ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 270 แสงโลหิตหวนคืน เทวโลกสะเทือน
ท่ามกลางความเงียบสงัดของสรรพสิ่งที่กำลังเดินหน้าสู่จุดจบ…
ประกายแสงสีเลือดขุมหนึ่ง เจตจำนงเสี้ยวหนึ่งที่ไม่สมควรดำรงอยู่
ได้ซึมซาบขึ้นมาจากใต้ดินของลานกว้างที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตอย่างเงียบเชียบ
แสงสีเลือดนั้นราวกับมีชีวิต มันหมุนวนแผ่วเบากลางอากาศ ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความเคียดแค้นและหิวโหยออกมาอย่างเข้มข้น
พริบตาต่อมา มันแปรเปลี่ยนเป็นเงาสีเลือด พุ่งทะยานเข้าหาประตูแสงมิติที่กำลังจะปิดตัวลง!
ดูเหมือนมันต้องการพุ่งผ่านประตูมิติ ติดตามรอยเท้าของโม่หยิงเฉินเพื่อจุติลงสู่โลกแห่งความเป็นจริง!
ทว่า… ในเสี้ยววินาทีที่มันสัมผัสกับขอบประตูมิติ
แสงสีเลือดกลับหยุดชะงักกะทันหัน
มันกะพริบไหวอย่างรุนแรงกลางอากาศ ราวกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง
ท้ายที่สุด มันก็หักเหทิศทาง
พุ่งตรงไปยังร่างไร้วิญญาณของซิสเตอร์นิโคลที่เย็นชืดและแข็งทื่ออยู่หน้าโบสถ์
แสงสีเลือดพุ่งทะลวงเข้าสู่หว่างคิ้ว
ความตายอันเงียบงันถูกทำลายลง
ปลายนิ้วที่ไร้ชีวิตชีวาของนิโคล กระตุกขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ตามมาด้วยร่างที่แข็งทื่อของนาง ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากพื้นด้วยท่วงท่าที่พิลึกพิลั่นจนน่าขนลุก
การเคลื่อนไหวของนางแข็งทื่อและไม่ประสานกันราวกับหุ่นเชิดที่ถูกชักใย
ทุกย่างก้าวราวกับกระดูกจะหลุดออกจากกัน
ภายในดวงตาที่ว่างเปล่าคู่นั้น มีประกายไฟสีเลือดสองจุดลุกโชนขึ้น
มันกวาดมองไปรอบด้านอย่างเลื่อนลอย มองดูโลกที่กำลังถูกความโกลาหลกลืนกิน
บนใบหน้าที่ควรจะเปี่ยมด้วยความเมตตาศักดิ์สิทธิ์ กลับปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันและเย็นชาที่ขัดกับหน้าตาอย่างสิ้นเชิง
นางก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าไปยังประตูแสงมิติอย่างไม่เร่งรีบ
ก้าวที่หนึ่ง
ก้าวที่สอง
ก้าวที่สาม
เมื่อก้าวเดินต่อไป ท่าทีที่แข็งทื่อก็เริ่มลื่นไหลและกลมกลืนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จนท้ายที่สุด มันก็กลายเป็นท่วงท่าการเดินที่สง่างามอย่างไร้ที่ติ
ราวกับว่ามีวิญญาณดวงใหม่ กำลังปรับตัวเข้ากับภาชนะร่างใหม่นี้อย่างรวดเร็ว
นางเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูแสง หันกลับมามองดินแดนที่กำลังพังทลายกลายเป็นความว่างเปล่านี้เป็นครั้งสุดท้าย
มุมปากแสยะยิ้มอย่างน่าสยดสยอง
จากนั้น นางก็ก้าวเข้าไปในแสงสว่าง และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย…
ในขณะเดียวกัน
ณ โบสถ์แห่งแสงอันโอ่อ่าตระการตาในดินแดนเทวโลก
เทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์รู้สึกปวดหนึบไปถึงแก่นเทวะของตน
เขามองดูเทพแห่งสงครามที่เพิ่งจะดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมาและกำลังยืดเส้นยืดสายร่างเทพของตน ใบหน้าชราภาพยับย่นบิดเบี้ยวราวกับกินบอระเพ็ด
เจ้า… เจ้ามอบฐานะตัวแทนแห่งสวรรค์ให้โม่หยิงเฉินคนนั้นไปง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ?
เทพแห่งสงครามปรายตามองหน้าจอแสงที่สูญเสียภาพการเชื่อมต่อเบื้องหน้า เอ่ยย้อนถามอย่างไม่ยี่หระ
เจ้าก็เห็นหมดแล้วไม่ใช่หรือไง?
ไอ้หนูนั่น แข็งแกร่งมาก
น้ำเสียงของเทพแห่งสงครามแฝงไว้ด้วยความรู้สึกหวนรำลึก ถึงขั้นมีแววตื่นเต้นเจือปนอยู่
แข็งแกร่งขนาดที่ว่า ต่อให้เป็นข้าที่ถูกกฎเกณฑ์ของโลกเบื้องล่างกดทับเอาไว้ ก็ยังถูกมันซัดจนพ่ายแพ้ซึ่งๆ หน้า
หากมันไม่คู่ควรกับตำแหน่งตัวแทนแห่งสวรรค์ แล้วใต้หล้านี้ ยังจะมีใครคู่ควรอีก?
เทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์แทบจะกระอักเลือดเทวะออกมา
ท่านเทพแห่งสงคราม! นี่มันไม่ใช่เรื่องคู่ควรหรือไม่คู่ควร!
มันคือตัวแทนแห่งอเวจี! อเวจีเชียวนะ!
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คิ้วของเทพแห่งสงครามก็เลิกขึ้นสูง ประกายตาแผ่ซ่านเจตนาต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัว
ตัวแทนแห่งอเวจีแล้วยังไง?
เขาแสยะยิ้ม รอยยิ้มนั้นโอหังและบ้าบิ่นถึงขีดสุด
ใครหน้าไหนมันตั้งกฎไว้ ว่าตัวแทนแห่งอเวจี จะมาควบตำแหน่งตัวแทนแห่งสวรรค์ด้วยไม่ได้?
เทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ …
เขาถึงกับพูดไม่ออก
นั่นมันใช่เรื่องรับตำแหน่งควบเสียที่ไหน!
นั่นมันอเวจี! ศัตรูคู่อาฆาตที่ตีกันจนสมองไหลมาตั้งแต่ยุคบรรพกาลเชียวนะ!
เทพแห่งสงครามลุกขึ้นจากบัลลังก์เทพ บิดคอไปมา
เขาก้าวฉับๆ มุ่งหน้าออกไปด้านนอก (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ โนเวล ลัคกี้ Novel่-Lucky</a>)
เจ้าจะไปไหน? เทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์เอ่ยถามอย่างอ่อนแรง
เทพแห่งสงครามไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เสียงของเขาดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า
ไปหาไอ้สวะเทพโลหิต ยืดเส้นยืดสายสักหน่อย!
การจุติลงไปครั้งนี้ โดนไอ้เด็กมนุษย์นั่นอัดซะอ่วม ข้าหงุดหงิดโว้ย!
สิ้นเสียง ร่างของเขาก็กลายเป็นลำแสงสีทองที่ฉีกกระชากห้วงมิติ หายวับไปจากโบสถ์แห่งแสง
ทิ้งให้เทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเก้าอี้เพียงลำพัง เขามองดูโถงวิหารที่ว่างเปล่าด้วยความรู้สึกอยากจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตา
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย…
แล้วทีนี้… ข้าจะเอาหน้าไปอธิบายกับราชันเทพสายฟ้ายังไงล่ะ!
...
ทันใดนั้นเอง
โบสถ์แห่งแสงอันยิ่งใหญ่ก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!
ภาพวาดฝาผนังแห่งการสร้างโลกบนยอดโดม แสงศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่บนนั้นถึงกับหม่นแสงลงไปชั่วขณะ
สายฟ้าเส้นหนึ่งที่ไม่อาจจับจ้องได้ด้วยตาเปล่า ฉีกกระชากกำแพงมิติของเทวโลก และจุติลงมาโดยพลัน!
เมื่อสายฟ้าสลายไป ร่างอันเงื้อมง่านที่สวมชุดเกราะอสนีบาตหนักอึ้ง ภายในดวงตาราวกับมีกาแล็กซีเกิดและดับสูญ ก็ปรากฏกายขึ้นกลางโถงวิหาร
ผู้มาเยือนคือจ้าวแห่งเทวโลก ผู้กุมอำนาจแห่งการลงทัณฑ์และความน่าเกรงขาม… ราชันเทพสายฟ้า!
สายตาของเขากวาดมองไปยังเทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ที่นั่งหมดสภาพอยู่บนบัลลังก์
น้ำเสียงปราศจากอารมณ์ใดๆ ทว่ากลับทรงอำนาจดุจโองการสวรรค์
ตัวแทนแห่งสวรรค์ ถูกกำหนดแล้วงั้นหรือ?
เป็นโม่หยิงเฉินคนนั้นใช่หรือไม่?
เทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์สะดุ้งเฮือก อ้าปากค้าง แต่กลับพบว่าคำอธิบายใดๆ ล้วนฟังดูไร้น้ำหนัก
ท้ายที่สุด เขาก็ได้แต่ยกนิ้วชี้ไปยังหน้าจอแสงเบื้องหน้าอย่างอ่อนแรง
พลังเทวะกระเพื่อมไหวเล็กน้อย ภาพบนหน้าจอแสงก็เริ่มย้อนกลับ
มันย้อนกลับไปอย่างแม่นยำในวินาทีที่เจตจำนงของเทพแห่งสงครามจุติลงมา
ท่านราชันเทพ… ท่าน โปรดทอดพระเนตรด้วยองค์เองเถิด
ภาพบนหน้าจอไหลลื่น
จากวินาทีที่โม่หยิงเฉินปฏิเสธพรแห่งทวยเทพ ไปจนถึงการใช้ร่างของมนุษย์เดินดินเข้าปะทะกับเจตจำนงของเทพเจ้าอย่างดุดัน
และลากยาวไปจนถึงตอนจบที่เทพแห่งสงครามหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับยัดเยียดฐานะทั้งสองให้เขา ก่อนที่เด็กหนุ่มจะพาร่างของเทพธิดาที่แปดเปื้อนมลทินจากไป…
ภาพแต่ละฉากสะท้อนผ่านดวงตาที่กักเก็บจักรวาลแห่งสายฟ้าของราชันเทพสายฟ้า
เขายังคงเงียบงัน
ทว่าเทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์กลับสัมผัสได้อย่างชัดเจน
ยิ่งภาพดำเนินไป ห้วงมิติภายในวิหารก็เริ่มบิดเบี้ยว
นั่นคือแรงกดดันแห่งเทวะอันน่าสะพรึงกลัวที่รั่วไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่อห้วงอารมณ์ของราชันเทพเกิดความผันผวน
ในที่สุด ภาพก็หยุดนิ่งอยู่ที่แผ่นหลังของโม่หยิงเฉินที่กลืนหายเข้าไปในประตูมิติ
เทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจทนรับแรงกดดันอันเงียบงันนี้ได้อีกต่อไป เขารีบเปิดปากเพื่อปัดสวะให้พ้นตัวทันที
ท่านราชันเทพ! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้าเลยนะ!
แผนการของข้าไร้ช่องโหว่ แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าโม่หยิงเฉินคนนี้จะกล้าปฏิเสธพรแห่งทวยเทพ!
ปฏิเสธก็ช่างเถอะ แต่… แต่เขากลับซัดร่างจุติเจตจำนงของเทพแห่งสงครามจนแหลกสลาย! เขาชนะ!
นิสัยบ้าบิ่นของเทพแห่งสงคราม ท่านเองก็ทราบดี
นอกจากเขาจะไม่โกรธแล้ว เขายังเอาฐานะตัวแทนแห่งสวรรค์ไปมอบให้เป็นของรางวัลหน้าตาเฉยเลย!
โยนความผิด… ในเวลาแบบนี้ ต้องโยนความผิดให้สุดกำลัง!
ราชันเทพสายฟ้าดึงสายตากลับมา ปรายตามองเขาด้วยความเย็นชา
สายตานั้นทำเอาเทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์หุบปากฉับในทันที
พอแล้ว
ราชันเทพสะบัดมือ ภาพบนหน้าจอเปลี่ยนไป หยุดนิ่งในเสี้ยววินาทีที่เทพแห่งสงครามถูกราชาวานรบดขยี้
โม่หยิงเฉินผู้นี้ น่าสนใจยิ่งนัก
บุคคลระดับนี้ หากไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อเทวโลกของเราได้ ในอนาคตย่อมกลายเป็นหอกข้างแคร่ที่อันตรายที่สุด
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตวัดสายตาอันทรงอำนาจไปทางเทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์
ข้าจำได้ว่า ไอ้หนูนี่เกิดที่ดินแดนเบื้องล่าง ในจักรวรรดิหลงเซี่ยใช่หรือไม่?
เทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์พยักหน้ารัวๆ
ติดต่อไปยัง เซี่ยหนิงเสวียน ราชันเทพสายฟ้าออกโองการสวรรค์
นางถือกำเนิดที่หลงเซี่ย ตัดขาดทางโลกและเหาะเหินขึ้นมาจุติในสายเลือดเทพแห่งสวรรค์ของเราเมื่อพันปีก่อน
เตรียมพิธีอัญเชิญเทพจุติ ให้นาง… ลงไปเดินเล่นที่โลกเบื้องล่างสักรอบ
รับบัญชา!