ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 70 กลุ่มดาวสะเทือนฟ้า... วิวัฒนาการสังหาร
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 70 กลุ่มดาวสะเทือนฟ้า... วิวัฒนาการสังหาร
[กลุ่มดาว 1 · คมดาบคลั่ง: ทักษะเพลงดาบชักสังหารสามารถใช้งานซ้ำได้หลายครั้งในการต่อสู้]
[กลุ่มดาว 2 · ความตายดุจสายลม: เมื่อตายในการต่อสู้ สามารถฟื้นคืนชีพได้ทันที 1 ครั้ง พร้อมบัฟค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 50% เป็นเวลา 1 ชั่วโมง]
[กลุ่มดาว 3 · อาบโลหิตระเริงศึก: การโจมตีทุกครั้งมีผลดูดเลือด]
[กลุ่มดาว 4 · มุ่งหน้าไร้พ่าย: ขณะต่อสู้ จะมีสถานะต้านทานสถานะผิดปกติโดยสมบูรณ์]
[กลุ่มดาว 5 · จุดตายมรณะ: การโจมตีเป้าหมายเดิมซ้ำ ๆ จะเพิ่มความเสียหายครั้งละ 10% สะสมได้สูงสุด 10 ครั้ง (รวม 100%)]
[กลุ่มดาว 6 · วิวัฒนาการสังหาร: เมื่อสังหารศัตรู จะดูดซับพลังบางส่วนมาเพิ่มค่าสถานะของตนเองอย่างถาวร]
นิ้วมือของโม่หยิงเฉินเคาะเบา ๆ ลงบนที่วางแขนโซฟาเป็นจังหวะ ก่อนจะหยุดนิ่ง
ดวงตาจับจ้องไปที่ตัวอักษรสีทองทีละบรรทัด ลมหายใจเริ่มติดขัดด้วยความตื่นเต้น
กลุ่มดาวของสัตว์อสูรระดับ D… ช่างแตกต่างกับระดับ E ราวฟ้ากับเหว
ก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ากลุ่มดาวทั้ง 6 ของลิงหินนั้นยอดเยี่ยมแล้ว
โดยเฉพาะกลุ่มดาวที่ 6ตื่นรู้เสมอฟ้าที่เพิ่มความเร็วโจมตี 100%
หรือกลุ่มดาวที่ 5เมฆาเริ่มก่อตัวที่มอบความสามารถในการเทเลพอร์ต… ทั้งหมดล้วนเป็นสกิลระดับเทพ
แต่เมื่อนำมาเทียบกับชุดกลุ่มดาวใหม่เอี่ยมของจอมดาบมรณะในตอนนี้
เขาถึงได้รู้ว่าโลกทัศน์ของตัวเองยังแคบนัก
กลุ่มดาวของลิงหิน เปรียบเสมือนการปูรากฐานที่มั่นคง
แต่กลุ่มดาวของจอมดาบมรณะ… คือการสร้างเครื่องจักรสังหารที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาทันที
มันลบจุดอ่อนเรื่องหมดก๊อกไวของจอมดาบมรณะทิ้งไปจนหมดสิ้น
เดิมที ท่าไม้ตายอย่างเพลงดาบชักสังหารใช้ได้แค่ครั้งเดียว เปิดเกมตูมเดียวจบ ถ้าไม่ตายก็งานเข้า
แต่ด้วย [คมดาบคลั่ง] ข้อจำกัดนี้ถูกปลดล็อก ชักดาบฟันได้เรื่อย ๆ
ยิ่งดูกลุ่มดาวที่เหลือ มุมปากของโม่หยิงเฉินก็ยิ่งฉีกกว้างขึ้น
[อาบโลหิตระเริงศึก]… ดูดเลือด
[มุ่งหน้าไร้พ่าย]… กันสถานะ
[จุดตายมรณะ]… ยิ่งฟันยิ่งแรง
เมื่อนำทั้งสามมารวมกัน ภาพที่ปรากฏในหัวของเขาคือปีศาจสงครามที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง
พุ่งเข้าใส่ศัตรูโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่หวั่นเกรงเวทควบคุมหรือคำสาปใด ๆ
ยิ่งสู้ยิ่งบ้าคลั่ง เลือดยิ่งเด้ง ดาเมจยิ่งแรง…
คำว่าวิปริตยังน้อยไปสำหรับคอมโบนี้
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของโม่หยิงเฉินเต้นแรงที่สุด คือกลุ่มดาวสุดท้าย
[วิวัฒนาการสังหาร: เมื่อสังหารศัตรู จะดูดซับพลังบางส่วนมาเพิ่มค่าสถานะของตนเองอย่างถาวร]
อย่างถาวร
คำสองคำนี้มีน้ำหนักมหาศาล
มันหมายความว่า จอมดาบมรณะมีศักยภาพในการเติบโตที่ไร้ขีดจำกัด
ในคำอธิบายไม่ได้ระบุเพดานสูงสุดเอาไว้
และตามสันดานของกฎโลกใบนี้… ถ้าไม่เขียนบอกว่าตันที่เท่าไหร่ ก็แปลว่า ไม่มีวันตัน
ขอแค่มีศัตรูให้ฆ่ามากพอ... อย่าว่าแต่ระดับ B หรือ A เลย
ต่อให้ปั้นค่าสถานะพื้นฐานไปจนเทียบเท่าระดับ S ในตำนาน ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน
ลองจินตนาการดูสิ… สัตว์อสูรระดับ D ที่มีค่าสถานะพื้นฐานสูงกว่าระดับ S
ถึงตอนนั้น ใครจะกล้าเอาระดับมาวัดค่าความแข็งแกร่งของมันได้อีก?
แต่ทว่า… ข้อสงสัยหนึ่งก็ผุดขึ้นมา
ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นถาวรนี้ จะยังคงอยู่หรือไม่เมื่อสัตว์อสูรวิวัฒนาการ?
ในกฎของโลกนี้ การวิวัฒนาการคือการเปลี่ยนแปลงระดับชั้นของชีวิต ค่าสถานะทั้งหมดจะถูกรีเซ็ตและคำนวณใหม่ตามเผ่าพันธุ์
ถ้าหากวิวัฒนาการเป็นระดับ C แล้วค่าสถานะที่อุตส่าห์ฟาร์มมาหายเกลี้ยง… มันจะไม่คุ้มเสียหรือเปล่า?
ความคิดบ้า ๆ แวบเข้ามาในหัว
หรือว่าจะไม่วิวัฒนาการมันเลยดี?
ปล่อยให้มันเป็นจอมดาบมรณะระดับ D ไปตลอดกาล แล้วไล่ล่าฆ่าล้างบางสัตว์อสูรระดับต่ำเป็นล้านตัวเพื่อปั๊มสเตตัส
ใช้เวลาแลกพลัง สร้างปีศาจระดับ D ที่ตบเทพเจ้าได้…
ความคิดนี้ช่างเย้ายวน… แต่โม่หยิงเฉินก็รีบปัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ได้…
เขาอาจจะยอม แต่ริวจินจักกะไม่ยอมแน่
การทิ้งวิวัฒนาการเพื่อแลกกับค่าสถานะ ก็เท่ากับทิ้งอนาคตของดาบในมือ
พลังที่แท้จริงของริวจินจักกะ อยู่ที่การปลดปล่อยขั้นต้น และขั้นสวัสดิกะ
พลังทำลายล้างที่สามารถเผาผลาญจักรวาลให้เป็นเถ้าธุลี… ไม่ใช่สิ่งที่ค่าสถานะดิบ ๆ จะทดแทนได้
หากไม่วิวัฒนาการ ร่างกายของจอมดาบมรณะก็ไม่อาจรองรับพลังระดับนั้นได้
เท่ากับเสียของดีที่สุดไปเพื่อแลกกับของรอง
ได้ไม่คุ้มเสีย
เมื่อคิดตกผลึกแล้ว สายตาของเขาก็เบนไปที่กลุ่มดาวที่ 2 [ความตายดุจสายลม]
ชุบชีวิตตัวเองได้ 1 ครั้ง แถมบัฟเถื่อนอีก 1 ชั่วโมง
ถ้าเป็นคนอื่น คงบูชาเป็นสกิลช่วยชีวิตก้นหีบ
แต่สำหรับโม่หยิงเฉิน… มันดูไร้ค่าไปหน่อย
ด้วยคอมโบกลุ่มดาวอมตะขนาดนี้ บวกกับศักยภาพการเติบโตไร้ขีดจำกัด
ถ้ายังปล่อยให้จอมดาบมรณะโดนตบจนตายได้… เขาก็ควรพิจารณาตัวเองในฐานะผู้ฝึกสัตว์แล้ว
หรือต่อให้เจอกับสถานการณ์สิ้นหวังจริง ๆ…
โม่หยิงเฉินเหลือบตามองไปยังโซฟาข้าง ๆ
เจ้าลิงยักษ์ต้าเซิ่งกำลังนั่งแทะแอปเปิลอย่างเอร็ดอร่อย
งานเสี่ยงตายแบบนั้น… ให้มืออาชีพเขาทำดีกว่าไหม?
ต้าเซิ่งเป็นสัตว์อสูรพันธะสัญญาหลัก
ตายแล้วก็แค่รอคูลดาวน์เกิดใหม่ในมิติสัตว์เลี้ยง
ใช้ให้ถูกงานสิ… ของตายได้ก็ต้องเอาไปแทงค์
ฮัดชิ้ว
เสียงจามสนั่นหวั่นไหวทำเอาแอปเปิลในมือต้าเซิ่งร่วงหล่นลงพื้น ตุ้บ
เจ้าลิงยักษ์ถูจมูกฟุดฟิด หันขวับมามองเจ้านายด้วยดวงตาสีทองที่เต็มไปด้วยความระแวง
สายตานั้นสื่อชัดเจน:เอ็งคิดแผนชั่วอะไรกับข้าอีกแล้วใช่ไหม?
โม่หยิงเฉินทำหน้าตาย ไม่รู้ไม่ชี้ แล้วหันกลับไปสนใจจอมดาบมรณะที่ยืนสงบนิ่งอยู่
ต่อจากนี้ไป… ชื่อของแกคือเคน
เรียบง่าย ตรงไปตรงมา สมกับวิถีแห่งดาบ
ในเบ้าตาลึกกลวงใต้ผ้าคาดตา ดวงไฟวิญญาณของจอมดาบมรณะดูเหมือนจะไหววูบรับรู้
มันพยักหน้าเล็กน้อย ยอมรับนามนั้นโดยดุษณี
จากนั้น มันก็หันหลังเดินไปยังมุมห้องกว้าง
ไม่สนใจความหรูหราของเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง
มือกระชับด้ามดาบ ค่อย ๆ ชักออกจากฝัก แล้วเริ่มร่ายรำเพลงดาบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เชื่องช้า… แต่มั่นคง
จดจ่ออยู่เพียงดาบในมือ ตัดขาดจากโลกภายนอก
มันกำลังทำความคุ้นเคยกับน้ำหนักและสมดุลของดาบ
และสะสมพลัง… เพื่อรอวันที่มันจะสามารถเอ่ยนามที่แท้จริงของดาบเล่มนี้ออกมาได้
เมื่อจัดการเรื่องของเคนเสร็จสิ้น
โม่หยิงเฉินก็หันกลับมาหาต้าเซิ่งที่โซฟาอีกฝั่ง
เขาเอื้อมมือไปขยี้หัวขนฟู ๆ ของมันอย่างหมั่นเขี้ยว
ก่อนจะเรียกหน้าต่างสถานะของวานรสงครามสะท้านฟ้าขึ้นมาดู
คราวนี้… ภาพที่ปรากฏต่างออกไปจากของเคนอย่างสิ้นเชิง
เหนือศีรษะของต้าเซิ่งในโฮโลแกรม มีดวงดาวส่องสว่างลอยเด่นอยู่ถึง 12 ดวง
6 ดวงแรก คือกลุ่มดาวชุดเก่าสมัยยังเป็นลิงหินที่เขาคุ้นเคย
ส่วนอีก 6 ดวง… คือกลุ่มดาวชุดใหม่ของร่างวิวัฒนาการที่เพิ่งสุ่มได้มาสด ๆ ร้อน ๆ
หน้าต่างแจ้งเตือนเด้งขึ้นมากลางจอ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบจำนวนกลุ่มดาวเกินขีดจำกัด]
[กรุณาเลือกเปิดใช้งานกลุ่มดาวเพียง 6 ดวง จากทั้งหมด 12 ดวง เพื่อทำการติดตั้ง]