ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 158 วิญญาณไท่อินตกถึงมือ!
เมื่อหลายวันก่อน เปาต้าถงเคยหลุดปากบอกกู้หย่วนว่า ของล้ำค่าจากฟ้าดินชั้นยอดอย่างวิญญาณไท่อินนั้นหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร มักจะมีแต่ราคาแต่หาซื้อไม่ได้
เมื่อใดที่มันปรากฏขึ้น ย่อมถูกผู้คนแย่งชิงกันซื้อจนหมดเกลี้ยง
ต่อให้เป็นกู้หย่วนในฐานะปัจจุบัน ก็ยังยากที่จะตามหาของวิเศษชิ้นนี้พบ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องกำลังทรัพย์เลย
แต่ด้วยสรรพคุณที่ช่วยบำรุงเรือนร่างสตรีให้คงความอ่อนเยาว์เป็นอมตะ และบำรุงผิวพรรณให้งดงาม วิญญาณไท่อินจึงเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ผู้บำเพ็ญเพียรหญิง
นอกจากวังเซียนไท่อินแล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงระดับแนวหน้าบางคนก็มักจะมีของสิ่งนี้ไว้ในครอบครองเช่นกัน
วังเซียนไท่อินเป็นสำนักเซียนยุคโบราณที่ยิ่งใหญ่ เคารพเทิดทูนดวงจันทร์และหยินบริสุทธิ์ มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วหล้าด้วยวิชาสายหยินบริสุทธิ์
หากเทียบกับสำนักอย่างยอดเขาโอสถ สำนักกระบี่ดารา หรือนิกายกู่เสินแล้ว วังเซียนไท่อินมีประวัติศาสตร์การสืบทอดที่ยาวนานและเก่าแก่กว่ามาก
นับเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในการบำเพ็ญเพียรระดับเดียวกับนิกายหยวนหมิงเลยทีเดียว
สายสืบทอดอันเก่าแก่เช่นนี้ ย่อมมีรากฐานที่มั่นคงและลึกล้ำหาใดเปรียบ ซ้ำยังมีเซียนแท้ระดับหยวนเสินคอยคุมเชิง และอาจถึงขั้นมีของวิเศษระดับวิญญาณคอยค้ำจุนโชคชะตาของสำนัก ย่อมไม่ขาดแคลนวิญญาณไท่อินอย่างแน่นอน
ทว่าด้วยสถานะของกู้หย่วนในตอนนี้ เขายังไม่มีสิทธิ์เข้าถึงขั้วอำนาจอันเก่าแก่ระดับนั้นได้
แต่ถ้าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรหญิงระดับแนวหน้า กู้หย่วนก็บังเอิญรู้จักอยู่คนหนึ่งพอดี
คนผู้นั้นก็คือ ฉินหงซิ่วแห่งเขาหลานเค่อ หรือที่ผู้คนขนานนามว่า เทพธิดาดอกท้อ
เทพธิดาดอกท้อผู้นี้มีวาสนาผูกพันกับเขาอยู่บ้าง ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวที่เขาเลี้ยงไว้ ก็ได้มาจากนางนี่แหละ
พูดไปแล้ว ที่กู้หย่วนสามารถกราบเป็นศิษย์ของนักพรตเฮ่อหลิงได้ ก็ต้องขอบคุณเทพธิดาดอกท้อด้วยซ้ำ
หากอีกฝ่ายไม่มอบไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวให้ กู้หย่วนก็คงไม่มีทางให้กำเนิดพรสวรรค์ใจกระบี่ได้ และย่อมไม่ได้รับความโปรดปรานจากนักพรตเฮ่อหลิงเช่นกัน
และจากที่เปาต้าถงเล่ามา เทพธิดาดอกท้อผู้นี้ก็น่าจะมีวิญญาณไท่อินอยู่ในครอบครองพอดี
ดังนั้น กู้หย่วนจึงตั้งใจจะลองติดต่อกับนางดูสักหน่อย
ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ ก็ต้องลองดูก่อนถึงจะรู้
เมื่ออัดฉีดลมปราณแท้สายหนึ่งเข้าไปในยันต์ไม้ กู้หย่วนก็สัมผัสได้เลือนรางว่ายันต์ไม้ชิ้นนี้ได้เชื่อมต่อกับยันต์ไม้อีกชิ้นหนึ่งแล้ว
“เจ้ามีธุระอะไรกับข้าหรือ?”
กู้หย่วนกำลังจะเอ่ยปาก ก็ได้ยินเสียงหวานละมุนดังมาจากด้านหลัง
เขาหันขวับไปมอง ถึงได้รู้ว่าด้านหลังของเขามีเงาร่างที่งดงามหยดย้อยและสง่างามเหนือใครปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
นางก็คือ เทพธิดาดอกท้อ ฉินหงซิ่วนั่นเอง!
“คารวะเทพธิดาฉิน!”
กู้หย่วนค่อนข้างแปลกใจที่อีกฝ่ายมาปรากฏตัวรวดเร็วปานนี้ เขาค้อมกายประสานมือทำความเคารพ ก่อนจะเอ่ยด้วยความเกรงใจว่า
“ไม่ปิดบังเทพธิดา ข้าใกล้จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเทียนเหรินแล้ว บังเอิญว่ามีพลังเทวะวิชาหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้ของวิเศษอย่างวิญญาณไท่อินในการฝึกฝน ข้าบังเอิญได้ยินมาว่าท่านอาจจะมีวิญญาณไท่อินอยู่ในมือ ดังนั้น…”
เทพธิดาดอกท้อผู้นี้มักจะพูดคุยด้วยง่ายเสมอ การพูดจาและกระทำสิ่งใดล้วนตรงไปตรงมา กู้หย่วนจึงไม่ได้อ้อมค้อม มีอะไรก็พูดไปตามตรง
“วิญญาณไท่อินน่ะ ข้ามีอยู่หลายชิ้นจริงๆ แต่เจ้าก็น่าจะรู้ถึงความล้ำค่าของมันดี แล้วเจ้าจะเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนล่ะ?”
ฉินหงซิ่วมองกู้หย่วนด้วยดวงตากระจ่างใสและอ่อนโยน นางเปิดประเด็นตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม
กู้หย่วนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ
“เกรงว่าจะต้องทำให้เทพธิดาผิดหวังเสียแล้ว นอกจากกระบี่บินที่อาจารย์มอบให้ และวิชาเลี้ยงสัตว์วิญญาณ แมลงวิญญาณ งูๆ ปลาๆ ของข้าแล้ว บนตัวข้าก็ไม่มีอะไรน่าภูมิใจเลย”
ฉินหงซิ่วปรายตามองกู้หย่วน ริมฝีปากแดงระเรื่อเผยอขึ้นเบาๆ
“ไม่หรอก เจ้ามี”
“ข้ามี?”
กู้หย่วนอึ้งไป
นอกจากกระบี่อิ๋นเจียว ระบบสัตว์วิญญาณ และตำราเคล็ดกระบี่ที่เขาฝึกฝนอยู่แล้ว บนตัวเขาก็ไม่มีอะไรที่มีค่าเลยจริงๆ
อย่างน้อยกู้หย่วนก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอะไรไปดึงดูดใจฉินหงซิ่วได้
“ตอนที่เจอเจ้าคราวก่อน เจ้ายังไม่โดดเด่นอะไร แต่มาคราวนี้ เจ้ากลับผลัดเปลี่ยนกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็น พรสวรรค์และสรีระได้รับการยกระดับอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนว่าเจ้าคงจะได้รับวาสนาที่หาได้ยากยิ่งมาสินะ”
ดวงตาที่ใสกระจ่างของฉินหงซิ่วแยกขาวดำชัดเจน สายตาสงบนิ่งดุจผิวน้ำ ราวกับมองทะลุปรุโปร่งไปถึงแก่นแท้
“ด้วยเหตุนี้ เจ้าจึงสามารถกราบเข้าสำนักยอดเขาโอสถ แถมยังได้ผู้บำเพ็ญวิถีกระบี่ระดับจินตานที่อยู่ชั้นบนนั่นเป็นอาจารย์อีก นับว่าน่ายินดีด้วยจริงๆ”
“เทพธิดาชมเกินไปแล้ว”
กู้หย่วนเองก็ทึ่งในสายตาอันเฉียบแหลมของอีกฝ่าย เขาถึงกับสงสัยว่าเทพธิดาดอกท้อตรงหน้านี้ อาจจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้แล้วด้วยซ้ำ
เพียงแต่ด้วยนิสัยที่อ่อนโยนและเป็นมิตร นางจึงไม่ได้พูดโพล่งออกมา
“ตำราเต๋าที่เจ้าฝึกฝนอยู่ในตอนนี้ดูเหมือนจะมีความล้ำลึกไม่เบา ลมปราณแท้ที่ฝึกออกมามีคุณสมบัติบริสุทธิ์ผุดผ่องและเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต ข้าเดาว่าหากฝึกฝนไปจนถึงระดับหนึ่ง คงจะสามารถสำเร็จพลังเทวะประเภทชุบชีวิตคนตายสร้างเนื้อหนังใหม่ได้สักสองสามวิชาแน่ๆ อีกทั้งในสำนักยอดเขาโอสถของเจ้า ก็มียอดปรมาจารย์ด้านการหลอมโอสถ หรือกระทั่งยอดฝีมือระดับปรมาจารย์อยู่หลายคน”
ฉินหงซิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ในอนาคตอันใกล้ ข้าอาจจะมีเรื่องบางอย่างที่ต้องการให้เจ้าช่วย”
“ถึงตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นตัวเจ้าเอง หรือจะไปเชิญยอดปรมาจารย์ด้านการหลอมโอสถมาช่วย หากสามารถแก้ปัญหาให้ข้าได้สักข้อหนึ่ง เรื่องนี้ก็ถือว่าหายกัน เป็นอย่างไร?”
แม้กู้หย่วนจะไม่รู้ว่าฉินหงซิ่วต้องการให้ช่วยเรื่องอะไร แต่เขาฟังความหมายแฝงในคำพูดของนางออก จึงอดไม่ได้ที่จะทั้งตกใจและดีใจ รีบเอ่ยรับคำ
“เทพธิดาวางใจได้ ถึงตอนนั้นข้าจะทุ่มเทสุดกำลัง เพื่อช่วยท่านแก้ปัญหาให้จงได้”
“ดีมาก”
ฉินหงซิ่วพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติและผิวพรรณที่เนียนนุ่มดุจทารก ให้ความรู้สึกราวกับความฝันที่จับต้องไม่ได้
นางยื่นฝ่ามือที่ขาวเนียนดุจหยกมันแกวออกมา เพียงแค่ลูบผ่านโต๊ะข้างๆ ก็มีวัตถุสีขาวขุ่นคล้ายหยกมันแกวชิ้นหนึ่งปรากฏขึ้น
วัตถุชิ้นนี้ไร้ตำหนิโดยสิ้นเชิง บนพื้นผิวส่องประกายแสงวิบวับ
นี่ก็คือ วิญญาณไท่อิน!
วิญญาณไท่อินชิ้นนี้ขาวบริสุทธิ์ไร้ตำหนิ ดูคล้ายหยกแต่ไม่ใช่หยก คล้ายเหล็กแต่ไม่ใช่เหล็ก มีขนาดใหญ่กว่ากำปั้นเล็กน้อย รูปทรงไม่สม่ำเสมอ เป็นสสารที่แปลกประหลาดชนิดหนึ่ง
ทันทีที่ปรากฏตัว มันก็เปล่งประกายรัศมีสีขาวขุ่นออกมาเป็นวงๆ แม้แต่แสงจันทร์นอกหน้าต่างก็ยังถูกดึงดูดให้มารวมตัวกันรอบๆ วิญญาณไท่อิน กลายเป็นเส้นสายของพลังแห่งแสงจันทร์สีเทาเงินที่พันเกี่ยวและควบแน่นกันอยู่
“นี่คือวิญญาณไท่อินจริงๆ ด้วย!”
เมื่อกู้หย่วนหยิบมันขึ้นมาถือไว้ ก็รู้สึกได้ว่าวิญญาณไท่อินชิ้นนี้ดูเหมือนจะเบาหวิว ทว่ากลับแข็งแกร่งอย่างน่าประหลาด อีกทั้งยังดูเหมือนจะมีความเชื่อมโยงอันลึกล้ำบางอย่างกับดวงจันทร์สว่างบนฟากฟ้าอีกด้วย
“วิญญาณไท่อินชิ้นนี้มีเนื้อบริสุทธิ์มาก น่าจะเพียงพอสำหรับการหลอมกระจกวิเศษสักบานแล้ว”
แม้กู้หย่วนจะมีนิสัยสุขุมเยือกเย็น แต่ในยามนี้ก็อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าตื่นเต้นออกมาเล็กน้อย
ระดับของจินตานที่จะควบแน่นได้ในอนาคตนั้น มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับรากฐานมรรคาของผู้บำเพ็ญเพียร รวมถึงระดับของพลังเทวะที่ฝึกฝน
วิญญาณไท่อินชิ้นนี้มีความสำคัญต่อพลังเทวะชั้นยอดอย่างเคล็ดกระบี่ไท่ซวีสะท้อนจันทร์
เมื่อมีของสิ่งนี้ โอกาสที่จะฝึกฝนพลังเทวะชั้นยอดวิชานี้ให้สำเร็จก็เป็นไปได้ และตัวกู้หย่วนเองก็เท่ากับก้าวขาข้างหนึ่งเข้าสู่ระดับจินตานขั้นสูงแล้วเช่นกัน
เรียกได้ว่า วิญญาณไท่อินชิ้นนี้ เกี่ยวพันกับโอกาสในการบรรลุเต๋าส่วนหนึ่งของเขาเลยก็ว่าได้ กู้หย่วนจึงมีเหตุผลเพียงพอที่จะตื่นเต้น
ทว่านอกจากความดีใจแล้ว ในใจกู้หย่วนก็เกิดความหวั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อยเช่นกัน
เทพธิดาดอกท้อที่อยู่ตรงหน้านี้ ดูเหมือนจะดีกับเขามากทีเดียว
วิญญาณไท่อินนั้นล้ำค่าเพียงใด?
แต่เทพธิดาดอกท้อกลับหยิบมันออกมาให้อย่างง่ายดาย เพียงเพื่อแลกกับการขอความช่วยเหลือจากกู้หย่วนเพียงครั้งเดียว
แม้กู้หย่วนจะได้กราบเข้าสำนักยอดเขาโอสถ และมีอาจารย์ระดับจินตาน แต่เขาเป็นใครมาจากไหนกัน ถึงสามารถใช้ความช่วยเหลือเพียงครั้งเดียว แลกกับของล้ำค่าอย่างวิญญาณไท่อินได้?
ยิ่งไปกว่านั้น การให้ของก่อนแล้วค่อยให้ช่วยทีหลังแบบนี้ มันไม่ให้เกียรติเขามากเกินไปหน่อยหรือ?