ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 231 ฉันจะยันไว้ให้ พวกคุณล่วงหน้าไปก่อนเลย
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 231 ฉันจะยันไว้ให้ พวกคุณล่วงหน้าไปก่อนเลย
กาลเวลา… ไหลผ่านไปอย่างเงียบงัน ท่ามกลางบทเพลงประสานเสียงแห่งเลือดและกระดูก
ครึ่งชั่วโมง… ผ่านไปไวราวกับชั่วพริบตา
ความดูถูกเหยียดหยามในตอนแรก มลายหายไปจากใบหน้าของทุกคนจนหมดสิ้น
สิ่งที่เข้ามาแทนที่… คือความหวาดผวาอย่างถึงที่สุด
ครึ่งชั่วโมงแล้ว… การเข่นฆ่าระหว่างกองทัพอันเดดกับไอ้สัตว์ประหลาดพวกนั้น ไม่เคยหยุดพักเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ยอดฝีมือระดับ B คนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างยากลำบาก
สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังสมรภูมิเบื้องหน้าที่บัดนี้ถูกย้อมจนเกือบจะกลายเป็นสีแดงคล้ำ
คลื่นทะเลโครงกระดูกสีขาวโพลน ปะทะ กับกระแสน้ำหลากสีเลือดของฝูงสัตว์ประหลาด
ทุกๆ การปะทะ นั่นหมายถึงชีวิตนับร้อยนับพันที่ต้องดับสูญไป
ฉันลองคำนวณคร่าวๆ ดูแล้ว… สัตว์ประหลาดที่ตายด้วยน้ำมือกองทัพอันเดด ถ้าไม่ถึงหมื่น ก็ต้องมีแปดพันตัวอัปแล้วล่ะ…
ทำไม… ทำไมพวกมันถึงยังแห่กันออกมาได้เรื่อยๆ แบบไม่มีวันหมดแบบนี้ล่ะ?
คำถามนี้… ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้
หนึ่งชั่วโมง…
สองชั่วโมง…
ภายนอกอุโมงค์ มวลอากาศหนืดข้นราวกับโคลนตม กดทับจนทุกคนแทบจะหายใจไม่ออก
สีหน้าของทุกคน เปลี่ยนจากความเคร่งเครียด กลายเป็นความหวาดผวาจนชาชินไปเสียแล้ว
ผืนดินใต้ฝ่าเท้า ยังคงสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องด้วยจังหวะที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
แรงสั่นสะเทือนที่กินเวลายาวนานถึงสองชั่วโมงนี้ คอยตอกย้ำความจริงอันน่าสิ้นหวังให้พวกเขารับรู้ในทุกวินาที
ข้างล่างนั่น… ยังมีพวกมันอยู่อีกเพียบ!
ไอ้สัตว์ประหลาดพวกนี้… มันมีจำนวนมหาศาลจนไม่มีที่สิ้นสุด!
นี่มันไม่ใช่การต่อสู้อีกต่อไปแล้ว แต่มันคือสงครามยืดเยื้อที่มองไม่เห็นจุดจบ
ท่ามกลางความเงียบงัน… ความเงียบงันที่ชวนให้อึดอัดจนแทบขาดใจ
น้ำเสียงราบเรียบของโม่หยิงเฉิน ก็ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ดังทะลุทะลวงเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนอย่างชัดเจน
ทุกคน... รีบถอนตัวออกจากที่นี่เดี๋ยวนี้
มุ่งหน้ากลับไปที่จิงตู หรือที่ไหนก็ได้ที่มีสัญญาณ แล้วรีบรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่ให้พวกระดับสูงของจักรวรรดิหลงเซี่ยฟังทุกตัวอักษร ห้ามตกหล่นเด็ดขาด
สีหน้าของโม่หยิงเฉินภายใต้ร่มเงาของฮู้ดนั้นมองเห็นไม่ชัดนัก แต่ความเคร่งเครียดในน้ำเสียงนั้นไม่อาจปิดบังได้เลย
หากอุโมงค์ใต้ดินแห่งนี้… เชื่อมต่อกับโลกของสัตว์ประหลาดที่มีจำนวนมหาศาลไร้ที่สิ้นสุดจริงๆ ล่ะก็
นี่ก็ไม่ใช่ภารกิจสำรวจโบราณสถานอีกต่อไปแล้ว
แต่มันคือลางบอกเหตุของภัยพิบัติ… ที่มากพอจะคว่ำกระดานจักรวรรดิหลงเซี่ย หรือแม้กระทั่งกวาดล้างอารยธรรมมนุษย์ให้สูญสิ้น
เรื่องนี้… มันเกินขอบเขตความสามารถที่เขาจะรับมือได้แล้ว
ไม่ได้นะ!
ไฉ่เตี๋ยกรีดร้องขึ้นมาเป็นคนแรก เธอพุ่งเข้าไปหาโม่หยิงเฉินโดยไม่หยุดคิดเลยสักนิด
ใบหน้าสวยหวานเต็มไปด้วยความร้อนรน
เทพโม่ พวกเราจะทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียวแล้วหนีเอาตัวรอดได้ยังไง? จะไปก็ต้องไปพร้อมกันสิคะ! ขืนพวกเราหนีไปก่อน แล้วพวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? จะให้พวกเราเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวงั้นเหรอคะ?
คำพูดของเธอ เป็นดั่งประกายไฟที่จุดชนวนความรู้สึกของทุกคนให้ลุกโชนขึ้นมาทันที
ใช่! น้องไฉ่เตี๋ยพูดถูก! ชายร่างบึกบึนหน้าตาถมึงทึงแผดเสียงคำราม
คนอย่างข้า เกลียดที่สุดก็คือไอ้พวกตาขาวที่ทิ้งเพื่อนพ้องแล้วหนีเอาตัวรอด! ข้าจะอยู่สู้ที่นี่!
เทพโม่ ถ้าพวกเราไป พลังรบของคุณจะตกลงนะ! ผู้ฝึกสัตว์อีกคนที่ยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนรีบเอ่ยเสริม
ที่เนโครแมนเซอร์แห่งห้วงลึกของคุณทรงพลังได้ขนาดนี้ อย่างน้อยๆ สามในสิบส่วนก็เป็นผลมาจากบัฟเสริมพลังจิตของพวกเรานะ!
ถ้าพวกเราไป บัฟพวกนั้นก็จะหายไป จำนวนและคุณภาพของอันเดดที่คุณอัญเชิญออกมาได้ ต้องลดฮวบลงอย่างแน่นอน!
ใช่แล้ว! พวกเราจะอยู่ช่วย! ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่อย่างน้อยก็ช่วยแบ่งเบาภาระให้คุณได้บ้างแหละน่า!
ถูกต้อง! พวกเราไม่กลัวตายหรอกนะเว้ย!
ชั่วพริบตานั้น ทุกคนต่างก็แสดงความฮึกเหิมและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
คนเหล่านี้… อาจจะมีความคิดและจุดประสงค์แอบแฝงที่แตกต่างกันไป หรืออาจจะมีความเห็นแก่ตัวซ่อนอยู่
แต่หลังจากที่ได้ประจักษ์ถึงพลังอำนาจดุจเทพเจ้าของโม่หยิงเฉิน และได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเขามาตลอดทาง
ความรู้สึกซาบซึ้งและเลื่อมใสศรัทธานั้น… มันคือของจริง
การจะให้พวกเขาทอดทิ้งโม่หยิงเฉินไว้เบื้องหลังแล้วหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว… พวกเขาก็ทำใจยอมรับไม่ได้เช่นกัน
โม่หยิงเฉินมองดูผู้คนที่กำลังเลือดเดือดพล่านอยู่ตรงหน้า
ภายในใจเกิดความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งพาดผ่านอย่างบอกไม่ถูก
แต่ถึงอย่างนั้น… ก็ต้องให้พวกเขาไปอยู่ดี
ทุกคน
เขายกมือขึ้นกดเบาๆ กลางอากาศ เสียงเจี๊ยวจ๊าวก็เงียบลงในพริบตา
ที่ผมบอกให้พวกคุณถอนตัว… ไม่ใช่การปรึกษาหารือ และไม่ได้กำลังขอความเห็นจากพวกคุณ
ผมกำลังอธิบายข้อเท็จจริง… และบอกวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดให้ฟังต่างหาก
เขาชี้มือไปข้างหน้า ไปยังเสี่ยวโถวที่ยืนอยู่รั้งท้ายกองทัพอันเดด คอยตวัดคทาเวทมนตร์อัญเชิญอันเดดตัวใหม่มาเสริมทัพแทนตัวที่ตายไปอย่างไม่หยุดหย่อน
สัตว์อสูรของผมตัวนั้น… พวกคุณก็น่าจะพอรู้อยู่บ้าง
บัฟเสริมพลังจิตของพวกคุณ ทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ ข้อนี้ผมยอมรับ
แต่พวกคุณเคยคิดบ้างไหม ว่าผลของบัฟเหล่านั้น… มันไปแสดงออกตรงไหนเป็นหลัก?
เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง สายตากวาดมองทุกคน
มันไปแสดงผลที่มังกรกระดูกระดับ A ทั้งหกตัวนั่นไง
แต่สถานการณ์ตอนนี้ มันเปลี่ยนไปแล้ว
ไอ้สัตว์ประหลาดพวกนี้… มันมีแค่ระดับ C การจะเอามังกรกระดูกระดับ A ไปรับมือกับพวกมัน… มันเป็นการเสียของเปล่าๆ
พวกอันเดดอุดปากถ้ำไว้จนมิด มังกรกระดูกที่บินอยู่บนฟ้า แทบจะไม่มีพื้นที่ให้ได้ออกโรงเลยด้วยซ้ำ
ผมคำนวณดูแล้ว แค่ผมยกเลิกการอัญเชิญมังกรกระดูกทั้งหมด แล้วเอาพลังจิตส่วนที่ถูกดึงไปใช้ตรงนั้น… มาทุ่มให้กับการอัญเชิญอันเดดระดับล่างแทน
จำนวนกองทัพอันเดดของผม… สามารถเพิ่มขึ้นได้อีกอย่างน้อยสองเท่า
ซึ่งมันมากพอที่จะอุดปากถ้ำนี้ไว้ได้มิดชิดเลยล่ะ
คำพูดนี้ ทำเอาทุกคนอึ้งไปเล็กน้อย และเริ่มคล้อยตามว่ามันก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน
โม่หยิงเฉินพูดต่อ
ข้อจำกัดเพียงอย่างเดียว ก็คือค่าพลังจิตที่ต้องใช้ในการร่ายทักษะอัญเชิญของเสี่ยวโถว
ผมสังเกตดูแล้ว ในบรรดาบัฟทั้งหมดของพวกคุณ ไม่มีทักษะไหนเลยที่ช่วยลดการใช้พลังงาน หรือช่วยเร่งอัตราการฟื้นฟูพลังจิต
เพราะฉะนั้น… การที่พวกคุณจะทนอยู่ตรงนี้ต่อไป มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับการตั้งรับของผมหลังจากนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
คำพูดของเขาราวกับน้ำเย็นจัดหนึ่งถัง ที่สาดโครมดับความฮึกเหิมของทุกคนจนมอดไหม้
เพราะงั้น… กลับกันไปเถอะ
ก่อนที่พลังจิตสัตว์อสูรของผมจะหมดเกลี้ยง… จงพากองกำลังเสริมของจักรวรรดิหลงเซี่ยกลับมาที่นี่ นี่แหละ… คือการช่วยเหลือผมได้มากที่สุดแล้ว
ขอบตาของไฉ่เตี๋ยแดงก่ำขึ้นมาทันที
หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้า
เธอเกาะแขนโม่หยิงเฉินไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย
ฉันไม่สน! ยังไงฉันก็ไม่ไป! เธอตะโกนทั้งน้ำตา
เหตุผลพวกนั้นฉันเข้าใจหมดแหละ แต่ว่า… แต่ว่าแค่ส่งคนกลับไปส่งข่าวคนเดียวไม่ได้เหรอคะ?
ให้พวกเราที่เหลืออยู่ตรงนี้ ถึงจะช่วยสู้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ช่วยเป็นกำลังใจให้คุณได้นี่นา!
เผื่อว่า… เผื่อว่าเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้นมา พวกเราก็ยังพอจะช่วยรับการโจมตีแทนคุณได้บ้างไงคะ!
ภาระของคุณจะได้ลดลง ความเสี่ยงก็จะลดลงด้วย!
โม่หยิงเฉินมองเธออย่างอ่อนใจ
คิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย?
น้ำเสียงของเขาเจือความดุเข้มขึ้นมาเล็กน้อย
ที่ผมบอกให้พวกคุณไปให้หมดน่ะ มันมีเหตุผลสองข้อ ที่พวกคุณจำเป็นต้องยอมรับ
ข้อแรก... ในบรรดาคนที่อยู่ที่นี่ มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่สามารถยันปากถ้ำนี้เอาไว้ได้… ข้อนี้ มีใครจะเถียงไหม?
ทุกคนเงียบกริบ นี่คือความจริงที่พวกเขาประจักษ์แก่สายตาตัวเอง ไม่มีใครกล้าเถียง
สายตาของโม่หยิงเฉินพลันแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบ
ข้อสอง… พวกคุณไร้เดียงสาขนาดคิดว่า… ไอ้สัตว์ประหลาดที่แห่กันออกมาพวกนี้ มันจะมีแต่ระดับ C ไปตลอดงั้นเหรอ?
คำพูดประโยคนี้ ทำเอาทุกคนสะดุ้งเฮือก สั่นสะท้านไปทั้งตัว
มีใครกล้ารับประกันไหมล่ะ ว่าวินาทีต่อไป… สิ่งที่พุ่งพรวดออกมาจากความมืดมิดนั่น จะไม่ใช่ฝูงสัตว์ประหลาดระดับ B จำนวนมหาศาลน่ะ?
ฝูงสัตว์ประหลาดระดับ B จำนวนมหาศาล…
นั่นมันหมายความว่ายังไง?
ทุกคนที่อยู่ที่นี่… ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว
ทั้งคนทั้งสัตว์อสูร จะถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้นๆ ภายในเวลาไม่กี่นาทีอย่างแน่นอน!
คง… คงไม่หรอกมั้ง… ใครบางคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจนผิดเพี้ยน
เป็นคำพูดที่เต็มไปด้วยการหลอกตัวเองเพื่อความสบายใจล้วนๆ
ไม่รู้สิ โม่หยิงเฉินดับฝันหวานของเขาอย่างไร้ความปรานี
ที่ผมพูดมา มันก็เป็นแค่ความเป็นไปได้ทางนึงเท่านั้นแหละ แต่… ไม่มีใครกล้าเอาชีวิตตัวเองไปเดิมพันหรอกใช่ไหม ว่ามันจะไม่มีทางเกิดขึ้นน่ะ? จริงไหมล่ะ?
เขากวาดสายตามองทุกคนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเอ่ยปิดท้าย
ผมมีไพ่ตายบางอย่างที่พวกคุณไม่มีทางเข้าใจได้… ซึ่งมันการันตีได้ว่า ต่อให้ฝูงสัตว์ประหลาดระดับ B แห่กันมาจริงๆ ผมก็ยังสามารถเอาตัวรอดออกไปได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
แต่พวกคุณน่ะ… จะกลายเป็นแค่ตัวถ่วง เป็นก้อนหินถ่วงขาตอนที่ผมจะหนีก็เท่านั้นแหละ
เพราะฉะนั้น…
ด้วยสภาพของผมในตอนนี้ อย่างมากก็ยันไว้ได้แค่ 5 วัน
เวลาแค่นี้… น่าจะพอให้พวกคุณวิ่งไปกลับได้รอบนึงแบบฉิวเฉียด
ตอนนี้… รีบออกเดินทางเดี๋ยวนี้ อย่ามาทำให้ผมต้องเสียพลังจิตไปเปล่าๆ ปี้ๆ