ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 265 ของแบบนี้... มันรับจ๊อบควบสองตำแหน่งได้ด้วยเหรอเนี่ย?
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 265 ของแบบนี้... มันรับจ๊อบควบสองตำแหน่งได้ด้วยเหรอเนี่ย?
จู่ๆ ร่างของต้าเซิ่งก็เลือนลางกลายเป็นภาพติดตา!
มันวาร์ปหลบหอกแสงศักดิ์สิทธิ์ไปได้อย่างฉิวเฉียด
ฟิ้ว!
หอกแสงศักดิ์สิทธิ์แทงทะลุภาพติดตาไป ส่วนร่างจริงของต้าเซิ่ง ไปปรากฏอยู่ด้านหลังเทพแห่งสงครามเรียบร้อยแล้ว!
[ร่างแยกภายนอก]!
ภายใต้การเสริมพลังของกลุ่มดาวชะตา [สู้ฟ้าฝ่าดิน] ร่างแยกห้วงมิติที่หน้าตาเหมือนมันทุกประการสองร่าง ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน!
วานรมารคลุ้มคลั่งความสูงห้าสิบเมตรสามตน ยืนล้อมเทพแห่งสงครามเป็นรูปสามเหลี่ยม ปิดตายทุกเส้นทางหนี!
อะไรกัน?!
บนใบหน้าของเทพแห่งสงคราม ปรากฏความตกตะลึงอย่างแท้จริงขึ้นเป็นครั้งแรก
วินาทีต่อมา วานรยักษ์ค้ำฟ้าทั้งสามตน ก็ขยับพร้อมกัน!
เปิดใช้งานทักษะจาก [ปลอกแขนรุ่งอรุณแห่งห้วงลึก] พร้อมกัน!
[วิชาขยายร่าง]!
ขนาดร่างกายขยายใหญ่ขึ้นถึงสามเท่าในพริบตา กลายสภาพเป็นสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ความสูงหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร พละกำลังและความอึดเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!
รนหาที่ตาย!
เทพแห่งสงครามตวาดลั่น รอยร้าวบนร่างกายมีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่พระองค์ไม่มีเวลามาสนใจแล้ว!
จะยืดเยื้อต่อไปไม่ได้อีกแล้ว!
พลังของลิงตัวนี้ กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่งด้วยรูปแบบที่พระองค์ไม่อาจทำความเข้าใจได้!
โม่หยิงเฉินที่อยู่ไกลออกไป กำหมัดทั้งสองข้างแน่น สายตาจ้องเขม็งไปที่สนามรบ
ในหัวของเขา ตัวเลขที่แสดงถึงพลังโจมตีของต้าเซิ่ง กำลังกระโดดพุ่งพรวดพราดด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ!
เขาเดาถูกจริงๆ ด้วย!
สภาวะคลุ้มคลั่งของ [วานรยักษ์คำราม] กับการเพิ่มพลังแบบไร้ขีดจำกัดของ [เพลิงโทสะแผดเผา] มันคือส่วนผสมทางเคมีที่เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
ความคลุ้มคลั่ง ช่วยมอบ เพลิงโทสะ อันไร้ที่สิ้นสุดให้เป็นเชื้อเพลิง!
และกลุ่มดาวชะตา ก็เปลี่ยนเชื้อเพลิงเหล่านั้น ให้กลายเป็นพลังโจมตีที่จับต้องได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดเช่นกัน!
บนสนามรบ สถานการณ์พลิกกลับอย่างสิ้นเชิงแล้ว!
วานรมารขนาดยักษ์ร้อยห้าสิบเมตรสามตน ใช้วิธีที่ป่าเถื่อนและไร้เหตุผลที่สุด กวัดแกว่งหมัดยักษ์ รุมกระหน่ำทุบตีเทพแห่งสงครามอย่างบ้าคลั่ง
ทุกครั้งที่ปล่อยหมัด ล้วนหอบเอาพลังที่สามารถบดขยี้มิติอวกาศติดมาด้วย!
ปัง!
เพื่อหลบหลีกหมัดหนักของวานรยักษ์ เทพแห่งสงครามจึงโดนลมหมัดจากร่างต้นของต้าเซิ่งเฉี่ยวเข้าเป็นครั้งแรก
ชุดเกราะแสงศักดิ์สิทธิ์บนท่อนแขนทั้งท่อน ปริร้าวแตกระแหงเป็นใยแมงมุมสีขาวในพริบตา!
เป็นไปไม่ได้!
เทพแห่งสงครามแผดเสียงคำรามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
พระองค์คิดไม่ออกเลย ว่าทำไมพลังโจมตีของลิงตัวนี้ ถึงได้พุ่งสูงขึ้นมาถึงระดับนี้ได้!
ไอ้สวะ! ไปตายซะ!
เทพแห่งสงครามโกรธจัดจนขาดสติ ไม่สนแล้วว่าร่างกายจะพังทลาย ฝืนรีดเร้นพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาอีกครั้ง!
ทว่า สิ่งที่ต้อนรับพระองค์ คือการโจมตีผสานกำลังระดับทลายฟ้าดินของวานรมารทั้งสามตน!
[สะเทือนฟ้าทลายดิน]!
ร่างวานรมารทั้งสาม ชกหมัดคู่อัดกระแทกเข้าใส่ความว่างเปล่าอย่างแรง!
โดยมีหมัดเป็นศูนย์กลาง คลื่นกระแทกรัศมีสิบเมตร ที่หอบเอาดาเมจการสั่นสะเทือน 300% ระเบิดออกดังกัมปนาท!
มิติอวกาศในเสี้ยววินาทีนี้ ส่งเสียงกรีดร้องคร่ำครวญราวกับแบกรับภาระไม่ไหว!
มู่ชิงเจวี๋ยที่ยืนดูอยู่นั้น ช็อกจนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว
สมองของเธอขาวโพลนไปหมด
สติปัญญาและการประเมินสถานการณ์ที่เธอเคยภาคภูมิใจ ถูกภาพเหตุการณ์ระดับตำนานตรงหน้า บดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
เธอเห็นอะไรเนี่ย?
เทพเจ้า!
เทพเจ้าตัวเป็นๆ องค์หนึ่ง!
กำลังโดนสัตว์อสูรตัวหนึ่ง… ไล่อัดจนโงหัวไม่ขึ้นเนี่ยนะ?!
ตู้มมม——!!!
พลังทำลายล้างที่สามารถบดขยี้ฟ้าดินได้ทั้งสามสาย พุ่งเข้ากระแทกร่างของเทพแห่งสงครามอย่างแม่นยำและพร้อมเพรียงกัน!
[กายาเทพสงคราม] บนร่างของพระองค์ ชุดเกราะที่ถักทอขึ้นจากแสงสว่างอันเจิดจรัสนั้น
แหลกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา!
ตามมาติดๆ ด้วยร่างกายของไอลีน ซึ่งถูกใช้เป็นภาชนะรองรับ
ร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยร้าวอยู่แล้ว ไม่อาจแบกรับพลังที่ก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ได้อีกต่อไป
เริ่มต้นจากจุดที่ปะทะกับหมัด รอยร้าวแห่งมิติอวกาศสีขาว ก็ลุกลามไปทั่วทั้งร่างในพริบตา!
ไม่…
ภายในดวงตาสีทองคู่นั้นของเทพแห่งสงคราม เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย… ที่ฉายแววอารมณ์แบบที่มนุษย์ปุถุชนพึงมีออกมา
มันคือความงุนงง ความสับสน และความรู้สึกพิลึกพิลั่นที่ไม่อาจยอมรับได้
ข้า… ถึงกับพ่ายแพ้ให้กับ… ลิงตัวหนึ่ง… (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
คำพูดของพระองค์ ไม่ทันได้เอ่ยจนจบ
ร่างกายของไอลีนที่ถูกอัดจนแหลกเหลว ก็ไม่สามารถรองรับเจตจำนงของเทพเจ้าได้อีกต่อไป
แสงศักดิ์สิทธิ์แห่งความเป็นเทพ จึงค่อยๆ แตกสลายและจางหายไป
ฝุ่นควันจางลง
พลังอำนาจแห่งเทพเจ้าที่เคยกดทับไปทั่วทั้งมิติลับ มลายหายไปจนหมดสิ้น
เมื่อสูญเสียการควบคุมจากเจตจำนงของเทพเจ้า ร่างกายที่พังยับเยินและเต็มไปด้วยบาดแผลของไอลีน
ก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าอย่างหมดเรี่ยวแรง
ตกลงไปท่ามกลางกองซากศพบนพื้นดิน
……
ภายในมิติลับ ณ ตำแหน่งที่เคยเป็นโบสถ์ มิติอวกาศบิดเบี้ยวอย่างไร้สุ้มเสียง
ประตูแสงบานหนึ่ง ปรากฏขึ้นมาดื้อๆ
มันลอยอยู่อย่างเงียบๆ เปล่งแสงสีขาวนวลตาออกมา
โม่หยิงเฉินเข้าใจได้ทันที นี่น่าจะเป็นทางออกเพื่อไปจากที่นี่แล้ว
ในที่สุดก็จบสักที
มิติลับอันพิลึกพิลั่นแห่งนี้ ละครโรงใหญ่ที่ถูกจัดฉากขึ้นมาอย่างพิถีพิถันนี้
ทำเอาเขาเสียเวลาไปตั้งมากมาย
ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะลุกขึ้นไปสำรวจดูนั้นเอง
เสียงหัวเราะที่ดังกังวาน สดใส และเต็มเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง ก็ดังระเบิดขึ้นในก้นบึ้งสมองของเขาโดยตรง!
ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้หนู เจ้าไม่เลวเลยนี่! แม่งเจ๋งโคตรๆ! ข้าล่ะชอบจริงๆ!
เป็นเทพแห่งสงคราม!
แต่ทว่าในยามนี้ น้ำเสียงของพระองค์กลับไม่มีความหยิ่งยโสและน่าเกรงขามในแบบฉบับของเทพเจ้าหลงเหลืออยู่อีกเลย
กลับกัน มันเต็มไปด้วยความห้าวหาญและไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ ราวกับนักเลงหัวไม้ในยุทธภพเสียมากกว่า
ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างเทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์นั่น ชอบนักแหละเรื่องวางแผนตุกติกอ้อมค้อมไปมา ปั่นหัวคนอื่น ทำเป็นคิดว่าตัวเองควบคุมได้ทุกอย่าง!
มันจะไปสู้การใช้กำปั้นคุยกันตรงๆ แบบพวกเราได้ยังไง สะใจกว่าเป็นไหนๆ!
ยังไม่ทันสิ้นคำพูด จู่ๆ จากร่างที่แหลกเหลวของไอลีนบนลานกว้างเบื้องล่าง ก็มีแสงสองสายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พุ่งพรวดออกมา
สายหนึ่ง พุ่งตรงเข้าไปที่หว่างคิ้วของโม่หยิงเฉินอย่างรวดเร็ว!
ส่วนอีกสาย เป็นคริสตัลรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่ดูแข็งแกร่งและแผ่ซ่านกลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์ออกมา
ร่วงหล่นลงมาใส่มือของโม่หยิงเฉิน
น้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันไร้ที่สิ้นสุดของเทพแห่งสงคราม ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขา
ของสองสิ่งนี้ ถือว่าเป็นของขวัญแรกพบที่ข้ามอบให้เจ้าเป็นการส่วนตัวก็แล้วกัน!
ไอ้หนู อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ ข้าจะรอคอยวันที่ได้พบกับเจ้าตัวเป็นๆ บนสมรภูมิในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งทวยเทพในอนาคต!
ถึงตอนนั้น ข้ากับเจ้า ค่อยมาสู้กันให้มันส์หยดไปเลย!
เสียงนั้นหยุดลงเพียงเท่านี้ ชะงักไปเล็กน้อย
ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยหยอกล้อออกมาเบาๆ
อ้อ ใช่แล้ว นางฟ้าที่ไอ้แก่แสงศักดิ์สิทธิ์เตรียมไว้ให้เจ้า เพื่อให้เจ้าทำพันธสัญญาด้วยแต่แรกน่ะ… ดูเหมือนจะโดนลิงของเจ้าอัดจนเละไปแล้วล่ะนะ
เจ้าก็ไปหาวิธีจัดการเอาเองก็แล้วกัน ฮ่าฮ่าฮ่า!
เสียงหัวเราะค่อยๆ ห่างออกไปและเบาบางลง
แสงศักดิ์สิทธิ์แห่งความเป็นเทพของเทพแห่งสงคราม รวมถึงเจตจำนงอันห้าวหาญและไม่ยึดติดของพระองค์
ในที่สุดก็เลือนหายไปจากมิติแห่งนี้อย่างสมบูรณ์
โม่หยิงเฉินยืนอึ้งอยู่กับที่ มึนงงไปหมด
สติสัมปชัญญะของเขา กำลังถูกประดังประเดด้วยข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาในสมอง
[คุณได้รับสถานะพิเศษ: ตัวแทนแห่งสวรรค์!]
[ตัวแทนแห่งสวรรค์: ตัวตนที่ได้รับการคัดเลือกจากเทพเจ้าแห่งสวรรค์ สามารถผ่านประตูสวรรค์เข้าสู่โลกแห่งสวรรค์ได้โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ]
[ทะลวงข้อจำกัดกฎเกณฑ์ของโลกเดิม ช่องเก็บสัตว์อสูรของคุณ +1!]
[ได้รับความสามารถในการผสานวิญญาณกับสัตว์อสูรสังกัดสวรรค์!]
นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกันเนี่ย?
ปฏิเสธคำชวนเชิญ แถมยังสวนกลับอัดร่างประทับของเทพเจ้าจนเละเทะไม่มีชิ้นดี
แต่ผลสุดท้าย ไม่เพียงแต่จะไม่โดนผูกใจเจ็บ แต่กลับได้รับความชื่นชมและของขวัญจากอีกฝ่ายซะงั้น?
สู้กันรอบนี้… ดันสู้ถูกคนซะงั้นเหรอ?
ความคิดของโม่หยิงเฉินหมุนจี๋ เขารีบเปิดแผงระบบของตัวเองขึ้นมาดูทันที
ในช่องสถานะส่วนตัว มีฉายาสองอันที่แผ่ซ่านกลิ่นอายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วางเรียงเคียงข้างกันอย่างโดดเด่น
[ตัวแทนแห่งห้วงลึก]
[ตัวแทนแห่งสวรรค์]
ของแบบนี้……
มันรับจ๊อบควบสองตำแหน่งได้ด้วยเหรอเนี่ย?