ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 256 การเข่นฆ่าสังหารหมู่อาบเลือด
กร๊อบ
เสียงกระดูกหักดังกังวานชัดเจน
เสียงร้องไห้คร่ำครวญของหญิงสาวหยุดชะงักลงทันที
ร่างของเธออ่อนยวบทรุดลงกองกับพื้น ภายในดวงตายังคงหลงเหลือความเคียดแค้นและไม่ยินยอมอย่างถึงที่สุด
ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง
เขาก้มหน้าลง จ้องมองสองมือของตัวเองเขม็ง… สองมือที่เพิ่งจะพรากชีวิตคนไปได้อย่างง่ายดาย
เขาแค่… ออกแรงบีบไปนิดเดียวเองนะ
หลังจากยืนอึ้งไปไม่กี่วินาที
บนใบหน้าของเขา ก็เบ่งบานเป็นรอยยิ้มที่บ้าคลั่งยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
พลัง…
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! นี่แหละคือพลังล่ะ!
เขากระชากศพของภรรยาขึ้นมาอย่างแรง มัดกล้ามเนื้อบนท่อนแขนปูดโปน ออกแรงฉีกทึ้งอย่างป่าเถื่อน!
แคว่ก——!
เลือดอุ่นๆ และเครื่องในสาดกระเซ็นเต็มหน้าเต็มตาของเขา
สัตว์ประหลาดที่เพิ่งกลายร่างเสร็จหมาดๆ ตนนี้ แลบลิ้นออกมาอย่างไม่ยี่หระ
เลียคราบเลือดที่มุมปาก สีหน้าเคลิบเคลิ้มหลงใหล
เขาชูซากศพครึ่งท่อนนั้นขึ้นสูง แหงนหน้ามองดวงจันทร์สีเลือด แล้วแผดเสียงคำรามก้องฟ้า
ขออุทิศชีวิตนี้ แด่เทพโลหิตผู้ยิ่งใหญ่!
ขอองค์เทพโลหิต โปรดประทานพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ให้ข้าด้วยเถิด!
ภาพเหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้ กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันในทุกซอกทุกมุมของลานกว้าง
คนที่ได้รับพลัง กำลังเข่นฆ่าสังหารคนใกล้ตัวที่สุดด้วยความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่ง
คนที่ไม่ได้พลัง ก็ถูกครอบครัว เพื่อนบ้าน และมิตรสหายในอดีต ฉีกทึ้งร่างเป็นชิ้นๆ ท่ามกลางความอิจฉาริษยาและความสิ้นหวัง
พ่อลูกฆ่าฟันกันเอง สามีภรรยาห้ำหั่นกัน
ทั่วทั้งลานกว้าง ภายในเวลาเพียงไม่กี่สิบวินาที ก็แปรสภาพจากสถานที่สวดภาวนาจอมปลอม กลายเป็นลานประหารแห่งขุมนรกที่มีแต่เศษเนื้อและเลือดสาดกระเซ็น เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่ว!
สัตว์ประหลาดที่กลายร่างแล้วเหล่านั้น…
หลังจากสังเวยเครื่องสังเวยชิ้นแรกเสร็จ ปีกเนื้อที่อยู่ด้านหลังก็กระพืออย่างแรง พาร่างของพวกมันพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับเสียงหัวเราะคลุ้มคลั่ง
พวกมันราวกับฝูงอีแร้งกระหายเลือดที่กำลังบินวนเวียนอยู่เหนือลานกว้าง
สายตาสีแดงฉาน กวาดมองดู เผ่าพันธุ์เดียวกัน ที่ยังไม่ตายและกำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนอยู่เบื้องล่างด้วยความตะกละตะกลาม
การเก็บเกี่ยวครั้งยิ่งใหญ่… เพื่อถวายแด่เทพเจ้านอกรีต ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
โม่หยิงเฉินและมู่ชิงเจวี๋ยยืนเคียงข้างกันอยู่บนสันหลังคาท่ามกลางความมืดมิด
ภายในรูม่านตาของพวกเขา สะท้อนภาพขุมนรกบนดินที่สูญเสียการควบคุมอย่างสมบูรณ์
หมู่บ้านที่เคยมีควันไฟลอยกรุ่น มีเสียงไก่ขันหมูร้อง ดินแดนสุขาวดีที่ตัดขาดจากโลกภายนอก
ในยามนี้ หลงเหลือเพียงกลิ่นคาวเลือดที่เหนียวเหนอะหนะ และเสียงร้องโหยหวนที่บาดหู
เพื่อนบ้านที่รักใคร่ปรองดอง ครอบครัวที่อบอุ่นใกล้ชิด เปลือกนอกอันจอมปลอมเหล่านี้ถูกฉีกกระชากจนแหลกละเอียด
เผยให้เห็นธาตุแท้ของปีศาจที่อัปลักษณ์และละโมบที่สุดที่ซ่อนอยู่เบื้องล่าง
สายตาของโม่หยิงเฉิน ไปหยุดอยู่ที่ร่างอันคุ้นเคยร่างหนึ่ง
คุณป้าอีชา
หญิงวัยกลางคนที่มีรอยยิ้มเต็มหน้า ซึ่งเมื่อตอนกลางวันยังหยอกล้อพวกเขาเรื่องคู่แต่งงานใหม่อย่างเป็นกันเองอยู่เลย
ในยามนี้ ที่แผ่นหลังของเธอฉีกขาดออกเป็นปีกค้างคาวที่บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ บนเยื่อปีกมีน้ำหนองสีดำผสมเลือดหยดติ๋งๆ
หลังจากที่เธอใช้มือฉีกกระชากหน้าอกของสามีตัวเองจนแหลกเหลว เธอก็แผดเสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดที่ไม่เหมือนเสียงมนุษย์ แล้วพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
เป้าหมายของเธอ… ก็คือกระท่อมไม้หลังเล็กของเธอกับสามีนั่นเอง
หัวใจของโม่หยิงเฉินกระตุกวูบ ชื่อๆ หนึ่งผุดขึ้นมาในหัว
เสี่ยวชี!
แทบจะในวินาทีเดียวกัน มู่ชิงเจวี๋ยที่อยู่ข้างๆ ก็หลุดปากพึมพำออกมา น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความสั่นเครือที่ไม่อาจควบคุมได้
เสี่ยวชี…
เสี่ยวชี คือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่สองสามีภรรยาอีชาได้มาตอนอายุมากแล้ว ปกติก็ทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน
ประคองไว้ในมือก็กลัวจะตก อมไว้ในปากก็กลัวจะละลาย
ทว่าในยามนี้ ความรักความทะนุถนอมเหล่านั้นกลับมลายหายไปจนหมดสิ้น
อีชาที่กลายร่างเป็นปีศาจ พุ่งชนหลังคาบ้านตัวเองจนพังยับเยินอย่างป่าเถื่อน ราวกับเหยี่ยวโฉบลูกไก่
เธอกระชากเด็กน้อยที่ยังหลับสนิทขึ้นมาอย่างแรง
ก่อนจะบินกลับมาที่ลานกว้าง แล้วโยนลงไปส่งเดช
ตุบ
ร่างผอมบางกระแทกกับพื้นหินที่เย็นเฉียบ กลิ้งไปสองตลบ ก่อนจะไปหยุดอยู่ข้างๆ ศพที่ถูกคว้านท้องจนไส้ทะลัก (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เลือดอุ่นๆ ซึมซับเข้าสู่ชุดนอนบางๆ ของเขาในพริบตา
ดูเหมือนว่าเสี่ยวชีจะเพิ่งสะดุ้งตื่นจากความฝัน
เขาลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย ยกมือขึ้นขยี้ตา
จากนั้น… เขาก็ได้เห็น
เห็นสัตว์ประหลาดที่บินวนเวียนอยู่บนท้องฟ้า มีน้ำตาหยาดเลือดหยดลงมา
เห็นซากศพที่ไม่สมประกอบ กองทับถมกันเป็นภูเขาอยู่บนพื้น
เห็นคุณลุงคุณป้าเพื่อนบ้านที่เคยคุ้นหน้าคุ้นตา กำลังกัดกินเลือดเนื้อของกันและกันอย่างบ้าคลั่ง
ความหวาดกลัวถึงขีดสุด บีบรัดลำคอของเขาเอาไว้
แง——!
เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจ ทะลวงผ่านความเงียบงันชั่วขณะนั้นในที่สุด
สัตว์ประหลาด! มีสัตว์ประหลาด!
เขาลุกขึ้นวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน พยายามจะออกห่างจากกองซากศพ ร่างเล็กๆ สั่นเทาอยู่ท่ามกลางกองเลือด
แม่จ๋า! พ่อจ๋า! มีสัตว์ประหลาด! ช่วยด้วย!
ทว่า เสียงร้องไห้ของเขา แลกมาได้เพียงแค่การก้มลงมองแวบหนึ่งจากสัตว์ประหลาดบนท้องฟ้าเท่านั้น
ภายในดวงตาสีแดงฉานของอีชา ไม่มีความสงสารหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเย็นชาและความตะกละตะกลาม ราวกับกำลังประเมินคุณภาพของเครื่องสังเวยเท่านั้น
ฉากนี้ ไม่ใช่กรณีพิเศษ
บนท้องฟ้าเหนือลานกว้าง สัตว์ประหลาดทั้งเจ็ดสิบตน ได้ลากเอาเด็กๆ และคนแก่จากทุกบ้าน
มากองรวมกันไว้ที่ใจกลางลานกว้างจนหมดแล้ว
ที่นี่… กลายเป็นกรงขังแห่งความสิ้นหวังไปแล้ว
ผู้รอดชีวิตเหล่านั้น ถูกกระชากออกมาจากที่นอนอันอบอุ่นและชีวิตอันสงบสุขอย่างป่าเถื่อน
ถูกโยนลงมาในโรงฆ่าสัตว์ที่เต็มไปด้วยเลือดและเนื้อแห่งนี้
สีหน้าของพวกเขา เปลี่ยนจากความงุนงง เป็นความตกตะลึง และท้ายที่สุดก็คือความพังทลายที่ไม่อาจทำความเข้าใจได้
หญิงชราผมขาวโพลนคนหนึ่ง ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ชี้มือไปยังสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งที่กำลังกวัดแกว่งกรงเล็บแหลมคมอยู่บนฟ้า
ริมฝีปากสั่นระริก แต่กลับเปล่งเสียงอะไรไม่ออกเลย
เด็กหญิงตัวน้อยผมแกละ ยืนมองสัตว์ประหลาดตนหนึ่งเหยียบหัวพ่อของเธอจนแหลกละเอียดอย่างเหม่อลอย
จากนั้นมันก็ยกเท้าที่โชกไปด้วยเลือดเข้าปาก แล้วเลียกินอย่างตะกละตะกลาม
ทันใดนั้น เด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่ง ก็เหมือนจะค้นพบเรื่องราวที่ไม่อาจเชื่อสายตาตัวเองได้
เขาจ้องเขม็งไปที่สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งที่กำลังฉีกทึ้งซากศพอยู่ไม่ไกล
ที่คอของสัตว์ประหลาดตนนั้น… มีสร้อยคอที่ร้อยจากเปลือกหอยแขวนอยู่
นั่นคือของขวัญวันเกิดที่เขาเก็บเงินค่าขนมมาตั้งสามเดือน เพื่อไปซื้อมาจากในเมืองให้แม่
รูม่านตาของเด็กหนุ่มหดเกร็งอย่างรุนแรง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
เขายื่นมือออกไปอย่างสั่นเทา รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แผดเสียงร้องเรียกที่เจือปนไปด้วยเสียงสะอื้นและความหวังเฮือกสุดท้าย
แม่?
นั่นมันสร้อยคอของแม่นี่… แม่… แม่คือแม่ของผมใช่ไหม?
เสียงของเขา ช่างดูแผ่วเบาและชัดเจนเหลือเกิน ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนที่ดังระงมไปทั่วบริเวณ
สัตว์ประหลาดตนนั้นได้ยินเสียง ก็ชะงักการเคลื่อนไหวไป
มันค่อยๆ หันหัวกลับมา ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองมาที่เด็กหนุ่มอย่างเย็นชา
ในดวงตาของเด็กหนุ่มเปล่งประกายความหวัง เขากระเสือกกระสนพยายามจะคลานเข้าไปหา
แม่! ผมเอง! ผมอาหมู่ไงแม่!
ทว่า สิ่งที่ตอบรับเขา... ไม่ใช่อ้อมกอดอันอบอุ่น
แต่เป็นการตวัดมือโจมตีที่แฝงไปด้วยความรำคาญใจอย่างถึงที่สุด
ปีกค้างคาวที่บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ หอบเอาเสียงลมกรีดร้อง พัดกระแทกเข้าที่หน้าอกของเด็กหนุ่มอย่างจัง
ปัง!
เสียงกระดูกแตกหักดังทึบๆ ชัดเจน
เด็กหนุ่มปลิวละลิ่วออกไปราวกับตุ๊กตาผ้าขี้ริ้ว
กระแทกเข้ากับแท่นหินที่อยู่ไกลออกไป กระอักเลือดคำโตออกมา ร่างกายกระตุกสองสามที แล้วก็แน่นิ่งไป
สัตว์ประหลาดทำเพียงแค่ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ออกมา ราวกับกำลังไล่แมลงวันที่น่ารำคาญ
จากนั้น มันก็ก้มหัวลง และดื่มด่ำกับงานเลี้ยงเลือดเนื้อของมันต่อไป
ความสิ้นหวัง… ลุกลามไปในหมู่ผู้รอดชีวิตราวกับโรคระบาด
บนปะรำพิธี ผู้ใหญ่บ้านไคเซอร์ที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงมาตั้งแต่เริ่มการกลายร่าง ทอดสายตามองดูทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความพึงพอใจ
เขากางปีกเนื้อที่ใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวที่สุดออก แล้วพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
กลายเป็นศูนย์กลางของสัตว์ประหลาดทั้งหมด