ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 134 วิญญาณไท่อิน และ เคล็ดกระบี่ไท่ซวีสะท้อนจันทร์!
- Home
- ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร
- ตอนที่ 134 วิญญาณไท่อิน และ เคล็ดกระบี่ไท่ซวีสะท้อนจันทร์!
อย่างน้อยกู้หย่วนก็เห็นว่า ในเวลานี้ข้อมูลสถานะของเสี่ยวชิงกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
【ผีเสื้อกระบี่เงาเขียว (สีทอง)】
คำอธิบาย นี่คือทายาทของแมลงประหลาดบรรพกาล ผีเสื้อกระบี่หยกมรกต เป็นผีเสื้อวิญญาณที่หาได้ยากยิ่งในโลกหล้า มีวิชาเทวะแห่งมรรคากระบี่อันเฉียบคมมาแต่กำเนิด เพียงแค่สะบัดปีก ก็สามารถสาดซัดปราณกระบี่หยกเขียวอันคมกริบออกมา ครอบครองอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวถึงขั้นหนึ่งกระบี่ทำลายหมื่นวิชา!
แม้ในตอนนี้แมลงชนิดนี้จะยังอยู่ในระยะตัวอ่อน แต่ก็สามารถพ่นปราณกระบี่ออกมาได้แล้ว นับว่ามีอิทธิฤทธิ์ที่ไม่ธรรมดา
การวิวัฒนาการเป็น ผีเสื้อกระบี่หยกมรกต จำเป็นต้องเติบโตจนถึงขั้นตัวเต็มวัยของผีเสื้อกระบี่เงาเขียว และใช้แต้มเต๋า 160000 แต้ม!
สถานะ ปกติ
ระดับขั้น ช่วงเจริญวัย (7%)
……
ก่อนหน้านี้หลังจากกินกู่หนอนไหมน้ำแข็งเข้าไป ช่วงเจริญวัยของเสี่ยวชิงก็เพิ่มขึ้นเป็น 6% แล้ว
ตอนนี้เพิ่งจะแทะก้อนดินไปได้ไม่กี่คำ ตัวเลขก็กระโดดขึ้นเป็น 7% ต่อหน้าต่อตากู้หย่วนเลย
เห็นได้ชัดว่าก้อนดินก้อนนี้มีประโยชน์ต่อเสี่ยวชิงเป็นอย่างมาก!
กว่าครึ่งชั่วยามให้หลัง เสี่ยวชิงก็เขมือบก้อนดินก้อนนั้นจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือซาก ลำตัวที่อ้วนท้วนอยู่แล้วยิ่งขยายใหญ่ขึ้นอีกระดับหนึ่ง ผิวลำตัวทอประกายหยกเขียววูบวาบไม่หยุดหย่อน
เพียงแต่เพราะกินอิ่มจนเกินไป เสี่ยวชิงจึงรู้สึกจุกจนขี้เกียจขยับเขยื้อน ได้แต่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอย่างเกียจคร้าน
แม้กระทั่งช่วงเจริญวัยก็ยังพุ่งทะยานไปถึง 9% แล้ว
กู้หย่วนจึงหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมา จับเสี่ยวชิงใส่ลงไป ปล่อยให้มันค่อยๆ ย่อยสลายคุณประโยชน์ที่อยู่ภายในด้วยตัวเอง
“รอจนเสี่ยวชิงย่อยสลายคุณประโยชน์ในครั้งนี้จนหมด ไม่รู้ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้างนะ”
กู้หย่วนรำพึงในใจเงียบๆ
แม้เสี่ยวชิงจะเป็นเพียงตัวอ่อนของผีเสื้อกระบี่เงาเขียว แต่กลับมีอันตรายไม่เบา อย่างน้อยผู้ฝึกยุทธเซียนเทียนทั่วไปก็คงไม่อาจต้านทานปราณกระบี่ที่มันพ่นออกมาส่งๆ ได้
หากมันเติบโตขึ้นอีกสักหน่อย ความแข็งแกร่งก็จะต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน
หากมันชักใยเข้าดักแด้แล้วลอกคราบกลายเป็นผีเสื้อ กู้หย่วนคาดว่าอย่างต่ำที่สุดมันก็คงมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธระดับเทียนเหริน!
แม้แต่การครอบครองพลังระดับขอบเขตหรูเซิ่งจินตาน ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ส่วนตัวจิ๋วทั้งสี่อย่าง อาหวง อาอู่ ต้าจุ่ย และเหยาต้า ล้วนถูกกู้หย่วนส่งตัวเข้าไปในเทือกเขาอวิ๋นเมิ่งหมดแล้ว
เพราะอีกไม่นาน นักพรตเฮ่อหลิงก็จะมาตรวจสอบรากปราณและพรสวรรค์ เพื่อคัดเลือกศิษย์แล้ว
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้นักพรตเฮ่อหลิงมองเห็นความผิดปกติ ระวังตัวไว้หน่อยย่อมเป็นการดีที่สุด
ส่วนเสี่ยวชิง มันเชี่ยวชาญการซ่อนเร้นอำพรางตัวอยู่แล้ว อีกทั้งขนาดตัวก็เล็กจิ๋ว ไม่เป็นที่สะดุดตา ซุกซ่อนไว้กับตัวก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
“เหล่าสัตว์เลี้ยงวิญญาณต่างก็ก้าวหน้ากันไปหมดแล้ว ข้าในฐานะเจ้านายจะน้อยหน้าไม่ได้เด็ดขาด…”
กู้หย่วนนั่งขัดสมาธิ เริ่มต้นฝึกฝนคัมภีร์วารีแท้ไท่หยวนกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างโลหิตใหม่ขึ้นมา
ความรู้สึกคันยุบยิบจางๆ แผ่ซ่านออกมาจากไขกระดูก พร้อมกับความอบอุ่นระลอกแล้วระลอกเล่าที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง
กู้หย่วนโคจรลมปราณแท้ไท่หยวนไปพร้อมกับทำความเข้าใจวิชาเทวะและเคล็ดวิชาเร้นลับบางอย่างในคัมภีร์วารีแท้ไท่หยวนไปด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิชาเทวะขั้นสุดยอดอย่าง “เคล็ดกระบี่ไท่ซวีสะท้อนจันทร์”
วิชาเทวะนี้อาศัยปราณไท่อิน (ปราณหยินจันทรา) เป็นรากฐาน เพื่อหล่อหลอมเมล็ดพันธุ์แห่งวิชาเทวะ อาศัยความอ่อนโยนถึงขีดสุดของไท่อิน และความแข็งแกร่งคมกริบถึงขีดสุดของวิชากระบี่ มาทำความเข้าใจมรรคาวิถีแห่งฟ้าดิน ในขณะเดียวกันก็เป็นวิชาเทวะสำหรับปกป้องมรรคาและเข่นฆ่าสังหาร มีอานุภาพไร้ขีดจำกัด
อย่างน้อยวิชาเทวะนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าวิชาเทวะขั้นสุดยอดที่เลื่องชื่อลือนามไปทั่วหล้าอย่างยุบพองดั่งใจนึก เพลิงแท้ซานเม่ย แสงเทวะวิญญาณน้ำแข็ง แสงธรรมปารมิตา รังสีเทวะสุริยันต์ หรืออัสนีเทพเบญจธาตุเลยแม้แต่น้อย
ขอเพียงฝึกเคล็ดกระบี่ไท่ซวีสะท้อนจันทร์ได้สำเร็จ วันข้างหน้ากู้หย่วนย่อมสามารถควบแน่นจินตานระดับสูงได้อย่างแน่นอน!
เพียงแต่วิชาเทวะขั้นสุดยอดแม้จะมีอานุภาพร้ายกาจ แต่การฝึกฝนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ปราณไท่อินในใต้หล้า แสงจันทร์บนฟากฟ้าย่อมเข้มข้นที่สุด ทว่าสำหรับคนธรรมดาทั่วไป แค่สูดดมแสงจันทร์ธรรมดาก็ว่ายากแล้ว จะไปลักลอบนำปราณไท่อินที่บริสุทธิ์และหาได้ยากยิ่งบนดวงดาวไท่อินมาได้อย่างไร?
ดังนั้น ก้าวแรกในการฝึกฝน เคล็ดกระบี่ไท่ซวีสะท้อนจันทร์ก็คือการตามหาวิญญาณไท่อินสักก้อนหนึ่ง เพื่อนำมาหล่อหลอมเป็นกระจกวิเศษ
อาศัยพลังของกระจกวิเศษ สัมผัสถึงแสงจันทร์บนฟากฟ้า ชักนำปราณไท่อินที่อยู่ภายในให้ควบแน่นเป็นยันต์ไท่อิน เพื่อสร้างรากฐาน จึงจะถือว่าเริ่มต้นฝึกฝนวิชาเทวะขั้นสุดยอดนี้ได้สำเร็จ!
วิญญาณไท่อินหรืออีกชื่อว่าวิญญาณหยินบริสุทธิ์ คือหนึ่งในสุดยอดของวิเศษฟ้าดิน มีความสามารถในการรวบรวมพลังแห่งแสงจันทร์และสัมผัสถึงพลังไท่อิน ตัวมันเองก็เป็นวัสดุวิญญาณสำหรับหล่อหลอมของวิเศษอยู่แล้ว ย่อมไม่ได้หามาครอบครองได้ง่ายๆ
ทว่าการตามหาวิญญาณไท่อินสำหรับกู้หย่วนนั้น เป็นเรื่องของอนาคต ในตอนนี้การทำความเข้าใจวิชาเทวะแห่งมรรคากระบี่ขั้นสุดยอดนี้ไปก่อนก็ไม่เสียหายอะไร
เคล็ดกระบี่ไท่ซวีสะท้อนจันทร์ย่อมมีความลึกล้ำพิสดาร หลักการบางอย่างภายในนั้นลึกซึ้งและยากจะเข้าใจ หากเปลี่ยนเป็นผู้ที่มีสติปัญญาและพรสวรรค์ต่ำต้อย เกรงว่าต่อให้ฝึกไปจนแก่ตายก็อาจจะไม่บรรลุถึงขั้นเริ่มต้น ซ้ำอาจจะยังต้องเหนื่อยล้าตรากตรำจนกระอักเลือดตายไปเสียก่อน
แต่กู้หย่วนครอบครองพรสวรรค์ใจกระบี่ และกายาวิญญาณธาตุน้ำ การทำความเข้าใจย่อมไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป ซ้ำยังมักจะเกิดความกระจ่างแจ้งอยู่บ่อยครั้ง ส่งผลให้วิชากระบี่ของกู้หย่วนก้าวหน้าตามไปด้วย
วันเวลาผ่านไปเช่นนี้ วันแล้ววันเล่า…
……
รุ่งอรุณของอีกวันมาเยือน พร้อมกับแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่อง เมืองเป่ยเหลียงก็ก้าวเข้าสู่วันใหม่อีกครั้ง
เสียงร้องตะโกนขายของของพ่อค้าแม่ค้าตามท้องถนนดังระงมไม่ขาดสาย
ชาวยุทธที่พกดาบสะพายกระบี่บางคนเดินจ้ำอ้าวสวนกันไปมาด้วยความเร่งรีบ
กรับ! กรับ! กรับ!
รถม้าคันหนึ่งเคลื่อนตัวมาอย่างเชื่องช้า
เสียงเกือกม้าที่ดังกังวาน ดึงดูดความสนใจของผู้คนที่เดินผ่านไปมา ทุกคนต่างหันไปมองตามเสียง ก็เห็นรถม้าสีแดงอมม่วงคันหนึ่งถูกลากด้วยม้าถึงหกตัว
ผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าที่เดินผ่านไปมาบริเวณนั้น ต่างรีบหลบทางให้จ้าละหวั่น
ม้าทั้งหกตัวนั้นมีความสูงถึงเก้าฉื่อ (ประมาณ 3 เมตร) ลำตัวยาวกว่าหนึ่งจั้งแปดฉื่อ (ประมาณ 6 เมตร) โครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรงกำยำ แผงคอสีแดงคล้ำดกหนา บนหัวมีก้อนเนื้อปูดโปนขึ้นมาสองก้อน ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีแดงเพลิง ดูองอาจและสง่างามยิ่งนัก!
โดยเฉพาะในปากของม้า กลับเต็มไปด้วยฟันแหลมคมรูปสามเหลี่ยม ดวงตาทั้งคู่แฝงไว้ด้วยความดุร้ายและโอหัง
เพียงแค่พวกมันตวัดสายตามอง ก็ทำเอาชาวบ้านหลายคนตกใจจนแข้งขาอ่อนแรง กลิ่นอายความดุร้ายอันเย็นเยียบที่แผ่ออกมา แม้แต่ผู้ฝึกยุทธเซียนเทียนหลายคนที่อยู่บนถนนก็ยังต้องมีสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ
ผู้ที่มีความรู้กว้างขวางหน่อย ล้วนดูออกว่าม้าชนิดนี้มีชื่อว่าม้าเจียวเพลิง เป็นสัตว์ประหลาดในหมู่ม้าชนิดหนึ่ง ว่ากันว่ามีสายเลือดของมังกรเจียว (มังกรน้ำ) ไหลเวียนอยู่ ไม่เพียงแต่จะดุร้ายผิดมนุษย์มนาเท่านั้น แต่ยังมีสติปัญญาเฉียบแหลมอีกด้วย
ม้าเช่นนี้ สามารถเรียกได้ว่าเป็นสัตว์วิญญาณแล้ว หากสามารถกำราบมันได้สำเร็จ มันก็จะจงรักภักดีอย่างหาที่สุดไม่ได้ ไม่มีวันทรยศ ซ้ำยังมีความสามารถในการปกป้องผู้เป็นนายอีกด้วย
ราคาม้าเจียวเพลิงเพียงตัวเดียว มักจะมีมูลค่าสูงจนต่อให้เอาทองคำพันชั่งมาแลกก็ไม่ยอมขาย มีเพียงตระกูลใหญ่โตเท่านั้นถึงจะมีปัญญาเลี้ยงดูพวกมันได้ และยังเป็นพาหนะคู่ใจที่ผู้ฝึกยุทธ์ไปจนถึงเหล่าปรมจารย์มากมายใฝ่ฝันถึง
ทว่าสัตว์วิญญาณที่ล้ำค่าและหายากเช่นนี้ กลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันถึงหกตัว ซ้ำยังถูกนำมาใช้ลากรถม้าอีกต่างหาก
หลายคนลอบด่าทอในใจว่าช่างเป็นการผลาญของล้ำค่าเสียจริง แต่ก็มีบางคนที่รู้สึกตกตะลึงและหวาดหวั่น
การใช้ม้าเจียวเพลิงมาลากรถ แถมยังใช้ถึงหกตัว ความยิ่งใหญ่ระดับนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะทำได้อย่างแน่นอน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้คุ้มกันที่สวมชุดเกราะเต็มยศและถืออาวุธครบมือที่คอยอารักขาอยู่รอบๆ รถม้าคันนั้น
คนตาไวบางคนยังสังเกตเห็นธงผืนใหญ่ที่อัศวินคนหนึ่งถืออยู่ ธงผืนนั้นทอจากไหมฟ้า ด้านหนึ่งปักด้วยดิ้นทองเป็นตัวอักษร “หลี่” ส่วนอีกด้านปักเป็นรูปสำริดโบราณ ดูเก่าแก่และทรงพลัง ราวกับมีชีวิตจริง
“ม้าเจียวเพลิง…”
กู้หย่วนยืนพิงระเบียงมองลงมาจากมุมสูง บนชั้นสามของหออวี้ติ่งที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ
ด้วยสายตาของเขา ม้าเจียวเพลิงเหล่านี้น่าจะมีสายเลือดของมังกรเจียวอยู่จริงๆ อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นสัตว์วิญญาณระดับสีเขียว
เมื่อมองดูรถม้าที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านไปตามถนนสายยาว แววตาของกู้หย่วนก็ทอประกายลึกล้ำ
“ลูกหลานตระกูลหลี่มาถึงแล้วจริงๆ ด้วย!”