ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 263 อสรพิษเพลิงประหลาด!
กู้หย่วนมีเหตุผลให้ต้องตกตะลึง เพราะราชาอีกาเพลิงตัวเมื่อครู่นี้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นสายเลือดวิหคเทวะระดับหยินเสินอย่างแน่นอน
ส่วนระดับขั้นของมันนั้น หากบอกว่าเป็นระดับสีทองก็คงจะเป็นการประเมินค่ามันต่ำเกินไป มีความเป็นไปได้สูงมากว่ามันจะอยู่ในระดับสีทองคำดำ หรือไม่ก็ระดับสีม่วงไปเลย!
“ถ้าได้ไข่ของราชาอีกาเพลิงมาสักฟองก็คงจะดีสิ…”
ระหว่างที่กำลังวิ่งหนี กู้หย่วนก็อดไม่ได้ที่จะคิดในใจด้วยความเสียดาย
สัตว์วิญญาณและแมลงประหลาดที่กู้หย่วนเลี้ยงดูอยู่นั้น บางตัวก็ได้รับการบ่มเพาะและยกระดับขึ้นมาจากสัตว์ตัวเล็กๆ ธรรมดาๆ ที่มีระดับขั้นต่ำต้อยในตอนแรก
ส่วนบางตัวก็เกิดมาพร้อมกับระดับสีทองตั้งแต่กำเนิด
แต่ไม่ว่าจะเป็นตัวไหน สัตว์วิญญาณที่มีระดับขั้นสูงสุดของเขาก็ยังหยุดอยู่แค่ระดับสีทองเท่านั้น
ส่วนสัตว์วิญญาณระดับสีทองคำดำ หรือระดับสีม่วงนั้น ในระยะเวลาอันสั้นนี้คงยากที่จะหามาครอบครองได้
หลังจากอ้อมผ่านฝูงอีกาเพลิงมาได้ กู้หย่วนก็เพิ่มความระมัดระวังและรอบคอบมากยิ่งขึ้น
ดังคำกล่าวที่ว่า เดินเลียบแม่น้ำบ่อยๆ มีหรือที่รองเท้าจะไม่เปียก
แม้กู้หย่วนจะพยายามระมัดระวังอย่างเต็มที่แล้ว แต่ผ่านไปไม่นาน เขาก็ยังต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันจนได้
ขณะที่กำลังบินอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีอสรพิษเพลิงหลายตัวมุดตัวขึ้นมาจากทะเลลาวาเบื้องล่าง
อสรพิษเพลิงเหล่านี้ ไม่ใช่อสูรงูธรรมดาๆ ที่พ่นไฟได้เท่านั้น แต่มันคืออสูรงูสายพันธุ์ประหลาด!
พวกร่างของพวกมันยาวหลายจั้ง ท่อนบนอวบหนา ท่อนล่างเรียวยาว ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีแดงเข้ม
ส่วนหัวแบนราบ และที่สำคัญคือบริเวณสีข้างทั้งสองข้าง มีปีกเนื้อคู่หนึ่งงอกออกมา ดูคล้ายกับค้างคาวไม่มีผิด แถมบนโครงกระดูกของปีกเนื้อนั้น ยังมีหนามกระดูกอันแหลมคมงอกโผล่ออกมาอีกด้วย!
ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความมืดมนและเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ของสัตว์เลื้อยคลาน!
อุณหภูมิในทะเลลาวานั้นสูงลิบลิ่ว โดยเฉพาะเมื่อมีเพลิงแท้ที่อัดแน่นไปด้วยไอพิษอัคคีและไอมรณะอัคคีปะทุขึ้นมาเป็นระยะๆ ต่อให้เป็นยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานก็ยังต้องระมัดระวังตัว
ทว่าอสรพิษเพลิงเหล่านี้กลับแหวกว่ายไปมาในทะเลลาวาได้อย่างอิสระเสรีและเพลิดเพลิน ราวกับกำลังว่ายน้ำเล่นในสระว่ายน้ำก็มิปาน
บางครั้งเมื่อมีเพลิงแท้อันร้อนระอุปะทุขึ้นมาตกใส่เกล็ดบนร่างของพวกมัน เกล็ดเหล่านั้นกลับไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังคงความเงางามและสะอาดสะอ้านอยู่เสมอ
ทะเลลาวาแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาลมาก หากจะอ้อมไปทางอื่น ก็คงต้องเสียเวลาและเรี่ยวแรงไปไม่น้อย แถมยังไม่รู้ว่าจะต้องไปเจออันตรายอะไรดักรออยู่ข้างหน้าอีกหรือไม่
กู้หย่วนจึงตัดสินใจหลบเลี่ยงอสรพิษเพลิงเหล่านี้อย่างระมัดระวัง ควบคุมลำแสงมุ่งหน้าต่อไป
ทว่าบินไปได้สักพัก สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขารีบหักเลี้ยวลำแสงหลบ พริบตาต่อมา เส้นด้ายเพลิงสายหนึ่งก็พุ่งทะลวงผ่านตำแหน่งที่เขาเพิ่งจะอยู่เมื่อครู่นี้ไปอย่างเฉียดฉิว
เส้นด้ายเพลิงสีแดงเข้มสายนั้น ถูกควบแน่นขึ้นมาจากเพลิงแท้ ไม่เพียงแต่จะมีความร้อนแรงที่น่าสะพรึงกลัวเท่านั้น ทว่าพลังทะลวงของมันยังน่ากลัวยิ่งกว่า
อากาศรอบๆ ถึงกับถูกแผดเผาจนบิดเบี้ยวเสียรูปทรง
กู้หย่วนถามตัวเองในใจว่า หากเมื่อครู่นี้เขาหลบการโจมตีนี้ไม่พ้น ด้วยความแข็งแกร่งของเขา ถึงจะไม่ถึงตาย แต่ก็คงต้องเจ็บตัวไม่ใช่น้อยแน่
เมื่อหันกลับไปมอง กู้หย่วนก็พบว่ามีอสรพิษเพลิงตัวหนึ่งกำลังจ้องเขม็งมาที่เขา
เห็นได้ชัดว่ามันค้นพบร่องรอยของเขาเข้าแล้ว!
กู้หย่วนชะงักไปครู่หนึ่ง หลังจากพิจารณาดูคร่าวๆ เขาก็แค่นยิ้มขื่นๆ เมื่อเข้าใจถึงสาเหตุ
ลำแสงของเขาถูกพรางตาไว้อย่างมิดชิดก็จริง แต่ปัญหาคือ เหนือทะเลลาวาแห่งนี้ เต็มไปด้วยควันโขมงและไอร้อนลอยคลุ้งอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง
เมื่อมีสิ่งใดเคลื่อนไหวผ่านไป ย่อมทำให้เกิดความผิดปกติและเป็นที่สังเกตได้ง่าย
และในเวลานี้ ไม่ใช่แค่อสรพิษเพลิงตัวนี้เท่านั้นที่เจอกู้หย่วน แต่อสรพิษเพลิงอีกสองตัวที่อยู่ไม่ไกล ก็แลบลิ้นแฉกๆ ยาวเฟื้อยออกมา ส่งเสียงร้องแปลกประหลาด ก่อนจะพุ่งตรงเข้ามาหาเขาเช่นกัน
วิ้ง!!!
กู้หย่วนตัดสินใจเรียกกระบี่อิ๋นเจียวออกมาถือไว้ในมือ เพียงแค่ตวัดข้อมือ กระบี่อิ๋นเจียวก็ส่งเสียงร้องกังวานใสตั้งแต่ปลายกระบี่ยันด้ามจับ
แสงสีเงินยวงสว่างวาบไหลเวียนไปตามคมกระบี่ แผ่ซ่านรังสีความคมกริบอันน่าสะพรึงกลัวออกมา!
ฟ่อ——ฟ่อ——
อสรพิษเพลิงทั้งสามตัวร่วมมือกันอย่างเข้าขา สองตัวพุ่งเข้าประกบซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว
ที่ปลายปีกเนื้ออันคล้ายค้างคาวของพวกมัน มีกรงเล็บอันแหลมคมงอกอยู่ สะท้อนประกายเย็นเยียบ
เมื่อพวกมันอ้าปากกว้าง มุมปากก็ฉีกกว้างไปจนถึงหลังหัว เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมเรียงรายอยู่เต็มปาก
จากในลำคอ มีอวัยวะรูปท่อสีเนื้อยื่นยาวออกมา พ่นเส้นด้ายเพลิงสายหนึ่งออกมา กลายเป็นลิ้นเพลิงอันร้อนระอุ พุ่งเข้ากวาดล้างสรรพสิ่ง
ส่วนอสรพิษเพลิงอีกตัวหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งมีขนาดตัวใหญ่กว่าและสีเกล็ดเข้มกว่าเพื่อนร่วมฝูง มันตวัดหางอย่างแรง ยิงหนามกระดูกที่มีรูปร่างคล้ายหอกยาวพุ่งตรงมาที่กู้หย่วน
หนามกระดูกแหวกอากาศจนเกิดรอยสีขาวเป็นทางยาว พุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงและมีวิถีการโจมตีที่คาดเดาได้ยาก
กระบี่อิ๋นเจียวในมือของกู้หย่วนส่งเสียงร้องหึ่งๆ ดังกึกก้อง เจตจำนงกระบี่อันคมกริบดุดันถึงขีดสุดระเบิดออกมา เขาตวัดกระบี่ฟันออกไป เสียง “เคร้ง” ดังสนั่น หนามกระดูกถูกฟันจนแตกกระจายเป็นชิ้นๆ
กู้หย่วนตวัดปราณกระบี่อีกครั้ง กวาดเอาเศษหนามกระดูกที่แตกละเอียดผสมผสานเข้ากับปราณกระบี่นับพันหมื่นสาย พุ่งเข้าปะทะกับเพลิงแท้ที่กำลังม้วนตัวเข้ามา บดขยี้มันจนแหลกสลาย สิ้นฤทธิ์ที่จะเป็นภัยคุกคามได้อีก
จากนั้นเขาก็สะบัดแขนเสื้อ ปล่อยอสนีบาตเทวะม่วงสวรรค์ออกไปสายหนึ่ง สายฟ้าสีม่วงอันบริสุทธิ์และดุดัน เมื่อสัมผัสกับเพลิงแท้ ก็เกิดการระเบิดขึ้นในทันที
สายฟ้าแตกกระจาย บดขยี้เพลิงแท้จนแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ในขณะเดียวกัน กู้หย่วนก็ตวัดกระบี่อีกครั้ง
ฉัวะ——
เส้นด้ายสีเงินสายหนึ่งพุ่งวาบเข้าใส่อสรพิษเพลิงที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ตัว
มันตัดร่างของอสรพิษเพลิงขาดเป็นสองท่อนได้อย่างง่ายดาย เกล็ดที่ทั้งแข็งและเหนียวบนร่างของมันไม่อาจต้านทานได้เลยแม้แต่น้อย ถูกเส้นด้ายสีเงินหั่นขาดราวกับมีดร้อนๆ หั่นเนย
เจตจำนงกระบี่อันคมกริบที่แฝงอยู่ในปราณกระบี่เส้นด้ายสีเงิน ไม่เพียงแต่จะตัดร่างของมันจนขาดสะบั้น ทว่ายังทำลายวิญญาณของมันไปพร้อมๆ กันด้วย
ในขณะที่ทางด้านหลังของกู้หย่วน อสรพิษเพลิงอีกตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวแล้ว กรงเล็บที่สะท้อนประกายเย็นเยียบอยู่ห่างจากผิวหนังของกู้หย่วนไม่ถึงหนึ่งฉื่อ
ทว่าในจังหวะนั้นเอง กู้หย่วนก็พลิกข้อมือ ตวัดกระบี่ฟันลงมาในแนวดิ่ง
เส้นด้ายสีเงินสายหนึ่งผ่าร่างของอสรพิษเพลิงตั้งแต่หัวจรดหาง แยกมันออกเป็นสองซีกอย่างสมบูรณ์แบบ
กรงเล็บทั้งสองข้างหยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศ นิ่งสนิทไม่ไหวติง ก่อนจะร่วงหล่นลงมา
ทว่ายังไม่ทันที่มันจะร่วงหล่นลงไปในทะเลลาวา กู้หย่วนก็คว้ามันเก็บเข้าถุงเก็บของไปเสียก่อน
จากนั้น กู้หย่วนก็หมุนตัวกลับมาอย่างช้าๆ ทอดสายตามองไปยังอสรพิษเพลิงตัวสุดท้ายที่อยู่ห่างออกไป
ฟ่อ——
อสรพิษเพลิงส่งเสียงขู่ฟ่อ แม้จะเห็นว่ากู้หย่วนเพิ่งจะสังหารเพื่อนร่วมฝูงของมันไปถึงสองตัว ทว่ามันกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวหรือเกรงขามเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ดวงตาของมันยิ่งฉายแววอาฆาตแค้นและอำมหิต ก่อนจะพุ่งกระโจนเข้าใส่กู้หย่วนอีกครั้ง
ทว่า เสียงร้องของอสรพิษเพลิงตัวนี้กลับแหลมสูงยิ่งกว่าเดิม มันดังกังวานไปไกลแสนไกล และเต็มไปด้วยพลังทะลวง คล้ายกับกำลังส่งเสียงร้องเรียกหาบางสิ่งบางอย่าง
“หึ รนหาที่ตาย!”
กู้หย่วนหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ก่อนจะตวัดปลายกระบี่ส่งประกายแสงสีเงินเจิดจรัสจุดหนึ่งพุ่งออกไป ราวกับประกายดาวดวงเล็กๆ ที่ริบหรี่
แม้มันจะเล็กจิ๋วจนแทบมองไม่เห็น ทว่าความเร็วของมันกลับเหนือชั้น ราวกับดาวตกที่พุ่งทะยานข้ามฟ้า
อสรพิษเพลิงขู่ฟ่อ มันพยายามกวัดแกว่งกรงเล็บเพื่อปัดป้อง ทว่าประกายแสงอันเย็นเยียบนั้นกลับทะลวงผ่านกรงเล็บของมันไปได้อย่างง่ายดาย
ก่อนจะพุ่งเข้าเจาะทะลุหัวของมันในที่สุด
โพละะ!!!
จู่ๆ หัวของอสรพิษเพลิงก็ระเบิดออก ราวกับแตงโมที่ถูกทุบจนแหลก เลือดสีแดงสดและมันสมองสีขาวสาดกระเซ็นไปทั่วทิศทาง
กู้หย่วนสะบัดแขนเสื้อ เก็บศพของอสรพิษเพลิงตัวนี้เข้ากระเป๋าไปอย่างรวดเร็ว
อสรพิษเพลิงสายพันธุ์นี้มีความพิเศษมาก ทั่วทั้งร่างของมันล้วนเป็นของล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นเกล็ด เลือดเนื้อ หรือแม้กระทั่งแก่นอสูรที่อาจจะซ่อนอยู่ภายใน ล้วนแต่มีมูลค่าสูงลิบลิ่ว จะปล่อยทิ้งให้สูญเปล่าไม่ได้เด็ดขาด
ฟ่อ——
ฟ่อ——
โฮก!!!
ทว่าในจังหวะนั้นเอง จากบริเวณที่ห่างไกลออกไปในทะเลลาวา อสรพิษเพลิงตัวอื่นๆ ที่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือเมื่อครู่นี้ ก็พากันส่งเสียงร้องตอบรับ และกำลังแหวกว่ายกรูกันเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ยิ่งไปกว่านั้น ภายใต้ทะเลลาวาอันลึกล้ำ ยังมีเสียงคำรามอันดุดันราวกับเสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนทำเอาภูเขาไฟลูกต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ถึงกับสั่นสะท้านไปตามๆ กัน
สีหน้าของกู้หย่วนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลังจากจับทิศทางได้ เขาก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบเร่งลำแสงพุ่งทะยานหนีไปอย่างสุดชีวิต
(จบตอน)