ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 156 ไข่มุกวิญญาณตกถึงมือ!
หลายวันต่อมา เปาต้าถงก็มาหาถึงที่
“สหายกู้ ข้าติดต่อเจ้าของไข่มุกหอยมุกพันปีได้แล้วนะ”
นี่คือประโยคแรกที่เขาพูดเมื่อเจอกัน
“แล้วยังไงต่อ?”
กู้หย่วนถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พอเห็นสีหน้าของเปาต้าถง เขาก็เดาได้ทันทีว่าเรื่องนี้คงไม่ราบรื่นนัก น่าจะมีอุปสรรคอะไรบางอย่างเกิดขึ้น
เปาต้าถงยิ้มเจื่อนๆ
“สหายกู้ เรื่องนี้มันมีเหตุขัดข้องนิดหน่อยน่ะ แต่ท่านอย่าเพิ่งใจร้อนไป ข้าไม่ได้เป็นคนเล่นตุกติกอะไรนะ”
“ตอนแรกผู้บำเพ็ญเพียรเฒ่าคนนั้นเขาไม่ยอมแลกหรอก เพราะไข่มุกหอยมุกพันปีของเขามันไม่ธรรมดาจริงๆ มันผ่านการบ่มเพาะมาถึงหนึ่งพันเจ็ดร้อยปี ถือเป็นวัตถุดิบชั้นยอดสำหรับการหลอมสร้างอุปกรณ์เวท เผลอๆ อาจมีศักยภาพพอจะหลอมเป็นของวิเศษได้ด้วยซ้ำ หากพูดถึงมูลค่าแล้ว มันสูงกว่าคัมภีร์แท้หลัวซาของท่านมากทีเดียว”
กู้หย่วนพยักหน้ารับ
หอยมุกปีศาจนั้นเดิมทีก็เป็นสัตว์วิญญาณแห่งสายน้ำ ไข่มุกหอยมุกที่มันให้กำเนิดขึ้น คือศูนย์รวมของปราณบริสุทธิ์แห่งน้ำ แก่นแท้แห่งน้ำกุ่ย และพลังแห่งแสงจันทร์ ถือเป็นของล้ำค่าที่มันฟูมฟักขึ้นมาเอง และเป็นแหล่งรวมแก่นแท้ทั้งหมดของมัน
เนื้อของไข่มุกนั้นแข็งแกร่ง และมีสรรพคุณหลากหลายประการ
ดังนั้น ไข่มุกหอยมุกจึงไม่เพียงแต่เป็นทรัพยากรที่จำเป็นต่อการบำเพ็ญเพียรเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปหลอมสร้างอุปกรณ์เวทและของวิเศษได้อีกด้วย กระทั่งในบางพื้นที่ มันยังถูกใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนแทนหินวิญญาณเลยด้วยซ้ำ
ของวิเศษระดับนี้ หากมีอายุถึงหนึ่งพันปี ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ภายในนั้นจะสะสมปราณบริสุทธิ์แห่งน้ำและแก่นแท้แห่งน้ำกุ่ยเอาไว้อย่างมหาศาล
เมื่อเลยพันปีไปแล้ว ทุกๆ ร้อยปีที่เพิ่มขึ้น ปราณบริสุทธิ์แห่งน้ำและแก่นแท้แห่งน้ำกุ่ยภายในก็จะเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
ไข่มุกหอยมุกอายุหนึ่งพันเจ็ดร้อยปี เกรงว่าพลังแห่งแสงจันทร์และแก่นแท้แห่งน้ำกุ่ยภายในนั้น คงจะเข้มข้นกว่าพวกที่มีอายุหนึ่งพันปีถึงสามหรือห้าเท่าเป็นอย่างน้อย!
เมื่อเป็นเช่นนี้คัมภีร์แท้หลัวซาย่อมด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เปาต้าถงคอยสังเกตสีหน้าของกู้หย่วน ก่อนจะพูดต่อ
“ข้าพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นาน พอเขารู้ฐานะของท่าน เขาก็เปลี่ยนใจ แต่เขามีเงื่อนไขข้อหนึ่ง”
กู้หย่วนดูเหมือนจะไม่แปลกใจ เขาคาดเดาไว้ก่อนแล้ว
“เงื่อนไขอะไร?”
“เขามีหลานชายอยู่คนหนึ่ง มีพรสวรรค์รากกระดูกระดับสูงผิวทองแดงกระดูกเหล็ก รากฐานก็ถือว่าไม่เลว แต่ติดตรงที่ไม่มีเส้นสาย เขาเลยอยากจะขอความกรุณาจากท่าน ช่วยฝากฝังให้หลานชายเขาได้มีที่ทางที่ดีๆ หน่อย”
“เขาอยากเข้าสำนักยอดเขาโอสถงั้นรึ?”
กู้หย่วนเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายทันที เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่นานก็คลายออก
แม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นเพียงศิษย์สายในของสำนักยอดเขาโอสถ แต่ด้วยฐานะและพรสวรรค์กายาวิญญาณคู่ของเขา ในสายตาคนนอก จะบอกว่าเขามีอนาคตที่สดใสรออยู่ก็คงไม่เกินจริงนัก
ประกอบกับนักพรตเฮ่อหลิงก็โปรดปรานเขามาก ขอเพียงแค่ทำตามกฎเกณฑ์ การจะเพิ่มโควตาศิษย์เข้าไปสักคนก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
เมื่อเห็นกู้หย่วนขมวดคิ้ว เปาต้าถงก็คิดว่าเขาไม่พอใจ จึงรีบอธิบาย
“สหายกู้วางใจได้ ผู้บำเพ็ญเพียรเฒ่าคนนี้ไม่ได้โลภมากหรอก ขอแค่ได้เป็นศิษย์สายนอกก็พอแล้ว หากลำบากใจจริงๆ จะให้เป็นแค่ศิษย์รับใช้ก็ได้”
“ศิษย์รับใช้น่ะช่างมันเถอะ ในเมื่อมีรากกระดูกระดับสูง งั้นก็ให้เป็นศิษย์สายนอกก็แล้วกัน”
กู้หย่วนโบกมือปัด เขาเข้าใจความคิดของอีกฝ่าย และในขณะเดียวกันก็ตระหนักถึงสถานะในปัจจุบันของตัวเองได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
แม้เขาจะเป็นศิษย์สายในของสำนักยอดเขาโอสถ แต่เอาเข้าจริงๆ เขากลับไม่ค่อยรู้ซึ้งถึงสถานะของสำนักยอดเขาโอสถเท่าไหร่นัก
แต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเปาต้าถง กู้หย่วนถึงได้เข้าใจแจ่มแจ้ง
ในสายตาของพวกผู้บำเพ็ญเพียรไร้สังกัด หรือคนจากตระกูลบำเพ็ญเพียรธรรมดาทั่วไป สถานะของสำนักใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับหมื่นปีอย่างสำนักยอดเขาโอสถนั้น เรียกได้ว่าสูงส่งจนไม่อาจเอื้อมถึง
หากได้กราบเข้าสำนักยอดเขาโอสถ ย่อมเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เชิดหน้าชูตาและสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับตระกูลอย่างแน่นอน!
หรืออย่างแย่ที่สุด ก็ยังสามารถเอาชื่อสำนักมาอ้าง เพื่อใช้เป็นยันต์คุ้มกันภัยให้ตัวเองได้
เมื่อมีฐานะนี้คอยหนุนหลัง การทำอะไรในภายภาคหน้าก็จะสะดวกสบายขึ้นมาก
สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรไร้สังกัดทั่วไป พวกเขาอาจจะขาดแคลนทรัพยากรในการบำเพ็ญเพียร แต่สิ่งที่พวกเขาขาดแคลนยิ่งกว่า ก็คือเส้นทางที่จะนำพาไปกราบไหว้เข้าสำนักเซียนใหญ่ๆ
ยกตัวอย่างเช่น ผู้บำเพ็ญเพียรเฒ่าที่ครอบครองไข่มุกหอยมุกพันปีผู้นี้ แม้เขาจะมีของล้ำค่าอย่างไข่มุกหอยมุก แต่ด้วยระดับการบำเพ็ญเพียรที่ต่ำต้อย ฐานะธรรมดา และไร้ซึ่งเส้นสาย เขาจึงยากที่จะเข้าถึงบุคคลระดับกลางหรือระดับสูงของสำนักยอดเขาโอสถได้
ต่อให้เขาอยากจะติดสินบน หรือต่อให้หลานชายของเขามีคุณสมบัติพอที่จะเป็นศิษย์สายนอกของสำนักยอดเขาโอสถได้ เขาก็หาลู่ทางเข้าไม่ได้อยู่ดี
ทว่าตอนนี้ ด้วยไข่มุกหอยมุกพันปีเม็ดนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรเฒ่าได้มีโอกาสเข้าถึงกู้หย่วน อัจฉริยะรุ่นเยาว์แห่งสำนักยอดเขาโอสถที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดัง เขาย่อมไม่ยอมปล่อยโอกาสทองนี้ให้หลุดมือไปแน่!
กู้หย่วนไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดแปลก
เรื่องนี้ไม่ได้ยากเย็นอะไรสำหรับเขาเลย ด้วยความสำคัญที่นักพรตเฮ่อหลิงมีต่อเขา เขาเพียงแค่เอ่ยปากพูดสักประโยคก็จบแล้ว
อีกอย่าง เรื่องนี้ก็ไม่ได้ผิดกฎของสำนักยอดเขาโอสถด้วย
“หากประวัติของเขาขาวสะอาด และมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด ข้าก็สามารถมอบโอกาสให้เขากราบเข้าสำนักยอดเขาโอสถ และกลายเป็นศิษย์สายนอกได้”
กู้หย่วนไม่ได้รับปากจนหมดเปลือก เพียงแค่เอ่ยว่า
“ส่วนเรื่องนี้จะสำเร็จหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของเขาเองแล้วล่ะ”
ตอนที่พูดประโยคนี้ ในใจเขารู้สึกปลงตกกับความไม่แน่นอนของชีวิตอยู่ไม่น้อย
ลองนึกย้อนไปเมื่อครึ่งปีก่อน เขายังเป็นแค่ลูกชาวนาที่แทบจะไม่มีข้าวกินประทังชีวิต ต้องคอยขุดรูหนูนาตามทุ่งนาทั้งวันเพื่อหาของประทังความหิวอยู่เลย
แต่ตอนนี้ เขากลับพลิกโฉมหน้า ได้กราบเข้าสำนักยอดเขาโอสถ กลายเป็นศิษย์สายใน แถมยังได้กราบปรมจารย์ระดับจินตานผู้ยิ่งใหญ่เป็นอาจารย์อีก
ด้วยสถานะของเขาในตอนนี้ ก็นับว่ามีตำแหน่งสูงส่งและมีเกียรติ ทั้งยังกุมอำนาจไว้ในมือระดับหนึ่งด้วย
เมื่อมีสถานะสูงขึ้น และกุมอำนาจไว้ในมือ ย่อมต้องมีคนมาขอความช่วยเหลือเป็นธรรมดา
“ดี ดี ดี แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”
เปาต้าถงรีบเอ่ยรับ
“ในเมื่อสหายกู้ตกลง งั้นช่วงบ่ายข้าจะพาผู้บำเพ็ญเพียรเฒ่ากับหลานชายมาพบท่าน ให้ท่านได้ดูตัวพวกเขาสักหน่อย”
…
ตกดึก ภายในห้องฝึกยุทธ์ของหออวี้ติ่ง กู้หย่วนนั่งขัดสมาธิ
เบื้องหน้าของเขา แสงไฟในตะเกียงทองแดงริบหรี่ลง
กู้หย่วนหยิบกล่องไม้ขนาดเท่าฝ่ามือใบหนึ่งออกมา
กล่องไม้นี้แกะสลักมาจากไม้หอมวิญญาณชนิดหนึ่ง สีม่วงเข้มเนื้อละเอียด ลวดลายมีความงดงามอย่างประหลาด
วินาทีที่หยิบมันออกมา ก็มีกลิ่นหอมจางๆ แผ่ซ่านออกมา กลิ่นหอมนั้นอบอวลยาวนาน ชวนให้สมองปลอดโปร่ง
นี่คือไม้หอมลายงู ซึ่งเป็นไม้หอมวิญญาณชนิดพิเศษ มีคุณสมบัติในการปิดกั้นได้อย่างดีเยี่ยม มักจะใช้สำหรับบรรจุโอสถวิญญาณ สมุนไพรวิญญาณ หรือน้ำนมวิญญาณที่สูญเสียปราณวิญญาณได้ง่าย
หากนำโอสถวิญญาณธรรมดาๆ ใส่ไว้ข้างใน เมื่อได้รับการหล่อเลี้ยงจากกลิ่นหอมนานวันเข้า สรรพคุณทางยาของมันก็อาจจะเพิ่มพูนขึ้นได้ด้วย
บนพื้นผิวของกล่องไม้หอมลายงูใบนี้ ยังมีแผ่นยันต์วิญญาณแปะอยู่อีกหนึ่งแผ่น ลวดลายชาดสีแดงสดราวกับเลือดบนแผ่นยันต์เปล่งประกายวิญญาณจางๆ
เมื่อแกะแผ่นยันต์วิญญาณออก และเปิดกล่องไม้ ก็เผยให้เห็นไข่มุกวิญญาณเม็ดหนึ่งซ่อนอยู่ภายใน
ไข่มุกวิญญาณเม็ดนี้มีเนื้อบริสุทธิ์ใสกระจ่าง ส่องประกายแสงสีรุ้งระยิบระยับ ขนาดประมาณไข่ไก่ กลมเกลี้ยงไร้ที่ติ
เพียงแค่นำออกมา แสงสว่างอันบริสุทธิ์ก็แผ่ซ่านออกมา สาดส่องให้ทั่วทั้งห้องฝึกยุทธ์สว่างไสวไปด้วยแสงระยิบระยับดุจผิวน้ำ
ซ่า ซ่า… ซ่า ซ่า…
หากเงี่ยหูฟังให้ดี จะได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆ ดังมาจากภายในไข่มุกวิญญาณ
ให้ความรู้สึกราวกับว่า ภายในไข่มุกวิญญาณเม็ดนี้ มีแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลเชี่ยวกราก หรือทะเลสาบขนาดมหึมาซ่อนอยู่!
กู้หย่วนลองสัมผัสดูเพียงเล็กน้อย ก็รับรู้ได้ถึงปราณบริสุทธิ์แห่งน้ำ แก่นแท้แห่งน้ำกุ่ย และพลังแห่งแสงจันทร์อันมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ภายใน
ไข่มุกวิญญาณเม็ดเล็กๆ เม็ดนี้ กลับให้ความรู้สึกหนักอึ้งอย่างน่าประหลาด ทว่าในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกบริสุทธิ์และเบาสบาย
แม้แต่ลมปราณแท้ไท่หยวนของกู้หย่วน ก็ยังพลอยมีชีวิตชีวาและพลุ่งพล่านขึ้นมาทันทีที่ไข่มุกวิญญาณเม็ดนี้ปรากฏตัว