงส่งวิญญาณ!
ชั่วพริบตานั้น ทั้งวงแหวนแสง อักขระ แสงศักดิ์สิทธิ์ และพรคุ้มครองหลากสีสัน
ก็พุ่งทะยานมารวมตัวกันที่ร่างของเสี่ยวโถว ราวกับแม่น้ำร้อยสายไหลบรรจบสู่มหาสมุทร
เพียงแค่เสี้ยววินาที บนร่างและใต้ฝ่าเท้าของเสี่ยวโถว ก็ถูกปกคลุมไปด้วยเอฟเฟกต์บัฟหลากสีสันนับสิบชนิดอย่างหนาแน่น
โม่หยิงเฉินเปิดหน้าต่างสถานะของเสี่ยวโถวขึ้นมาดูแวบหนึ่ง ประกายความประหลาดใจแกมยินดีวาบผ่านดวงตา
มิน่าล่ะ ใครๆ ถึงชอบจับปาร์ตี้รวมกลุ่มกันนัก
ความรู้สึกแบบนี้… มันช่างหอมหวานเหลือเกิน!
ภายใต้เอฟเฟกต์บัฟมหาศาล ค่าสติปัญญาของเสี่ยวโถว พุ่งทะยานขึ้นไปกว่า 70%!
ทะลวงผ่านหลัก สามล้าน ไปอย่างง่ายดาย!
เสี่ยวโถวสัมผัสได้ถึงพลังอันเดือดพล่านในกาย คทากระดูกขาวในมือของมันถูกชูขึ้นสูงอีกครั้ง!
โฮก——!!!
มังกรกระดูกอีกสามตัว พุ่งทะลวงออกมาจากประตูมิติบนท้องฟ้า เข้าร่วมกับกองทัพอันเดด!
มังกรหกตัวผงาดฟ้า!
ภาพนี้ ทำเอาทุกคนที่เพิ่งจะถอนหายใจโล่งอก หัวใจถูกบีบรัดอย่างแรงอีกครั้งจนแทบขาดใจ
โม่หยิงเฉินยิ้มบางๆ ราวกับเพิ่งทำเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สลักสำคัญอะไรลงไป
เขากวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่แผนที่แผ่นนั้น
ยังจะรออะไรกันอยู่อีก?
ออกเดินทางได้แล้ว
การเดินทางหลังจากนั้น รสชาติเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
โม่หยิงเฉินมักจะมีท่าทีเบื่อหน่ายอยู่ตลอดเวลา
เขาถึงขั้นสั่งให้เสี่ยวโถวแยกมังกรกระดูกออกมาตัวหนึ่ง เพื่อให้เขาใช้เป็นพาหนะส่วนตัว
สิ่งมีชีวิตแห่งความตายที่ถูกประกอบขึ้นจากโครงกระดูกของสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ที่ไม่ทราบชื่อตัวนั้น ทุกครั้งที่มันกระพือปีก จะก่อให้เกิดกระแสลมหนาวเหน็บพัดโชย
มันแบกเขาบินขึ้นไปบนท้องฟ้าสูงหลายร้อยเมตร ทอดสายตามองลงมายังผืนดินทุรกันดารอันกว้างใหญ่ไพศาล
บางครั้งพอนึกสนุกขึ้นมา เขาก็จะสั่งให้มังกรกระดูกอ้าปากกว้าง
จากนั้น ลมหายใจมังกรสีขาวโพลนลึกล้ำก็จะพ่นพรวดออกมา
ลบยอดเขาที่ดูขัดหูขัดตา หรือป่าทึบๆ ที่อยู่ไกลออกไป ให้หายไปจากแผนที่ดื้อๆ
ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ธิดาสวรรค์ จากมหาวิทยาลัยจิงตูอย่าง มู่ชิงเจวี๋ย…
มักจะหยุดเดินตามสัญชาตญาณ
เธอเงยหน้าขึ้นมอง
ดวงตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งทะลุผ่านม่านเมฆบางเบา ไปหยุดอยู่ที่ร่างเล็กจ้อยในชุดคลุมดำบนท้องฟ้านั้น
แววตาของเธอสับสนและซับซ้อนจนถึงขีดสุด
ในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งในรอบหลายสิบปีของมหาวิทยาลัยจิงตู มู่ชิงเจวี๋ยย่อมมีความหยิ่งทะนงในตัวเอง
อายุเพียงแค่นักศึกษาปีสี่ แต่เป็นถึงผู้ฝึกสัตว์ระดับ 4 แถมสัตว์อสูรทั้งสามตนยังเป็นมังกรระดับ B สายเลือดสูงส่งทั้งหมด
ผลงานระดับนี้ มากพอที่จะทำให้คนรุ่นราวคราวเดียวกันร้อยละเก้าสิบเก้าต้องแหงนหน้ามองด้วยความอิจฉา
หรือแม้กระทั่งยอดฝีมือรุ่นเก่าหลายคนยังต้องละอายใจ
เธอถึงขั้นมีเคล็ดวิชาลับ ที่สามารถระเบิดพลังเทียบเท่าระดับ A ออกมาได้ในช่วงเวลาสั้นๆ
และเคยปะทะกับสัตว์ร้ายต่างมิติระดับ A ของจริงมาแล้วโดยไม่พ่ายแพ้
นี่คือรากฐานความภาคภูมิใจของเธอ
แต่ทว่าตอนนี้ รากฐานนั้นกำลังปริร้าวและแตกสลายลงทีละนิ้ว
ยิ่งเดินทางลึกเข้าไป เธอก็ยิ่งเห็นภาพชัดเจนขึ้น
มังกรกระดูกทั้งหกตัว ที่ถูกอัญเชิญออกมาโดยเนโครแมนเซอร์แห่งห้วงลึกของโม่หยิงเฉิน
กลิ่นอายพลังของพวกมัน… แข็งแกร่งขึ้นในทุกๆ นาทีที่ผ่านไป
จนถึงตอนนี้ มังกรกระดูกทุกตัว… ล้วนก้าวข้ามผ่านธรณีประตูของระดับ A ไปอย่างมั่นคงแล้ว!
พลังรบระดับ A ถึงหกตน!
แถมยังเป็นอันเดดที่ไม่รู้จักความตาย ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และสามารถซ่อมแซมตัวเองได้เรื่อยๆ อย่างไร้ขีดจำกัด!
ฉัน… เป็นอัจฉริยะจริงๆ งั้นเหรอ?
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธอไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว
และคนที่รู้สึกแบบเดียวกันกับเธอ ก็คือเซียวเฉียน
ผู้นำตระกูลเซียว ผู้เป็นถึงยอดฝีมือระดับ A ผู้สง่างาม
สิ่งที่เขาทำบ่อยที่สุดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ก็คือการขี่กิเลนลึกลับเหยียบดารา…
มองดูกองทัพอันเดดสีขาวโพลนอันเกรียงไกรที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาอยู่เบื้องหน้าอย่างเงียบๆ
แล้วก็เริ่มตั้งคำถามกับชีวิตตัวเอง
ตกลงแล้วเขาทำทั้งหมดนี้ไปเพื่ออะไรกัน?
เพื่อภารกิจสำรวจโบราณสถานในครั้งนี้ เขายอมทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายมานานนับปี งัดเอาทรัพยากรและเส้นสายเกือบทั้งหมดของตระกูลออกมาใช้
เชิญยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศ ยอมให้คำมั่นสัญญาตอบแทนอย่างงาม
เขาถึงขั้นเตรียมใจไว้แล้ว ว่าอาจจะต้องสูญเสียกำลังพลระดับหัวกะทิไปถึงสามในสิบส่วน และตัวเขาเองก็อาจจะต้องบาดเจ็บสาหัส
ทั้งหมดนี้… ก็เพียงเพื่อแลกกับของชิ้นนั้น ที่อยู่ลึกสุดในโบราณสถาน
แต่ตอนนี้ล่ะ?
การปรากฏตัวของโม่หยิงเฉิน ได้พัดเอาการเตรียมการอันรัดกุมทั้งหมด และแผนการสำรองอันน่าเศร้าสลดเหล่านั้น… ให้ปลิวหายไปกับสายลมจนหมดสิ้น
แน่นอนว่า การพังทลาย แบบนี้ เขายินดีน้อมรับมันด้วยความเต็มใจสุดๆ
พ่อบ้านถึงกับแอบมาบ่นลับหลังให้ฟัง
ว่าตอนกลางคืนนายท่านนอนหลับ ยังละเมอหัวเราะออกมาเป็นเสียงหมูร้องเลย
การมีอยู่ของโม่หยิงเฉิน เปรียบเสมือนบั๊กของเกมที่เดินได้
จับเอาด่านระดับนรกที่โอกาสรอดมีเพียงหนึ่งในสิบ ให้กลายมาเป็นโหมดฝึกสอนสำหรับเด็กอนุบาลไปหน้าตาเฉย
เซียวเฉียนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง มองดูโม่หยิงเฉินที่กำลังถูกไฉ่เตี๋ยคอยป้อนขนมให้อย่างเอาอกเอาใจ
ภายในใจหลงเหลือเพียงคำรำพึงยาวๆ คำหนึ่ง
นี่มันไปสำรวจพื้นที่อันตรายซะที่ไหน นี่มันขบวนเสด็จประพาสของราชวงศ์ชัดๆ!