ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 257 สังหารนกเค้าหน้าผี!
ไข่นกเมื่อครู่นี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นไข่ของนกเค้าหน้าผีคู่นี้ มิน่าล่ะ พวกมันถึงได้ไล่ตามซุนโจวอย่างกัดไม่ปล่อยเช่นนี้
และตอนนี้ ซุนโจวก็จงใจใช้ไข่ฟองนี้เบนเข็มความสนใจของพวกมันมาที่เขา เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองหลบหนีเอาตัวรอดไป
“คิดจะให้ข้าเป็นแพะรับบาปแทนเจ้างั้นรึ ฉลาดดีนี่ หึ! แต่คิดหรือว่าเจ้าจะหนีรอดไปได้จริงๆ?”
กู้หย่วนปรายตามองซุนโจวที่บินหนีไปจนสุดขอบฟ้า พลางแค่นเสียงเย็นชา
แม้เมื่อครู่เขาจะคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมาไม้นี้ ทว่าเขาก็เตรียมการป้องกันไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยการสั่งให้เสี่ยวชิงคอยจับตาดูอีกฝ่ายไว้อย่างใกล้ชิด
แม้ซุนโจวจะงัดเอาไพ่ตายบางอย่างออกมาใช้เพื่อฉวยโอกาสหลบหนีไปได้ ทว่าผีเสื้อกระบี่เงาเขียวก็บินไล่ตามไปติดๆ แล้วเช่นกัน
จากนั้น เขาก็เลิกใส่ใจเรื่องอื่น หันมาสนใจนกเค้าหน้าผีสองตัวที่กำลังบินโฉบเข้ามาแทน
เรื่องของซุนโจวเอาไว้จัดการทีหลัง ตอนนี้กู้หย่วนต้องควบคุมปราณกระบี่เข้าห้ำหั่นกับนกเค้าหน้าผีทั้งสองตัวเสียก่อน
ปราณกระบี่ที่จำแลงมาจากกระบี่อิ๋นเจียวนั้นคมกริบไร้เทียมทาน มันเข้าปะทะพัวพันกับนกเค้าหน้าผีตัวหนึ่งอย่างดุเดือด
ส่วนนกเค้าหน้าผีอีกตัวหนึ่ง กู้หย่วนก็ตัดสินใจเรียกอาอู๋ หรือก็คือตะขาบสวรรค์หลังเงินออกมาจัดการอย่างไม่ลังเล
แม้นกเค้าหน้าผีสองตัวนี้จะมีตบะที่แข็งแกร่งมาก ห่างจากระดับเผ่ามารจินตานเพียงแค่ก้าวเดียว ทว่าท้ายที่สุดแล้วพวกมันก็ยังไม่ใช่เผ่ามารจินตานอยู่ดี
ดังนั้น การให้ตะขาบสวรรค์หลังเงินรับมือกับตัวที่มีขนาดเล็กกว่า แม้อาจจะสู้ไม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าก็ยังพอจะยื้อเวลาไว้ได้สักพัก
แม้นกเค้าหน้าผีจะเป็นเผ่ามาร ทว่าพรสวรรค์วิชาเทวะที่พวกมันใช้กลับเป็นเสียงร้องโหยหวนอันแหลมสูง ที่คล้ายกับจะฉีกกระชากวิญญาณของผู้คนได้
เพียงแค่มันกระพือปีก ลมปราณหยินสีดำสนิทก็พัดโชยมาเป็นระลอก ภายในลมนั้นแว่วเสียงภูตผีปีศาจคร่ำครวญ ความเย็นยะเยือกแทรกซึมเข้ากระดูก สามารถสูบกลืนเลือดเนื้อและพลังชีวิตของผู้คนจนแห้งเหือดได้
กู้หย่วนใช้วิถีกระบี่กดดันมัน เข้าพัวพันต่อสู้อยู่สิบกว่ากระบวนท่า ในที่สุดก็ตวัดกระบี่ตัดหัวนกเค้าหน้าผีตัวผู้จนขาดกระเด็น
ในเวลาเดียวกัน เจตจำนงกระบี่ที่แฝงอยู่ในปราณกระบี่ก็ทำลายล้างวิญญาณของมันจนแตกซ่าน ศพยังไม่ทันร่วงถึงพื้น ก็ถูกกู้หย่วนเก็บเข้าถุงเก็บของไปอย่างรวดเร็ว
ก๊าซ——ก๊าซ!!!
ทางด้านนกเค้าหน้าผีอีกตัว เมื่อเห็นคู่ของตนถูกสังหาร มันก็แผดเสียงร้องอย่างน่าเวทนา จากนั้นก็อ้าปากงับตะขาบสวรรค์หลังเงินที่กำลังต่อสู้กับมันอยู่ แล้วกลืนลงท้องไปในรวดเดียว!
สัตว์ปีกโดยธรรมชาติแล้วเป็นดาวข่มของพวกแมลง ยิ่งนกเค้าหน้าผีตัวนี้เป็นถึงวิหคมาร กระเพาะอาหารของมันย่อมไม่หวาดหวั่นต่อแมลงมีพิษใดๆ สามารถย่อยสลายพวกมันได้อย่างง่ายดาย
ทว่าตะขาบสวรรค์หลังเงินหาใช่แมลงมีพิษธรรมดาไม่ แต่มันคือแมลงประหลาดที่หาได้ยากยิ่ง แม้จะนำไปเทียบกับผีเสื้อกระบี่เงาเขียว ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันสักเท่าไรนัก
บัดนี้ เมื่อถูกนกเค้าหน้าผีกลืนลงท้องไป มันก็เริ่มดิ้นรนอาละวาดอย่างรุนแรง
ก๊าซ——ก๊าซ——
ผ่านไปไม่นาน นกเค้าหน้าผีก็ส่งเสียงร้องโหยหวน หน้าท้องของมันระเบิดออกเป็นรูโหว่หลายแห่ง เลือดสาดกระเซ็น ก่อนที่ร่างของมันจะร่วงหล่นลงกระแทกพื้น
จากนั้น ตะขาบสวรรค์หลังเงินก็คลานออกมาจากรูโหว่เหล่านั้น ทั่วทั้งร่างไม่มีคราบเลือดติดอยู่เลยแม้แต่น้อย
“ทำได้ดีมาก อาอู๋!”
กู้หย่วนเอ่ยชม ก่อนจะคว้าตัวอาอู๋มาวางไว้บนบ่า แล้วเก็บศพนกเค้าหน้าผีตัวเมียที่นอนตายอยู่บนพื้นขึ้นมา
จากนั้นเขาก็ผสานร่างเข้ากับปราณกระบี่ สัมผัสถึงความเชื่อมโยงกับผีเสื้อกระบี่เงาเขียว แล้วพุ่งทะยานตามทิศทางที่ซุนโจวหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
……
“โชคดีที่เมื่อครู่นี้ข้าไหวตัวทัน โยนความซวยไปให้เจ้านั่น รับเอาไข่นกเค้าหน้าผีไปแทน ไม่อย่างนั้น… ข้าคงรับมือนกเค้าหน้าผีสองตัวนั่นไม่ไหวแน่ๆ”
ในเวลานี้ แสงสีขาวที่ห่อหุ้มร่างของซุนโจวได้สลายหายไปแล้ว เหลือเพียงลำแสงเหาะเหินของเขาเอง
ในใจของเขาตอนนี้ ทั้งรู้สึกโชคดี หวาดกลัว และในขณะเดียวกันก็รู้สึกเสียดายไม่น้อย
ยันต์หยกที่เขาบีบจนแตกเมื่อครู่นี้ คือไพ่ตายก้นหีบที่เขาใช้รักษาชีวิต และเป็นของวิเศษคุ้มกายที่ได้รับมาหลังจากที่สร้างความดีความชอบครั้งใหญ่
เมื่อเผชิญกับอันตราย เพียงแค่บีบมันให้แตก มันก็จะพาเขาหลบหนีไปไกลนับพันลี้ หากใช้ให้ดี มันสามารถช่วยชีวิตเขาได้ในยามคับขัน
ของวิเศษระดับนี้ เขามีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ทว่าตอนนี้กลับต้องเอามาใช้เสียแล้ว
“ช่างเถอะ ของเก่าไม่ไป ของใหม่ก็ไม่มา”
ซุนโจวปลอบใจตัวเองพลางบินหลบหนีต่อไป
“การเดินทางคราวนี้ข้าได้หญ้าวิญญาณเร้นลับมาถึงสองต้น ต้นหนึ่งจะเอาไปมอบให้ท่านอาจารย์ ส่วนอีกต้นจะเก็บไว้ใช้เอง เมื่อมีของสิ่งนี้อยู่ในมือ การควบแน่นจินตานในภายภาคหน้าของข้าก็คงจะง่ายขึ้นเยอะ”
ส่วนกู้หย่วน ในสายตาของเขา ป่านนี้คงตายกลายเป็นผีไปแล้ว
เพราะถึงแม้กู้หย่วนจะแสดงวิถีกระบี่ที่ร้ายกาจออกมาให้เห็น ทว่าเขาจะเอาชนะนกเค้าหน้าผีสองตัวนั้นได้อย่างไร?
ตบะของกู้หย่วนอยู่ในระดับขอบเขตเทียนเหรินขั้นสมบูรณ์ เขาย่อมมองออก ทว่านกเค้าหน้าผีสองตัวนั้น ล้วนอยู่ในระดับขอบเขตเทียนเหรินขั้นสูงสุด ห่างจากระดับจินตานเพียงแค่เส้นด้ายกั้นเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น พรสวรรค์วิชาเทวะของเผ่ามารอย่างนกเค้าหน้าผีก็ยังร้ายกาจอย่างเหลือเชื่อ หากผู้บำเพ็ญเพียรในระดับเดียวกันต้องมาเผชิญหน้าแบบตัวต่อตัว ก็ยังไม่แน่ว่าจะเอาชนะได้ แล้วนับประสาอะไรกับกู้หย่วนเล่า?
กู้หย่วนมีดีอะไร ถึงจะเอาชีวิตรอดจากกรงเล็บของนกเค้าหน้าผีสองตัวนั้นได้?
ทว่าในขณะนั้นเอง เขาเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง เมื่อหันกลับไปมอง ก็พบผีเสื้อสีเขียวตัวหนึ่งกำลังบินตามมา
ผีเสื้อสีเขียวตัวนี้กระพือปีกโบยบิน ดูบอบบางอ้อนแอ้น ทว่าแท้จริงแล้วกลับปราดเปรียวและว่องไวเป็นอย่างยิ่ง และในตอนนี้ มันกำลังบินตามหลังเขามาติดๆ
“ผีเสื้อวิญญาณงั้นรึ? ผีเสื้อวิญญาณสีเขียว?”
ซุนโจวชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย สัญชาตญาณร้องเตือนถึงอันตราย ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกคุ้นเคยกับมันอย่างบอกไม่ถูก ราวกับเคยได้ยินเรื่องราวของมันมาจากที่ไหนสักแห่ง
ทว่าตอนนี้เขาไม่มีเวลาให้คิดมากนัก เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง ปลดปล่อยพลังอันหนักหน่วงพุ่งออกไป หมายจะบดขยี้ผีเสื้อวิญญาณตัวนี้ให้แหลกสลาย
ทว่าในพริบตานั้น ผีเสื้อวิญญาณเพียงแค่กระพือปีกเบาๆ ปราณกระบี่สีเขียวขนาดเล็กนับพันนับหมื่นสายก็พุ่งทะยานออกมา ครอบคลุมร่างของซุนโจวเอาไว้ทั้งหมด
“อะไรกัน?!”
สีหน้าของซุนโจวเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ทว่าเขาไม่ทันได้ตอบสนองใดๆ แล้ว กำไลหยกวงหนึ่งที่สวมอยู่บนร่างก็เปล่งแสงสว่างวาบขึ้นมา ปรากฏเป็นปราการคุ้มกันอยู่เบื้องหน้า
ทว่าเมื่อปราณกระบี่เหล่านี้พุ่งเข้าปะทะ เสียง “เคร้งๆ คร้างๆ” ก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อปราณกระบี่เข้าปะทะกับกำไลหยก
กำไลหยกวงนี้มีคุณภาพระดับสูง เป็นถึงอาวุธวิเศษระดับกลางที่มีอาคมคุ้มกันถึงยี่สิบเก้าชั้น พลังป้องกันของมันนับว่าน่าทึ่งมาก
ทว่าภายใต้การโจมตีอันหนักหน่วงและดุดันราวกับพายุฝนฟ้าคะนองของปราณกระบี่เหล่านี้ แสงสว่างของมันก็หม่นหมองลงอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยเสียง “แกร๊กๆ” ดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่กำไลหยกจะแตกกระจายเป็นชิ้นๆ
จากนั้น ปราณกระบี่เส้นเล็กๆ หลายสายก็พุ่งทะลวงเข้าใส่ร่างของซุนโจว เสียง “ฉึกๆ” ดังขึ้น พร้อมกับรูโหว่ชุ่มเลือดหลายแห่งปรากฏขึ้นบนร่างของเขา
ซุนโจวแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายส่ายโอนเอน เกือบจะพุ่งหลาวร่วงหล่นลงไปเบื้องล่าง
ต้องรู้ก่อนว่า ตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส แถมอาวุธวิเศษคุ้มกายก็ถูกทำลายไปแล้ว และที่สำคัญคือตอนนี้เขากำลังลอยอยู่กลางอากาศสูงหลายพันเมตร หากร่วงตกลงไป รับรองว่าต้องตายศพไม่สวยอย่างแน่นอน
ทว่าถึงแม้จะรอดพ้นจากการร่วงหล่นมาได้ แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ
ไม่ใช่แค่เพราะหวาดกลัวว่าจะตกจากที่สูง หรือตกตะลึงในความน่าสะพรึงกลัวของผีเสื้อวิญญาณตัวนี้เท่านั้น ทว่าสาเหตุหลักเป็นเพราะเขานึกออกแล้วว่าผีเสื้อวิญญาณตัวนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร
ซุนโจวเบิกตากว้าง สีหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดจากการสูญเสียเลือดมากเกินไป
“ผีเสื้อกระบี่เงาเขียว?!”
“หรือว่าคนที่ข้าเจอเมื่อครู่นี้… จะเป็นกู้หย่วนงั้นรึ?!”
เมื่อคิดถึงจุดนี้ ทั่วทั้งร่างของซุนโจวก็เย็นเฉียบ ราวกับตกลงไปในบ่อธารน้ำแข็ง
แม้เขาจะมาจากสำนักเซียนต่างแคว้น ทว่าเขาก็เคยได้ยินชื่อเสียงของกู้หย่วนมาบ้าง
ในสายตาของเขา ทั่วทั้งแดนแคว้นฉิน มีคนรุ่นเยาว์เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่คู่ควรให้เขาให้ความสำคัญ
หนึ่งในนั้นก็คือกู้หย่วน ไม่ใช่เพียงเพราะพรสวรรค์อันโดดเด่นของกู้หย่วนเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะผลงานการต่อสู้อันน่าทึ่ง ที่สามารถสังหารยอดฝีมืออย่างลู่คุนลงได้ แถมยังเลี้ยงดูผีเสื้อกระบี่เงาเขียว สัตว์วิญญาณสุดแกร่งเอาไว้อีกด้วย
คนระดับนี้ เขารู้ตัวดีว่าตัวเองไม่มีปัญญาไปตอแยด้วยแน่นอน
(จบตอน)