ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 73 สกิลวิปริตผิดมนุษย์
เชี่ย…
โม่หยิงเฉินจ้องมองตัวอักษรสีทองที่ส่องประกายวาบวับบนหน้าต่างสถานะ ตาแทบไม่กะพริบ
เขาเผลอยกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองแรง ๆ แล้วเพ่งมองซ้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด
[จ้าวแห่งศาสตรา : ราชันย์ผู้ปกครองศาสตราวุธทั้งมวล เมื่อใช้อาวุธประเภทดาบหรือกระบี่ พลังทำลายล้างสุดท้ายเพิ่มขึ้น 500%]
ความเสียหายสุดท้าย… เพิ่มขึ้นห้าร้อยเปอร์เซ็นต์
ไม่ใช่ห้าสิบ ไม่ใช่หนึ่งร้อย… แต่เป็น ห้าร้อย
แม้หัวใจของโม่หยิงเฉินจะผ่านการทดสอบความตื่นเต้นจากเรื่องเหนือสามัญสำนึกมานับครั้งไม่ถ้วน
แต่ ณ วินาทีนี้ มันกลับเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุอกออกมา
นี่ต่างหากคือนิยามของคำว่าสกิลระดับพระเจ้าที่แท้จริง
สกิลเดียว เปลี่ยนโลกทั้งใบ
ขอแค่ในมือของเคนมีดาบ ผลของสกิลนี้จะทำงานตลอดเวลาไม่มีวันหยุดพัก
ภาพของต้าเซิ่งผุดขึ้นมาในหัวทันที
สกิลโจมตีเป้าหมายเดี่ยวที่รุนแรงที่สุดของต้าเซิ่งในตอนนี้อย่างสะเทือนพสุธา
ยังมีอัตราตัวคูณความเสียหายอยู่ที่ 300% เท่านั้น
แถมยังเป็นสกิลกดใช้ที่มีคูลดาวน์กำกับ
เมื่อนำมาเทียบกับพาสซีฟที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลังของเคนแล้ว… ต้าเซิ่งกลายเป็นเด็กน้อยไปเลย
ความน่ากลัวที่แท้จริงอยู่ที่คำว่าความเสียหายสุดท้าย
นั่นหมายความว่า มันจะนำผลลัพธ์การคำนวณความเสียหายทั้งหมด มาคูณด้วยห้าในขั้นตอนสุดท้าย
ลองจินตนาการดูสิ…
สกิลเพลงดาบชักสังหารที่เดิมทีก็แรงอยู่แล้ว หากถูกคูณเข้าไปอีก 5 เท่า พลังทำลายจะวินาศสันตะโรขนาดไหน?
ไหนจะกลุ่มดาวที่ 5 [จุดตายมรณะ] ที่ยิ่งฟันซ้ำเป้าหมายเดิม ความเสียหายยิ่งทวีคูณครั้งละ 10%
ตอนนี้… ฐานความเสียหายของการทวีคูณแต่ละครั้ง ถูกดีดขึ้นไปสูงถึง 500% เป็นทุนเดิม
ตัวเลขความเสียหายระดับนี้… แค่คิดจะคำนวณ สมองก็แทบจะไหม้แล้ว
โม่หยิงเฉินรู้สึกมึนงงไปหมด
เขาหันไปมองร่างเงาที่มุมห้อง
เคนยังคงรักษาท่วงท่าการฟันดาบอยู่อย่างนั้น
แต่กลิ่นอายรอบตัวของมันกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงราวกับเป็นคนละคน
หากก่อนหน้านี้ มันเปรียบเสมือนดาบคมกริบที่ซ่อนอยู่ในฝัก
ในตอนนี้… ตัวมันเองได้กลายสภาพเป็นคมดาบไปแล้ว
เพียงแค่ยืนอยู่นิ่ง ๆ รังสีอำมหิตที่ไร้รูปก็แผ่ซ่านออกมา จนรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวกำลังถูกเฉือนให้ขาดสะบั้น
ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของโม่หยิงเฉิน
หรือว่า… ฉันควรจะหาคัมภีร์สกิลประเภทความชำนาญกระบองมาให้ต้าเซิ่ง แล้วใช้หินวิวัฒนาการทักษะอัดฉีดแบบนี้บ้าง?
แต่พริบตาต่อมา เขาก็ปัดตกความคิดนี้ทิ้งไป
ไม่ได้…
เขาดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
ความแข็งแกร่งของต้าเซิ่ง มีรากฐานมาจากพลังระดับกฎเกณฑ์ของผลสั่นสะเทือน
กระบองเป็นเพียงสื่อกลางในการส่งผ่านพลังนั้น
การไปทุ่มเทเพิ่มความชำนาญอาวุธเพียงอย่างเดียว จะส่งผลต่อพลังสั่นสะเทือนน้อยมาก เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า
ดูเหมือนว่า… สัตว์อสูรแต่ละตัว ล้วนมีวิถีแห่งเต๋าเป็นของตัวเอง จะเลียนแบบกันไม่ได้
โม่หยิงเฉินหัวเราะเบา ๆ ให้กับความโลภของตัวเอง ก่อนจะสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป
ตอนนี้เคนครอบครอง [จ้าวแห่งศาสตรา] ซึ่งเปรียบเสมือนฮาร์ดแวร์ระดับท็อปสุดของโลกแล้ว
แต่มีเครื่องแรงอย่างเดียวไม่พอ มันต้องมีซอฟต์แวร์ที่เข้าคู่กันด้วย
การต่อสู้ของเคนในตอนนี้ ยังคงพึ่งพาแค่สัญชาตญาณดิบและสกิลจากหน้าต่างระบบ
ในแง่ของเทคนิคการต่อสู้ที่แท้จริง… มันยังขาวสะอาดเหมือนกระดาษเปล่า
คนธรรมดาต่อให้ถือดาบเทพเจ้า ก็ทำได้แค่แกว่งมั่วซั่ว
แต่ยอดฝีมือที่แท้จริง แม้ถือเพียงกิ่งไม้ไผ่ ก็สามารถสังหารศัตรูได้ในพริบตา
ประจวบเหมาะพอดี… พรุ่งนี้มีวิชาทักษะการโจมตีพื้นฐานสำหรับสัตว์อสูรอยู่ในตารางเรียน
มุมปากของโม่หยิงเฉินยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
วิชานี้… ราวกับถูกสร้างมาเพื่อเคนโดยเฉพาะ
เขาจะขัดเกลาจอมดาบมรณะตัวนี้ ให้สามารถรีดเร้นพลังทุกหยาดหยดออกมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
ราตรีเริ่มดึกสงัด ความเงียบเข้าปกคลุมวิลล่าอีกครั้ง
โม่หยิงเฉินเอนกายลงบนโซฟา วางแผนเส้นทางสำหรับวันพรุ่งนี้ในหัว
หนึ่ง… เข้าเรียน เพื่อเติมเต็มทักษะที่ขาดหายไปของเคน
สอง… มุ่งหน้าสู่หอภารกิจ ใช้พลังที่เหนือชั้นกวาดล้างภารกิจเพื่อสะสมแต้ม แลกเปลี่ยนแก่นอสูรธาตุมิติ
เป้าหมายคือการยกระดับผู้ฝึกสัตว์ของตัวเองให้เร็วที่สุด
ณ มิติลับใต้ดินแห่งหนึ่ง ในเมืองเทียนอวิ๋น
วูบ—
แสงสว่างวาบขึ้นที่ประตูพลังงาน
ร่างของนางฟ้าผู้มีปีกสีขาวบริสุทธิ์ ถือดาบยาวสีเงินยวง ถูกดีดกระเด็นออกมาจากประตูมิติอย่างแรง
นางฟ้าเซถลาไปหลายก้าว เกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น
บนเกราะอันวิจิตรตระการตา ปรากฏรอยไหม้เกรียมเป็นทางยาวอย่างชัดเจน
ล้มเหลวอีกแล้ว
กู้เป่ยว่าง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
เขายื่นมือออกไปเรียกสัตว์อสูรคู่บารมีกลับคืนสู่ห้วงจิต...ทูตสวรรค์สงคราม ระดับ B ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมือง
ตาแก่กู้ เพลงดาบของทูตสวรรค์แกฝีมือตกไปรึเปล่าเนี่ย?
ด้านข้าง ชายร่างกำยำนามว่า หลิงเทียน ยืนกอดอกพิงผนังถ้ำ เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงขบขัน
เก่งนักก็ลองเองสิวะ? กู้เป่ยว่างตวัดตามองค้อนเพื่อนสนิท
หลิงเทียนมุมปากกระตุก หุบปากเงียบกริบ
ทั้งสองคนคือผู้นำตระกูลใหญ่ระดับท็อปของเมืองเทียนอวิ๋น... ตระกูลกู้ และ ตระกูลหลิง
พวกเขากำลังจ้องมองไปยังหุ่นเชิดโลหะที่ยืนเรียงรายขวางทางอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
มิติลับแห่งนี้เป็นสมบัติร่วมของสองตระกูล
ภายในส่วนลึกมีสระสืบทอดมรดกซุกซ่อนอยู่
แต่การจะเข้าไปถึงสระนั้นได้ จำเป็นต้องผ่านบททดสอบของกองทัพหุ่นเชิดเหล่านี้ไปให้ได้เสียก่อน
ไอ้สถานที่บ้าบอนี่ กฎมันจะโหดไปถึงไหน กู้เป่ยว่างนวดขมับที่ปวดตุบ ๆ
ห้ามใช้สกิลกดใช้ ทุกชนิด… อนุญาตให้ใช้แค่การโจมตีธรรมดาและเทคนิคเฉพาะตัวเท่านั้น
แถมไอ้พวกหุ่นกระป๋องพวกนั้น การโจมตีของมันยังแฝงพลังกฎเกณฑ์เอาไว้อีก
โดนสะกิดนิดเดียว ก็ถูกดีดกระเด็นออกมาเริ่มใหม่ทันที
แถมยังจำกัดให้ส่งสัตว์อสูรเข้าไปได้ทีละตัว จะรุมก็ไม่ได้ จะตัวล่อตัวชนก็ไม่มี
พวกเขาติดแหง็กอยู่ที่นี่มาสามวันเต็ม ๆ แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นทูตสวรรค์สงครามของกู้เป่ยว่าง หรือราชสีห์อัสนีบาตของหลิงเทียน ซึ่งต่างก็เป็นระดับ B ชั้นยอด
แต่เมื่อเข้ามาในมิตินี้ กลับถูกตบกลิ้งออกมาอย่างหมดสภาพเหมือนหมาข้างถนน
อยากรู้จริง ๆ ว่าเมื่อยี่สิบปีก่อน พ่อของพวกเราผ่านไอ้ด่านนรกนี่ไปได้ยังไง…
สระสืบทอดมรดก... ไม่ถูกเปิดใช้งานมา 20 ปีแล้วนะ
หลิงเทียนเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกัน
มิติลับแห่งนี้คือรากฐานความยิ่งใหญ่ของตระกูลกู้และตระกูลหลิง
ที่พวกเขายืนหยัดเป็นขั้วอำนาจของเมืองได้ทุกวันนี้ ก็เพราะสิ่งที่อยู่ในนั้น
แก่นแท้ของมิตินี้ไม่ใช่ไอเทมหรือสกิลบุ๊ก
แต่มันคือวิถียุทธ์
วิถียุทธ์… คือสิ่งที่ล้ำลึกยิ่งกว่าสกิล
มันไม่กินช่องสกิล
แต่มันคือเคล็ดวิชาที่สัตว์อสูรจะจดจำเข้าไปในสัญชาตญาณและกล้ามเนื้อ
เมื่อเรียนรู้สำเร็จ มันจะหลอมรวมเข้ากับการโจมตีปกติ
ทำให้ทุกการขยับตัว ทุกการออกอาวุธ กลายเป็นกระบวนท่าสังหารที่ทรงพลัง
เมื่อยี่สิบปีก่อน ทูตสวรรค์สงครามของกู้เป่ยว่างเคยเข้าไปในสระนี้
และได้รับวิถียุทธ์เพลงดาบเทวะตัดสวรรค์
นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้มันไร้พ่ายในระดับเดียวกันมาจนถึงทุกวันนี้
ตาแก่หลิง… กู้เป่ยว่างละสายตาจากความมืดมิดเบื้องหน้า
สระมรดกจะเปิดออกทุก ๆ 10 ปี… เราปล่อยโอกาสหลุดมือมาสองรอบแล้ว
เราจะรอต่อไปอีกสิบปีไม่ได้แล้ว
เขาหันไปสบตาหลิงเทียนด้วยแววตาเด็ดขาด
ทำตามแผนเดิมเถอะ… หาคนนอกมาช่วย
ลำพังพวกเราสองคน… ชาตินี้คงไม่มีปัญญาผ่านด่านนี้แล้วล่ะ
จ้างคนนอก? หลิงเทียนถอนหายใจหนัก
ตาแก่กู้ นี่มันความลับสุดยอดของตระกูลเรานะ… ถ้าข่าวรั่วออกไป…
รั่วออกไป ก็ยังดีกว่าปล่อยให้มรดกเน่าเปื่อยคาอยู่ในรูนี่ กู้เป่ยว่างสวนกลับเสียงแข็ง
มันให้โควตาเข้าสระได้ 5 ที่… เรายอมเสียให้คนนอกแค่ 1 ที่ แลกกับการได้มา 4 ที่
ยังไงก็คุ้มกว่าไม่ได้อะไรเลยไม่ใช่หรือไง?