ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 214 หวาดกลัวจนลนลานหนี!
เรื่องนี้ทำให้เฮยเซียวจื่อถึงกับอกสั่นขวัญแขวน
ไอ้เจ้ากู้หย่วนนี่ มันไปเอาสัตว์ประหลาดจากยุคบรรพกาล ทายาทสัตว์วิญญาณพวกนี้มาจากไหนกันตั้งมากมาย?
นอกจากความตื่นตะลึงแล้ว ในใจเขาย่อมเกิดความโลภขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากสามารถแย่งชิงสัตว์เลี้ยงวิญญาณเหล่านี้มาได้ทั้งหมด ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวก็แล้วไปเถอะ อย่างไรเสียมันก็เป็นเป้าหมายของคุณชายของเขา เขาไม่กล้าแตะต้อง
แต่ตะขาบสวรรค์หลังเงินตัวนั้น งูประหลาดสีทองหม่นตัวนั้น และตะพาบวิญญาณเกราะดำตัวนั้น เขาคู่ควรที่จะฆ่าพวกมัน แล้วยึดมาเป็นของตนเพื่อกลืนกินและหลอมรวมได้อย่างเต็มที่
เขาแน่ใจว่า หากหลอมรวมพวกมันได้สำเร็จ เขาจะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล เผลอๆ อาจจะทะลวงผ่านขีดจำกัดของเผ่าพันธุ์ ยกระดับสายเลือดในกายให้สูงขึ้นไปอีกขั้น จนกลายเป็นสายเลือดที่เทียบชั้นได้กับทายาทสัตว์เทวะเลยทีเดียว!
เมื่อคิดได้ดังนี้ ในใจของเฮยเซียวจื่อก็ร้อนรุ่มขึ้นมาทันที!
เดิมทีเขาเป็นเพียงนกเค้าแมวผีขนดำในป่าเขา ภายหลังบังเอิญได้รับวาสนาบางอย่าง จึงค่อยๆ สั่งสมบารมี ฝึกฝนมาทีละก้าวๆ จนกระทั่งควบแน่นแก่นอสูรได้สำเร็จ หลอมละลายกระดูกขวาง (กระดูกขวางคอสัตว์ที่เชื่อว่าทำให้พูดไม่ได้) และจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้ในที่สุด
แก่นอสูรที่เขาควบแน่นได้นั้น หากเทียบตามมาตรฐานของโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ก็เทียบเท่ากับจินตานระดับห้า ซึ่งก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว แม้จะไม่มีความหวังที่จะบรรลุมรรคาสู่อมตะ แต่ขอเพียงมีพรสวรรค์ วาสนา และโชคชะตามากพอ ก็ยังมีโอกาสที่จะบรรลุมรรคผลระดับหยินเสินได้อยู่บ้าง
เพียงแต่เฮยเซียวจื่อรู้ตัวดี ว่าโอกาสเช่นนั้นช่างริบหรี่นัก ความเป็นไปได้แทบจะเป็นศูนย์
ทว่าเวลานี้ โอกาสงามมาถึงแล้ว!
ขอเพียงได้กลืนกินสัตว์เลี้ยงวิญญาณของกู้หย่วนเหล่านี้ เขาจะต้องได้ผลัดเปลี่ยนกระดูกใหม่ หนำซ้ำยังอาจยกระดับขั้นของแก่นอสูรได้ ภายภาคหน้าก็จะมีวาสนาในการบรรลุมรรคผลมากยิ่งขึ้น!
เฮยเซียวจื่อไม่ลังเลที่จะเปิดฉากโจมตี ใช้กำลังของตนเพียงผู้เดียว เข้าต่อกรกับผีเสื้อกระบี่เงาเขียว ตะขาบสวรรค์หลังเงิน งูกลืนปราณ และตะพาบวิญญาณเกราะดำ
รวมถึงกู้หย่วนด้วย!
ชั่วขณะนั้น แสงกระบี่และกระบี่ขนนกสาดซัดเข้าใส่กัน วิชาเทวะและอาคมนานาชนิดเข้าปะทะกันจนเกิดเสียงดังกึกก้อง แสงสว่างเจิดจ้าบาดตา อานุภาพสั่นสะเทือนฟ้าดิน
หากไม่มีค่ายกลกักมังกรคอยปิดกั้นฟ้าดิน และสะกดข่มพื้นที่บริเวณนี้เอาไว้ เกรงว่ายอดเขาหลายลูกในละแวกนี้คงถูกถล่มจนราบคาบ และความโกลาหลนี้คงแพร่กระจายออกไปนานแล้ว
ทว่ายิ่งสู้ สีหน้าของเฮยเซียวจื่อก็ยิ่งแปรเปลี่ยนไป
เขาพบว่าตนเองประเมินกู้หย่วนต่ำไป และประเมินสัตว์เลี้ยงวิญญาณเหล่านี้ต่ำไปเสียแล้ว!
เขาเป็นยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานก็จริง ทว่าในตอนที่ควบแน่นแก่นอสูรสำเร็จนั้น เขาใช้วิชาเทวะระดับสูงเพียงวิชาเดียว และวิชาเทวะระดับกลางและระดับล่างอีกหลายวิชาเป็นรากฐาน!
รากฐานเช่นนี้ หากใช้รับมือกับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตเทียนเหรินทั่วไป ย่อมเพียงพออย่างเหลือเฟือ
ต่อให้มีผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตเทียนเหรินทั่วไปมาสักสองสามคน หรือแม้แต่สิบกว่าคน เขาก็ไม่หวั่น!
ทว่าเมื่อต้องรับมือกับกู้หย่วน ที่ผนึกกำลังกับสัตว์เลี้ยงวิญญาณที่เขาเลี้ยงดูมา เฮยเซียวจื่อกลับถูกกดดันอย่างเห็นได้ชัด!
ไม่ว่าจะเป็นวิชากระบี่ที่กู้หย่วนใช้ออกมา ปราณกระบี่ที่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวปล่อยออกมา ความเร็วและอานุภาพการตัดเฉือนของตะขาบสวรรค์หลังเงินที่ทรงพลังดุจกระบี่บิน พลังแห่งการกลืนกินของงูกลืนปราณ หรือวิชาควบคุมน้ำของตะพาบวิญญาณเกราะดำ ล้วนทรงพลังเทียบเท่าวิชาเทวะระดับสูงสุด หรือระดับสูงทั้งสิ้น
เมื่อบวกกับการสนับสนุนของค่ายกลกักมังกร พลังการบำเพ็ญเพียรของเฮยเซียวจื่อก็ถูกลดทอนลงไปกว่าครึ่ง เพียงไม่กี่กระบวนท่า ร่างของเขาก็มีบาดแผลตื้นลึกปรากฏขึ้นหลายแห่ง
เลือดสีคล้ำอมดำไหลรินออกมาเป็นสาย
สีหน้าของเฮยเซียวจื่อย่ำแย่ถึงขีดสุด
บาดแผลเหล่านี้ย่อมไม่ได้ร้ายแรงสำหรับเขา ทว่าความหมายที่แฝงอยู่ กลับทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างลึกซึ้ง
เขาที่เป็นถึงยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตาน กลับถูกผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตเทียนเหรินอย่างกู้หย่วนทำให้บาดเจ็บได้
กี้——!!!
นกเค้าแมวผีขนดำที่กำลังต่อสู้พัวพันกับมังกรสีเงินอยู่กลางวงล้อม ส่งเสียงร้องแหลมเล็กอย่างน่าเวทนา สาเหตุก็คือหัวของมันถูกตะขาบสวรรค์หลังเงินพุ่งชนจนทะลุ
ร่างกายของตะขาบสวรรค์หลังเงินแข็งแกร่งถึงขีดสุด ราวกับกระบี่บินที่มีชีวิต พุ่งทะยานไปมาอย่างไร้สิ่งกีดขวาง
ในเสี้ยววินาทีที่นกเค้าแมวผีขนดำและมังกรสีเงินกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด มันก็ฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายเผยช่องโหว่ พุ่งทะลวงหัวของนกเค้าแมวผีขนดำจนเป็นรูโหว่
นกเค้าแมวผีขนดำตัวนี้ไม่ใช่ร่างจริง แม้จะเป็นเพียงวิชาเทวะของเฮยเซียวจื่อ ทว่าต่อให้เป็นเช่นนั้น ก็ไม่อาจทำลายรากฐานของมันได้ ขอเพียงเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง มันก็จะฟื้นสภาพกลับมาดังเดิม
ทว่ากู้หย่วนมีหรือจะยอมปล่อยโอกาสนี้ให้เฮยเซียวจื่อ?!
มังกรสีเงินที่เกิดจากกระบี่อิ๋นเจียวส่งเสียงคำรามดังก้อง ฉวยโอกาสเข้าพัวพันรัดรึงนกเค้าแมวผีขนดำเอาไว้ ออกแรงรัดจนแน่น นกเค้าแมวผีขนดำร้องโหยหวน ก่อนจะถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด!
วิชาเทวะของเฮยเซียวจื่อถูกทำลาย เขากระอักเลือดคำโตออกมาทันที
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะตั้งสติได้ ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวก็กระพือปีก ปล่อยปราณกระบี่สาดซัดออกมาเป็นสาย
ปัง ปัง ปัง!
แม้ส่วนใหญ่จะถูกวิชาเทวะคุ้มกายของเขาต้านทานไว้ได้ ทว่าภายใต้ปราณกระบี่นับพันนับหมื่นสาย วิชาเทวะคุ้มกายก็ถูกทะลวงจนแตกพ่าย ปราณกระบี่กรีดเฉือนร่างของเขาจนเกิดแผลเหวอะหวะ ทำให้บาดแผลทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น!
“ไม่ได้การ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ข้าต้องมาตายน้ำตื้นแน่!”
เฮยเซียวจื่อลอบร้องแย่ในใจ
เขามองสถานการณ์ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะฆ่ากู้หย่วนได้หรือไม่แล้ว แต่เป็นกู้หย่วนจะยอมปล่อยเขาไปหรือไม่ต่างหาก
ตายน้ำตื้นยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ ทุกอย่างก็จบเห่!
เฮยเซียวจื่อยื่นมือออกไปคว้ารวบ ควันดำที่เกิดจากนกเค้าแมวผีขนดำที่เพิ่งถูกกระบี่อิ๋นเจียวบดขยี้ ก็รวมตัวกันกลายเป็นยาลูกกลอนเม็ดหนึ่ง ทว่าสีสันของมันกลับหม่นหมองลงกว่าตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด
“ระเบิดซะ!”
จากนั้น ใบหน้าของเฮยเซียวจื่อก็ฉายแววอำมหิต โยนยาลูกกลอนขึ้นไปบนอากาศ พุ่งเป้าไปที่จุดอ่อนแห่งหนึ่งของค่ายกลกักมังกร!
ตู้ม!!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง คลื่นอากาศอันรุนแรงม้วนตัวเป็นเกลียว
แสงวิญญาณอันเจิดจ้าเจือปนไปด้วยกลิ่นอายอสูรเป็นเส้นสาย แผ่ซ่านออกไปทุกทิศทาง สถานที่ใดที่มันพาดผ่าน โขดหินและต้นไม้ใบหญ้าล้วนสลายกลายเป็นผุยผงอย่างเงียบเชียบ!
ต่อให้มีค่ายกลคอยลดทอนพลังทำลายล้าง ทว่าภูเขาในละแวกนั้นก็ยังสั่นสะเทือนไม่หยุด หินกักษ์จำนวนมากร่วงหล่นลงมาจากภูเขา บดขยี้ต้นไม้ใบหญ้าไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่
เมื่อโดนการโจมตีนี้เข้าไป ค่ายกลกักมังกรก็แตกพ่ายในที่สุด ข้อห้ามกว่าครึ่งถูกทำลาย เสากักมังกรทั้งเก้าต้นเอนเอียงระเนระนาด แสงวิญญาณหม่นหมอง
เฮยเซียวจื่อพุ่งทะยานออกจากค่ายกล เขามองกู้หย่วนด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายและเคียดแค้นชิงชัง
เดิมทีเขาตั้งใจจะลงมือต่อ ทว่าเมื่อสายตาปะทะเข้ากับสัตว์เลี้ยงวิญญาณทั้งสี่ตัวอย่างผีเสื้อกระบี่เงาเขียว ตะขาบสวรรค์หลังเงิน และตัวอื่นๆ เขาก็จำต้องล้มเลิกความคิดอันหอมหวานนี้ไป
เวลานี้เขาบาดเจ็บสาหัส ที่สำคัญที่สุดคือ วิชาเทวะระดับสูงซึ่งเป็นหนึ่งในรากฐานของเขาถูกทำลาย ทำให้ความแข็งแกร่งของเขาลดทอนลงไปเกือบครึ่ง!
การโจมตีเมื่อครู่มีอานุภาพมหาศาล ทว่าก็ต้องแลกมาด้วยวิชาเทวะระดับสูงเพียงหนึ่งเดียวของเขา!
ในสถานการณ์เช่นนี้ การต่อสู้กับกู้หย่วนต่อไปย่อมไม่ใช่เรื่องดี ทางที่ดีที่สุดคือรีบหนีไปให้พ้น!
ทว่าเขาอยากจะหนี แต่กู้หย่วนกลับไม่คิดจะปล่อยเขาไป
การออกมาในครั้งนี้ กู้หย่วนได้งัดไพ่ตายทั้งหมดของเขาออกมาแล้ว!
รวมถึงวิชาเทวะเคล็ดวิชาจันทราสะท้อนวารีที่เขาฝึกฝน และสัตว์เลี้ยงวิญญาณทั้งสี่ตัวอย่างเสี่ยวชิง ต้าจุ่ย อาอู๋ และเหยาต้าด้วย
แค่เสี่ยวชิงตัวเดียวก็ดึงดูดตัวปัญหาอย่างลู่คุนมาแล้ว หากเรื่องทั้งหมดนี้ถูกเปิดเผยออกไป ย่อมต้องชักนำปัญหาที่ใหญ่และหนักหนากว่านี้มาอย่างแน่นอน!
อย่างน้อยที่สุด ศิษย์ ผู้ดูแล และผู้อาวุโสจำนวนมากของนิกายกู่เสิน จะต้องจ้องมองมาที่เขาตาเป็นมันแน่!
การเลี้ยงผีเสื้อกระบี่เงาเขียวไว้ได้หนึ่งตัว อาจจะบอกได้ว่ากู้หย่วนโชคดี ทว่านอกจากผีเสื้อกระบี่เงาเขียวแล้ว เขายังมีแมลงอสูรสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่ไม่ด้อยไปกว่ากันเลยอย่างตะขาบสวรรค์หลังเงิน และยังมีงูกลืนปราณอีก ตกลงแล้วพวกนั้นเป็นศิษย์นิกายกู่เสิน หรือกู้หย่วนเป็นศิษย์นิกายกู่เสินกันแน่?
ศิษย์สืบทอดไปจนถึงผู้อาวุโสของนิกายกู่เสินตั้งมากมาย แมลงกู่ที่พวกเขาเลี้ยงไว้ เกรงว่ายังสู้สัตว์เลี้ยงวิญญาณเพียงตัวเดียวบนร่างของกู้หย่วนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ดังนั้น เรื่องนี้จะให้เฮยเซียวจื่อแพร่งพรายออกไปไม่ได้เด็ดขาด!