ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 55 เคล็ดวิชาพลังจิต... เมฆาคล้อย
ภายในห้องทำงาน ผอ.จาง
โม่หยิงเฉินนั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาหนังแท้ จิบชาร้อนกรุ่นที่จางเผยฝูชงให้ด้วยตัวเองอย่างใจเย็น
กลิ่นหอมของใบชาชั้นดีลอยอบอวล
ตรงหน้าเขามีกองของใช้จำเป็นที่เจ้าหน้าที่เพิ่งเอามาส่ง
ชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยม บัตรประจำตัวนักศึกษา และกล่องโลหะหนักอึ้งใบหนึ่ง
จางเผยฝูยิ้มหน้าบาน ประคองผลึกคริสตัลชิ้นหนึ่งยื่นให้โม่หยิงเฉินอย่างระมัดระวัง
น้องโม่… นี่คือ เคล็ดวิชาเมฆาคล้อย ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดเตรียมให้ตามคำขอของน้องครับ
เขาทำท่าเหมือนกำลังถวายเครื่องราชบรรณาการ
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
เคล็ดวิชาเมฆาคล้อยของเทียนอวิ๋นเรา ไม่เหมือนของดาดดื่นข้างนอกนะ
มันไม่มีลูกเล่นแพรวพราว ไม่เพิ่มพลังโจมตีจิตหรือป้องกันจิตอะไรทั้งนั้น
มันมีจุดเด่นแค่อย่างเดียว…
เร็ว!
ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรเพิ่มพลังจิต... เร็วนรกแตก!
ถ้ายิ่งใช้คู่กับ ผลึกเมฆา ในกล่องนั่น… รับรองว่าพลังจิตพุ่งกระฉูดวันละพันลี้!
พูดถึงตรงนี้ สีหน้าของจางเผยฝูก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย
แต่… พี่ขอเตือนด้วยความหวังดีนะน้องชาย
พี่ไม่รู้หรอกว่าน้องจะรีบฝึกพลังจิตไปทำไม
แต่สำหรับผู้ฝึกสัตว์… การทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกจิตมากเกินไป มันไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปนะ
เขาถอนหายใจ ทำท่าทางเหมือนพี่ชายสอนน้อง
รากฐานของผู้ฝึกสัตว์… ยังไงก็คือ สัตว์อสูร
พลังจิตของผู้ฝึกสัตว์ ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหน ก็เป็นได้แค่ส่วนเสริม
มันไม่สามารถใช้ต่อสู้โดยตรงได้เหมือนพวกจอมเวทในนิยายหรอกนะ
จางเผยฝูตบหน้าอกตัวเอง หัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ
พี่ไม่อายที่จะบอกความจริงให้น้องฟัง
สัตว์อสูรที่เก่งที่สุดของพี่ตอนนี้คือ Rank C เลเวล 100… ติดแหง็กอยู่ตรงนี้มาหลายปีแล้ว
แต่พี่ก็ยังหวังลึกๆ ว่าสักวันจะทะลวงผ่านไป Rank B ได้
ดังนั้นพี่เลยยังไม่แตะต้องไอ้เคล็ดวิชานี้
รอจนวันที่พี่หมดหวังจริงๆ… พี่ถึงจะกลับมาฝึกมัน
ใช้พลังจิตที่มหาศาล เพื่อทำสัญญากับสัตว์อสูรระดับสูงตัวใหม่… ถือว่าเป็นทางหนีทีไล่สุดท้าย
โม่หยิงเฉินไม่ตอบอะไร เพียงแค่ยื่นมือไปรับผลึกเคล็ดวิชามาเงียบๆ
แววตาของเขาเรียบเฉย ไม่บ่งบอกอารมณ์
จางเผยฝูเห็นท่าทีนั้นก็รู้ตัว รีบชักมือกลับแล้วหัวเราะแห้งๆ
อา… ดูพี่สิ พูดมากอีกแล้ว
น้องเป็นอัจฉริยะ ย่อมมีวิถีทางของตัวเอง พี่ไม่ควรไปยุ่งย่าม
เอาเป็นว่า… น้องรู้ตัวเองดีที่สุด ก็พอแล้ว
พูดจบ เขาก็ล้วงคีย์การ์ดสีทองใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ยัดใส่มือโม่หยิงเฉิน
อะนี่… กุญแจวิลล่า
เก็บไว้ให้ดีนะ นี่คือบ้านพักเดี่ยวที่ดีที่สุดในมหาวิทยาลัย!
ตั้งอยู่บนยอดเขาหลังโรงเรียน เปิดหน้าต่างออกไปก็จะเห็นทะเลหมอกและป่าไผ่… วิวหลักล้าน!
เขาขยิบตาให้โม่หยิงเฉินอย่างรู้กัน
แล้วก็… พี่กำชับลูกน้องไปแล้ว
น้องซูหลี… จัดให้อยู่บ้านข้างๆ น้องเลย!
วัยรุ่นน่ะนะ… พี่เข้าใจ! น้ำซึมบ่อทราย ใกล้ชิดกันไว้เดี๋ยวก็ได้เรื่องเอง!
ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอก... เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย!
โม่หยิงเฉินมองคีย์การ์ดในมือ
สลับกับมองหน้าจางเผยฝูที่ทำหน้า ชมฉันสิ ชมฉันสิ
เขาเงียบกริบ
พี่ชาย… พี่เข้าใจอะไรผิดไปไกลโขเลยนะ
หลังจากร่ำลา พี่จาง ผู้กระตือรือร้นเกินเบอร์
โม่หยิงเฉินก็เดินตามแผนที่ในบัตรนักศึกษา มายังที่พักใหม่
โซนวิลล่าตั้งอยู่บนภูเขาด้านหลังวิทยาเขตหลัก ปกคลุมด้วยหมอกจางๆ เหมือนแดนสวรรค์
บ้านแต่ละหลังปลูกห่างกันพอสมควร ซ่อนตัวอยู่ในป่าไผ่เขียวขจี รับประกันความเป็นส่วนตัวสูงสุด
เขาผลักประตูไม้บานหนาเข้าไป กลิ่นหอมสดชื่นของไม้ไผ่และธรรมชาติลอยมาปะทะจมูก
โม่หยิงเฉินเดินขึ้นไปชั้นสอง ยืนมองวิวผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่
ทะเลหมอกไหลเอื่อยๆ ตัดกับยอดไผ่ที่ไหวเอนตามลม
สวยงามสมคำร่ำลือจริงๆ
ความกระตือรือร้นของจางเผยฝู แม้จะน่ารำคาญไปบ้าง แต่ผลประโยชน์ที่ได้มาก็เป็นของจริง
ตลอดครึ่งชั่วโมงในห้องทำงาน พี่จางแกสาธยายระบบของมหาวิทยาลัยให้ฟังจนหมดเปลือก
ในฐานะหนึ่งในมหาวิทยาลัยระดับท็อปของจักรวรรดิหลงเซี่ย
เทียนอวิ๋นมีระบบการสอนที่ ดิบเถื่อนและเรียบง่าย
ไม่มีตารางสอนบังคับ
ไม่มีการเช็คชื่อเข้าเรียน
ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยสิ่งเดียว… แต้มคะแนนเทียนอวิ๋น
ที่นี่… คะแนนคือพระเจ้า
อยากใช้ห้องฝึกแรงโน้มถ่วงระดับสูง?
จ่ายคะแนนมา
อยากเข้าฟังเลคเชอร์ลับเฉพาะของปรมาจารย์?
จ่ายคะแนนมา
อยากแลกวัตถุดิบวิวัฒนาการหายาก? อุปกรณ์ระดับสูง? หรือสิทธิ์เข้าดันเจี้ยนลับ?
มีคะแนนก็จัดให้ได้หมด
นักศึกษาใหม่ทั่วไปได้เบี้ยเลี้ยงเดือนละ 100 คะแนน… แค่พอประทังชีวิต
แต่โม่หยิงเฉิน ในฐานะเด็กเส้นระดับ VVIP ได้เดือนละ 1,000 คะแนน!
มากกว่าคนอื่น 10 เท่า!
แต่ถ้าใช้หมด ก็ต้องหาเพิ่มเอง
วิธีหาก็มีร้อยแปดพันเก้า
ส่วนใหญ่คือการช่วยอาจารย์ทำวิจัย หรือรับภารกิจจากสมาคม
อย่าคิดว่าทุกคนจะเหมือนโม่หยิงเฉินที่มีสูตรโกง
คนอื่นเขาต้องเรียนรู้วิธีการวิวัฒนาการสัตว์อสูรอย่างรากเลือด
การจับคู่สกิล, ความสัมพันธ์ของธาตุ, ผลกระทบของวัตถุดิบ...
วิชาการพวกนี้ซับซ้อนและลึกซึ้งมาก เป็นสิ่งที่มหาลัยเน้นสอน
โม่หยิงเฉินปิดหน้าต่าง ตัดขาดจากเสียงลมและทะเลหมอก
เขาเริ่มวางแผนขั้นต่อไปในใจ
อย่างแรก... สัตว์อสูรตัวที่ 2
เรื่องนี้เขาฝากฝังจางเผยฝูไปแล้ว
พี่จางตบปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าภายใน 7 วัน จะคัดตัวเด็ดๆ มาให้เลือกถึงหน้าบ้าน
รอได้ตัวมาแล้วค่อยดูสกิลมัน แล้วค่อยคิดว่าจะอัปเกรดยังไง
ตอนนี้… สิ่งสำคัญที่สุดคือ พลังจิต ของฉันเอง
นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนที่วางแขนโซฟาเป็นจังหวะ
ไม่ว่าจะเป็นซูหลี หรือเย่เฉิง
พวกเขากำลังเดินบนเส้นทางสายหลักของโลกใบนี้
คือการยึด สัตว์อสูร เป็นแกนหลัก และ ผู้ฝึกสัตว์ เป็นแค่ฝ่ายสนับสนุน
พวกเขาดีใจแทบตายกับเส้นทางวิวัฒนาการระดับสูง หรือพรสวรรค์หายาก
แต่โม่หยิงเฉิน… ต่างออกไป
รากฐานความแข็งแกร่งของเขา ไม่ได้อยู่ที่ต้าเซิ่ง
และไม่ได้อยู่ที่สัตว์อสูรตัวไหนๆ
แต่อยู่ที่ สถาบันวิจัยหมื่นภพ ในสมองของเขาต่างหาก!
สัตว์อสูร… เป็นเพียง ตัวกลาง หรือ อาวุธ ที่ใช้แสดงพลังจากสถาบันวิจัยออกมาสู่โลกความเป็นจริง
และ พลังจิต... คือ กุญแจ ดอกเดียวที่จะไขประตูเข้าสู่คลังสมบัตินั้น
ยิ่งพลังจิตสูง… ยิ่งอยู่ในสถาบันได้นาน... ยิ่งเอาของออกมาได้มาก
และยิ่งเอาของระดับสูง (อย่าง โลหิตผานกู่ หรือ จานหยก) ออกมาได้!
เรื่องวิวัฒนาการสัตว์อสูรตามตำรา… ไม่อยู่ในหัวสมองฉันเลย
คิดได้ดังนั้น
เขาก็หยิบผลึกคริสตัลเย็นเฉียบออกมาจากกระเป๋า
เคล็ดวิชาเมฆาคล้อย