ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 239 อยากได้สัตว์พาหนะนั่งสบายๆ สักตัว
มันคือคริสตัลสีดำสนิททั้งก้อน ขนาดประมาณไข่นกพิราบ
วินาทีที่คริสตัลก้อนนี้ปรากฏขึ้น แสงสว่างรอบๆ ก็คล้ายจะหม่นแสงลงไปหลายส่วน
ความรู้สึกสั่นไหวที่ยากจะบรรยายซึ่งส่งตรงมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ แผ่ซ่านออกมาจากคริสตัลก้อนนั้น
โม่หยิงเฉินยื่นมือออกไปรับมันมา
คริสตัลก้อนนั้นเย็นเฉียบเมื่อสัมผัส แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับมีหัวใจที่กำลังเต้นตุบๆ ซุกซ่อนอยู่ภายใน
ส่งผ่านจังหวะการเต้นที่หนักแน่นและทรงพลังออกมาเป็นระลอก
นี่คือ… ลู่เจิ้นผิงกดเสียงต่ำลงจนสุด สายตาที่มองโม่หยิงเฉินเต็มไปด้วยความซับซ้อน
ผู้อาวุโสหลง… หลังจากที่ได้ยินว่านายครอบครองเนโครแมนเซอร์แห่งห้วงลึก และสามารถยันปากถ้ำมรณะไว้ได้เพียงลำพังตั้งแต่แรกเริ่ม ยับยั้งไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง…
ท่านก็เลยสั่งให้ฉัน เป็นคนนำมันมามอบให้ถึงมือนายโดยเฉพาะ
ถ้าพูดตามคำพูดเป๊ะๆ ของผู้อาวุโสหลงก็คือ: นี่คือความดีความชอบใหญ่หลวง สมควรได้รับรางวัลอย่างงาม! และ [แหล่งกำเนิดพลังเวท] ก้อนนี้ ก็คือรางวัลของเธอ!
พูดถึงตรงนี้ ลู่เจิ้นผิงก็จ้องเขม็งไปที่โม่หยิงเฉิน แววตาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
ไอ้หนู ฉันสงสัยจริงๆ นะ ว่านายกับผู้อาวุโสหลง… ตกลงแล้วมีความสัมพันธ์อะไรกันแน่?
ต่อให้นายจะมีพรสวรรค์สูงส่งแค่ไหน ศักยภาพมหาศาลเพียงใด แต่ความลำเอียงที่ผู้อาวุโสหลงมีให้นายเนี่ย… มันออกจะหนักหนาเกินไปหน่อยนะ
เขาชี้ไปที่คริสตัลสีดำในมือของโม่หยิงเฉิน แล้วเน้นทีละคำ
ไอ้ [แหล่งกำเนิดพลังเวท] ก้อนนี้น่ะ ทั่วทั้งจักรวรรดิหลงเซี่ย… มีแค่ก้อนนี้ก้อนเดียวเท่านั้น!
ส่วนผลลัพธ์ของมัน… ช่างเถอะ นายดูเอาเองก็แล้วกัน
พูดจบ ลู่เจิ้นผิงก็พรูลมหายใจออกมายาวๆ ราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก
เขาหันหน้าไปมองมู่ชิงเจวี๋ยที่ยืนสงบนิ่งดุจภูเขาน้ำแข็งมาตั้งแต่ต้นจนจบ
เขาได้ส่งมอบเครื่องประดับรูปร่างคล้ายเกล็ดมังกรที่ส่องประกายแสงสีน้ำเงินน้ำแข็งให้เธอเป็นรางวัลเช่นกัน ก่อนจะไม่ได้พูดอะไรอีก แล้วรีบหมุนตัวเดินจากไปเพื่อจัดการกองกำลังป้องกัน
ทิ้งให้โม่หยิงเฉินยืนก้มหน้ามองคริสตัลสีดำในฝ่ามือที่ราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จมดิ่งสู่ห้วงความคิด
ความลำเอียงของผู้อาวุโสหลงงั้นเหรอ?
ทั่วทั้งจักรวรรดิหลงเซี่ย มีแค่ก้อนเดียว?
โม่หยิงเฉินไม่รู้หรอกว่าของที่มู่ชิงเจวี๋ยได้รับคืออะไรกันแน่
แต่เขาสังเกตเห็นว่า… ตอนที่เครื่องประดับเกล็ดมังกรชิ้นนั้นถูกกุมไว้ในมือของเธอ
บนใบหน้าอันงดงามที่เย็นชาดุจน้ำแข็งหมื่นปีนั้น ชั้นน้ำแข็งลึกสุดในดวงตาของเธอคล้ายจะละลายลงไปเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่า เธอพึงพอใจกับรางวัลที่ผู้อาวุโสหลงประทานให้เป็นอย่างมาก
โม่หยิงเฉินดึงสายตากลับมา แล้วก้มลงมองของในมือของตนเอง
มือซ้าย คือคัมภีร์โบราณเย็บกี่กระดาษเหลืองซีด บนหน้าปกเขียนอักษรตวัดลายเส้นคมคายสี่ตัว กายาทองคำวิญญาณยุทธ์
มือขวา คือคริสตัลสีดำสนิทที่กลืนกินแสงสว่าง [แหล่งกำเนิดพลังเวท]
[กายาทองคำวิญญาณยุทธ์: อาศัยพลังแห่งกฎเกณฑ์ธรรมชาติ ควบแน่นเป็นกายาทองคำวิญญาณยุทธ์ ระยะเวลาแสดงผล 0.1 วินาที]
[หมายเหตุ: เนื่องจากกายาทองคำวิญญาณยุทธ์ก่อตัวขึ้นจากกฎเกณฑ์ จึงไม่ถูกจำกัดด้วยข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อทำการโจมตี จะเป็นการทลายทุกขีดจำกัดของร่างกายดั้งเดิมโดยสมบูรณ์ และปลดปล่อยศักยภาพของร่างต้นออกมา 100%]
0.1 วินาที
สำหรับผู้ฝึกสัตว์ทั่วไปแล้ว มันคือช่วงเวลาที่สั้นกุดจนแทบจะมองข้ามได้
บางทีอาจจะทำได้แค่การโจมตีธรรมดาที่แรงขึ้นกว่าปกติแค่นิดเดียวเท่านั้น
ไร้ค่าสิ้นดี
แต่สำหรับเขา… สำหรับ จอมดาบ แล้ว 0.1 วินาทีนี้ กลับมีความหมายที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ก่อตัวจากกฎเกณฑ์… เมินเฉยต่อข้อจำกัดทุกประการ... ปลดปล่อยศักยภาพร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม
เมื่อเอาคำพวกนี้มารวมกัน ในหัวของโม่หยิงเฉินก็แปลความหมายออกมาได้แค่คำเดียวเท่านั้น
บังไค!
ซันกะ โนะ ทาจิ (ดาบเพลิงชำระล้าง)!
ร่างสุดยอดของจอมดาบ ที่ถูกจำกัดด้วยระดับขั้นและพลังงานของตัวเอง ทำให้ไม่สามารถเอื้อมไปถึงได้มาโดยตลอด…
ในที่สุดก็มีกุญแจที่จะไขมันออกแล้ว!
ต่อให้จะมีเวลาแค่ 0.1 วินาที แต่นั่นก็คือความห่างชั้นระหว่างเทพเจ้ากับมนุษย์เดินดิน!
โม่หยิงเฉินฝืนกดข่มความอยากที่จะวาร์ปกลับไปที่เมืองเทียนอวิ๋นเดี๋ยวนี้ แล้วเอาคัมภีร์ทักษะฟาดหน้าจอมดาบเอาไว้
ลมหายใจของเขาหอบหนักขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันสายตาไปมองของในมืออีกข้าง
[แหล่งกำเนิดพลังเวท]
[สามารถอัดฉีดและกักเก็บพลังจิตเอาไว้ในแหล่งกำเนิดพลังเวทได้ และสามารถดึงออกมาใช้งานได้ตลอดเวลาในทุกสถานการณ์]
[หมายเหตุ: แหล่งกำเนิดพลังเวท สามารถกักเก็บพลังจิตได้ ไร้ขีดจำกัด]
เชี่ยเอ๊ย?
ต่อให้โม่หยิงเฉินจะเป็นคนสุขุมเยือกเย็นแค่ไหน มาเจอแบบนี้ก็ถึงกับอดรนทนไม่ไหว ต้องสบถหยาบคายออกมาในใจ
ไร้ขีดจำกัด!
นี่มันเป็นคุณสมบัติที่โกงฝืนกฎสวรรค์ขนาดไหนกัน!
ผู้อาวุโสหลง ผู้เป็นเสาหลักค้ำจุนจักรวรรดิหลงเซี่ยผู้นี้ เวลาลงมือมอบของขวัญแต่ละที ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
ครั้งแรกคือคริสตัลทลายขีดจำกัด ที่ช่วยทำลายโซ่ตรวนกลุ่มดาวชะตาของสัตว์อสูร
มาครั้งนี้คือแหล่งกำเนิดพลังเวท ที่มอบไพ่ตายในการเบิกพลังล่วงหน้าแบบไร้ขีดจำกัดให้กับเขาโดยตรง!
และที่สำคัญที่สุดก็คือ ของชิ้นนี้มันไม่ใช่ อุปกรณ์ ด้วยซ้ำ จึงไม่มีเงื่อนไขในการสวมใส่ใดๆ ทั้งสิ้น!
นั่นหมายความว่า เสี่ยวโถวที่ถูกจำกัดด้วย [โซ่ตรวนพันธนาการวิญญาณ] ทำให้ไม่สามารถอัปเลเวลและสวมใส่อุปกรณ์ได้… ก็สามารถใช้งานมันได้เช่นกัน!
ในหัวของโม่หยิงเฉิน ปรากฏภาพเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมาในทันที
วันหลังถ้าว่างๆ ก็ให้เสี่ยวโถวกอดคริสตัลสีดำก้อนนี้เอาไว้ แล้วอัดฉีดพลังจิตเข้าไปทั้งวันทั้งคืนแบบไม่ต้องพัก
สะสมไว้สักเดือนนึง สองเดือน… หรือกระทั่งเป็นปี
เมื่อถึงเวลานั้น เสี่ยวโถวก็จะกลายร่างเป็นมหาสมุทรพลังจิตเคลื่อนที่ ที่ไม่มีวันเหือดแห้ง!
สภาวะการสาดพลังเวทแบบไร้ขีดจำกัดเหมือนตอนอยู่ในหอคอยห้วงลึก จะไม่ใช่แค่ความฝันที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวอีกต่อไป!
รอยยิ้มบนมุมปากของโม่หยิงเฉินฉีกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นรอยยิ้มที่เบิกบานที่สุด
เขาหันไปมองมู่ชิงเจวี๋ยที่ยืนสง่างามและเย็นชา
ฉันจะกลับจิงตู ไปด้วยกันไหม?
มู่ชิงเจวี๋ยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ดวงตาอันเย็นชาของเธอสบประสานกับเขา ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
อืม ไปด้วยกันสิ
หนึ่งวันต่อมา
เหนือน่านฟ้าเขตทุรกันดาร ร่างขนาดยักษ์สองร่างแหวกทะลุชั้นเมฆ บินด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้ากลับสู่เมืองหลวงจิงตู
ภาพบรรยากาศอันแสนพิลึกพิลั่น กำลังดำเนินอยู่บนฟากฟ้า
มังกรยักษ์ทั้งสามของมู่ชิงเจวี๋ย บินได้อย่างราบรื่นและมั่นคงสุดๆ
บนแผ่นหลังมังกรที่กว้างขวางราวกับลานกว้าง เกล็ดมังกรก็ทั้งเรียบลื่นและอบอุ่น
เธอถึงขั้นสามารถเอนกายนอนตะแคง พิงสันหลังมังกรที่นูนขึ้นมาด้วยท่วงท่าสง่างาม ปล่อยให้กระแสลมแรงบนที่สูงพัดเส้นผมและชายกระโปรงของเธอพลิ้วไหว
ดูงดงามราวกับเทพธิดาในภาพวาด ช่างดูผ่อนคลายและชิลซะเหลือเกิน
ทว่าเมื่อหันมามองอีกฝั่ง… ภาพลักษณ์ของโม่หยิงเฉินกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
มังกรกระดูกนั้นแข็งแกร่ง และดูน่าเกรงขามมากๆ
แต่ไอ้ประสบการณ์ตอนขึ้นไปนั่งเนี่ยสิ… มันยากจะบรรยายจริงๆ
โครงกระดูกสีขาวโพลนที่ขรุขระ ทั้งแข็งและเย็นเฉียบ
โดยเฉพาะกระดูกสันหลังที่ปูดโปนขึ้นมาเป็นแนวนั่นน่ะ ราวกับถูกออกแบบมาเพื่อทรมานคนนั่งโดยเฉพาะ
โม่หยิงเฉินทำได้แค่นั่งตัวเกร็งอยู่ตรงช่องว่างระหว่างกระดูกสันหลังสองข้อ โดนกระดูกทิ่มก้นจนเจ็บไปหมด
ทุกครั้งที่มังกรกระดูกขยับปีกบิน แรงสั่นสะเทือนทำเอาเขารู้สึกเหมือนกระดูกของตัวเองกำลังทำสงครามปะทะกับกระดูกมังกรยังไงยังงั้น
แถมสายลมหนาวเหน็บทะลุกระดูกบนที่สูง ยังพัดลอดช่องว่างระหว่างซี่โครงเข้ามา หวิวๆ จนหน้าชาไปหมด
เขาขยับตัวบิดไปมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
พยายามจะหาท่านั่งที่มันสบายขึ้นมาหน่อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงลึกกว่าเดิม
ส่วนไฉ่เตี๋ย
เนื่องจากสัตว์อสูรของเธอมีความสามารถในการรักษาที่ค่อนข้างดี
เลยถูกลู่เจิ้นผิงเกณฑ์ตัวไปใช้งานชั่วคราว
โดยบอกว่าจะยอมปล่อยตัวเธอกลับ ก็ต่อเมื่อหน่วยแพทย์ทหารชุดหลังเดินทางมาสับเปลี่ยนกำลังแล้วเท่านั้น
โม่หยิงเฉินปรายตามองมู่ชิงเจวี๋ยที่นั่งสบายใจเฉิบอยู่ข้างๆ ภายในใจเอ่อล้นไปด้วยความอิจฉาตาร้อน
ดูท่า… คงถึงเวลาต้องคิดเรื่องสัตว์อสูรตัวที่สี่แล้วล่ะ
เขาวางแผนเงียบๆ ในใจ
รอให้ทะลวงขึ้นเป็นผู้ฝึกสัตว์ระดับสี่เมื่อไหร่ จะต้องไปทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรประเภทสัตว์ป่าตัวใหญ่ๆ ขนปุกปุยๆ สักตัวให้ได้
ต้องสู้ได้ แทงค์ได้ และที่สำคัญที่สุดก็คือ… ต้องเอามาเป็นสัตว์พาหนะได้ ไอเทมมัสแฮฟสำหรับการเดินทางข้ามจังหวัด!
เพอร์เฟกต์