ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 88 แค่นี้เองเหรอ... ฝีมือระดับนี้เนี่ยนะ?
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 88 แค่นี้เองเหรอ... ฝีมือระดับนี้เนี่ยนะ?
การแสดงของนักสู้พยัคฆ์สมิงไหลลื่นดุจสายน้ำ สวยงามและดุดันราวกับฉากในภาพยนตร์แอ็กชัน
แต่ทว่า… ในวินาทีนั้นเอง กระแสจิตของเคนก็ส่งตรงเข้ามาในสมองของโม่หยิงเฉิน
ฝีมือพื้น ๆ
ถ้าพวกหุ่นเชิดทั้งหมดมีระดับเดียวกับสามตัวเมื่อกี้…
เจ้าเสือตัวนั้น อย่างเก่งก็ทนได้แค่สามสิบถึงสี่สิบตัวรุมเท่านั้นแหละ
โม่หยิงเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง
เขาไม่สงสัยในคำตัดสินของเคนแม้แต่น้อย
ถึงเคนจะไม่ใช่นักมวยโดยตรง แต่รากฐานวิชาที่สืบทอดมาจากเก็นริวไซ
หนึ่งในสี่แก่นวิชาคือฮาคุดะ(การต่อสู้มือเปล่า)
สายตาของเคน ย่อมมองขาดกว่าใครในสนามนี้
เขามองไปยังกลุ่มคนของตระกูลหลิงที่กำลังหน้าแดงด้วยความตื่นเต้น และไป๋จิงชุนที่ยิ้มกริ่มอย่างภูมิใจ
มุมปากของโม่หยิงเฉินยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน
โอ้โห ทุกท่านเห็นไหมคะ
เสียงของพิธีกรสาวเสี่ยวหลานดังเจื้อยแจ้วผ่านลำโพง
เมื่อสักครู่นี้… นักสู้พยัคฆ์สมิงของท่านปรมาจารย์ไป๋ สามารถจับจังหวะช่องโหว่เพียงเสี้ยววินาทีที่อาวุธของศัตรูทับซ้อนกัน
เพียงหมัดเดียว ก็สามารถทำลายขบวนรบที่สมบูรณ์แบบนั้นลงได้
เทพเจ้าชัด ๆ นี่มันเทคนิคระดับพระเจ้าลงมาจุติ
เสี่ยวหลานซึ่งเป็นเพียงผู้ฝึกสัตว์ระดับ 2 ธรรมดา ๆ มองเห็นภาพตรงหน้าเป็นปาฏิหาริย์
เธอตื่นเต้นจนตัวสั่น งัดคำศัพท์สวยหรูทั้งหมดในหัวออกมาพรรณนาไม่หยุดปาก
แต่สำหรับคนวงในบางคน… ภาพที่เห็นกลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป
โดยเฉพาะ… กู้เป่ยว่าง
เขาขมวดคิ้วแน่น จ้องมองการต่อสู้ในสนามตาไม่กระพริบ
ในใจเริ่มเกิดคำถาม
แปลก ๆ แฮะ…
ดูเหมือนจะ… ไม่ได้เก่งเวอร์วังขนาดนั้นหรือเปล่า?
ไอ้ท่าบล็อกแล้วสวนกลับเมื่อกี้…
ดู ๆ ไปแล้ว ก็ไม่ได้เหนือชั้นไปกว่าทูตสวรรค์สงครามของเขาเท่าไหร่เลย
จริงอยู่ที่ทูตสวรรค์ของเขาไม่ผ่านด่านนี้ เพราะติดข้อจำกัดหลายอย่าง
แต่เรื่องเทคนิคเพลงดาบเซียนสวรรค์ตัดพิภพที่ฝึกมาหลายสิบปี ก็ไม่เป็นรองใครในเทียนอวิ๋น
ยกเว้นออร์คของอาจารย์หวงหมิงแล้ว เขามั่นใจว่าทูตสวรรค์ของเขาคือเบอร์หนึ่ง
เขาท้าทายที่นี่มาเป็นร้อยครั้ง จนจำแพทเทิร์นการโจมตีของหุ่นเชิดพวกนี้ได้ขึ้นใจ
สามตัวแรกนั่น… มันแค่น้ำจิ้มอุ่นเครื่องชัด ๆ
ทำไมนักสู้ในตำนานจากเมืองหลวง ถึงดู…
งั้น ๆจังวะ?
และสถานการณ์ต่อมา ก็ยิ่งตอกย้ำข้อสงสัยของเขา
ในลานประลอง
หุ่นเชิด 5 ตัว ตาสว่างวาบพร้อมกัน
พวกมันพุ่งเข้าโจมตีจาก 5 ทิศทาง ปิดตายทุกมุมหนี
นักสู้พยัคฆ์สมิงเริ่มต้องออกแรง กระโดดหลบซ้ายป่ายขวา มุดลอดคมอาวุธอย่างทุลักทุเล
ก่อนจะหาจังหวะสวนกลับ เก็บไปทีละตัว
ต่อมาเป็น 10 ตัว…
15 ตัว…
20 ตัว…
ความสบายเริ่มหายไป
นักสู้พยัคฆ์สมิงต้องทิ้งท่าเท่ ๆ เปลี่ยนเป็นคลานสี่ขาเหมือนสัตว์ป่าจริง ๆ เพื่อเพิ่มความคล่องตัว
มันกลิ้งหลบคมดาบเฉียดเส้นยาแดงผ่าแปดครั้งแล้วครั้งเล่า
เหงื่อเริ่มโทรมกาย หอบหายใจแฮก ๆ
ถึงจุดนี้…
แม้แต่ไป๋จิงชุน และสองสามีภรรยาตระกูลหลิง สีหน้าก็เริ่มเจื่อนลง
เอ่อ… ทำไมดูทุลักทุเลชอบกล?
ไม่ใช่ว่านักสู้พยัคฆ์สมิงไม่เก่ง
การรับมือหุ่นเชิดระดับ C พร้อมกัน 20 ตัวได้ขนาดนี้ ถือว่ายอดเยี่ยมมากในเทียนอวิ๋น
ขนาดทูตสวรรค์ของกู้เป่ยว่าง สถิติสูงสุดยังหยุดอยู่ที่ 20 ตัว และนั่นคือฟลุคสุด ๆ แล้ว
แต่ประเด็นคือ… นี่เพิ่งจะเริ่มต้น
ถ้าเคลียร์ชุดนี้หมด หุ่นที่เหลืออีก 60-70 ตัว จะรุมเข้ามาพร้อมกัน
แค่ 20 ตัวยังหอบขนาดนี้…
แล้วที่เหลือ… จะเอาอะไรไปสู้?
มือที่ไพล่หลังของไป๋จิงชุนเริ่มกำแน่นจนสั่นระริก เหงื่อเย็นซึมออกมากลางฝ่ามือ
แต่ไม่ใช่ทุกคนจะดูออก
อย่างแม่พิธีกรสาวเสี่ยวหลาน ยังคงทำหน้าที่อวยไส้แตกต่อไปอย่างเมามัน
พระเจ้า ดูการหลบเมื่อกี้นี้สิคะ เฉียดปลายจมูกไปไม่ถึงเซ็นต์
สุดยอด กล้าหาญมาก กล้าสวนหมัดในวินาทีวิกฤตแบบนี้
นี่แหละค่ะคือความต่างชั้น สมกับเป็นสัตว์อสูรคู่บารมีของปรมาจารย์ระดับ 5
เทคนิคแพรวพราวขนาดนี้ พวกเราคงได้แต่มองตาปริบ ๆ แล้วล่ะค่ะท่านผู้ชม
ท่ามกลางเสียงเชียร์ของพิธีกร
ในสนาม… หุ่นเชิดที่เหลือทั้งหมด… ตาแดงวาบขึ้นพร้อมกัน
46 ตัวที่เหลือ… ทำงาน
แต่พวกมันไม่ได้วิ่งกรูเข้ามามั่วซั่วแบบหนังซอมบี้
พวกมันจัดขบวนทัพอย่างเป็นระบบ ระเบียบวินัยเป๊ะยิ่งกว่าทหารเกณฑ์
แถวหน้า… พลขวานและดาบ เข้าประชิดฟันกวาดไล่ที่
แถวสอง… พลหอก แทงสวนเข้ามาในจังหวะที่นักสู้พยัคฆ์สมิงกำลังจะก้าวเท้า
ปีกซ้ายขวา… หุ่นรูปสัตว์ป่า หมอบต่ำรอจังหวะตะครุบ
คลื่นการโจมตีถาโถมเข้ามาเป็นระลอก ไม่มีช่องว่างให้หายใจ
นี่ไม่ใช่การฆ่าให้ตายในดาบเดียว
แต่มันคือการบีบพื้นที่และผลาญแรงกายให้เหยื่อหมดสภาพไปเอง
นักสู้พยัคฆ์สมิงเริ่มคำรามด้วยความหงุดหงิด
กระบวนท่ามวยที่เคยสวยงามเริ่มเละเทะ
มันทำได้แค่ปัดป้องและหนีหัวซุกหัวซุน
ในที่สุด… จังหวะนรกก็มาถึง
เมื่อมันต้องกระโดดหลบหอกยาวที่กวาดมาทางท่อนล่าง ร่างกายเกิดอาการชะงักค้างกลางอากาศเพียงเสี้ยววินาที
หุ่นเชิดตัวเล็กที่ถือมีดสั้น ซึ่งแฝงตัวอยู่ในเงาของตัวใหญ่…
พุ่งวาบเข้ามาเหมือนผี
ปึก
ด้ามมีดกระแทกเข้าเต็มเปาที่บั้นเอวของนักสู้พยัคฆ์สมิง
แรงกระแทกนั้นไม่ได้รุนแรงถึงตาย
แต่มันกระตุ้นกลไกของสนามประลอง
วูบ—
ร่างของนักสู้พยัคฆ์สมิงถูกดีดกระเด็นออกจากวงแหวนราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่
กลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้นหินสีดำไกลหลายสิบเมตร
เสียงพากย์อันเร้าใจของเสี่ยวหลานขาดห้วงไปทันทีเหมือนถูกปิดสวิตช์
เหลือเพียงเสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ผ่านไมโครโฟน
ทั้งโถงใต้ดินตกอยู่ในความเงียบสงัดที่น่าอึดอัด
ไฟสีแดงบนกล้องทุกตัวยังคงสว่างจ้า… บันทึกภาพความพ่ายแพ้อันน่าอับอายนี้ไว้อย่างชัดเจน
หน้าของไป๋จิงชุน เดี๋ยวเขียว เดี๋ยวแดง สลับกันไปมา
ความมั่นใจเมื่อครู่แตกสลายไม่มีชิ้นดี
เขาแสร้งกระแอมไอเสียงดัง เพื่อกู้หน้า
อะแฮ่ม
อืม… เนื่องจากเป็นการลงสนามครั้งแรก ข้ายังจับจังหวะของพวกหุ่นเชิดไม่ค่อยแม่นนัก เตรียมตัวมาน้อยไปหน่อย
ขอเวลาปรับจูนอีกสักนิด… รับรองผ่านฉลุยแน่
หลิงเทียนได้สติ รีบวิ่งถลาเข้าไปประคองสถานการณ์
ใช่ครับ ใช่ครับท่านปรมาจารย์ เป็นความผิดของพวกผมเองที่ให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน
เขาโค้งคำนับปลก ๆ แล้วกระซิบเสียงเครียด
แต่ว่า… ท่านครับ กฎของที่นี่… สัตว์อสูรหนึ่งตัว ท้าชิงได้แค่วันละครั้งครับ
ท่านจะลอง… เอ่อ… กลับไปพักผ่อนก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาลุยใหม่ดีไหมครับ?