ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 64 อย่าได้น้อยใจไปเลย
บทที่ 64 อย่าได้น้อยใจไปเลย
หลังจากที่คลายความสงสัยในใจได้แล้ว หลี่เต้าก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก รู้สึกเบาใจที่ในที่สุดคำถามก็ได้รับคำตอบ ผลของเลือดวิเศษนั้นยังคงต้องทดลองอย่างค่อยเป็นค่อยไปในอนาคต และตอนนี้ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะทำได้ในทันที
มองดูคราบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเลือดบนร่างกาย หลี่เต้าก็เดินไปยังบ่อน้ำ ถอดเสื้อผ้าออกและเริ่มชำระล้างร่างกายเล็กน้อย เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่ติดตัวมาจากการทดลอง ในขณะนั้น เขาสังเกตเห็นบางสิ่งที่ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก หนูตัวนั้นได้ตามเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มันวิ่งไปที่แอ่งน้ำเล็ก ๆ และใช้เท้าหน้าตักน้ำขึ้นมา แล้วเลียนแบบการเคลื่อนไหวของหลี่เต้า โดยใช้อุ้งเท้าเล็ก ๆ ลูบตัวเอง ดูเหมือนกำลังชำระล้างร่างกายเช่นเดียวกับที่เขาทำ
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่เต้าก็เลิกคิ้วขึ้น มองหนูตัวนี้ด้วยความสนใจ ก่อนจะหยิบกระบวยไม้ตักน้ำมาวางไว้ตรงหน้ามันอย่างใจเย็น “ถ้าจะล้างก็ใช้น้ำที่สะอาดกว่านี้สิ” เมื่อได้ยินดังนั้น หนูตัวนี้จึงหันไปมองน้ำขุ่นที่อยู่ในแอ่งก่อนจะหันกลับไปมองน้ำใสที่วางอยู่ข้างหน้า จากนั้นมันก็วิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว กระโดดลงไปแช่น้ำใสทันที ราวกับว่าไม่อยากให้โอกาสนั้นหลุดลอยไป ภาพนี้ทำให้หลี่เต้าอดหัวเราะไม่ได้
เดิมที หลี่เต้าคิดว่าจะปล่อยหนูตัวนี้ไปหลังจากการทดลองเสร็จสิ้น แต่เมื่อเห็นท่าทางของมันในตอนนี้ ดูเหมือนมันคงอยากจะติดตามเขาไป หากหนูตัวนี้ยังคงมีรูปร่างเหมือนหนูดำตัวใหญ่แบบก่อนหน้านี้ หลี่เต้าคงไม่ยอมให้มันอยู่ใกล้แน่ ๆ แต่ตอนนี้มันดูน่ารักและเป็นธรรมชาติมากขึ้น เขาจึงไม่ได้รู้สึกขัดเคืองหรือรังเกียจอะไรนัก จึงตัดสินใจเลี้ยงมันเป็นสัตว์เลี้ยงไปเลย
ดังนั้น หนึ่งคนและหนึ่งหนูจึงร่วมกันชำระล้างร่างกายใต้แสงจันทร์ที่ส่องแสงอ่อน ๆ ในยามค่ำคืน
… ไม่นานหลังจากนั้น หลี่เต้าก็พาหนูน้อยกลับไปที่ห้องของตน เมื่อเขาเดินไปข้างกายจิ่วเอ๋อร์ ก็พบว่านางยังคงนอนหลับสนิทอย่างสบายใจ ในขณะนั้น จิ่วเอ๋อร์ดูเหมือนจะฝันถึงบางสิ่ง ริมฝีปากเผยรอยยิ้มไร้เดียงสา และปากก็พึมพำเบา ๆ ว่า “คุณชาย…” เมื่อได้ยินเสียงนั้น หลี่เต้าก็เผยรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ก่อนจะก้มตัวลงเพื่อช่วยห่มผ้าให้นางอย่างเบามือ ทันใดนั้น จิ่วเอ๋อร์ก็พูดงึมงำอีกว่า “คุณชายอย่าลูบ…”
หลี่เต้า “!!!” มือที่ค้างอยู่กลางอากาศชะงักและหยุดนิ่ง เขาคิดไม่ตกว่าจะดึงมันกลับหรือจะวางลงดี ท้ายที่สุดแล้ว หลี่เต้าก็ตัดสินใจช่วยห่มผ้าให้นางอย่างเบามือ ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วบีบจมูกเล็ก ๆ ของจิ่วเอ๋อร์เบา ๆ อย่างอ่อนโยน “เจ้ากำลังฝันเพ้อเจ้ออะไรกัน”
เมื่อมาถึงเตียงของตนเองแล้ว หลี่เต้าล้มตัวลงนอน พลางวางหนูน้อยไว้บนโต๊ะข้าง ๆ แล้วกล่าวว่า “ยามค่ำคืนอย่าส่งเสียงดังรบกวนข้าล่ะ”
“จี๊ด ๆ” หนูน้อยส่งเสียงร้องเบา ๆ อยู่หลายครั้ง
“เจ้าต้องการอะไร?”
“จี๊ด ๆ” หลี่เต้าสังเกตเห็นหนูใช้อุ้งเท้าชี้ไปที่สิ่งหนึ่ง เมื่อเขาหันตามไปมองก็พบว่าเป็นหมอน
“เจ้าก็ต้องการด้วยหรือ?”
“จี๊ด ๆ”
“ก็ได้” หลี่เต้าจึงส่งหมอนไปให้ หนูน้อยไม่รอช้า ทิ้งตัวลงบนหมอนทันที มันยืดเหยียดอุ้งเท้าทั้งสี่ข้างอย่างพอใจ แล้วก็หลับไปอย่างสบายใจ
เมื่อเห็นภาพนั้น หลี่เต้าส่ายหน้าอย่างขบขัน ก่อนจะหลับตาลงและเข้านอนตามไปอย่างเงียบ ๆ ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ ทันใดนั้นเขาก็ลืมตาขึ้นทันที ในหัวมีความคิดเพียงอย่างเดียว เหตุใดเขาจึงสามารถเข้าใจเสียงร้องของหนูน้อยตัวนี้ได้?
… เช้าวันรุ่งขึ้น “หนู!” เสียงแหลมแสบแก้วหูปลุกหลี่เต้าให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา เมื่อเขาลืมตาขึ้นพลางมองไปรอบตัว ก็เห็นจิ่วเอ๋อร์ที่ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ กำลังกระโดดไปมาบนพื้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก บริเวณใต้เท้าของนาง มีหนูตัวน้อยวิ่งพล่านไปมาพร้อมกับส่งเสียงร้องจี๊ด ๆ
“คุณชาย มีหนูเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นหลี่เต้าตื่นขึ้น จิ่วเอ๋อร์ก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว หลี่เต้ารู้สึกตกตะลึง เมื่อสัมผัสได้ถึงร่างอันบอบบางที่กำลังสั่นเทาของจิ่วเอ๋อร์ เมื่อวานนางยังไม่แสดงความหวาดหวั่นต่อศพและชิ้นส่วนร่างกายที่เกลื่อนกลาดของทหารม้าเป่ยหมาน แต่วันนี้กลับส่งเสียงตะโกนลั่นเพียงเพราะหนูน้อยเพียงตัวเดียว
“ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรแล้ว” หลี่เต้าหันไปมองหนูตัวน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบว่า “เจ้ามาทำให้นางตกใจตั้งแต่เช้าเช่นนี้ทำไม?” หนูน้อยปีนขึ้นเก้าอี้อย่างคล่องแคล่ว จากนั้นกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะ มันยืนตัวตรงก่อนเริ่มส่งเสียงร้องจี๊ด ๆ ราวกับพยายามอธิบายบางสิ่ง
“เจ้าบอกว่านางเป็นฝ่ายทำให้เจ้าตกใจก่อนหรือ?”
“จี๊ด ๆ”
“นางยังทำร้ายเจ้าด้วย เจ้าเลยได้แต่วิ่งหนีอย่างนั้นหรือ?”
“จี๊ด ๆ”
“เอาล่ะ อย่าได้น้อยใจไปเลย ข้าขอโทษแทนนางด้วย” หลี่เต้าหลุดยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นสีหน้าน้อยใจของเจ้าหนูตัวน้อย ความรู้สึกขำปนเศร้าผสมปนเปกันอยู่ในแววตาของเขา ขณะเดียวกัน จิ่วเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองคุณชายของนางด้วยสีหน้างุนงง สายตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ เมื่อเห็นเขากำลังสนทนากับหนูตัวหนึ่งราวกับเข้าใจทุกคำพูดของมัน
“คุณชาย ท่านเข้าใจสิ่งที่หนูตัวนี้พูดด้วยหรือ?”
“อืม”
“แล้วมันคือ…”
“สัตว์เลี้ยงที่ข้าเก็บมาเมื่อคืน เจ้าไม่ต้องกลัวหรอก”
เมื่อได้ยินคำว่าสัตว์เลี้ยง จิ่วเอ๋อร์อดใจไม่ไหวพูดด้วยความหวาดกลัว “แต่คุณชาย มันเป็นหนูนะเจ้าคะ” หลี่เต้าหัวเราะพลางกล่าว “เจ้าลองดูให้ดี ๆ ก่อนแล้วค่อยพูด มันไม่เหมือนหนูทั่วไป”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จิ่วเอ๋อร์จึงค่อย ๆ มองดูหนูตัวน้อยอย่างระมัดระวัง หืม? ถ้าไม่ได้มองดูก็คงไม่รู้ พอได้มองดูนางถึงพบว่าหนูตัวนี้แตกต่างจากหนูที่นางเคยเห็นมาก่อน ขนาดเท่าฝ่ามือ ดูน่ารักน่าเอ็นดู
“เจ้าไม่กลัวแล้วใช่หรือไม่?”
“อืม” จิ่วเอ๋อร์พยักหน้าเบา ๆ ความกลัวในดวงตาคลายหายไป แทนที่ด้วยประกายความอยากรู้อยากเห็น ขณะที่นางจ้องมองหนูตัวน้อยอย่างสนใจ
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มผ่อนคลายลงแล้ว หลี่เต้ากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เจ้าอยากรับเจ้าตัวน้อยนี่ไว้หรือไม่? หากไม่ยากรับ ข้าก็จะโยนมันทิ้งไป” พูดจบ เขาก็ทำท่าจะโยนหนูตัวน้อยออกไปจริง ๆ
หนูตัวน้อย “!!!”
“คุณชายอย่าเลยเจ้าค่ะ” พูดยังไม่ทันขาดคำ ก็ถูกจิ่วเอ๋อร์ปฏิเสธ ผ่านไปครู่หนึ่ง เห็นนางหน้าแดงพลางเอ่ยเสียงเบา “มันก็ดูน่ารักดีนะเจ้าค่ะ เลี้ยงไว้ก็ได้”
“ตกลง พวกเจ้าคืนดีกันเถอะ” หลี่เต้าวางหนูตัวน้อยลงบนโต๊ะ เมื่อได้ยินดังนั้น จิ่วเอ๋อร์หน้าแดงก่ำ ค่อย ๆ เข้าไปใกล้หนูตัวน้อยราวกับกลัวว่าตนจะทำให้มันตกใจ ลืมไปเสียสนิทว่าเมื่อครู่ใครกันแน่ที่ทำให้ใครตกใจจนกระทืบเท้า
“หนูน้อย ขอโทษนะ เมื่อครู่ข้าผิดเอง ข้าทำให้เจ้าตกใจ เจ้ายกโทษให้ข้าได้หรือไม่?” พูดจบ จิ่วเอ๋อร์ยังทำท่าอ้อนวอน ที่เป็นเช่นนี้ เพราะนางไม่เคยเห็นสัตว์ตัวเล็กน่ารักเช่นนี้มาก่อน นางจึงอยากรู้อยากเห็นนัก อยากจะลองบีบเล่น เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนูตัวน้อยดูเหมือนจะเข้าใจ มองมนุษย์ตรงหน้า แล้วเข้ามาดม ๆ จิ่วเอ๋อร์ราวกับได้กลิ่นบางอย่างจนตาเป็นประกาย
“จี๊ด ๆ” เมื่อเห็นดังนั้น จิ่วเอ๋อร์ทำหน้างุนงง ก่อนจะหันไปถามว่า “คุณชาย มันพูดว่าอะไรหรือเจ้าคะ?”
“มันบอกว่ายกโทษให้เจ้าแล้ว”
“จริงหรือ!”
“จริงแท้แน่นอน”
“ถ้าเช่นนั้นข้าขออุ้มมันได้หรือไม่?”
หลี่เต้ามองไปที่หนูน้อย ทั้งคนและหนูราวกับเข้าใจกัน หนูน้อยจึงกระโดดเข้าสู่อ้อมแขนของจิ่วเอ๋อร์อย่างว่องไว ครู่หนึ่งผ่านไป เสียงประหลาดใจของจิ่วเอ๋อร์ดังขึ้น “คุณชาย มันไม่มีจู๋เล็ก ๆ เป็นหนูตัวเมียเจ้าค่ะ”
จู๋เล็ก ๆ? หลี่เต้าทำหน้างุนงง ไม่รู้ว่าเด็กสาวผู้นี้ไปเรียนรู้คำหยาบคายเช่นนี้มาจากที่ไหน?