ระบบลูกดกไร้พ่าย - ตอนที่ 123 คำพูดของนางไม่เกินจริง
เมื่อได้ยินคำพูดของกู้ชิงเอ๋อ ผู้ฝึกตนที่อยู่ในบริเวณต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย สายตาที่มองมายังกู้ชิงเอ๋อเต็มไปด้วยความตกตะลึงและสงสัย
สำหรับพวกเขาหลายคน สถานการณ์ของตระกูลกู้นั้นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างชัดเจน
อย่าว่าแต่ในอดีตเลย
แม้ในปัจจุบันที่บรรพบุรุษชางหมิงก้าวเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิ ตระกูลกู้ในจักรวรรดิเทพมายาก็ยังไม่มีชื่อเสียงโดดเด่นนัก หากมากที่สุดก็เป็นเพียงตระกูลชั้นหนึ่งเท่านั้น
สำหรับตระกูลเช่นนี้ การมีคนอย่างกู้ชิงเอ๋อถือกำเนิดขึ้นมาได้ก็ถือว่าเป็นบุญบารมีมหาศาลแล้ว
แล้วจะมีอีกสองคนที่เหนือยิ่งกว่ากู้ชิงเอ๋อได้อย่างไร? มันเป็นไปไม่ได้!
รอบลานประลอง เหล่าผู้มีพรสวรรค์ในตระกูลกู้ที่อยู่เบื้องล่างล้วนได้รับความสนใจจากสายตาของผู้คนทั้งสนาม
ผู้มีพรสวรรค์คนหนึ่งซึ่งสนิทสนมกับตระกูลกู้ และอยู่ในฝ่ายองค์หญิงเก้า อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปใกล้กู้หนีซ่างซึ่งเป็นผู้นำทีม
ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสงสัย เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ
“หนีซ่าง สิ่งที่คุณหนูชิงเอ๋อของพวกเจ้าพูด เป็นเรื่องจริงหรือ?”
ไม่มีใครโทษพวกเขาที่ตกตะลึงถึงเพียงนี้
เพราะการที่กู้ชิงเอ๋อสามารถเอาชนะเจี้ยนจิ่วได้ นั่นก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากพออยู่แล้ว
แล้วตอนนี้กลับมีคนที่เก่งยิ่งกว่านางโผล่ขึ้นมาอีกถึงสองคน?
ใครจะสามารถสงบนิ่งได้ในสถานการณ์เช่นนี้?
เมื่อมองเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อของเพื่อนสนิท กู้หนีซ่างก็นึกถึงสิ่งที่ตนได้เห็นในช่วงเวลาที่ฝึกฝนอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของตระกูล
นางเคยเห็นหยุนซีและหยุนเฉ่อแสดงฝีมือด้วยตาของตนเอง
*เหมือนจีนจะแก้ชื่อคนน้องเป็น หยุนเฉ่อ นะคะ ยังไงเค้าขอแปลตามต้นฉบับน้า*
นางจึงพยักหน้าเบา ๆ พร้อมพูดอย่างจริงใจ
“สิ่งที่ชิงเอ๋อพูด ไม่มีคำพูดเกินจริงแม้แต่น้อย…”
คำตอบที่มั่นใจของกู้หนีซ่าง ทำให้เหล่าผู้เยาว์ในฝ่ายองค์หญิงเก้าตกตะลึงถึงขีดสุด
แต่บนลานประลอง เจี้ยนอู่ และเจี้ยนซานที่อยู่เบื้องล่างกลับเพียงหัวเราะเยาะ
“ยังมีอีกสองคนที่แข็งแกร่งกว่าเจ้า? น่าสนุกจริง ๆ!”
เจี้ยนจิ่ว เจี้ยนอู่ และเจี้ยนซาน ทั้งสามคนนี้ไม่ใช่บุคคลธรรมดา
พวกเขาเป็นผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นที่สุดในบรรดาลูกหลานรุ่นเยาว์ของตระกูลตานไถ
แม้ว่าตระกูลตานไถจะดูเหมือนไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก
แต่ในความเป็นจริง พวกเขารู้ข้อมูลของพลังและตระกูลต่าง ๆ ในจักรวรรดิเทพมายาเป็นอย่างดี
ตระกูลกู้ก็อยู่ในรายการที่พวกเขาติดตาม
ตระกูลกู้ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ในอดีต แม้ว่าจะมีความน่าสนใจในเชิงประวัติศาสตร์
แต่สายเลือดของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน การมีคนอย่างกู้ชิงเอ๋อก็ถือเป็นขีดสุดแล้ว
จะมีอีกสองคนที่เหนือกว่านางได้อย่างไร?
ไม่มีใครเชื่อ!
คำพูดของกู้ชิงเอ๋อที่ดูหยิ่งยโสยิ่งทำให้เจี้ยนอู่รู้สึกไม่พอใจมากขึ้น
ตระกูลตานไถของพวกเขาเคยเป็นฝ่ายหยิ่งผยองเสมอมา แล้วเมื่อไหร่ถึงจะเป็นตาของคนอื่นมาดูถูกพวกเขาได้?
“สิ่งที่เจ้าพูด ข้าไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่เจ้ากล่าวว่าข้าไม่มีโอกาสได้พบผู้มีพรสวรรค์อีกสองคนของตระกูลกู้?”
“ข้าเกรงว่าต่อให้เอาพวกเขามารวมกันทั้งสองคนก็ยังไม่พอให้ข้าปราบปราม!”
เจี้ยนอู่แค่นเสียงเยาะ พลางก้าวเท้าขึ้นไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
ทันใดนั้น
“ตูม!”
ภายใต้สายตาตกตะลึงของผู้ชมรอบลานประลอง พลังอันรุนแรงของขอบเขตราชาพุ่งพรวดออกมาจากตัวของเจี้ยนอู่!
“ราชา… ขอบเขตราชา!?”
“อายุยังน้อยขนาดนี้ แต่มีพลังขอบเขตราชา!?”
เสียงอุทานดังขึ้นจากรอบสนาม
จนกระทั่งเจี้ยนอู่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ชักดาบวิญญาณสีแดงจากเอวออกมา
ผู้ชมที่เหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน ต่างจ้องมองเจี้ยนอู่ด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความเคารพอย่างปิดไม่มิด
ในขณะที่เหล่าผู้มีพรสวรรค์ฝ่ายองค์หญิงเก้าที่เพิ่งฮึกเหิมจากชัยชนะของกู้ชิงเอ๋อเหนือเจี้ยนจิ่ว ต่างกลับมารู้สึกท้อแท้ในทันที
ส่วนเหล่าผู้มีพรสวรรค์ที่เป็นกลาง ต่างพากันหันไปมองเจี้ยนซานที่ยังไม่ได้ลงสนาม
ถ้าเจี้ยนอู่เป็นถึงขอบเขตราชาแล้ว เจี้ยนซานที่ยังไม่ได้ลงมือนั้นจะมีพลังขนาดไหน?
ราชาลึกลับระดับต้น? หรืออาจถึงระดับกลาง?
บนลานประลอง พลังขอบเขตราชาของเจี้ยนอู่แผ่ซ่านออกมารอบด้านอย่างไร้ความเกรงใจ ทำให้ผู้ชมทั้งหมดรู้สึกถึงแรงกดดันอย่างมหาศาล จนไม่มีใครสามารถเอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมาได้
ทุกคนหมดหวังกับผลลัพธ์ของการต่อสู้ครั้งนี้
ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่เชื่อในพลังของกู้ชิงเอ๋อ
แต่ความแตกต่างระหว่างขอบเขตราชาและครึ่งราชาช่างมากเกินไป!
ยิ่งไปกว่านั้น กู้ชิงเอ๋อยังอยู่เพียงระดับครึ่งราชาขั้นต้น แม้ว่าความสามารถของนางจะเหนือกว่าครึ่งราชาระดับสมบูรณ์ทั่วไป แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าขอบเขตราชาที่แท้จริง นางก็ยังไม่อาจเทียบเคียงได้เลย!
“อย่างไรเล่า? ตอนนี้เจ้ายังคิดว่าข้าไม่สามารถผ่านด่านของเจ้าได้อีกหรือ?”
เจี้ยนอู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ดวงตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ พลางก้าวออกมาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับฟาดดาบวิญญาณสีแดงในมือ ปล่อยแสงดาบเปลวเพลิงพุ่งตรงไปยังศีรษะของกู้ชิงเอ๋อ
แสงดาบลุกโชนดุจเปลวไฟ ร้อนแรงและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าแสงดาบกากบาทของเจี้ยนจิ่ว
ผู้ชมด้านล่างต่างกลั้นหายใจ เหล่าผู้มีพรสวรรค์ฝ่ายองค์หญิงเก้ากำหมัดแน่น ในใจหวังว่ากู้ชิงเอ๋อจะสามารถหลบการโจมตีนี้ได้
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจคือกู้ชิงเอ๋อไม่ได้หลบหนี ตรงกันข้าม นางกลับยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะชักดาบขึ้นและก้าวออกไปข้างหน้า
นางพุ่งเข้าโต้กลับ!
“เฉ้ง!”
เสียงดาบดังขึ้นดุจเสียงฟ้าคำราม ก้องไปทั่วท้องฟ้า
ภายใต้สายตาตกตะลึงของทุกคน กู้ชิงเอ๋อปลดปล่อยแสงดาบสามสายซ้อนทับกัน ดุจคลื่นทะเลที่กระหน่ำซัด
เมื่อแสงดาบสุดท้ายถูกปล่อยออกมา ทุกคนรู้สึกเหมือนว่าลานประลองถูกถาโถมด้วยคลื่นยักษ์สูงหลายร้อยเมตรที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งในเส้นทาง
“บ้าเอ๊ย! มันเกิดขึ้นได้อย่างไร!?”
สายตาของเจี้ยนอู่ที่เคยเย้ยหยันและภาคภูมิใจ บัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
เมื่อแสงดาบสายแรกของกู้ชิงเอ๋อตกลง มันได้กลืนกินแสงดาบเปลวเพลิงสีแดงของเขาจนสิ้น
จากนั้น แสงดาบสายที่สองและสายที่สามก็ตามมาอย่างรวดเร็ว
เจี้ยนอู่ร้องออกมาเพียงครั้งเดียว ก่อนที่แสงดาบทั้งสองจะกระแทกเข้าที่ร่างของเขาอย่างรุนแรง ส่งร่างของเขาปลิวไปไกลกว่าพันเมตร ก่อนจะตกลงกลางฝูงชนและหมดสติไปในทันที
“ตุ้บ!”
ร่างของเจี้ยนอู่กระแทกพื้นเสียงดัง
ผู้ชมรอบลานประลองต่างยืนนิ่งด้วยความตะลึงงัน ไม่มีใครพูดอะไรออกมาได้
ส่วนเจี้ยนซานที่โชคดีไม่ได้ลงสนาม มองกู้ชิงเอ๋อบนลานประลองด้วยสายตาเหมือนเห็นปีศาจ
เขาเริ่มสงสัยว่าตัวเองยังไม่ตื่นดี หรืออาจลุกขึ้นมาเร็วเกินไปจนเห็นภาพหลอน
“แค่สามดาบก็ส่งเจ้าห้าปลิวออกจากลานประลองได้อย่างนั้นหรือ!?”
หัวใจของเจี้ยนซานเต้นระรัว ความหวาดกลัวอันยากจะควบคุมเริ่มก่อตัวขึ้น ทำให้ร่างกายของเขาสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว!