ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 350 พี่น้องตระกูลอู่ตาย
หมัดเดียวพุ่งตรงเข้าปะทะกลางอกของอู่เซิ่งอย่างจัง!
ภายใต้พลังอันน่าสะพรึงกลัว กล้ามเนื้อช่วงอกของเขายุบตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เกิดเป็นริ้วเนื้อกระเพื่อมซ้อนกันคล้ายระลอกคลื่น!
ในขณะนั้นดวงตาของอู่เซิ่งพลันเบิกโพลงขึ้นมา ม่านตาหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว อ้าปากออกโดยไม่รู้ตัว
ตูม! ตามมาด้วยคลื่นพลังที่ระเบิดออกทางด้านหลังของเขา
แต่เพียงเท่านี้ยังไม่นับว่าจบสิ้น หลี่เต้ายกกำปั้นขึ้นสูงก่อนจะระดมปล่อยหมัดแล้วหมัดเล่าออกไปไม่ยั้ง ในชั่วพริบตาเดียวก็ซัดไปแล้วกว่าสิบหมัด!
ขณะที่หลี่เต้ากระหน่ำหมัดลงไปไม่หยุด ร่างของอู่เซิ่งก็เริ่มพองบวมขึ้นด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ราวกับมีใครบางคนกำลังอัดลมเข้าไปข้างในตัวเขาอย่างต่อเนื่อง
ทว่าสิ่งที่บังคับให้อู่เซิ่งพองขึ้นนั้นไม่ใช่ลมอะไร แต่เป็นพลังหมัดที่หลี่เต้าซัดออกไป
“อย่า!”
อู่เซิ่งพลันกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ในดวงตาที่เขาใช้มองหลี่เต้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เพราะเขารู้สึกได้แล้วว่าร่างกายของตนเองกำลังจะทนรับไม่ไหวจนถึงขีดจำกัดแล้ว เขาจึงเริ่มดิ้นรนสุดชีวิตโดยสัญชาตญาณ
แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจหลุดพ้นจากมือของหลี่เต้าที่บีบจับใบหน้าของเขาเอาไว้ได้ มือนั้นราวกับถูกเชื่อมติดเข้ากับศีรษะของเขาอย่างแน่นหนาไม่มีทางสลัดหลุด
หลี่เต้าไม่สนใจเรื่องนี้แม้แต่น้อย พลังปราณโลหิตพุ่งขึ้นสู่กำปั้นขวาแล้วซัดออกไปทันที
กร้อบ! หลังจากหมัดนี้ ผิวหนังทั่วร่างของอู่เซิ่งก็เริ่มปริแตกออกเป็นทางยาว
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่เต้าจึงหยุดมือและคลายมืออีกข้างที่จับอู่เซิ่งไว้ออก
“พี่ชาย!”
อู่เหยียนที่เพิ่งได้สติกลับคืนมารีบวิ่งเข้าไปประคองข้างกายอู่เซิ่งในทันที
เมื่อเห็นอู่เซิ่งที่แทบจะกลายเป็นลูกกลมๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปแตะดู
“อย่า!” อู่เซิ่งเพิ่งจะร้องห้ามออกมาได้คำเดียวแต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว
มือของอู่เหยียนเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้อูฐล้มได้มอบการโจมตีครั้งสุดท้ายให้แก่อู่เซิ่ง
ตูม! ชั่วพริบตาถัดมาเลือดเนื้อพลันแตกกระจายออกไปทุกทิศทาง กระเด็นใส่หน้าของอู่เหยียนจนเต็มไปด้วยคราบเลือด
“พี่ชายข้า…”
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวนี้ ทำใหอู่เหยียนถึงกับชะงักไป จิตใจเคว้งคว้างเหม่อลอย ในขณะเดียวกันหลี่เต้าก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
[สังหารศัตรูหนึ่งคน ได้รับคุณสมบัติ 781.53]
หากพิจารณาจากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อคุณสมบัติถึงแปดร้อย แสดงว่าพลังก็จะอยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นปลายแล้ว
อู่เซิ่งที่มีพลังระดับปรมาจารย์ขั้นกลางสามารถมอบคุณสมบัติให้เขาได้มากขนาดนี้ อีกฝ่ายคงจะใกล้ถึงระดับปรมาจารย์ขั้นปลายแล้ว
ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นก็ดังขึ้น
อู่เหยียนฟื้นคืนสติจากความตายของอู่เซิ่ง ดวงตาทั้งสองข้างของเขากลายเป็นสีแดงฉาน และเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นที่น่าสะพรึงกลัว
ภายใต้อิทธิพลของความโกรธ ร่างของเขาดูสูงใหญ่ขึ้น กรงเล็บแหลมคมที่เคยหักก็งอกกลับมาใหม่ ในชั่วขณะนั้นพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล
ทุกครั้งที่เขาหายใจจะมีไอสีขาวออกมาจากปาก “นี่มัน… การแปลงร่างระดับสอง?”
หลี่เต้าเลิกคิ้วขึ้นดวงตาเผยแววประหลาดใจ
ในขณะนี้อู่เหยียนได้ตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งไร้สติไปโดยสมบูรณ์แล้ว เขามีความคิดอยู่ในหัวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นคือต้องฆ่าหลี่เต้าเพื่อล้างแค้นให้พี่ชายของตนให้จงได้!
เขาเหวี่ยงกรงเล็บอันคมกริบของตนเองอย่างสุดแรง
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีครั้งนี้ แขนขวาของหลี่เต้าพลันปกคลุมด้วยเส้นเอ็นชั้นหนึ่ง ในชั่วพริบตาถัดมาแขนของเขาก็พุ่งออกไปราวกับขดลวดที่ถูกปล่อย
หมัดนี้ทลายกำแพงเสียงในทันที
เมื่อกรงเล็บและหมัดปะทะกัน ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวช้าลง เห็นเพียงกรงเล็บอันแหลมคมหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทีละข้อภายใต้แรงปะทะของกำปั้น
จากนั้นนิ้วมือก็เริ่มผิดรูป แขนทั้งท่อนฉีกขาดจากตรงกลาง ท้ายที่สุดแขนขวาของอู่เหยียนก็ห้อยอยู่ข้างลำตัวราวกับผ้าที่ฉีกขาด เลือดเนื้อแหลกเละกลายเป็นโจ๊กไปแล้ว
ในทางกลับกัน ทางฝั่งหลี่เต้านั้นผิวหนังบนกำปั้นของเขาถลอกไปเพียงชั้นเดียว แต่เพียงแค่ชั่วพริบตาผิวหนังที่ถลอกไปนั้นก็ฟื้นฟูหายสนิท
อู่เหยียนที่ตกอยู่ในสภาวะไร้สติไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวด เขาที่สูญเสียแขนขวาไปแล้วได้เหวี่ยงแขนซ้ายเข้ามาอีกครั้งแต่ผลลัพธ์ก็เหมือนกับครั้งก่อน
สุดท้ายหลี่เต้าจึงต่อยเข้าที่หัวใจของอู่เหยียนด้วยหมัดเดียว
ทันใดนั้นเลือดพลันพุ่งออกมาจากแผ่นหลังของอู่เหยียน เมื่อหลี่เต้าชักมือกลับ ตรงหัวใจของอู่เหยียนก็มีรูขนาดเท่ากำปั้นปรากฏขึ้น
[สังหารศัตรูหนึ่งคน ได้รับคุณสมบัติ 824.16]
ติ๊ง! เมื่ออู่เหยียนล้มลง พี่น้องตระกูลอู่ก็ถูกกำจัดจนหมดสิ้น ซึ่งหมายความว่ากำลังพลของกองทัพสิบทิศก็ลดน้อยลงไปหนึ่งกอง
ขณะนี้ที่ศาลบรรพชนของหมู่บ้านสายฟ้า เมื่อการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายสิ้นสุดลง ผู้คนในหมู่บ้านเมฆาก็ค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา
“ไร้เทียมทาน!” นี่คือความประทับใจของผู้คนในหมู่บ้านเมฆาที่มีต่อหลี่เต้าในขณะนี้
ในการต่อสู้ที่เขาไป่เหลี่ยนครั้งก่อน พวกเขาไม่ได้เข้าใจถึงความแข็งแกร่งของหลี่เต้ามากนัก ส่วนใหญ่เป็นเพราะเขามีความสามารถในการต้านทานกู่มากเกินไป
จนกระทั่งได้เห็นความตายของพี่น้องตระกูลอู่ พวกเขาจึงได้เข้าใจว่า พละกำลังและความสามารถของหลี่เต้านั้นน่ากลัวเพียงใด เขาสังหารปรมาจารย์ราวกับฆ่าหมูฆ่าสุนัขไม่มีความกดดันแม้แต่น้อย
“ท่านอา!” จู่ๆ เหมียวอวี่ก็หันมาพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
“หือ?” เหมียวหงเพิ่งหันมามองก็เห็นความคลั่งไคล้ในดวงตาของเหมียวอวี่
เหมียวอวี่เอ่ยปาก “ท่านอา ข้าไม่อยากเป็นปรมาจารย์กู่แล้ว”
เหมียวหรง “???”
หลังจากได้เห็นภาพหลี่เต้าบดขยี้คู่ต่อสู้อย่างรุนแรงและเด็ดขาดเช่นนั้น เหมียวอวี่ก็รู้สึกว่าวิชากู่มันไม่น่าสนใจอีกต่อไปแล้วสำหรับเขา
ชายชาตรีแท้มันต้องแลกหมัดต่อหมัด เลือดสาดเนื้อกระเด็นสิถึงจะเรียกว่าเร้าใจ!
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ชาวบ้านเมฆาพลันรู้สึกโล่งใจ แต่คนตระกูลเหมียวที่เป็นลูกน้องของเหมียวอี้ในศาลบรรพชนของหมู่บ้านสายฟ้ากลับมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
เมื่อไม่มีพี่น้องตระกูลอู่คอยช่วยเหลือพวกเขาที่เป็นเพียงปรมาจารย์กู่ เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับหลี่เต้าก็ไม่ต่างอะไรกับลูกแกะที่กำลังรอให้ถูกเชือด ไม่เหลือพลังที่จะต่อต้านได้เลยแม้แต่น้อย
ขณะนั้นหลายคนในพวกเขาพลันเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้อาวุโสเหมียวหรงถึงได้เข้าร่วมกับจวนผู้ว่าการ เมื่อมีผู้ว่าการเช่นนี้อยู่ ผลลัพธ์ของการไม่เข้าร่วมคงมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ตอนนี้สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้คือภาวนาให้มีข่าวดีจากฝั่งของเหมียวอี้
ด้านหลังศาลบรรพชนของหมู่บ้านสายฟ้า ในป่าไผ่แห่งหนึ่งมีเสียงอึกทึกดังสนั่นไม่หยุด บางครั้งมีเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น บางคราวก็มีเสียงลมหนาวพัดหวีดหวิว
ณ ใจกลางป่าไผ่แห่งนั้น เหมียวหรงและเหมียวอี้ยืนห่างกันกว่าร้อยจั้ง ในพื้นที่โล่งระหว่างทั้งสองคน ราชันกู่งูสายฟ้าและราชันกู่หยกขาวกำลังเผชิญหน้ากัน
บริเวณพื้นดินรอบตัวราชันกู่ทั้งสองเต็มไปด้วยรอยไหม้ดำและน้ำแข็ง ซึ่งเป็นร่องรอยจากการปะทะกันของราชันกู่
เมื่อเทียบกับฝั่งของเหมียวหรง สีหน้าของเหมียวอี้ในตอนนี้ดูไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะเมื่อเห็นพลังของราชันกู่งูสายฟ้าที่ค่อยๆ เสื่อมถอย
“ทำไมกัน!” เหมียวอี้มองไปยังราชันกู่หยกขาวที่แปลงร่างเป็นผีเสื้อน้ำแข็งด้วยท่าทีดุดัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
“บนเขาไป่เหลี่ยนราชันกู่หยกขาวใช้พลังจนหมดไปแล้ว ทำไมมันยังสามารถกดดันราชันกู่งูสายฟ้าได้!”
เมื่อได้ยินดังนั้นเหมียวหรงก็ตอบว่า “ก็เพราะเจ้าเลือกทางผิดเท่านันเอง”
ตามคำสั่งของเหมียวหรง ราชันกู่หยกขาวได้ส่งเสียงร้องยาวออกมาแล้วโจมตีอีกครั้ง
ฝั่งของเหมียวอี้แม้จะรู้ว่าราชันกู่งูสายฟ้าตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ แต่ตอนนี้เขาก็ไม่ยอมให้มันเผชิญหน้ากับราชันกู่หยกขาวต่อไป
เพราะหากราชันกู่งูสายฟ้าทนไม่ไหว สิ่งที่รอเขาอยู่ก็มีเพียงความตายเท่านั้น เขาไม่กลัวตาย สิ่งที่เขากลัวคือไม่ได้เห็นเหมียวหรงชดใช้สำหรับการตัดสินใจในอดีต
ทว่าความแตกต่างด้านพลังได้กำหนดความพ่ายแพ้ของเหมียวอี้ไว้แล้ว
หลังจากที่ราชันกู่หยกขาวได้รับการบำรุงจากหลี่เต้า มันไม่เพียงแต่ได้รับการฟื้นฟูจากเลือดวิเศษ พลังของมันยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย
อีกทั้งราชันกู่หยกขาวยังเคยสามารถกดข่มราชันกู่งูสายฟ้ามาแต่เดิม บัดนี้ยิ่งบดขยี้ความเย่อหยิ่งของมันลง หลังจากถูกกดข่มครั้งแล้วครั้งเล่า