ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 76 เชี่ยวชาญศาสตรา? ก็งั้น ๆ แหละ
สายตาของโม่หยิงเฉินกวาดผ่านเด็กหนุ่มบ้านรวยที่เพิ่งบ่นเรื่องเสียเงินหลายล้านไปเมื่อครู่
สีหน้าของอีกฝ่ายตอนนี้ดูซีดเผือดราวกับคนป่วยหนัก โลกทัศน์ที่สั่งสมมาดูเหมือนจะพังทลายลงไม่เป็นท่า
ในขณะเดียวกัน เขาก็สังเกตเห็นนักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่เยื้องไปข้างหน้าไม่กี่แถว
เธอกำลังตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
และเมื่ออาจารย์หวงหมิงพูดจบประโยคสำคัญ เธอก็พยักหน้าแรง ๆ อย่างเห็นด้วยโดยไม่ปิดบัง
หญิงสาวสวมชุดฝึกซ้อมทะมัดทะแมง รวบผมยาวเป็นหางม้าสูง เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูองอาจและเด็ดเดี่ยว
ข้างกายมีภูตดาบถือดาบคู่สีเขียวมรกตยืนสงบนิ่ง
ท่ามกลางนักศึกษาที่กำลังสับสนและต่อต้าน ปฏิกิริยาของเธอดูโดดเด่นออกมาอย่างชัดเจน
คนนี้… น่าจะรู้เรื่องอะไรดี ๆ มาบ้างโม่หยิงเฉินคิดในใจ
หญิงสาวที่โม่หยิงเฉินสังเกตเห็น มีนามว่า หลิงเสี่ยวเสี่ยว
เธอเข้าใจความหมายที่แท้จริงในคำพูดของอาจารย์หวงหมิงลึกซึ้งกว่าใครในห้องนี้
เพราะรากฐานความยิ่งใหญ่ของตระกูลหลิง… คือมิติลับแห่งนั้น ที่ซึ่งเลเวลและค่าสถานะไม่มีความหมายใด ๆ
ทำให้เธอซึมซับแนวคิดเรื่องเทคนิคเหนือพลังมาตั้งแต่จำความได้
ยิ่งไปกว่านั้น กฎเหล็กของตระกูลหลิงคือ
ลูกหลานทุกคนหลังจากทำสัญญากับสัตว์อสูร จะต้องถูกเคี่ยวกรำฝึกฝนทักษะการต่อสู้จนเลือดตาแทบกระเด็น
พ่อของเธอ หลิงเทียน มักจะพร่ำสอนอยู่เสมอว่า เทคนิคคือรากฐานที่แท้จริง
และลงมือเป็นคู่ซ้อมให้สัตว์อสูรของเธอด้วยตัวเองอยู่บ่อยครั้ง
บนเวที หวงหมิงดูจะพอใจกับปฏิกิริยาของเหล่านักศึกษาไม่น้อย
เนื่องจากวันนี้มีเด็กใหม่มาเยอะ ผมเลยถือโอกาสเทศนาซะยืดยาว
เขาเว้นจังหวะ กวาดตามองใบหน้าที่เริ่มคลายความตกใจและเปลี่ยนเป็นความครุ่นคิดของเด็กหนุ่มสาว
เอาล่ะ เข้าสู่เนื้อหาหลักของวันนี้กันดีกว่า
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น… เพื่อให้การสอนเห็นภาพชัดเจนที่สุด ผมได้เชิญผู้ช่วยสอนพิเศษมาท่านหนึ่ง
เขาหันไปทางประตูห้องพักอาจารย์ด้านหลังเวที แล้วตะโกนเรียก
หงหยาง ออกมาได้แล้ว
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเดินออกมาด้วยท่วงท่ามั่นใจ
ทันทีที่ปรากฏตัว เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นเบา ๆ ทั่วห้องเรียน
โม่หยิงเฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือน
ไม่ใช่ใครอื่น… สวีหงหยาง รุ่นพี่ที่เพิ่งเจอกันเมื่อวานที่บ้านอาจารย์หวาง
แต่สิ่งที่ทำให้โม่หยิงเฉินประหลาดใจไม่ใช่ตัวสวีหงหยาง
แต่เป็นสัตว์อสูรที่เดินตามหลังมาติด ๆ
มันคือหุ่นเชิดร่างมนุษย์สีทองหม่น ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อโลหะที่ดูแข็งแกร่งราวกับเหล็กไหล
และที่สะดุดตาที่สุด คือแขนคู่ที่สองที่งอกออกมาจากใต้รักแร้
รวมเป็นสี่แขนที่ล่ำสัน ทรงพลัง แผ่แรงกดดันมหาศาล
วัชระสี่กร
มุมปากของโม่หยิงเฉินกระตุกยิ้มอย่างนึกสนุก
วิวัฒนาการเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? ดูท่าทริปล่าก็อบลินจะคุ้มค่าเหนื่อยสินะ
สวีหงหยางเป็นคนดังในมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว ไม่นานนักศึกษารุ่นพี่ก็จำเขาได้
นั่นมันรุ่นพี่สวีหงหยาง เขามาเป็นผู้ช่วยสอนเหรอเนี่ย?
เดี๋ยวนะ… ตัวข้าง ๆ นั่นมันอะไร? ฉันจำได้ว่าสัตว์อสูรของแกคือหุ่นเชิดกระบี่บริวารนี่นา?
นักศึกษาที่รอบรู้คนหนึ่งสูดหายใจเฮือกใหญ่ เสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น
นั่นมัน… วัชระสี่กร ร่างวิวัฒนาการขั้นสูงของหุ่นเชิดกระบี่ สัตว์อสูรระดับ C
ระดับ C?
พระเจ้าช่วย… รุ่นพี่สวียังเรียนไม่จบเลยนะ สัตว์อสูรนำหน้าไปถึงระดับ C แล้วเหรอ?
โหดเกินไปแล้ว… อาจารย์ส่วนใหญ่ในมหาลัยก็มีสัตว์อสูรระดับ C กันทั้งนั้น นี่มันระดับเดียวกับอาจารย์เลยนะ
เด็กหนุ่มบ้านรวยที่บ่นเรื่องเงินเมื่อครู่ ตอนนี้หน้าซีดเผือดเหมือนไก่ต้ม พึมพำกับตัวเองอย่างสิ้นหวัง
ระดับ C… พ่อบอกว่าถ้าสิ้นปีนี้ผมไต่ถึงระดับ D ได้จะให้รางวัล… แต่คนอื่นเขาไป C กันแล้ว…
ท่ามกลางเสียงชื่นชมและตกตะลึง สวีหงหยางเดินมาหยุดที่กลางเวที
เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ซึมซับสายตาที่มองมาด้วยความภาคภูมิใจ
แต่เมื่อเขากวาดสายตาไปรอบห้อง และไปสะดุดเข้ากับร่างคุ้นตาที่แถวหลังสุด…
รอยยิ้มมุมปากก็แข็งค้างไปชั่วขณะ
โม่หยิงเฉิน… มาทำอะไรที่นี่?
หัวใจของสวีหงหยางกระตุกวูบ ความมั่นใจที่พกมาเต็มกระเป๋าเมื่อครู่ดูจะหดหายไปหลายส่วน
หวงหมิงเห็นสวีหงหยางยืนนิ่งก็ยิ้มอย่างพอใจ หันกลับมาหาเหล่านักศึกษา
พวกรุ่นพี่คงรู้จักกันดีอยู่แล้ว
งั้นผมขอแนะนำให้เด็กใหม่รู้จัก… นี่คือรุ่นพี่ปี 4 ของพวกคุณ สวีหงหยาง
หนึ่งในนักศึกษาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของมหาวิทยาลัยเทียนอวิ๋น
เขาผายมือไปทางหุ่นยักษ์สี่แขน
และผมคิดว่า… วัชระสี่กร ระดับ C ตนนี้ คงเป็นเครื่องพิสูจน์ความยอดเยี่ยมของเขาได้ดีที่สุดโดยไม่ต้องใช้คำพูด
สิ้นเสียงแนะนำ เสียงสูดปากด้วยความตะลึงงันก็ดังระงมอีกครั้ง
คำว่าระดับ Cเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางใจเด็กปีหนึ่งทุกคน
แต่ความยอดเยี่ยมของนักศึกษาสวี ไม่ได้หยุดอยู่แค่การวิวัฒนาการสัตว์อสูร
หวงหมิงทิ้งปมให้น่าติดตาม ก่อนจะหันไปถามสวีหงหยาง
หงหยาง ครูขออนุญาตแชร์ข้อมูลพิเศษของเจ้าวัชระตัวนี้ให้รุ่นน้องฟังได้ไหม?
สวีหงหยางพยักหน้าอนุญาต
เมื่อได้รับไฟเขียว หวงหมิงก็ประกาศด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ทุกคนครับ… สัตว์อสูรของนักศึกษาสวี ตั้งแต่สมัยยังเป็นระดับ Dหุ่นเชิดกระบี่บริวารเขาให้ความสำคัญกับการฝึกฝนวิชาดาบอย่างหนักหน่วง
และความพยายามนั้น ก็ผลิดอกออกผลในการวิวัฒนาการครั้งนี้
ด้วยคำชี้แนะจากท่านผู้อาวุโสหวาง และการฝึกฝนที่ไม่ย่อท้อ
ในวินาทีที่มันวิวัฒนาการเป็นวัชระสี่กร… มันได้ปลุกความสามารถพิเศษระดับหายากขึ้นมา
สกิลติดตัวที่ชื่อว่า…เชี่ยวชาญศาสตรา
ผลของสกิลนี้คือ… วัชระสี่กรตนนี้ สามารถใช้อาวุธได้ทุกประเภทอย่างคล่องแคล่ว ไม่จำกัดอยู่แค่ดาบอีกต่อไป
และที่สำคัญที่สุด… ความเสียหายสุดท้ายจากทุกอาวุธ จะเพิ่มขึ้นถาวรถึง 30%
สิ่งนี้ทำให้มันมีศักยภาพเหนือกว่าวัชระสี่กรทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด
วัชระตัวอื่นอาจจะถือดาบได้สี่เล่ม แต่ไม่มีโบนัสความเสียหาย… แต่นี่คือความแตกต่างระดับคุณภาพ
คำประกาศนี้เหมือนโยนระเบิดลงกลางวง เสียงฮือฮาดังกระหึ่มกว่าเดิมหลายเท่าตัว
เชี่ยวชาญศาสตรา? สกิลโคตรโกง
จริงด้วย ในตำราบอกว่าวัชระสี่กรปกติไม่มีสกิลนี้นี่นา
สกิลแถมตอนวิวัฒนาการ... ไม่กินช่องสกิลด้วย นี่มันกำไรสองต่อ
ดวงดีชะมัดยาด
โม่หยิงเฉินนั่งฟังเสียงสรรเสริญเหล่านั้นด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ความเสียหายสุดท้ายเพิ่มขึ้น 30%?
เขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองเคนที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้าง ๆ
และนึกถึงสกิล [จ้าวแห่งศาสตรา] สีทองอร่ามในหน้าต่างสถานะ
เพิ่มความเสียหายสุดท้าย 500%
30% กับ 500%…
คนอื่นตื่นเต้นกับ 30% จนแทบคลั่ง
แล้วถ้าพวกเขารู้เรื่อง 500% ของเคนล่ะ? จะไม่ช็อกตายคาห้องเรียนกันเลยเหรอ?
การเปรียบเทียบนี้ทำให้โม่หยิงเฉินรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
เอาเถอะ… อย่างน้อยข้อดีเรื่องใช้อาวุธได้ทุกชนิด ก็ถือว่าไม่เลวร้าย
เขาประเมินในใจอย่างเป็นกลางที่สุดเท่าที่จะทำได้