ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 247 ความทอดถอนใจของนักพรตเฮ่อหลิง!
“หึหึ การเดินทางไปยังตำหนักเซียนมังกรชาดของอาจารย์ในครานี้ โชคดีไม่เลวเลยทีเดียว ไม่เพียงแต่จะได้รับความรู้แจ้งบางอย่างมาเท่านั้น แต่ยังได้ของดีติดมือมาอีกหลายชิ้นด้วย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นักพรตเฮ่อหลิงก็หัวเราะออกมา เห็นได้ชัดว่าเขากำลังอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก
จากนั้นเขาก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เอาล่ะ เลิกพูดเรื่องสัพเพเหระกันเถอะ ข้าได้ยินศิษย์พี่ซือหม่าเหยียนเปรยๆ มาว่า ช่วงนี้เจ้าเด็กแสบอย่างเจ้าไปก่อเรื่องวุ่นวายอะไรมาอย่างนั้นรึ?”
กู้หย่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไปตามตรง
“ไม่ปิดบังท่านอาจารย์ ช่วงที่ผ่านมาศิษย์ได้ก่อเรื่องขึ้นมาจริงๆ ขอรับ ทว่าเรื่องนี้จะโทษว่าเป็นความผิดของศิษย์ก็คงไม่ได้”
หลังจากนั้น กู้หย่วนก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ให้ฟังทั้งหมด ยกเว้นเรื่องที่นัดแนะกับจี้ชางไห่เพื่อไปสำรวจตำหนักเซียนมังกรชาด และเรื่องสัตว์วิญญาณที่เขาเลี้ยงดูเอาไว้ นอกนั้นเขาก็แทบจะไม่ได้ปิดบังอะไรเลย
ขณะที่รับฟังคำกล่าวของกู้หย่วน เมื่อได้ยินว่ากู้หย่วนมีพรสวรรค์ในวิถีโอสถเป็นเลิศ จนถึงขั้นที่ซือหม่าเหยียนตั้งตารออยากจะรับเขาเป็นศิษย์ นักพรตเฮ่อหลิงก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เพียงแต่แฝงไว้ด้วยสีหน้าแปลกประหลาดใจอยู่บ้าง ทว่าเขาก็ไม่ได้เอ่ยขัดอะไรออกมา
แต่เมื่อได้ยินว่ากู้หย่วนถูกลู่คุนบังคับขู่เข็ญซื้อขายผีเสื้อกระบี่เงาเขียว รอยยิ้มบนใบหน้าของนักพรตเฮ่อหลิงก็จางหายไป เขาส่งเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างเย็นชา
“คนของนิกายกู่เสิน ล้วนแต่เป็นพวกชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกผู้อื่นจริงๆ ไว้มีโอกาส อาจารย์จะช่วยเจ้าสะสางเรื่องนี้เอง”
กู้หย่วนย่อมมองออกว่า นักพรตเฮ่อหลิงคิดเผื่อเขาด้วยความจริงใจ จึงกล่าวว่า
“ศิษย์ไม่รบกวนท่านอาจารย์ดีกว่าขอรับ เรื่องนี้ศิษย์จัดการเรียบร้อยแล้ว”
“โอ้? เจ้าจัดการอย่างไรล่ะ?”
นักพรตเฮ่อหลิงถามด้วยความประหลาดใจ
ลำพังตัวลู่คุนนั้นไม่ได้สลักสำคัญอะไร แต่ภูมิหลังของเขากลับไม่ธรรมดา เขาคือหลานชายสุดที่รักของเฒ่าบรรพชนเทียนฉงผู้เป็นถึงมหาอำนาจระดับหยางเสิน บุคคลระดับนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังต้องระวังหน้าพะวงหลัง ไม่กล้าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า
กู้หย่วนก็เป็นคนตรงไปตรงมา เขาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นให้ฟังอย่างไม่อ้อมค้อม
เมื่อทราบว่ากู้หย่วนได้สังหารลูกน้องของลู่คุน ซึ่งเป็นถึงเผ่ามารระดับจินตาน สายตาของนักพรตเฮ่อหลิงที่มองมายังเขาก็เปลี่ยนไป
ตัวเขาเองก็เป็นยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตาน ที่ค่อยๆ ฝึกฝนไต่เต้ามาจากผู้บำเพ็ญเพียรธรรมดาทีละก้าว ย่อมรู้ซึ้งดีว่าการจะทำเรื่องเช่นนี้ได้นั้นมันยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด
ใช้พลังเพียงระดับขอบเขตเทียนเหรินสังหารระดับจินตาน การที่กู้หย่วนทำได้ถึงขั้นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย
ต่อให้จะอาศัยค่ายกลและสัตว์วิญญาณเข้าช่วย แต่นี่ก็ถือเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างหนึ่งเช่นกัน
หลังจากนั้น เมื่อได้ยินว่ากู้หย่วนกับลู่คุนนัดหมายประลองกันบนเวทีเป็นตาย มุมปากของเขาก็กระตุกวูบ นัยน์ตาสะท้อนประกายจิตสังหารสายหนึ่งออกมา
พอได้ยินว่ากู้หย่วนสังหารลู่คุนตายคาที่ เขาก็ส่งเสียงฮึดฮัดอย่างเย็นชาออกมาอีกครั้ง
ทว่าพอได้ยินว่าลู่คุนฟื้นคืนชีพกลับมา แถมยังต้องสูญเสียของวิเศษกองโตให้กู้หย่วน นักพรตเฮ่อหลิงก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินศิษย์คนนี้ต่ำไปเสียแล้ว เป็นเพียงศิษย์สายในของยอดเขาโอสถ ทว่ากลับสามารถสังหารลู่คุนผู้เป็นถึงศิษย์สืบทอดของนิกายกู่เสินให้ตายตกอยู่ใต้คมกระบี่ได้ หากนักพรตเป่าฉานคู่ปรับเก่าของเขามารู้เรื่องนี้เข้า คาดว่าคงจะเสียใจภายหลังจนแทบกระอักเลือด ลำไส้คงเขียวคล้ำไปด้วยความเสียดายเป็นแน่
เพราะถึงอย่างไร ตอนที่ตรวจสอบพรสวรรค์ของกู้หย่วนในคราแรก นักพรตเป่าฉานก็รู้สึกพึงพอใจในพรสวรรค์ของกู้หย่วนเป็นอย่างมาก ทั้งยังเคยเอ่ยปากอยากรับเป็นศิษย์มาแล้ว
การพลาดโอกาสทองที่จะได้ศิษย์ชั้นยอดเช่นนี้ไป แถมยังก่อความบาดหมางกันอีก นักพรตเป่าฉานคงไม่ได้แค่รู้สึกเสียใจภายหลังเท่านั้น คาดว่าคงต้องใช้เวลาทำใจไปอีกพักใหญ่เลยทีเดียวกว่าจะยอมรับความจริงได้
ต่อมา เมื่อได้ยินว่านักพรตชิงมู่คือผู้ปองร้ายที่ลอบทำร้ายกู้หย่วน นักพรตเฮ่อหลิงก็ไม่ได้กล่าวอะไร เพียงแต่แววตาของเขากลับดูลึกล้ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และรับฟังต่อไปอย่างเงียบๆ
จนกระทั่งได้รู้ว่ากู้หย่วนร่วมมือกับซือหม่าเหยียนสังหารนักพรตชิงมู่จนตกตาย นักพรตเฮ่อหลิงก็ตกอยู่ในความเงียบงันอย่างสมบูรณ์
นักพรตชิงมู่ เขาจำต้องรู้จักอยู่แล้ว ไม่เพียงแค่รู้จัก แต่ยังคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอีกด้วย
เขากับอีกฝ่ายมีความบาดหมางกันอยู่บ้าง เนื่องจากสถานะของทั้งสองฝ่ายที่แตกต่างกัน แต่เขาก็ไม่คาดคิดเลยว่านักพรตชิงมู่จะสามารถกระทำเรื่องพรรค์นี้ลงได้
และยิ่งคิดไม่ถึงเข้าไปใหญ่ ว่ากู้หย่วนจะสามารถวางแผนการล่วงหน้า และลงมือสังหารอีกฝ่ายได้อย่างหมดจดเด็ดขาดถึงเพียงนี้
การที่มีความแข็งแกร่งถึงระดับนี้ อีกทั้งยังมีจิตใจที่โหดเหี้ยมเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมา
มาถึงขั้นนี้แล้ว กู้หย่วนก็นับว่าสำเร็จวิชาออกไปยืนหยัดด้วยตัวเองได้แล้ว!
แม้ตบะการบำเพ็ญเพียรของกู้หย่วนจะยังเทียบเขาไม่ได้ ทว่าความแข็งแกร่งโดยรวมนั้นก็ไม่ได้ห่างชั้นกันมากนักแล้ว
ต่อให้หลังจากนี้เขาจะปล่อยปละละเลยไม่เข้าไปก้าวก่าย กู้หย่วนก็ย่อมสามารถสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน!
เพียงแต่ นอกเหนือจากความทอดถอนใจแล้ว ในใจของนักพรตเฮ่อหลิงก็ยังรู้สึกซับซ้อนอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
ในฐานะอาจารย์ นอกจากการถ่ายทอดวิชาดาบแขนงหนึ่ง สอนสั่งเรื่องราวบางอย่าง และมอบกระบี่บินให้หนึ่งเล่มแล้ว เขาก็แทบจะไม่ได้สั่งสอนอะไรกู้หย่วนมากมายเลยจริงๆ
นักพรตเฮ่อหลิงถอนหายใจยาว เอ่ยขึ้นว่า
“การที่เจ้าสามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้ อาจารย์รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ดูเหมือนว่าในภายภาคหน้า อาจารย์คงจะไม่มีอะไรสั่งสอนเจ้าได้อีกแล้ว”
แม้กู้หย่วนจะไม่รู้ว่านักพรตเฮ่อหลิงกำลังคิดสิ่งใดอยู่ แต่เขาก็พอจะคาดเดาได้เลือนราง จึงรีบกล่าวว่า
“ท่านอาจารย์กล่าวหนักไปแล้ว ศิษย์ยังมีเรื่องต้องเรียนรู้อีกมาก และยังรอให้ท่านอาจารย์ถ่ายทอดวิชาดาบชั้นยอดให้อีกนะขอรับ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากกลับไปถึงสำนักแล้ว คาดว่าคงจะมีเรื่องยุ่งยากบางอย่างที่ต้องรบกวนให้ท่านอาจารย์ช่วยจัดการให้อีก”
เมื่อได้ฟังคำกล่าวของกู้หย่วน นักพรตเฮ่อหลิงก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
“คำพูดนี้มีเหตุผล นักพรตชิงมู่น่าจะเป็นเพียงหนึ่งในผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง บัดนี้เมื่อเขาตายไปแล้ว คนอื่นๆ ย่อมไม่ยอมรามือเป็นแน่”
“เรื่องที่เจ้าสังหารนักพรตชิงมู่ แม้ตอนนี้จะยังมีคนรู้ไม่มาก แต่นี่ก็ยังคงเป็นปัญหาชวนปวดหัวอยู่ดี ต่อให้เจ้าจะไม่ได้เป็นคนลงมือ เรื่องนี้ก็จะต้องถูกโยนความผิดมาที่เจ้าอยู่ดี”
“แต่เจ้าวางใจเถอะ มีอาจารย์อยู่ทั้งคน ย่อมไม่ปล่อยให้เจ้าต้องทนรับความอยุติธรรมแน่! หากใครหน้าไหนกล้ายื่นมือเข้ามายุ่ง อาจารย์จะช่วยเจ้าฟันมันให้ขาดกระจุยเอง!”
ยามที่เอ่ยถ้อยคำเหล่านี้ สีหน้าทอดถอนใจของนักพรตเฮ่อหลิงเมื่อครู่ได้มลายหายไปจนสิ้น ประกายความแหลมคมที่ฉายชัดออกมาจากแววตานั้น ช่างน่าเกรงขามจนทำให้ผู้คนต้องรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ!
“ศิษย์ต้องรบกวนท่านอาจารย์แล้วขอรับ!”
กู้หย่วนหยัดกายลุกขึ้น ประสานมือโค้งคำนับด้วยความเคารพอย่างจริงจัง
นักพรตเฮ่อหลิงย่อมบอกให้เขานั่งลง และไม่จำเป็นต้องมากพิธี
สองศิษย์อาจารย์สนทนากันต่ออีกครู่หนึ่ง กู้หย่วนจึงยิ้มพลางเอ่ยถามว่า
“อีกไม่นานศิษย์ได้นัดหมายกับผู้อื่นไว้ ว่าจะเดินทางไปยังตำหนักเซียนมังกรชาดสักรอบ ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์มีสิ่งใดจะชี้แนะศิษย์บ้างหรือไม่ขอรับ?”
เรื่องที่เขาจะไปตำหนักเซียนมังกรชาด ย่อมไม่สามารถปิดบังนักพรตเฮ่อหลิงได้ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจำต้องบอกกล่าวล่วงหน้า อย่างน้อยก็เพื่อให้นักพรตเฮ่อหลิงรับรู้และเตรียมใจเอาไว้บ้าง
“เจ้าจะไปตำหนักเซียนมังกรชาดรึ?”
นักพรตเฮ่อหลิงขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยถามเสียงเข้ม
“ตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
สัญชาตญาณของเขาบอกให้รู้ว่าเรื่องนี้ต้องมีปัญหาซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เนื่องจากกู้หย่วนติดขัดเรื่องสัตย์สาบานโลหิตมารในใจที่เคยทำไว้กับจี้ชางไห่ เขาย่อมไม่สามารถเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดออกมาได้ จึงทำได้เพียงเอ่ยว่า
“เรื่องนี้มีเหตุผลบางประการ ทำให้ศิษย์ไม่สามารถเปิดเผยได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ดังนั้นขอท่านอาจารย์โปรดอภัยให้ศิษย์ด้วย”
นักพรตเฮ่อหลิงเป็นผู้มากประสบการณ์ เขาย่อมคาดเดาถึงเหตุผลที่กู้หย่วนไม่อาจเปิดเผยออกมาได้อย่างเลือนราง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ถือสากับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ เพียงแต่รู้สึกเป็นห่วงกู้หย่วนอยู่บ้าง
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ถ่ายทอดสถานการณ์บางอย่างที่ตนรู้ ออกมาจนหมดสิ้น:
“การเข้าไปยังตำหนักเซียนมังกรชาดของอาจารย์ในครานี้ แม้จะได้รับผลตอบแทนมาไม่น้อย แต่ก็ต้องเผชิญกับอันตรายหลายอย่างเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ภูเขาเชียนเยี่ยน มันคือเทือกเขาภูเขาไฟที่ทอดยาวสลับซับซ้อน ภายในนั้นมีลาวาเพลิงใต้พิภพปะทุอยู่ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีเพลิงแท้ขั้วพิภพปะปนอยู่ด้วย นับว่าอันตรายเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ภายในนั้นยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของอสูรเพลิงและวิหคเพลิงที่ร้ายกาจหลากหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝูงอสรพิษเพลิงและอีกาเพลิงที่อาศัยอยู่ใต้ดิน...”
กู้หย่วนตั้งใจรับฟังอย่างจดจ่อ
แม้เขาจะตัดสินใจเข้าไปในตำหนักเซียนมังกรชาดแล้ว อีกทั้งยังพอจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในตำหนักเซียนมังกรชาดมาบ้าง ทว่าการได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเพิ่มขึ้นอีกสักนิด อย่างไรเสียก็ย่อมเป็นเรื่องดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลเหล่านี้มาจากนักพรตเฮ่อหลิงที่เพิ่งจะก้าวเท้าออกมาจากตำหนักเซียนมังกรชาดหมาดๆ ย่อมถือเป็นข้อมูลวงในปฐมภูมิ ในช่วงเวลาคับขัน มันอาจจะสามารถช่วยรักษาชีวิตของเขาเอาไว้ได้เลยทีเดียว
(จบตอน)