ระบบพี่เลี้ยงอสูรขั้นเทพ (神宠进c化系统) - ตอนที่ 585 : ศูนย์ฝึก
ตอนที่ 585 : ศูนย์ฝึก
หวังเย่าอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหนเป็นเวลากว่าหนึ่งอาทิตย์ และคอยเล่นเกมกับแฟนธอมบ้าง สุดท้ายเขาก็รู้ว่าชัยชนะที่ว่าหมายถึงอะไร
แฟนธอมนั้นมักจะหาข้อมูลมาก่อนเสมอ ๆ แม้ว่าจะไม่ได้ละเอียดแต่ก็พอรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายอยู่บ้าง เมื่อเขาลงมือเล่นก็ทำให้คนอื่นถึงกับต้องขนลุก
ตอนแรกหวังเย่าคิดว่าจะให้แฟนธอมเล่นเกมเพื่อฆ่าเวลาก็เท่านั้น แต่แฟนธอมกลับหมกมุ่นแถมยังเล่นเก่งขึ้นอีกด้วย ถ้าเขากลายเป็นผู้เล่นที่โด่งดังขึ้นมา งั้นมันก็คงมีปัญหาขึ้นมาแน่ ๆ เมื่อคิดได้แบบนั้น หวังเย่าก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
ในบ้านนั้นมีห้องซ้อมที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าห้องซ้อมของสำนักฉลามดำเลย หวังเย่าจึงได้ใช้เวลากว่า 3 วันในการฝึกฝนฝ่ามือฉลามดำ อีกทั้งยังมีสกิลดาบเทพของแฟนธอมด้วย สกิลอื่น ๆ เขาก็สามารถปรับตัวใช้กับมันได้อย่างเชี่ยวชาญแล้ว
หวังเย่าได้ทำการเปลี่ยนใส่ชุดทหาร โดยมีแฟนธอมยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะขึ้นรถที่ฟอเนอร์ส่งมารับ และมุ่งหน้าไปที่หอคอยมิติ
รถได้มาจอดยังหอคอยมิติ
หวังเย่าได้ก้าวลงจากรถและเดินเข้าไปในหอคอยทันทีโดยไม่รีรอ
ตอนที่ไปถึงห้องรับรอง ฟอเนอร์ก็มาต้อนรับพร้อมกับคู่หมั้นของเขา โอพีเลีย
โอพีเลียเป็นคนที่ดูดี เธอมีผมที่ยาวสลวย เธอดูสง่าราวกับคนของราชวงศ์
“สวัสดีหวังเย่า ฉัน โอพีเลีย” ฟอเนอร์ยังไม่ทันได้แนะนำ โอพีเลียก็เปิดปากพูดขึ้นมาก่อน
“คุณโอพีเลียนี่สวยจริง ๆ ไม่แปลกเลยที่….”
โอพีเลียยิ้มออกมาอย่างเขินอาย “ฟอเนอร์พูดถูก นายนี่มันปากหวานจริง ๆ ”
“ไม่ ฉันแค่พูดตามตรงก็เท่านั้น”
“ฉันเชื่อก็ได้”
ฟอเนอร์เชิญหวังเย่าไปนั่งข้าง ๆ ก่อนที่ทั้งสามคนจะพูดคุยกัน
“ครั้งนี้ประเทศของเราจะทำการเสนอชื่อนายพล 10 คนเพื่อรับตำแหน่งแม่ทัพสำหรับกองกำลังดวงดาว ตระกูลมูหลางจะทำการเสนอชื่อนายพล 3 คน แม้ว่าจะไม่มาก แต่ก็ไม่อาจจะบอกได้ว่า 3 คนนั่นจะเป็นปัญหาหรือเปล่า”
ฟอเนอร์พูดต่อ “หน้าที่หลักของโอพีเลียคือช่วยนาย นายคุยกับเธอได้เลยถ้านายมีปัญหาอะไร รึว่าแม้แต่…นายต้องการอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็บอกกับเธอได้ ”
โอพีเลียมองไปที่หวังเย่าก่อนจะพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม
หวังเย่ายิ้มออกมาอย่างกระอักกระอ่วน “มันไม่ใช่เรื่องดีที่ผู้ชายจะโยนปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผู้หญิงจัดการ”
“หวังเย่า นายไม่เชื่อฉันรึไง ? ฉันน่ะไม่ได้ด้อยกว่าผู้ชายเลยนะ ! ”
“ฮ่าฮ่า ฉันไม่ได้ห่วงเรื่องความสามารถของเธอหรอก ฉันแค่อยากจัดการปัญหาด้วยตัวเอง”
“ถึงเวลาแล้ว เราไปกันดีกว่า” ฟอเนอร์มองไปที่นาฬิกาแล้วลุกขึ้นยืน
“ที่รัก เรายังไม่ได้กอดกันเลย ฉันจะรอจนกว่าเธอจะกลับมานะ” ฟอเนอร์มองไปที่โอพีเลีย
หวังเย่ายิ้มออกมาก่อนที่จะเดินออกไป
เสียงประกาศดังขึ้นในห้องโถง
“สวัสดีนายพลที่มากความสามารถทุกคน โปรดเข้าแถวตามหมายเลขบัตรที่ทุกคนได้ หวังว่าทุกคนจะทำให้ดีที่สุด”
หวังเย่ามองไปที่หมายเลขของเขาก็พบว่าได้เบอร์ B13
โอพีเลียได้เบอร์ C13
มันหมายความว่าทั้งสองคนอยู่คนละกลุ่มและต้องแยกกัน
ไม่นานมันก็มาถึงคิวของหวังเย่า
ประตูห้องเปิดออกช้า ๆ ก่อนที่หวังเย่าจะใส่ชุดนักบินอวกาศแล้วเดินเข้าไปนั่งในแคปซูล
แคปซูลนี้คือพาหนะที่ดาวทมิฬใช้ส่งคนไปยังดาวอื่น ๆ นี่คือเครื่องมือที่อาศัยวิถีการโคจรที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้วในการส่งคนไปถึงที่หมายโดยไม่มีข้อผิดพลาด
การบินจากดาวทมิฬไปยังศูนย์ฝึกนั้นจะใช้เวลาประมาณ 15 วินาที
หน้าจอในเครื่องได้เริ่มนับถอยหลัง 3 2 1 !
ปัง !
แคปซูลพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศเข้าไปในจักรวาลภายนอก
เมื่อมองออกไปภายนอกก็พบกับดวงดาวต่าง ๆ ไม่นานหวังเย่าก็พบว่าเขาได้เข้าไปในช่องทางที่เหมือนกับอุโมงค์
ซู่ม…
แคปซูลเริ่มช้าลงเรื่อย ๆ
ฟรืด…
เสียงพุ่งตัดอากาศดังขึ้น ไม่นานประตูแคปซูลก็เปิดออกก่อนที่หวังเย่าจะลุกขึ้นมา
ทหารหลายคนยืนอยู่ที่ทางออกของอุโมงค์ หนึ่งในนั้นได้เข้ามาทำความเคารพหวังเย่า ก่อนจะนำเขาไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อถอดชุดนักบินออกแล้วนำทางไปยังห้องรับรองต่อ
เมื่อเปิดประตูออกแล้ว หวังเย่าก็พบกับท้องฟ้าที่เหมือนกับแก้วและมีจุดแสงที่เหมือนกับดาวอยู่นับไม่ถ้วน
มันเป็นฉากที่งดงามเกินจะบรรยาย แม้แต่วิวที่สวยที่สุดในโลกก็ไม่อาจจะเทียบกับที่นี่ได้
ศูนย์ฝึกแห่งนี้รายล้อมไปด้วยโล่ที่กระตุ้นแรงโน้มถ่วงเพื่อที่ทุกคนจะยังยืนอยู่บนพื้นได้
ผ่านไปสักพักนายพลกว่า 500 คนจาก 50 ประเทศบนดาวทมิฬก็ได้มารวมตัวกันที่ห้องรับรอง
เพราะกลัวว่าทุกคนจะยังปรับตัวไม่ได้ ทางศูนย์ฝึกจึงให้เวลากว่า 5 นาที หลังจากที่มาถึงที่นี่ในการปรับตัว
“สวัสดีหวังเย่า” โอพีเลียโผล่มาจากข้าง ๆ ก่อนจะทักทายเขา
“เธอปรับตัวได้รึยัง ? ” หวังเย่าถามออกมาด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่ฟอเนอร์บอกเขาว่า ถึงแม้โอพีเลียจะมีความสามารถที่สูงกว่าผู้หญิงทั่วไป แต่นายพลส่วนมากที่นี่ต่างก็แข็งแกร่ง
“ไม่เป็นไร มันไม่ได้เจ็บแบบที่คิด” โอพีเลียยิ้มออกมา “ไปต่อกันเถอะ”
ทั้งสองคนเดินออกไปก่อนจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความตะลึง
ศูนย์ฝึกนี้เป็นเรือมิติ มันมีแอร์ติดตั้งซึ่งปล่อยอากาศที่บริสุทธิ์ออกมาทำให้ผู้คนรู้สึกสบายทั้งร่างกายและจิตใจ
“หวังเย่า นายมีคนรักรึเปล่า ? ” โอพีเลียถามขึ้นมา
หวังเย่ามองไปที่หมู่ดาวแล้วพูดขึ้น “เป้าหมายในการเดินทางของฉันคือการหาตัวพวกเธอ”
“ฮ่าฮ่า นายนี่โรแมนติกจริง ๆ การเดินทางเพื่อตามหาคนรัก ถ้านายไม่มีคนรัก ฉันว่าจะแนะนำน้องสาวฉันให้”
หวังเย่าหันกลับไปมองโอพีเลียด้วยความแปลกใจ “ หือ ? ”
“น้องฉันน่ะสวยกว่าฉันเสียอีก เธอเป็นครู เธอน่ารักมาก ๆ เลยละ”
หวังเย่าได้แต่ลูบจมูกตัวเอง “เธอคงเข้าใจผิด ฉันเดินทางก็เพื่อหาตัวคนที่ฉันรัก”
โอพีเลียพูดขึ้น “ดาวของนายโดนทำลายแล้วไม่ใช่หรือ ? ”
หวังเย่าพยักหน้า “ใช่ พวกเธอโดนกลืนกินไป อันที่จริง…ฉันก็ยังไม่ถอดใจ ฉันเดินทางในจักรวาลมามากกว่า 50 ปี ถ้านับรวม ๆ กันแล้ว ฉันก็อายุกว่า 100 ปีแล้ว ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอจะยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า ? ”
โอพีเลียถอนหายใจออกมาและมองไปที่หมู่ดาวโดยไม่พูดอะไร
หลังจากนั้นสักพักเธอก็หันกลับมาแล้วพูดขึ้น “หวังเย่า ฉันไม่อยากจะปลอบใจนายหรอกนะ แต่ตามประสบการณ์ที่ดาวทมิฬได้พบกับหนวดปีศาจนั่นแล้ว พวกเธอน่ะมีโอกาสน้อยมากที่จะรอด นอกซะจากว่า…พวกเธอจะโดนกลืนกินเข้าไปในมิติแปลกประหลาดด้านในหนวดนั่น”
“มิติภายในนั้นซับซ้อน ไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน พวกเธออาจจะยังไม่ตายหากว่าพบกับกฎของชีวิตและเกิดการกลายพันธุ์ มันมีแม่ทัพของกองกำลังดวงดาวที่โดนกลืนกินเข้าไปและหนีออกมาได้ ในดาวทมิฬแล้วมีแค่คนเดียวที่หนีออกมาได้จากการโดนกลืนกิน เขาคือนายพลนอร์แมน”
“ ตามที่เขาบอกมานั้น หลังจากที่เขาโดนกลืนกินไป เขาก็ได้เข้าไปในมิติในหนวดนั้นและหนีออกมาได้ด้วยความช่วยเหลือจากสิ่งมีชีวิตในมิตินั้น”
“เธอหมายความว่ายังไงที่ว่าถูกกลืนกิน ? ”
“การกลืนกินนี้หมายถึงการที่ถูกกลืนกินโดยหนวดระดับสูง มิติภายในของมันเป็นมิติระดับสูงที่ซึ่งไม่ต่างอะไรจากดาวระดับสูงเลย แม้แต่อุณหภูมิของที่นั่นก็สูงพอที่จะทำให้ร่างกายของสิ่งมีชีวิตระเหยเป็นไอได้”
“พูดโดยทั่วไปแล้วนักรบดวงดาวที่โดนหนวดนั่นจับไปนั้น มีโอกาสที่จะหนีรอดออกมาได้ แต่หลังจากที่โดนกลืนกินไปโดยหนวดหลักแล้ว โอกาสรอดก็แทบจะเป็น 0 !”
เมื่อได้ฟัง หวังเย่าก็ใจสั่น “แล้วตอนนั้นนายพลนอร์แมนแข็งแกร่งแค่ไหน ? ”
“ความแข็งแกร่งของร่างกายเทียบกับสัตว์อสูรเลเวล 98 ได้ และเขาก็มีสัตว์อสูรเลเวล 99 อยู่ข้างกาย ! ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น หวังเย่าก็อดไม่ได้ที่จะกังวล ความแข็งแกร่งของจ้าวเมิ่งซีและฟ่านฉิงเหมยอย่างมากก็อยู่แค่เลเวล 65 ต่อหน้าหนวดนั่นแล้ว พวกเธอแทบจะไม่มีโอกาสรอดเลย
ถ้าไม่ใช่เพราะเสี่ยวซวียอมที่จะสละตัวเองเพื่อช่วยพวกเธอ และบอกว่าพวกเธออาจจะมีโอกาสรอดอยู่ งั้นหวังเย่าคงไม่มีทางที่จะกล้าเดินทางออกมาภายนอก
เมื่อคิดถึงเสี่ยวซวี หวังเย่าก็ปวดใจขึ้นมา เขาต้องหาเสี่ยวซวีให้พบ เพื่อตอบแทนบุญคุณของเธอ
“นั่นนายพลหวังเย่าไม่ใช่รึไง ไม่คิดเลยว่าไปที่ไหนก็มีสาวสวยตามติดมาด้วย น่าอิจฉาจริง ๆ ! ”
ไกลออกไปมีทหารจมูกแหลมคนหนึ่งเดินเข้ามาหาหวังเย่า
หวังเย่าหันกลับไปมองและพบว่าชุดของชายคนนี้เป็นสีม่วง เขาอดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะเมื่อเห็นตราที่หน้าอกของอีกฝ่าย นี่เขากลัวคนอื่นไม่รู้รึไงว่าเขาสร้างผลงานอะไรมาบ้าง ?
นอกจากเหรียญราชวงศ์บนอกแล้ว เขายังใส่เหรียญสีทองและเงินอีก ในบรรดานายพลรอบ ๆ แล้ว มีไม่กี่คนที่ดูโดดเด่นเหมือนกับเขา
“เขาคือคู่ปรับของนาย ดิ๊ค” โอพีเลียแอบกระซิบบอกกับหวังเย่า