ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 117 การทดลองเลือดวิเศษ
บทที่ 117 การทดลองเลือดวิเศษ
หลี่เต้าถือคบเพลิงลงมายังคุกใต้ดิน อาจเป็นเพราะคุกใต้ดินของต้าเฉียนล้วนถูกออกแบบมาเหมือนกันหมด
พอเพิ่งก้าวเข้ามาเขาก็รู้สึกเหมือนได้ย้อนความหลังอีกครั้ง ไม่นานนักเขาก็มาถึงหน้าห้องขังหลายห้อง
นอกจากเซินไห่ที่มีห้องส่วนตัวแล้ว เชลยคนอื่นถูกยัดรวมกันอยู่ในห้องขังเดียวกัน หลี่เต้าสำรวจดูรอบ ๆ
แล้วเดินไปยังพื้นที่พักผ่อนของผู้คุม เขาหาถังไม้ที่บรรจุน้ำสะอาดไว้ จึงแบ่งน้ำใสใส่ชามหลายใบ
จากนั้นเขาก็หยิบดาบเหล็กทมิฬที่เตรียมไว้ออกมาจากเอว “ต้องพึ่งเจ้าอีกแล้ว”
หลังจากพูดกับตัวเองจบ หลี่เต้าก็กดคมดาบเหล็กทมิฬลงบนปลายนิ้วแล้วออกแรง
ผ่านไปครู่เดียว เขาก็ขมวดคิ้วขณะมองดูรอยแยกที่ปลายนิ้วของเขา อาจเป็นเพราะพลังกายที่เพิ่มขึ้น
ทำให้ความแข็งแกร่งของผิวหนังเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จนแม้แต่ดาบเหล็กทมิฬที่คมกริบก็แทบจะสร้างแผลไม่ได้
เขาส่ายหน้าไล่ความคิดเหล่านั้นทิ้งไป รีบบีบเลือดวิเศษจากปลายนิ้วออกมาหยดลงในชามน้ำใสทีละหยด
เมื่อสัมผัสน้ำก็ละลายทันที ต่อไปก็ถึงเวลาเรียกหนูทดลองแล้ว หลี่เต้ากลับมาที่ห้องขังอีกครั้ง
เขาเปิดประตูห้องขังบานหนึ่ง ชี้ไปที่เชลยกลุ่มหนึ่งแล้วพูดว่า “พวกเจ้าทั้งห้าคน ตามข้ามา”
อาจเป็นเพราะพวกเขาเริ่มสงบสติอารมณ์ได้แล้ว ลักษณะนิสัยที่แท้จริงของเชลยบางคนก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
“ข้าไม่ไป!!” เชลยคนหนึ่งที่ถูกเลือกปฏิเสธเสียงแข็ง หลี่เต้ายิ้มบาง ๆ เดินไปหาเชลยผู้นั้น
เขาวางมือลงบนศีรษะของอีกฝ่าย “ไม่ไป? …ก็ได้” กร๊อบ!! พร้อมกับเสียงดังศีรษะของเชลยผู้นั้นก็หมุนไป 360 องศา
หลังจากนั้น เขาก็หันไปมองเชลยอีกสี่คนที่เหลือ ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แล้วพวกเจ้าล่ะ?”
ทั้งสี่คนพยักหน้าพร้อมกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวรีบลุกขึ้นยืนทันที
จากนั้นหลี่เต้าก็เลือกเชลยเพิ่มมาอีกหนึ่งคน รวมเป็นห้าคนแล้วพาตัวไป จนกระทั่งหลี่เต้าหายลับไป
คนที่เหลืออยู่จึงกล้าหายใจหอบแรง ๆ ไม่นานหลังจากนั้น หลี่เต้าพาเชลยทั้งห้าคนกลับมายังพื้นที่พักผ่อน
เขาชี้ไปที่ชามบนโต๊ะแล้วกล่าวว่า “เห็นชามพวกนั้นหรือไม่ แต่ละคนยกขึ้นมาดื่มคนละถ้วย”
ทั้งห้าคนมองหน้ากัน เห็นความไม่เต็มใจในดวงตา พวกเขารู้ว่าชายคนนี้คงไม่ให้ดื่มน้ำเปล่า ๆ แน่นอน
แต่พวกเขารู้ดี ต่อหน้าเทพแห่งความตายผู้นี้ การปฏิเสธมีจุดจบเพียงอย่างเดียว นั่นคือความตาย!
ดังนั้นทั้งห้าคนจึงลังเลเพียงครู่เดียว ก่อนจะยอมหยิบชามขึ้นมาอย่างว่าง่าย มีคนหนึ่งเริ่มดื่มเป็นคนแรก
เมื่อเห็นดังนั้น คนอื่น ๆ ก็ดื่มน้ำในถ้วยของตนเองเช่นกัน หลี่เต้ามองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ข้าง ๆ
“โอ๊ย! ปวด!!!” ทันใดนั้น หนึ่งในห้าคนก็กุมท้องร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ล้มลงดินทุรนทุราย
แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น! ไม่นานนัก อีกสามคนจากสี่คนที่เหลือก็เริ่มส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ หลี่เต้าขมวดคิ้วเล็กน้อย …หรือว่าเลือดวิเศษจะใช้ได้ผลกับสัตว์เท่านั้น แต่ใช้กับมนุษย์ไม่ได้?
แต่หลี่เต้าก็พบว่าข้อสันนิษฐานของตนนั้นผิดไป เพราะในจำนวนห้าคนนั้น มีหนึ่งคนที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ
คนที่ห้าแสดงสีหน้าทรมานและกุมท้องเช่นกัน แต่ดูจากอาการแล้วไม่รุนแรงเท่ากับอีกสี่คน
“อ้วก!” ในตอนนั้น คนที่ร้องเป็นคนแรกได้อ้าปากออก น้ำที่ดื่มเข้าไปถูกอาเจียนออกมา
หลังจากอาเจียนแล้ว สีหน้าของเขาก็ดูผ่อนคลายลงมาก เห็นได้ชัดว่าปฏิกิริยารุนแรงเกิดจากเลือดวิเศษ
ต่อมา อีกสามคนที่เหลือก็เกิดปฏิกิริยาเช่นเดียวกัน ต่างก็อาเจียนน้ำที่มีเลือดวิเศษออกมา
สุดท้าย หลี่เต้าได้แต่มองไปยังคนสุดท้าย ผ่านไปไม่นาน คนที่ห้าที่มีปฏิกิริยาช้าที่สุดก็แสดงอาการ
เขาไม่ได้กุมท้องอีกต่อไป แต่ร่างกายเริ่มสั่นเทา สิ่งนี้ทำให้หลี่เต้านึกถึงปฏิกิริยาของหยวนเป่าและสัตว์เลี้ยง
เขาสังเกตเห็นว่าบาดแผลบนร่างของคนที่ห้าเริ่มหายอย่างรวดเร็ว และพลังลมปราณก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป
หลี่เต้าพูดขึ้นว่า “เงยหน้าขึ้นมา ร่างกายเจ้ามีความผิดปกติใดหรือไม่?”
คนที่ห้าตอบอย่างหวาดหวั่นว่า “ตอนแรกรู้สึกเจ็บเล็กน้อย จากนั้นภายในท้องก็เริ่มร้อนขึ้น ทั้งร่างรู้สึกเหมือนแช่น้ำอุ่น”
“รู้สึกสบายมาก ตอนนี้กลับรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง อีกทั้งยังรู้สึกอิ่มอีกด้วย”
หลี่เต้าฟังจบก็เข้าใจทันที เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายดูดซับเลือดวิเศษเข้าไปได้แล้ว แต่ทำไมคนที่เหลือทำไม่ได้?
เป็นปัญหาเรื่องร่างกายหรือปัญหาอื่นกันแน่?! หลี่เต้าเริ่มครุ่นคิดถึงความแตกต่างระหว่างคนที่ห้ากับสี่คนที่เหลือ
จู่ ๆ ในหัวของหลี่เต้าก็มีภาพหนึ่งแวบขึ้นมา ตอนที่เขาเข้าไปเลือกเชลย สายตาของสี่คนนั้นเต็มไปด้วยความแค้น
จนกระทั่งเขาสังหารคนหนึ่งและเลือกคนที่ห้าคนนี้มา สายตาที่มองเขามีเพียงความหวาดกลัว แต่ไม่มีความแค้น
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ เขาอยากรู้ว่าเป็นเพราะเหตุผลนี้หรือไม่ จึงเดินออกจากห้องขังไปพาคนมาเพิ่มอีกสามคน
คนแรกแววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น คนที่สองมีความโกรธแต่ไม่รุนแรงเท่าคนแรก
ส่วนคนที่สามขี้ขลาดยิ่งกว่าคนที่ห้าเสียอีก ตัวสั่นงันงกตลอดเวลา “พวกเจ้าสามคน ดื่มน้ำคนละชาม”
คนหัวรุนแรงแค่นเสียงเย็นชา ก้าวไปหยิบชามขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด คนที่สองและสามก็ดื่มตาม
เพียงไม่กี่ลมหายใจ คนที่หัวรุนแรงและคนที่สองก็กุมท้องดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด
ส่วนคนที่สาม ผ่านไปหลายลมหายใจแล้ว ดูเหมือนไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ
หลังจากผ่านไปสักพัก สองคนแรกก็อาเจียนน้ำที่ผสมเลือดวิเศษออกมา ส่วนคนสุดท้ายดูดซับได้สำเร็จ
ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้หลี่เต้ารู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองคาดเดาไว้น่าจะเป็นความจริง
ยิ่งมีความเป็นปฏิปักษ์ต่อเขามากเท่าไร ก็จะไม่สามารถดูดซับเลือดวิเศษในร่างกายของเขาได้
ในทางกลับกัน ยิ่งยอมรับเขาได้มาก ความเป็นปฏิปักษ์น้อยลง ก็จะสามารถดูดซับเลือดวิเศษได้
ราวกับว่าเลือดวิเศษนั้นมีเจตจำนงของตัวเขาแฝงอยู่ การค้นพบนี้ทำให้ดวงตาของหลี่เต้าเป็นประกาย
นั่นหมายความว่าเขาสามารถให้เลือดวิเศษแก่มนุษย์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งได้เหมือนสัตว์เลี้ยง
เนื่องจากได้รับเพียงหนึ่งหยด จึงยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนนัก หลี่เต้าจึงกำจัดคนที่ไม่สำเร็จทิ้งไป
เหลือไว้แต่พวกที่สำเร็จ เขาเจาะเลือดอีกครั้ง คราวนี้เขาให้คนละชามอย่างใจกว้าง
กลิ่นหอมของเลือดวิเศษอบอวลไปทั่วห้อง “คนละชาม ดื่มเท่าที่ไหว” ทันทีที่พูดจบ ทุกคนก็รีบดื่มอย่างรวดเร็ว
“อ๊าก!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น คนหนึ่งคุกเข่าลง ร่างกายพองขึ้นราวกับมีลมเป่า
รูขุมขนเริ่มขับเลือดเสียสีดำออกมาเป็นสาย ตามด้วยคนที่เหลือซึ่งเกิดอาการเช่นเดียวกันทั้งหมด