ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 144 หลี่เต้า พวกเจ้าต่างหากที่ถูกล้อม
บทที่ 144 หลี่เต้า พวกเจ้าต่างหากที่ถูกล้อม
บนดาดฟ้าแห่งหนึ่งในเมืองบาปยามราตรี
เงาร่างดำนับร้อยกำลังเคลื่อนไหวอย่างว่องไวและรวดเร็วราวกับภูตผี โดยมีผู้นำหนึ่งคนคอยนำทาง
ผู้นำเงาดำมองดูเปลวไฟและเสียงการต่อสู้ที่ลุกลามไปทั่วเมืองบาป เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำขึ้น “พวกเจ้าแบ่งกลุ่มละสิบคน กระจายกำลังปราบปรามพวกทาสที่ก่อกบฏ ต้องจัดการทุกอย่างให้เสร็จก่อนฟ้าสาง มิเช่นนั้นหากรองเจ้าเมืองลงโทษ คงไม่มีผู้ใดรอดพ้นความผิดไปได้”
“รับทราบ!” ผู้ติดตามที่เหลือพยักหน้าอย่างมั่นใจ
จนถึงตอนนี้พวกเขายังคงเชื่อว่าการจลาจลครั้งนี้เป็นเพียงการก่อกบฏภายในของพวกทาสเท่านั้น
ในฐานะเพชฌฆาตที่ได้รับการฝึกฝนมาจากจวนเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เหตุการณ์เช่นนี้พวกเขาเคยจัดการมานับครั้งไม่ถ้วน
และการจลาจลครั้งนี้สำหรับพวกเขาแล้ว เป็นเหตุการณ์ที่วุ่นวายกว่าปกติเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อเผชิญหน้ากับพวกทาสที่ถูกกดขี่มาอย่างยาวนาน พวกเขาก็เปรียบเสมือนยักษ์ที่กำลังจะบดขยี้มดปลวก สามารถเหยียบพวกมันให้ตายได้อย่างง่ายดาย ไม่ใช่เรื่องยากลำบากแต่อย่างใด
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังจะแยกย้ายกันด้วยความมั่นใจนั้น จู่ ๆ ก็มีคนสังเกตเห็นลำแสงสายหนึ่งพุ่งตรงมาที่พวกเขาด้วยความเร็วสูงภายใต้แสงจันทร์
ก่อนที่คนผู้นั้นจะมองเห็นได้ชัดเจน แสงสว่างก็วาบขึ้นแล้วหายลับไปในพริบตา
ในชั่วขณะถัดมา เงาร่างหนึ่งก็ร่วงลงมาจากกลางอากาศ
เนื่องจากกลุ่มคนยังรวมตัวกันอยู่และไม่ทันได้แยกย้าย ความตายที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนี้จึงสามารถเห็นได้ชัดเจน
เงาดำที่อยู่แถวหน้าม่านตาหดเล็กลง รีบร้องบอกว่า “มีคนลอบโจมตี รีบหลบเร็ว!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้คนที่เหลือทั้งหมดก็เริ่มแยกย้ายกันหลบหนี
ตอนนั้นเอง แสงสว่างอีกชุดหนึ่งก็พุ่งมาอย่างรวดเร็วใต้แสงจันทร์ ชั่วพริบตานั้น มีอีกสามคนสิ้นชีพภายใต้แสงนั้น
ในจำนวนนั้น ศพหนึ่งบังเอิญร่วงลงข้างเงาดำที่อยู่แถวหน้าพอดี
เขามองเห็นลูกธนูที่ปักอยู่กลางหว่างคิ้วของศพได้อย่างชัดเจน
พลธนู!
เงาดำม่านตาหดเล็กลง สายตามองไปยังทิศทางที่แสงสว่างพุ่งมา ท่ามกลางราตรีที่อยู่ไกลออกไปนั้นมืดสนิท ไม่สามารถมองเห็นตำแหน่งของพลธนูปริศนาได้เลย
เมื่อสังเกตเห็นว่าทุกคนได้หลบซ่อนตัวกันหมดแล้ว เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเล็กน้อย
“ท่านหัวหน้า พวกเราควรทำเช่นไรดี?” เพชฌฆาตนายหนึ่งที่หลบอยู่หลังที่กำบังเอ่ยถามผู้นำของตน
เงาดำที่เป็นหัวหน้าเพชฌฆาตครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเพชฌฆาตสองคนที่อยู่ไม่ไกล “พวกเจ้าสองคนออกไปล่อให้มันออกมา เมื่อกำหนดตำแหน่งของอีกฝ่ายได้แล้ว ก็อาศัยที่กำบังเข้าไปจัดการมันซะ”
สองคนที่ถูกเลือกลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า
ก่อนหน้านี้พวกเขาเพียงแค่ถูกลอบโจมตี พลธนูนิรนามผู้นั้นจึงฉวยโอกาสเอาไว้ได้ หากพวกเขาระมัดระวังขึ้น คงจะหลบลูกธนูของอีกฝ่ายได้
หลังจากเตรียมพร้อม เพชฌฆาตทั้งสองก็ใช้วิชาตัวเบาขึ้นไปบนหลังคาอีกครั้ง ทั้งสองเลือกวิธีที่ชาญฉลาด พวกเขาแยกวิ่งไปคนละทิศตั้งแต่แรก ขณะที่หนีก็คอยสังเกตความเคลื่อนไหวรอบข้างอย่างไม่ละสายตา
ทันใดนั้น เสียงลูกธนูแหวกอากาศก็ดังขึ้น
ชั่วขณะถัดมา แสงสองสายแยกทางกันพุ่งมาทางทั้งสองคนในความมืด ทำให้ทั้งทั้งคู่ตื่นตระหนกยิ่ง
อีกฝ่ายมีคนเดียวหรือสองคนกันแน่
แต่พวกเขาก็ไม่มีเวลาคิดเรื่องพวกนี้แล้ว แสงนั้นเคลื่อนที่เร็วมาก เร็วจนพวกเขาเห็นแค่แสง แต่ร่างกายกลับตอบสนองไม่ทัน
ตุบ!
ตุบ!
สองเสียงดังขึ้นพร้อม พริบตานั้นร่างไร้วิญญาณของเพชฌฆาตสองนายก็ร่วงลงมาจากท้องฟ้าอีกครั้ง
ภาพที่เห็นทำให้เพชฌฆาตที่เหลืออยู่รู้สึกขนลุกด้วยความหวาดกลัว
ลูกธนูเร็วเกินไป เร็วจนพวกเขารู้สึกว่าตอบสนองไม่ทัน
“ท่านผู้นำ…”
เพชฌฆาตคนหนึ่งเพิ่งจะอ้าปากพูด จู่ ๆ ก็พบว่าสายตาของผู้นำของตนจับจ้องไปยังตำแหน่งหนึ่งในที่ไกลออกไป
ในตอนนี้ หัวใจของผู้นำเพชฌฆาตสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
หลังการล่อลวงเมื่อครู่ เขาได้ติดตามแสงวาบจนสามารถระบุตำแหน่งคร่าว ๆ ของอีกฝ่ายได้สำเร็จ แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ จากการคาดคะเนของเขา ลูกธนูถูกยิงมาจากระยะห่างกว่าพันจั้ง ระยะไกลขนาดนี้แต่กลับมีความเร็วและพลังทำลายล้างมหาศาล ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็รู้สึกว่าเกินจริงเกินไป
หรือว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ฝึกฝนวิชาธนูมาโดยเฉพาะ มีเพียงคำอธิบายนี้เท่านั้นที่จะอธิบายได้ว่าทำไมลูกธนูที่อีกฝ่ายยิงมาถึงมีพลังมหาศาลเช่นนี้
คิดมาถึงตรงนี้ ผู้นำเพชฌฆาตก็รู้สึกว่าตนเองคาดเดาสถานการณ์ของอีกฝ่ายได้อย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ชำนาญการยิงธนู และกล้าแต่จะซุ่มโจมตีในความมืด จึงสันนิษฐานได้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิด
แม้ตอนนี้ดูเหมือนพวกเขาจะถูกอีกฝ่ายกดดันไว้ได้ แต่นั่นก็เป็นเพียงเพราะระยะการโจมตีของอีกฝ่ายไกลเกินไป จึงข่มพวกเขาเอาไว้ได้ชั่วคราว
หากพวกเขาเข้าประชิดได้ สถานการณ์ก็จะพลิกกลับมาเป็นของพวกเขาอย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้น ผู้นำเพชฌฆาตจึงพยักหน้าและกล่าวกับคนที่ซ่อนตัวอยู่รอบ ๆ “พวกเจ้าจงใช้ที่กำบังตามข้ามา!”
ในความมืด ภายใต้การนำของผู้นำเพชฌฆาต กลุ่มเพชฌฆาตอาศัยที่กำบังค่อย ๆ เคลื่อนที่เข้าใกล้จุดหมายทีละน้อย
ในเวลานี้ หลี่เต้าที่อยู่ห่างออกไปเป็นระยะพันจั้ง แม้จะมองไม่เห็นตำแหน่งของพวกเขาชัดเจน แต่ก็เดาความคิดของอีกฝ่ายออก
“น่าสนใจ” มุมปากของหลี่เต้าปรากฏรอยยิ้มบาง
กลุ่มเพชฌฆาตเดินมาได้ระยะหนึ่งภายใต้การนำของผู้นำเพชฌฆาต ตอนที่เดินมาได้เกือบพันจั้ง ผู้นำเพชฌฆาตก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองสำรวจรอบด้านอย่างระมัดระวัง แต่ก็ไม่พบร่องรอยของศัตรู
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงชี้มือสั่งคนสองคน “พวกเจ้าสองคนออกไปลองหยั่งเชิงดู”
สองคนที่ถูกเลือกสีหน้าเปลี่ยนไปทันที แต่เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของหัวหน้าก็จำต้องทำตามอย่างว่าง่าย
ตอนนี้ออกไปยังพอมีโอกาสรอด หากขัดคำสั่งอาจจะต้องพบกับชะตากรรมที่แย่ยิ่งกว่าความตาย
แต่ทั้งสองเพิ่งจะโผล่หัวออกไปก็ถูกลำแสงที่พุ่งมาอย่างฉับพลันยิงทะลุศีรษะ ราวกับว่าอีกฝ่ายรอคอยช่วงเวลานี้มาตลอด
ผู้นำเพชฌฆาตแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมา แม้ครั้งนี้จะเสียคนไปสองคน แต่เขาก็สามารถระบุตำแหน่งของอีกฝ่ายได้สำเร็จ
เขาไม่สนใจเพชฌฆาตสองนายที่เสียชีวิต ชี้นิ้วไปยังที่ไม่ไกลนักพลางออกคำสั่ง “มันอยู่บนหอคอยสูงนั่น ไปล้อมมันไว้เดี๋ยวนี้”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็เคลื่อนไหวพร้อมกัน รีบเข้าประชิดหอคอยสูง เนื่องเป็นผู้ฝึกยุทธ์ พวกเขาจึงล้อมด้านล่างของหอคอยสูงได้อย่างรวดเร็ว
“ตอนนี้ ทุกคน…” ผู้นำเพชฌฆาตออกคำสั่ง
คำว่า ‘ขึ้น’ ยังไม่ทันหลุดจากปาก จู่ ๆ พวกเขาก็เห็นเงาดำร่างหนึ่งกระโจนลงมาจากหอคอยสูง
โครม!
หลังจากเสียงดังสนั่น เพชฌฆาตทั้งหมดรวมถึงหัวหน้าต่างยืนนิ่งงันอยู่กับที่
พื้นดินถูกเงาดำกระแทกจนเป็นหลุมใหญ่ ในที่สุดเงาดำนั้นก็เผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา
ชายหนุ่มรูปโฉมงดงามสง่า มือข้างหนึ่งถือคันธนูสีดำยาว อีกมือถือสิ่งของที่ห่อด้วยผ้าสีดำ
ดูจากคันธนูสีดำในมือของอีกฝ่าย ก็เดาได้ไม่ยากว่าคนตรงหน้าคือเป้าหมายที่พวกเขาตามหา
แต่สิ่งที่ทำให้หัวหน้าเพชฌฆาตรู้สึกสงสัยก็คือ อีกฝ่ายรู้อย่างชัดเจนว่าพวกเขามาถึงแล้ว แต่กลับกล้าที่จะกระโดดเข้ามาในวงล้อมเอง เหมือนปลาว่ายมาติดแห
แม้จะรู้สึกสงสัย แต่เมื่อมองดูผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเกือบร้อยคนรอบข้าง ในขณะที่อีกฝ่ายมีเพียงคนเดียว หัวหน้าเพชฌฆาตจึงไม่รีบร้อนจัดการอีกฝ่าย แต่เอ่ยปากถามก่อนว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นใคร มีฐานะอะไร การก่อกบฏของพวกทาสครั้งนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า!?”
แต่เดิมพวกเขาคิดว่าเป็นเพียงการก่อกบฏธรรมดา แต่ดูเหมือนว่าเบื้องหลังการก่อกบฏจะมีคนบางกลุ่มอยู่เบื้องหลัง
หลี่เต้าได้ยินแบบนั้นก็กวาดตามองผู้คนรอบข้าง กล่าวยิ้ม ๆ ว่า “พวกเจ้า เหล่าเพชฌฆาตนี่ชอบเอ่ยวาจาไร้สาระกันเป็นปกติหรือ”
สีหน้าของหัวหน้าเพชฌฆาตเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม “เจ้าหนุ่ม ตอนนี้เจ้าถูกพวกข้าล้อมไว้แล้ว ถ้าว่าง่าย บางทีอาจให้เจ้าตายอย่างสบายหน่อย แต่ถ้าดื้อดึง แม้ร้องขอความตายก็อาจไม่ได้มัน”
“ล้อม?” หลี่เต้ากวาดตามองทุกคน ส่ายหน้าพลางกล่าว “พวกเจ้าพูดผิดแล้ว ไม่ใช่พวกเจ้าล้อมข้า แต่เป็นข้าต่างหากที่ล้อมพวกเจ้า”
“เจ้า…”
หัวหน้าเพชฌฆาตกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง หลี่เต้าขยับตัวเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน เขาเหน็บธนูไม้เหล็กไว้ที่แผ่นหลัง มือกำผ้าสีดำแล้วพุ่งเข้าแทงเพชฌฆาตคนหนึ่งทันที
ฉึก!
ง้าวมังกรทมิฬพุ่งทะลวงออกมา แทงทะลุลำคอของชายผู้หนึ่งทันที
หลังจากนั้น เขาก็มองดูกลุ่มคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “ลองพยายามเอาชีวิตรอดจากมือข้าให้ได้สิ”
หัวหน้าเพชฌฆาตโกรธจัดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ตะโกนสั่งทันที “ทุกคนจัดการมัน ฆ่ามันซะ!!”
เมื่อคำสั่งถูกประกาศออกไป เหล่าเพชฌฆาตทั้งหมดก็เริ่มโจมตีโดยไม่ลังเล
ต้องบอกว่าสมกับเป็นเพชฌฆาตที่ถูกคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน หากดูจากการโจมตีแล้ว ในจำนวนร้อยคนนี้ ผู้ที่อ่อนที่สุดก็ยังมีวรยุทธ์ระดับกลางขั้นสาม ส่วนผู้ที่แข็งแกร่งก็อยู่ในระดับสูงขั้นสาม อีกทั้งยังมีบางคนที่มีวรยุทธ์ใกล้เคียงกับขั้นเซียนเทียน
หากผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนขั้นต้นเผชิญกับการโอบล้อมขนาดนี้อาจถึงแก่ชีวิตได้
แต่น่าเสียดายที่พวกเขาดวงซวยไปเจอกับปีศาจร้ายเข้า
“ไร้เทียมทาน! ระบำคลั่ง!”
เมื่อเห็นทุกคนล้อมเข้ามา หลี่เต้าก็ไม่ลังเลที่จะใช้ท่าไม้ตายง้าวไร้พ่ายสำหรับสู้คนหมู่มาก
ปราณไร้เทียมทานแผ่ซ่านออกมาจากง้าวมังกรทมิฬ มันจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งตามพลังกายและความชำนาญในวิชาง้าวของหลี่เต้า
ปราณไร้เทียมทานที่แต่ก่อนมีเพียงสามชุ่น บัดนี้พัฒนาจนยาวถึงเก้าชุ่น
ทุกที่ที่ง้าวมังกรทมิฬพาดผ่าน แม้จะไม่ได้สัมผัสถูกคู่ต่อสู้โดยตรง แต่ปราณไร้เทียมทานที่พันรอบคมง้าวก็สามารถฉีกร่างพวกเขาได้
เพียงแค่การปะทะเบา ๆ ก็มีคนมากมายถูกฉีกร่างพร้อมอาวุธในมือ
ชั่วพริบตานั้น บริเวณรอบตัวหลี่เต้ากลายเป็นลานสังหาร ทุกคนที่เข้าใกล้ในรัศมีห้าจั้งล้วนถูกสับจนน่าสยดสยอง