ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 218 คนจริงใจเด็ด!
เมื่อมาถึงหออวี้ติ่ง กู้หย่วนก็สัมผัสได้ทันทีว่า สายตาของผู้คนรอบข้างที่มองมายังเขานั้นแตกต่างไปจากเดิมอย่างชัดเจน
ประหลาดใจ สงสัย ตกตะลึง ยำเกรง ไม่อยากเชื่อ…
สรุปแล้วก็คือ เขากลายเป็นจุดสนใจอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน กู้หย่วนก็สามารถสัมผัสได้ถึงสายตาของผู้คนที่จ้องมองมาตลอดเวลา
ทว่าเมื่อเขาหันไปสบตาด้วย คนเหล่านั้นต่างก็รีบหลบตากันเป็นแถว ท่าทางหวาดกลัวไม่กล้ามองหน้า ราวกับเห็นเขาเป็นสัตว์ประหลาดอันตรายก็ไม่ปาน
“ศิษย์น้องกู้ ในที่สุดเจ้าก็มาเสียที”
เวลานี้เอง เฝิงเส้าเจี๋ยก็ก้าวฉับๆ เข้ามาหา
“ศิษย์พี่เฝิง”
กู้หย่วนประสานมือคารวะ
“ศิษย์น้องกู้ไม่ต้องเกรงใจ ตามข้ามาเถิด”
เฝิงเส้าเจี๋ยยิ้มบางๆ เดินนำหน้าไป ทว่าในแววตากลับฉายความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างวูบหนึ่ง
ย้อนกลับไปตอนที่พบกู้หย่วนครั้งแรก เขายังไม่ได้ใส่ใจกู้หย่วนนัก
อย่างไรเสีย การที่เขาสามารถกราบซือหม่าเหยียนเป็นอาจารย์ได้ พรสวรรค์และความเข้าใจของเขาย่อมต้องอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน
กู้หย่วนมีพรสวรรค์ค่อนข้างสูงก็จริง ทว่าท้ายที่สุดก็ไม่ได้สูงไปกว่าเขาเท่าใดนัก
ยิ่งไปกว่านั้น สถานะและตำแหน่งของอาจารย์ทั้งสองก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง
ซือหม่าเหยียนเป็นผู้อาวุโสระดับสูงของยอดเขาโอสถ หนำซ้ำยังเป็นถึงปรมาจารย์หลอมโอสถ ทั้งตบะ ความแข็งแกร่ง และสถานะ ล้วนอยู่เหนือกว่านักพรตเฮ่อหลิงทั้งสิ้น
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่เคยมองกู้หย่วนสูงส่งนัก
พรสวรรค์ก็ส่วนพรสวรรค์ การจะเติบโตขึ้นไปทีละก้าวๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
หากกล่าวว่า ก่อนถึงขอบเขตเทียนเหริน การบำเพ็ญเพียรต้องอาศัยพรสวรรค์ ความอดทน และความมุมานะ ทว่าหลังจากเข้าสู่ขอบเขตเทียนเหรินแล้ว นอกจากสามสิ่งนี้ ก็ยังต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย
เช่น ทรัพยากร ความเข้าใจ ตลอดจนโชคชะตาและวาสนา…
แม้ภายหลังกู้หย่วนจะแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ด้านการหลอมโอสถอันน่าทึ่ง เขาก็เพียงแค่ประหลาดใจเล็กน้อยเท่านั้น
ทว่ายิ่งได้สัมผัสกันนานวันเข้า เขาก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนที่ได้รู้ว่ากู้หย่วนลงมือสังหารเผ่าอสูรระดับจินตานด้วยตัวเอง เขาถึงกับยืนอึ้งอยู่กับที่เป็นเวลานาน
เขาเพิ่งจะตระหนักได้ว่า ตนเองประเมินกู้หย่วนต่ำเกินไปเสียแล้ว
ทั้งสองเดินมาถึงห้องหลอมโอสถ หลังจากทักทายกันแล้ว ก็เดินเข้าไปด้วยความเคารพ
ซือหม่าเหยียนที่อยู่ด้านในยังคงมีสภาพเหมือนเช่นเคย สวมชุดนักพรตเก่าซอมซ่อ หนวดเครายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง นั่งตัวตรงแหน่วเฝ้าอยู่หน้าเตาหลอมโอสถอย่างไม่ไหวติง
“ท่านอาจารย์ ศิษย์น้องกู้มาแล้วขอรับ”
เฝิงเส้าเจี๋ยส่งเสียงบอกกล่าว
“อืม เจ้าออกไปก่อนเถิด”
ซือหม่าเหยียนโบกมือ น้ำเสียงราบเรียบ
“ขอรับ!”
เฝิงเส้าเจี๋ยประสานมือคารวะด้วยความเคารพ จากนั้นก็หันหลังเดินออกจากห้องไป พร้อมกับปิดประตูให้เสร็จสรรพ
“ศิษย์ลุง”
กู้หย่วนประสานมือคารวะ
“เอาล่ะ ไม่ต้องมากพิธีหรอก”
ซือหม่าเหยียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ กวักมือเรียกกู้หย่วนให้เข้าไปหา โดยไม่ได้เอ่ยถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน ทว่าชี้ไปยังโอสถวิญญาณในเตาหลอม แล้วกล่าวอย่างเร่งรีบว่า
“กู้หย่วนเอ๊ย มานี่เร็ว! รีบมาดูหน่อยว่าโอสถเม็ดนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
“เอ่อ…”
กู้หย่วนชะงักไปเล็กน้อย คำพูดที่เตรียมไว้ในใจพลันจุกอยู่ที่คอหอย ก่อนจะขานรับคำหนึ่ง
จากนั้นทั้งสองก็เริ่มถกเถียงกันถึงเรื่องสมุนไพรวิญญาณที่เป็นวัตถุดิบ ความเปลี่ยนแปลงของสรรพคุณยา และการนำหลักการทางโอสถมาประยุกต์ใช้กับโอสถที่อยู่ในเตาหลอม
“อืม ไม่เลว เป็นเช่นนั้นจริงๆ…”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของกู้หย่วน ซือหม่าเหยียนก็พยักหน้าไม่หยุดหย่อน สายตาที่มองกู้หย่วนยิ่งมายิ่งเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ
“เอาล่ะ เล่ามาสิว่าเมื่อหลายวันก่อนเกิดเรื่องอันใดขึ้นบ้าง”
หลังจากสนทนากันจบ ทั้งสองก็วกเข้าเรื่องสำคัญ ซือหม่าเหยียนเป็นฝ่ายเปิดประเด็นถามขึ้นมาตรงๆ
อันที่จริงเมื่อหลายวันก่อน ตอนที่กู้หย่วนมาหา เขาก็ได้เล่าสถานการณ์ให้ฟังไปแล้ว
ดังนั้นซือหม่าเหยียนจึงรู้ดีว่ากู้หย่วนถูกคนเพ่งเล็งเข้าแล้ว และในตอนนั้นกู้หย่วนยังตั้งใจใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ เพื่อสร้างฉากล่องูออกจากถ้ำขึ้นมา
ซือหม่าเหยียนที่เห็นแก่พรสวรรค์ด้านการหลอมโอสถของกู้หย่วน ในตอนนั้นก็ได้มอบป้ายหยกพิเศษชิ้นหนึ่งให้กู้หย่วนไป
เมื่อใดที่กู้หย่วนตกอยู่ในอันตราย เขาจะได้รับข่าวสารทันที และสามารถรุดไปช่วยเหลือได้
ด้วยเหตุนี้เอง กู้หย่วนจึงได้วางใจอย่างเต็มที่ และกล้าออกไปล่องูออกจากถ้ำอย่างเยือกเย็น มีอภิมหาอำนาจระดับจินตานที่จวนจะบรรลุถึงระดับหยินเสินอยู่รอมร่อคอยหนุนหลังเช่นนี้ เขาจะไปกลัวสิ่งใดอีก
ทว่าเห็นได้ชัดว่าในตอนนั้นกู้หย่วนไม่ได้พบเจอกับสถานการณ์ที่อันตรายมากนัก หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เขาพบแล้ว แต่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง
“ศิษย์ลุง เรื่องเป็นเช่นนี้ขอรับ ในตอนนั้น…”
นอกเหนือจากเรื่องที่เขาเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงวิญญาณตัวอื่นๆ เอาไว้นอกจากเสี่ยวชิงแล้ว เรื่องอื่นๆ กู้หย่วนก็แทบจะไม่ได้ปิดบังอะไรเลย
เมื่อฟังจบ ซือหม่าเหยียนก็พยักหน้า มองกู้หย่วนอย่างลึกซึ้ง พลางทอดถอนใจว่า
“ไอ้หนูเจ้านี่ใช้ได้ทีเดียว ศิษย์น้องเฮ่อหลิงรับศิษย์ได้ประเสริฐจริงๆ”
ประโยคนี้เขาเคยพูดมาแล้วครั้งหนึ่งตอนที่พบกู้หย่วนครั้งแรก ทว่าความหมายกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ในตอนนั้น กู้หย่วนแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ด้านวิถีโอสถอันน่าทึ่ง ซึ่งทำให้เขารู้สึกทอดถอนใจ การกล่าวชมกู้หย่วน ก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของพรสวรรค์ด้านวิถีโอสถของกู้หย่วนเช่นกัน
ทว่าตอนนี้ ที่ซือหม่าเหยียนกล่าวชมกู้หย่วน เป็นเพราะความแข็งแกร่ง วิชาเทวะ การฉวยจังหวะ และความเด็ดเดี่ยวโหดเหี้ยมต่อตัวเองที่กู้หย่วนแสดงให้เห็นต่างหาก!
ผู้ที่กล้าใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อศัตรู ย่อมต้องเป็นคนใจเด็ดอย่างแท้จริง เป็นประเภทที่โหดเหี้ยมกับผู้อื่น และยิ่งโหดเหี้ยมกับตนเองยิ่งกว่า
เพราะหากพลาดพลั้งไปเพียงนิดเดียว ก็หมายถึงชีวิต!
และที่สำคัญที่สุดคือ กู้หย่วนยังเดิมพันชนะอีกด้วย
ไม่เพียงแต่จะสังหารศัตรูได้ ทว่ายังใช้พลังระดับขอบเขตเทียนเหรินสังหารยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานได้อีก นับว่าได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล
“ศิษย์ลุงกล่าวชมเกินไปแล้วขอรับ”
กู้หย่วนกล่าวอย่างถ่อมตน เขาทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายมีบางอย่างอยากจะพูดแต่ก็ยั้งไว้
ซือหม่าเหยียนเป็นบุคคลระดับใดกัน แม้จะหมกมุ่นอยู่กับวิชาหลอมโอสถมาตลอดทั้งปี ทว่าผู้ที่สามารถบำเพ็ญเพียรมาจนถึงระดับนี้ได้ จะเป็นคนธรรมดาได้อย่างไร?
เขาย่อมมองออกว่ากู้หย่วนต้องการจะสื่ออะไร จึงกล่าวอย่างไม่เกรงใจว่า
“เอาล่ะ มีอะไรก็ว่ามาตรงๆ เถิด มีเรื่องอันใดต้องปิดบังข้าด้วยงั้นรึ?”
กู้หย่วนยิ้มเจื่อนๆ รู้ดีว่าศิษย์ลุงตรงหน้านี้เห็นเขาเป็นคนกันเองจริงๆ จึงไม่ปิดบังอีกต่อไป บอกเล่าความสงสัยและข้อสันนิษฐานของตนเองออกมาตรงๆ
“คืออย่างนี้ขอรับศิษย์ลุง ก่อนหน้านี้บนเรือมังกรเหินเวหาของยอดเขาโอสถ ศิษย์เคยถูกคนลอบทำร้ายด้วย ปราณเซียนเน่าเปื่อยหยินปฐพีมลทินทั้งหก ในตอนนั้น…”
จากนั้น กู้หย่วนก็เล่าเรื่องที่ตนเองถูกลอบทำร้าย รวมถึงเรื่องที่หลังจากมาถึงตลาดการค้าฉงหมิงแล้วได้พบกับนักพรตชิงมู่ และการถูกลู่คุนมาหาถึงที่ ให้ฟังอย่างละเอียดทุกขั้นตอน
รวมไปถึงเรื่องที่เขาจงใจมาที่หออวี้ติ่งเมื่อหลายวันก่อน เพื่อให้นักพรตชิงมู่เห็น และหลอกใช้อีกฝ่ายให้ส่งข่าว
ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่า เรื่องนี้นักพรตชิงมู่เป็นคนส่งข่าวจริงๆ ซึ่งก็หมายความว่า นักพรตชิงมู่กำลังสมรู้ร่วมคิดกับคนของนิกายกู่เสินอย่างลับๆ เพื่อวางแผนทำร้ายศิษย์ร่วมสำนักของตนเอง
เมื่อกู้หย่วนพูดจบ ซือหม่าเหยียนก็นิ่งเงียบไป ไม่ได้เอ่ยปากอยู่นาน
เพียงแต่พยักหน้ารับ
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว”
เมื่อเห็นเช่นนั้น กู้หย่วนก็ใจหายวาบ ไม่ได้พูดอะไรต่อ และรีบเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรู้กาลเทศะ
……
จนกระทั่งกู้หย่วนลากลับ ซือหม่าเหยียนก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องของนักพรตชิงมู่เลยแม้แต่น้อย ทว่าภายในถุงเก็บของของกู้หย่วน กลับมีของเล่นเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มขึ้นมาสองสามชิ้น
ในช่วงหลายวันต่อมา กู้หย่วนก็เก็บตัวเงียบอยู่ในที่พัก นอกจากการทำความเข้าใจวิชาเทวะแล้ว ก็เอาแต่หลอมโอสถ นับว่าใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าและเพลิดเพลินยิ่งนัก
ส่วนต้าจุ่ยนั้น หลังจากกินแก่นอสูรของเฮยเซียวจื่อเข้าไปแล้ว ก็เอาแต่อยู่เงียบๆ ราวกับกินอิ่มจนจุก ดูเกียจคร้านและเฉื่อยชาลงไปมาก การเคลื่อนไหวก็เชื่องช้าลงไม่น้อย